สภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบรายงานศึกษาผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยอย่างยั่งยืน

มติสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบรายงานผลการพิจารณาศึกษาผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยอย่างยั่งยืน ของ กมธ.การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติฯ สผ. แนะเสริมกลไกของภาครัฐเร่งบรรเทาปัญหาให้ทันท่วงที 

สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 2565 ว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง เป็นประธานการประชุม มีมติเห็นชอบรายงานผลการพิจารณาศึกษาผลกระทบและแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเสร็จแล้ว ด้วยคะแนนเสียง 294 เสียง ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง 1 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 2 เสียง พร้อมด้วยกับข้อสังเกตของ กมธ. โดยหลังจากนี้จะนำเสนอรายงานไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

สำหรับผลการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว กมธ.พบว่า ประชาชนที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งยังไม่ได้รับการป้องกันและแก้ไขปัญหาทันท่วงที โดยปกติต้องใช้เวลาประมาณ 1-3 ปี ในการที่จะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบตั้งงบประมาณมาดำเนินการได้ ซึ่งในช่วงเวลานั้นสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งก็อาจเปลี่ยนแปลงไป หรือลุกลามส่งผลกระทบที่รุนแรงขึ้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเสริมกลไกของภาครัฐในการที่จะเข้าไปบรรเทาและเยียวยาปัญหาในระยะสั้น โดยกำหนดให้การกัดเซาะชายฝั่งเป็นภัยพิบัติที่สามารถให้จังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่สามารถใช้เงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับยั้งภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 มาบรรเทาปัญหา โดยใช้วิธีป้องกันปัญหาแบบชั่วคราวมาลดผลกระทบต่อประชาชนได้ทันที เพื่อรอการแก้ไขปัญหาอย่างถาวร ทั้งนี้ เมื่อประขาชนได้รับการบรรเทาเยียวยาแล้ว หน่วยงานที่รับผิดชอบจะมีเวลาในการศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน 

ซึ่ง กมธ.ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าว จึงเห็นควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน อาทิ เพิ่มคำนิยามการกัดเซาะชายฝั่งให้เป็นสาธารณภัย ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 และเป็นภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 เพื่อดำเนินการยับยั้ง ป้องกัน และบรรเทาความเสียหายที่เกิดแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยใช้หลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์พิจารณากรณีฉุกเฉิน เช่น กำหนดความเร็วลม ความสูงคลื่นจากกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นต้น และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ควรมีมาตรการรองรับ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่กรณีการกัดเซาะชายฝั่งมีลักษณะเกิดขึ้นชั่วคราวเป็นช่วงฤดูกาล โดยบูรณาการร่วมกับคณะอนุกรรมการบูรณาการด้านการจัดการการกัดเซาะชายฝั่งทะเล กำหนดรูปแบบที่เหมาะสมให้เป็นไปตามองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์