‘ไทยสร้างไทย’ เปิดตัว ‘ศิธา’ ชิงผู้ว่าฯ กทม. พร้อม 50 ส.ก. ชูจุดเด่นประสบการณ์-นโยบายคืนอำนาจคนกรุง

"ไทยสร้างไทย" นำโดย ‘สุดารัตน์’ เปิดตัว "น.ต.ศิธา ทิวารี" สู้ศึกผู้ว่า กทม. พร้อมเปิดตัว 50 ส.ก. ชูจุดเด่นประสบการณ์ทำงานและนโยบาย 3P คืนอำนาจให้คนกรุงมีส่วนร่วม ลั่นทำกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นเมืองที่โลกยอมรับ

 

30 มี.ค. 65 สำนักข่าว The Reporters และ The Standard ถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ‘เฟซบุ๊ก’ วันนี้ (31 มี.ค.) ที่โกดังสเตเดียม เกษมราษฎร์ คลองเตย พรรคไทยสร้างไทย นำโดย สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรค เปิดตัว น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย เป็นว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมประกาศส่ง สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ลงครบ 50 เขต 

น.ต. ศิธา ทิวารี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

“ม้านอกสายตา” ที่ไม่เคยยอมแพ้

น.ต.ศิธา ขึ้นเวทีเปิดใจหลังได้รับความไว้วางใจจากพรรคไทยสร้างไทย เป็นตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยว่า เมื่อ 22 ปีที่แล้ว ตนเคยลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งแรกที่เขตคลองเตย และครั้งนั้นถูกมองว่าเป็น “ม้านอกสายตา” เนื่องจากคู่แข่งที่ลงสมัคร ส.ส. ในเขตเดียวกัน คือ “คุณอาณัฐชัย รัตตกุล” อดีต ส.ส. 3 สมัย จากพรรคประชาธิปัตย์ เป็นทั้งลูกชายของ “ท่านพิชัย รัตตกุล” อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นทั้งน้องชายของ “ดร.พิจิตต รัตตกุล” อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 

แม้รู้ว่าเป็นรอง แต่ตนเป็นคนไม่ยอมแพ้ ไม่ท้อถอย ชัดเจน จริงจัง เข้มแข็ง และสู้ในสนามเลือกตั้งถึงวินาทีสุดท้าย จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทนของชาวคลองเตย มีโอกาสทำงานในพื้นที่ เข้าไปช่วยแก้ปัญหา และลงไปอยู่กับพี่น้องประชาชน จนนำมาสู่การได้รับความไว้วางใจ ให้เป็นผู้แทนราษฎรถึง 2 สมัยติดต่อกัน

ต่อมา เมื่อพ้นจากการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองหลังพรรคที่สังกัดในเวลานั้นถูกยุบ ก็ได้รับการชักชวนจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งเป็นนักการเมืองที่ตนเคารพ และเป็นต้นแบบในการทำงานให้มาร่วมสร้างพรรค "สร้างประเทศไทยที่ดีที่สุดให้กับลูกหลานทุกคน” พาประเทศไทยออกจากวิกฤต การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่ถาโถมเข้ามา 

น.ต. ศิธา ทิวารี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

ในวันนี้เป็นอีกก้าวย่างสำคัญของชีวิต ที่ได้รับความไว้วางใจจากพรรคไทยสร้างไทย ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงขอใช้ศักยภาพทั้งหมดที่มี สร้างกรุงเทพฯ ที่ดีที่สุดให้กับทุกคน ทำให้สุดความสามารถ เพื่อจะได้ตอบกับลูกหลานอย่างภาคภูมิใจว่า “พ่อได้ทำดีที่สุด พ่อจะเป็น “นั่งร้าน” ให้คนรุ่นลูกรุ่นหลาน ร่วมสร้างอนาคตประเทศไทย สร้างอนาคตของกรุงเทพฯ เพื่อทุกคน ซึ่งมั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ “สู้ได้ และจะสู้ให้สมศักดิ์ศรี” เป็นทางเลือกใหม่ที่ดีที่สุดให้แก่ คน กทม.ทุกคน 

ศิธา ระบุด้วยว่า เมื่อมองดู “กรุงเทพมหานคร” แล้วเปรียบเสมือน “ประเทศไทยย่อส่วน” ที่การจัดวางสำนัก กรม กอง ไม่ต่างกับกระทรวง ทบวง กรม ของรัฐบาลกลาง ซึ่งส่วนตัวเคยรับข้าราชการ และเป็นข้าราชการการเมืองมาก่อน มีโอกาสรับผิดชอบดูแลในหลายด้าน โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร ทำให้รู้ว่านอกจากจะต้องใช้กลไกของ กทม.ทั้ง 50 เขตแล้ว จะต้องอาศัยความร่วมมือกับจังหวัดรอบข้างด้วย ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืนได้

ศิธา กล่าวเพิ่มเติมว่า ความเป็นผู้นำของผู้ว่า กทม.มีความสำคัญ เพราะต้องไปประสานความร่วมมือกับจังหวัดรอบข้าง และรัฐบาลกลางให้ได้ ดังนั้น ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

"ผมจะมือประสานที่ดี บริหารให้เป็น เข้าใจโลกและรู้คุณค่าของประชาชน เพื่อสร้างกรุงเทพฯ ที่ดีที่สุด กรุงเทพฯ จะต้องเป็นมหานครของโลก โดยการติดปีกให้คนกรุงเทพฯ และผมจะร่วมกับพี่น้องประชาชนทุกคน สร้างลูกหลานของเรา ให้เป็น Global Citizen (ผู้สื่อข่าว - พลเมืองโลก) ผมจะขอทำในสิ่งที่ผู้ว่ากรุงเทพฯ คนอื่นไม่เคยทำ" น.ต.ศิธา กล่าว 

คืนอำนาจให้คนกรุง

ศิธา แสดงวิสัยทัศน์บนเวที เปิดตัวนโยบายหลักในการแก้ปัญหาให้กับ กทม. จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม หรือ 3P “People Profit Planet” เพื่อยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็น “มหานครของโลก ที่คนทั่วโลกยอมรับ”

น.ต. ศิธา ทิวารี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

สำหรับ "People" (ประชาชน) การสร้างเมืองแห่งโอกาสให้ชาวกรุงเทพฯ โดยตนจะเป็นผู้ว่าฯคนแรกที่ให้อำนาจชาวกรุงเทพทุกคน มีส่วนร่วมในการบริหารและตรวจสอบการใช้งบประมาณ กทม. ด้วยสภาชุมชน (Community Council) เพื่อกำจัดคอรัปชัน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ กทม.ด้วยระบบกระจายอำนาจการตรวจสอบ (Decentralized Autonomous Organizatiom : DAO) ด้วยเทคโนโลยี Blockchain โดยประเมินความสามารถของทุกหน่วยงานของ กทม. จะใช้ Bangkok Coin ให้รางวัลจูงใจในการสร้างการมีส่วนร่วมของคน กทม. เพื่อให้เป็น Active Citizen พัฒนาโรงเรียนรัฐให้ทัดเทียม

ศิธา กล่าวต่อว่า ที่สำคัญที่สุด ตนจะลงทุนกับการสร้างคนให้มากที่สุด โดยตนจะทำโรงเรียนสังกัด กทม.ให้มี “มาตรฐาน” ทัดเทียมกัน “ความเป็นเลิศทางการศึกษา” ต้องไปพร้อมกันทุกโรงเรียน ตนจะช่วยกันเปลี่ยนโรงเรียนจากเดิม “สอนเด็กให้อยู่ในระบบ ไม่ต่างจากหุ่นยนต์” ให้เด็กสามารถ “คิดเป็น และค้นพบความต้องการของตัวเอง” โดยครู จะเป็น Facilitator (ผู้สื่อข่าว - ผู้อำนวยความสะดวก) ไม่ใช่เป็นแค่ผู้ป้อนความรู้ ถ้าหากตนเป็นผู้ว่า กทม. โรงเรียนที่ดีที่สุด คือ โรงเรียนที่ใกล้บ้านที่สุด เพราะมาตรฐานของทุกโรงเรียนเท่ากัน ไม่อยากให้เด็ก กทม.ต้องโตในรถ ต้องเจอรถติด เพื่อไปเรียนที่โรงเรียนชื่อดัง 

สร้างกองทุนเครดิต ปชช. แก้หนี้นอกระบบ

สำหรับ Profit (รายได้) สร้างมหานครแห่งความมั่งคั่ง เพื่อ Take off กรุงเทพฯ โดยตนจะนำร่องกองทุนเครดิตประชาชน ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรคไทยสร้างไทย เพื่อล้างหนี้นอกระบบ ให้ทุกคนตั้งตัวได้ ประชาชน “คนตัวเล็ก” ไม่ต้องกู้หนี้นอกระบบในอัตราดอกเบี้ยแสนโหด จากร้อยละ 20 ต่อเดือน ให้สามารถกู้ได้ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 1 ต่อเดือน สร้าง Bangkok Creative City ใช้วัฒนธรรมนำเศรษฐกิจ จัดอีเวนต์สร้างรายได้ให้ทุกเขตทุกเดือนทั่วกรุงเทพ สร้างเมืองหลวง ‘Street Food’ ของโลก อาหารสะอาด รสชาติอร่อย สร้างที่ค้าขาย ทุกเขตทั่วกทม. 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งแก้ปัญหาส่วยหาบเร่แผงลอย ด้วย ‘DAO’ และกลไกสภาชุมชน สร้างกรุงเทพฯ ให้เป็น New Economy Hub บ่มเพาะเด็กกรุงเทพฯ ให้เป็น ‘nano entrepreneur’ ด้วยการสนับสนุนเงินลงทุนและให้ความรู้ ควบคู่ไปกับการสร้าง ‘ecosystem’ ของกรุงเทพฯ ให้เป็นออฟฟิศดึงดูดคนเก่ง และนักลงทุนจากทั่วโลก

"Planet" แก้ปัญมลพิษ-ขยะ เพิ่มที่ออกกำลังกาย 

สร้างคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน บอกลาน้ำรอระบาย ด้วยแพกเกจแก้น้ำท่วมก่อนกรุงเทพจมบาดาล ลดมลพิษ ลดฝุ่น PM2.5 โดยห้ามรถที่ปล่อยควันเสียวิ่งใน กทม. ควบคุมการก่อสร้าง เร่งปลูกต้นไม้ ผลักดันรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดย กทม.สนับสนุนการตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าในทุกเขต สร้างเมืองสุขภาพดี เพิ่มสถานที่ออกกำลังกายตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ แจกสายรัดข้อมืออัจฉริยะ ส่งเสริมคน กทม.ให้ออกกำลังกาย คนกรุงเทพฯ ต้องไม่ตายผ่อนส่งจากโรคมะเร็ง ต้องกินอาหารที่ปลอดภัย ปลอดสารพิษ โดยการตรวจอย่างเคร่งครัด เพิ่มพื้นที่สีเขียว จาก 6.97 ตารางเมตร (ตร.ม.) ต่อคน เป็น 9.0 ตร.ม. ต่อคน ตามมาตรฐานนานาชาติ พร้อมปูพรมบริหารจัดการขยะ ซึ่งตนจะขอทุบทำลายทุกปัญหา ให้พี่น้องคนกรุงเทพฯ จะไม่แก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก ไม่เกี้ยเซี้ยปล่อยให้มีการแสวงหาประโยชน์ใน กทม. เป็นสมบัติผลัดกันชม เราจะทุบหม้อข้าวผู้ที่หาผลประโยชน์ทางการเมือง ในหน่วยงานต่างๆ ที่เอื้อประโยชน์ให้เกิดการทุจริต 

น.ต. ศิธา ทิวารี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. (ซ้าย) และ สุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ ประธานพรรคไทยสร้างไทย (ขวา)

"พรรคไทยสร้างไทย ผม และผู้สมัคร ส.ก.ทุกคนมีความตั้งใจ มีความพร้อมที่จะสร้างกรุงเทพฯ ที่ดีที่สุดร่วมกับพี่น้องชาว กทม. ผมเป็นคนของประชาชนมาทั้งชีวิต รู้ปัญหาต่างๆ ของประชาชน เข้าใจและรู้คุณค่าของประชาชน ดังนั้น เราจะมาร่วมกันสร้างกรุงเทพให้เป็นมหานครของโลกที่ทุกคนยอมรับ ด้วยการติดปีกให้คนกรุงเทพฯ และสร้างลูกหลานของเรา ให้เป็น Global Citizen โดยผมจะทำในสิ่งที่ผู้ว่า กทม. ไม่เคยทำ" น.ต.ศิธา กล่าว

ขณะเดียวกัน ศิธา  ประกาศเปิดกองอำนวยการการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พรรคไทยสร้างไทย โดยมีนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และ ส.ก.  ดร.โภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย เป็นผู้อำนวยการนโยบายพัฒนา กทม. และนายสุธา ชันแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่ภาค กทม. 

ย้ำจุดแข็งประสบการณ์ ชูนโยบายคืนอำนาจให้คน กทม.

น.ต.ศิธา ทิวารี ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนหลังขึ้นเวทีเปิดตัวผู้ว่าฯ กทม. วันนี้ (30 มี.ค.) ระบุว่า การสู้ซึกเลือกตั้งครั้งนี้ ตนจะทำในสิ่งที่ผู้ว่าฯ กทม.ไม่เคยทำมาก่อน คือ การคืนอำนาจให้กับประชาชน และจะสู้กับประเด็นปัญหาทุกเรื่อง พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนและข้าราชการร่วมกันส่งปัญหาร้องเรียนมาให้

น.ต. ศิธา ทิวารี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ขณะให้สัมภาษณ์กับสื่อหลังงานเปิดตัวเสร็จสิ้น

“ผมสู้เพื่อหวังชนะ … ถ้าท่านเลือกผม ผมจะเข้าไปแก้ปัญหาได้ทันที แต่ถ้าท่านเลือกคนอื่น ผมไม่ทราบว่าจะรู้ในสิ่งที่เราจะทำหรือไม่ และผมจะใช้เวลา 50 วัน นำเสนอ จนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง ผมจะทำให้เต็มที่” ศิธา กล่าว 

ศิธา กล่าวต่อว่า จุดเด่นของตนคือประสบการณ์ เพราะหลังรับราชการทหาร และผันตัวมาทำงานด้านการเมือง ปีแรกได้ทำงานเป็นเลขาฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และเป็นโฆษกรัฐบาล ต่อมาได้มาเป็นรองเลขาฯ นายกรัฐมนตรี และเป็นเลขาฯ ช่วยสุดารัตน์ สมัยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตอนที่สุดารัตน์ทำงานเรื่องน้ำท่วม ตนได้เข้าไปช่วยทำงานในประเด็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบ ดังนั้น ตัวเขามีความเข้าใจการทำงานภาครัฐ รู้หน้าที่ข้าราชการ รู้การจัดระเบียบกระทรวง ทบวง กรม และอื่นๆ 

ศิธา กล่าวถึงการเลือกตั้ง ส.ก.ว่า ทางพรรคได้ตัวผู้สมัครดีๆ จำนวนมาก มีทั้งคนที่ทำงานในพื้นที่อย่างจริงจัง และมีคนรุ่นใหม่ แต่จะสอบผ่านจำนวนเท่าไร ยังไม่ทราบ แต่อยากได้ครบทุกเขตอยู่แล้ว แต่ว่าจะได้เท่าไร ‘วันแมนวันโหวต’ (No Man One Vote) ขอให้ประชาชนเป็นผู้เลือก และจะสู้อย่างสมศักดิ์ศรี

ด้านสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อ กล่าวเสริมนโยบายคืนอำนาจให้คนกรุงว่า ประชาชน กทม. จะเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดสรรงบฯ ตรวจสอบการใช้งบฯ หากไทยสร้างไทย ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ จะมีตั้งสภาชุมชนทุกหมู่บ้าน ซึ่งเปิดโอกาสให้ประชาชนมาร่วมหารือด้านนโยบายกับผู้ว่าฯ กทม. และใช้ระบบเทคโนโลยี 'DAO' มาช่วยให้เกิดความโปร่งใส 

น.ต. ศิธา ทิวารี ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.

สุดารัตน์ กล่าวด้วยว่า พรุ่งนี้ซึ่งเป็นวันรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ทีมผู้บริหารไทยสร้างไทย จะไปร่วมให้กำลังใจนายศิธา ตั้งแต่เวลา 7.30 น. 

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า แม้ว่าจะเป็นสนามเลือกตั้งสนามแรกของพรรคฯ แต่ตนมั่นใจว่าแม้จะเป็นพรรคใหม่ แต่หัวใจเต็มร้อย พร้อมเชื่อมั่นด้วยว่า ประสบการณ์ของตัวเองที่เป็น ส.ส.ในเขต กทม. มา 30 ปี ร่วมกับศิธา ซึ่งเป็น ส.ส. ในเขต กทม. อีก 22 ปี จะทำให้เข้าใจปัญหาของคนกรุงอย่างแท้จริง และมองว่า กทม. ต้องการคนที่เข้าใจปัญหาจริงๆ มาทำงานบริหาร 

“การมีผู้สมัครเยอะเป็นเรื่องที่ดี และดีเอ็นเอของเราคือชอบความท้าทาย งานง่ายไม่เคยทำ ทำแต่งานยาก และทำให้สำเร็จ ในเมื่อใจเราตั้งใจทำเพื่อคนกรุงเทพฯ อุปสรรคเยอะแค่ไหน เราไม่ท้อ และเราเป็นนักสู้” สุดารัตน์ กล่าว พร้อมระบุว่า พรรคไทยสร้างไทย ส่ง ส.ก.ทุกเขต พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนเลือก ส.ก.พรรคไทยสร้างไทย เพื่อให้ผู้ว่าทำงานง่ายยิ่งขึ้น 

ทั้งนี้ การลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการและการจับเบอร์ในวันพรุ่งนี้ (31 มี.ค.) ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์