ศาลพิพากษาจำคุก 'ผู้กองปูเค็ม' 12 เดือน ปรับ 1 แสน คดีใส่ความ 'ชลิตา' หนุนแบ่งแยกดินแดน โทษจำคุกรอลง 2 ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุก "ผู้กองปูเค็ม" 12 เดือน ปรับ 1 แสนบาท คดีใส่ความ "ชลิตา" กรณีเสนอทางออกปัญหาชายแดนใต้ในเวทีเสวนาว่าเป็นการสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดน แต่ศาลให้รอลงอาญาโทษจำคุก 2 ปีและลบข้อความที่เป็นการหมิ่นประมาท

เมื่อวานนี้ (25 ม.ค.65) สำนักข่าวราษฎร - Ratsadon Newsและประชาติธุรกิจ รายงานว่า ที่ศาลอาญามีนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่ชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาต่อร้อยเอกหรือทรงกลด ชื่นชูผล (ผู้กองปูเค็ม) ว่ากระทำผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 326 และ 328

คดีนี้สืบเนื่องมาจากภายหลังจากชลิตาเข้าร่วมเสวนาหัวข้อ “พลวัตรแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่” เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2562 ณ ลานหน้าศาลากลาง จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม 7 พรรคฝ่ายค้านสัญจรภาคใต้ โดยเธอได้แสดงความเห็นและแนวทางแก้ปัญหาชายแดนใต้ผ่านกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญโดยประชาชน เพื่อให้รัฐมีความแยกย่อย ยืดหยุ่น หรือมีอำนาจอธิปไตยที่จะโอบรับความแตกต่างหลากหลายทางการเมือง สังคม และวัฒนธรรมได้

ต่อมาทรงกลด จำเลยในคดีได้โพสต์ข้อความและไลฟ์สดในเฟซบุ๊กส่วนตัวในช่วงเดือนตุลาคม 2562ที่มีลักษณะใส่ความชลิตา ภายหลังชลิตาจึงได้ยื่นฟ้องทรงกลดรวม 4 กรรมจากทั้งโพสต์ข้อความและไลฟ์สดของเขา

โพสต์ของทรงกลดมีถ้อยคำ อาทิ “ยุยง ปลุกปั่นประชาชน แยกดินแดน ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 1”, “กล่าวเพื่อให้มีการแบ่งแยกรัฐหรือประเทศไทยออก หรือสนับสนุนให้มีการแบ่งแยกดินแดน หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ อันเป็นความผิดต่อกฎหมายของประเทศ และเป็นการเติมเชื้อไฟให้แก่สถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนอย่างปฏิเสธไม่ได้”, “แม่พิมพ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีแนวคิดกบฏ แยกดินแดน แล้วลูกศิษย์ลูกหา นิสิตจะเป็นอย่างไร” “นางชลิตานี่ เอาผลประโยชน์การเมืองของตัวเองไปแลกกับผลประโยชน์ของชาติของประเทศ” “ประเทศไทยพังพินาศ เพียงเพราะคำพูดของอาจารย์ชลิตาเท่านั้น” “อีนังกบฏ” “อีนังชลิตา มึงต้องเจอกู อีสัตว์” “มึงอ้างงานวิจัย อยู่นห้องแอร์ อีควาย” “การแอบอ้างเสรีภาพทางวิชาการเพื่อแยกแผ่นดินนั้น ควรถูกตัดหัวเสียบประจาน จริงมั้ย ชลิตา” ฯลฯ

ชลิตาระบุในคำฟ้องอีกว่า จากการที่จำเลยโพสต์และไลฟ์สดด้วยถ้อยคำเหล่านี้ ทำให้บุคคลที่สามที่เพื่อนในเฟซบุ๊กของจำเลยหลงเชื่อและเขียนข้อความด้วยความดูหมิ่น เกลียดชัง และด่าทอโจทก์ด้วยถ้อยคำหยาบคายจำนวนมาก นอกจากนั้น ในการไลฟ์สดของจำเลยข้างต้นยังเกิดขึ้นในระหว่างที่จำเลยเดินทางมายื่นหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อโจทก์ รวมทั้งเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยพักงานและระงับการขึ้นเงินเดือนหรือเลื่อนตำแหน่งแก่โจทก์ในระหว่างการสอบสวนด้วย

ทั้งนี้ ในทางพิจารณาฝ่ายจำเลยได้เบิกความต่อศาลให้การปฏิสธว่าไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องของโจทก์ โดยจำเลยมีเจตนาจะปกป้องการล้มล้างบทบัญญัติรัฐธรรมนูญตามมาตรา 1 และมีเจตนาป้องกันมิให้โจทก์กับพวกปลุกระดมเพื่อแบ่งแยกราชอาณาจักร ล้มล้างการปกครอง และมีเจตนาให้โจทก์ยุติการกระทำ ยุยง ปลุกปั่น ในพื้นที่อ่อนไหวที่มีขบวนการแบ่งแยกดินแดนก่อการร้าย

ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าว่าจำเลยกระทำความผิดใน 2 กรรมที่เป็นการใส่ความว่าโจทย์ยุยง ปลุกปั่น แบ่งแยกดินแดนและต่างวาระกัน ซึ่งทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ให้ลงโทษจำเลยใน 2 กรรม ให้จำคุกกรรมละ 6 เดือน รวม 12เดือน และปรับเงินกรรมละ 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 100,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปีเนื่องจากทรงกลดไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับมาเป็นพลเมืองดีและจำเลยลบข้อความหรือคลิปไลฟ์สดที่มีข้อความหรือคำพูดหมิ่นประมาทชลิตา แต่ในส่วนการด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายหรือการวิจารณ์การวิจัยหรือข้อเสนอทางวิชาการของโจทก์ยังไม่ถือเป็นความผิดตามฟ้อง

หลังอ่านคำพิพากษาจบ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวจำเลยไปยังห้องขังใต้ถุนศาลระหว่างรอดำเนินการเสียค่าปรับ

ก่อนหน้านี้เมื่อ 17 มี.ค.2563 ศาลชั้นต้นเคยมีคำพิพากษาไม่รับฟ้อง ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องเพราะไม่มีมูลตามฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ แสดงความเห็นโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม อันเป็นวิสัยของประชาชนเพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญ ย่อมมีสิทธิกระทำได้ แม้จะเป็นถ้อยคำที่รุนแรงไปบ้าง อย่างไรก็ดี ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษากลับ โดยเห็นว่าการกระทำของจำเลยกระทบต่อเกียรติ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสถานะในทางสังคมของโจทก์ ศาลอุทธรณ์จึงให้ประทับรับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์