Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

หลัง Al Jazeera เผยแพร่สารคดีชีวิตของ พล.ต.ต.ปวีณ ระบุมีกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในไทยขวางกระบวนการการสืบสวนสอบสวนจนเจ้าตัวต้องลี้ภัยนั้น 'ประวิตร' ปัดสั่งคนสนิทโทรล็อบบี้ ให้ พล.ท.มนัส ได้ประกันตัว โฆษกตร.ยันไร้แทรกแซง หวั่นกระทบความเชื่อมั่นนานาชาติ 'กลาโหม' โต้กล่าวหาเชื่อมโยงพาดพิงเรื่องค้ามนุษย์ทั้งที่ไม่มีหลักฐาน ไม่เป็นประโยชน์กับประเทศในภาพรวม

25 เม.ย.2565 หลังจากเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา สำนักข่าว Al Jazeera เผยแพร่สารคดีชีวิตของ พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 และหัวหน้าทีมสืบสวนคดีค้ามนุษย์ ปัจจบันเป็นผู้ลี้ภัยอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย ที่มีการระบุถึงกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจในประเทศไทยเข้ามาขัดขวางกระบวนการการสืบสวนสอบสวนจนเจ้าตัวต้องลี้ภัยนั้น

ประวิตร ปัดสั่งคนสนิทโทรล็อบบี้ ให้ พล.ท.มนัส ได้ประกันตัว

ทั้งนี้บุคคลสำคัญที่ พล.ต.ต.ปวีณ ระบุในสารคดี คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งคนสนิท ให้โทรศัพท์มาหา เพื่อขอให้ พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์ ได้ประกันตัว หลังเข้ามอบตัว ล่าสุด ข่าวสดออนไลน์ รายงานว่า พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า จะให้ทางตำรวจชี้แจงกรณีนี้

โฆษณา - Advertising

ต่อคำถามที่ว่า ไม่ได้สั่งให้คนสนิท โทรศัพท์ไปหา พล.ต.ต.ปวีณ เพื่อขอให้ พล.ท.มนัส ได้ประกันตัวใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “โอ้ย ไม่มีหรอก” ก่อนจะวางสายไป

โฆษกตร. ยันไร้แทรกแซง หวั่นกระทบความเชื่อมั่นนานาชาติ

ขณะที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น มติชนออนไลน์ รายงานว่า พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการเผยแพร่คลิปของสำนักข่าวแห่งหนึ่งซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับคดีค้ามนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2558 และได้มีการชี้แจงไปแล้วหลายครั้งนั้น

คดีดังกล่าวนี้ เป็นคดีความผิดซึ่งมีโทษตามกฎหมายไทย ได้กระทำลงนอกราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 ให้อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ซึ่งในการทำงานนั้น เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องจากหลายหน่วยงาน ได้เข้ามาร่วมบูรณาการปฏิบัติหน้าที่ตามความรับผิดชอบอย่างเต็มกำลังความสามารถ

โดยคณะทำงานในคดีนี้ ได้ดำเนินการสืบสวน สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานอย่างละเอียดรอบคอบ จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 153 หมายจับ จับกุมได้แล้ว 122 ราย หลบหนี 31 ราย ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง เช่น พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก และอดีตผู้ต้องขังคดีค้ามนุษย์โรฮีนจา ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิด ยืนยันไม่มีการละเว้น ไม่มีการแทรกแซงจากรัฐบาลหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง มีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม

ในชั้นศาลมีการพิจารณาคดีแล้วจำนวน 116 ราย ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ 75 ราย (มากที่สุด 1626 ปี) และบางส่วนดำเนินการถึงชั้นศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาแล้ว โดยมีผู้ต้องหาเสียชีวิตระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาลจำนวน 4 ราย รวมถึง พล.ท.มนัส ซึ่งเสียชีวิตในเรือนจำ แสดงให้เห็นได้ว่า แม้ผู้กระทำผิดจะมีตำแหน่งหน้าที่หรือฐานะทางสังคมอย่างไร ก็ได้ถูกดำเนินตามการกฎหมายอย่างไม่มีการละเว้น

ขอวอนให้พี่น้องประชาชนได้ดูถึง “ผลลัพธ์ของการดำเนินคดีอย่างเป็นรูปธรรม” จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหากว่า 150 คน รวมถึงผู้ต้องหาบางรายที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง นำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมจนศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยบางรายมากสุดถึง 1,626 ปี

พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) ประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีนี้และสถานการณ์การค้ามนุษย์โดยรวมในประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ ซึ่งหากมีความคืบหน้าในการติดตามผลอย่างไร จะเรียนให้สื่อมวลชนทราบต่อไป

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการปฏิบัติตามนโยบายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นนโยบายหลักและสำคัญของประเทศ โดยรัฐบาลได้มุ่งเน้นการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง หากพี่น้องประชาชนท่านใดพบเบาะแสเกี่ยวกับขบวนการค้ามนุษย์ ขอให้ท่านรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้ท่าน หรือโทรสายด่วน 191 หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

'กลาโหม' โต้กล่าวหาเชื่อมโยงพาดพิงเรื่องค้ามนุษย์ทั้งที่ไม่มีหลักฐาน ไม่เป็นประโยชน์กับประเทศในภาพรวม

อีกองค์กรที่ถูกพาดพิงคือ กระทรวงกลาโหม เหตุ ทหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ โพสต์ทูเดย์ รายงานว่า พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงฯ กล่าวว่า การพาดพิงดังกล่าวดูจะไม่ให้ความยุติธรรมกับกำลังทหารและกองทัพในภาพรวม ซึ่งที่ผ่านมา กองทัพได้เข้าสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลอย่างแข็งขัน ในการแก้ปัญหาสำคัญๆที่เป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะ การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นปัญหาที่สั่งสมมาต่อเนื่องยาวนานในหลายรัฐบาลที่ผ่านมา

ยืนยันว่า กระทรวงกลาโหม สนับสนุนรัฐบาลในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างแข็งขัน และมีนโยบายชัดเจนห้ามกำลังพลเข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ หรือ สิ่งผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด ซึ่งผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นต้องกำกับดูแลกำลังพล หากปรากฏพบการกระทำผิดของกำลังพล ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล ที่ต้องสอบสวนเอาผิดทั้งทางวินัยและอาญาให้ถึงที่สุด โดยให้สืบเชื่อมโยงกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่มีการปกป้องหรือยกเว้นเป็นเด็ดขาด และ กระทรวงกลาโหมจะไม่เก็บคนเหล่านี้ไว้ในกองทัพ ให้เกิดความเสื่อมเสียกับองค์กรและประเทศชาติ

สำหรับคดีการจับกุม พล.ท.มนัส คงแป้น ในข้อหาค้ามนุษย์ที่ผ่านมา เป็นการยืนยันถึงความจริงใจในการบังคับใช้กฎหมายแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ในสมัยยุครัฐบาล คสช. โดยมีการทำงานร่วมกับภาคประชาสังคมและองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งหากมีการช่วยเหลือ แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมและปกป้องกันจริง พล.ท.มนัส คงไม่ติดคุกและได้รับการประกันตัว ซึ่งขณะนี้ความคืบหน้าคดีมีการสืบสวนออกหมายจับแล้ว 153 หมาย มีผู้ต้องหาถูกจับกุมแล้วกว่า 120 ราย

การกล่าวหาเชื่อมโยงพาดพิง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นแกนหลักระดับนโยบายของรัฐบาล ในการนำและขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจังที่ผ่านมา จนสถานภาพและปัญหาการค้ามนุษย์ของประเทศไทยดีขึ้นตามลำดับ โดยการกล่าวหาที่ไม่มีข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์ จะเป็นการสร้างความสับสนกับสังคมและต่างประเทศ ซึ่งไม่เป็นผลดีกับการประเมินสถานภาพการจัดอันดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทยที่จะมีขึ้น และจะกระทบต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติในภาพรวม

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising