นักกฎหมายรวมตัวเรียกร้องศาลให้พิจารณาคดีตามหลักกฎหมาย คืนสิทธิประกันตัวนักโทษการเมือง

กลุ่มนักกฎหมายรวมตัวกันยื่นหนังสือเรียกร้องให้ศาลพิจารณาคดีตามกฎหมายและสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของนักโทษการเมืองเช่นในคดี ม.112 ที่ไม่ได้สิทธิประกันตัวตามกฎหมาย โดยที่ศาลไม่ได้คำนึงถึงสิทธิในรัฐธรรมนูญที่ผู้ถูกดำเนินคดีจะต้องได้รับการสันนิษฐานเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าคดีถึงที่สุด

27 ก.ค.2565 เวลา 11.00 น. ที่หน้าศาลฎีกา กลุ่มคณาจารย์ด้านกฎหมายจากหลายมหาวิทยาลัย นักกฎหมายคนทำงานด้านสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วยประชาชนจำนวนหนึ่งมารวมตัวกันยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงประธานศาลฎีกาเพื่อเรียกร้องให้ผู้ที่ทำงานผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะศาลพิจารณาคดีโดยคำนึงถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

นัทมน คงเจริญ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นตัวแทนกล่าวกับสื่อที่มารอทำข่าวว่า การพิจารณาคดีของศาลควรจะให้เหตุผลต่อสังคมได้มากกว่านี้ คำตอบที่ศาลให้มาสาธารณชนตัดสินได้ว่าถูกต้องหรือไม่ และที่ต้องมายื่นวันนี้พราะว่ากำลังจะเข้าสู่ช่วงหยุดยาวแต่ก็ยังมีผู้ต้องขังที่ไม่ได้รับสิทธิประกันตัว และยังมีข้อจำกัดเรื่องปัญหาสุขภาพของผู้ต้องขังที่ต้องกังวล

มุนินทร์ พงศาปาน

มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้ที่มาร่วมยื่นหนังสือถึงศาลฎีกาวันนี้ เขาได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวเมื่อถามว่าสถานการณ์การใช้กฎหมายของศาลที่ไม่เป็นไปตามหลักการทางกฎหมายต่อคดีการเมืองในปัจจุบันจะส่งผลกระทบต่อวงการนิติศาสตร์ของไทยอย่างไร

อดีตคณบดีนิติ มธ.ตอบว่าพวกเขาก็ตระหนักว่าผู้พิพากษาที่รับผิดชอบคดีก็มีดุลพินิจในการปรับใช้กฎหมาย แต่ด้วยสถานการณ์การใช้กฎหมายแบบที่เป็นอยู่นี้ถ้าเอามาถกเถียงกันในห้องเรียนว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เขาก็เชื่อว่าอาจารย์และนักศึกษาก็คงเห็นว่าคงไม่เหมือนกับที่มีการเรียนการสอนในห้องเรียน

“อยากให้ศาลลองคิดเหมือนตอนที่ตัวเองยังเป็นนักศึกษากฎหมายคิดจากมุมมองของคนที่เป็นกลางมากๆ ไม่ถูกกดดันหรือไม่ต้องคิดถึงปัจจัยอะไรเลย เพียงแต่พิจารณาบนหลักการของกฎหมายแล้วก็ตีความไปตามกฎหมาย เชื่อว่าถ้าศาลใช้กฎหมายเหมือนเป็นนักศึกษากฎหมายคำตอบที่ได้มาไม่น่าจะต่างจากนักวิชาการหรือนักศึกษาในห้องเรียน ผมคิดว่าข้อเรียกร้อง มันสอดคล้องกับหลักที่ควรจะเป็นจึงอยากให้ศาลตีความกฎหมายให้สอดคล้องกับแนวทางที่มันควรจะเป็น”

มุนินทร์ กล่าวต่ออีกว่า ถ้าเกิดศาลตัดสินผิดแปลกไปจากแนวทางที่มันควรจะเป็นมันจะสร้างบรรทัดฐานแบบอำนาจนิยมที่ศาลมองตัวเองว่ามีอำนาจในการตัดสินชี้ขาดอยากจะตัดสินแนวทางไหนก็ได้โดยไม่คำนึงหลักการหรือมาตรฐานที่ควรจะเป็น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อทางกลุ่มคณาจารย์เดินไปถึงศาลฎีกาแล้ว ทางศาลฎีกาส่งเจ้าหน้าที่สำนักงานประธานศาลฎีกามารับหนังสือแล้วกลับเข้าไปในอาคารศาลทันที

ประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมถือป้ายยกเลิกม.112 ที่หน้าศาลฎีกา

นอกจากการยื่นหนังสือแล้ววันนี้ยังมีประชาชนส่วนหนึ่งที่มาร่วมด้วยพร้อมกับมมีกิจกรรมแสดงป้ายเรียกร้องสิทธิประกันตัวให้ผู้ต้องขังคดีการเมือง เช่น เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง ณัฐนิช ดวงมุสิทธิ์ หรือใบปอ และคนอื่นๆ
 

จดหมายเปิดผนึกถึงประธานศาลฎีกา

เรื่อง ศาลต้องยึดมั่นหลักสันนิษฐานว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้บริสุทธิ์

เรียน ประธานศาลฎีกา

สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่สำคัญของระบบกฎหมายสมัยใหม่ประการหนึ่งก็คือ หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ (presumption of innocence) อันมีความหมายว่าเมื่อบุคคลใดถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิด ตราบเท่าที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลที่เป็นกลางและอิสระ ก็จะต้องสันนิษฐานไว้ในเบื้องต้นว่าบุคคลนั้นยังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่

หลักการดังกล่าวได้ทำให้ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมต้องให้ความสำคัญต่อการคุ้มครองบุคคลดังกล่าว ทั้งในด้านของการปล่อยตัวชั่วคราวอันเป็นที่ยึดถือกันว่าการปล่อยตัวต้องถือเป็นหลักการทั่วไป ขณะที่การควบคุมตัวเป็นข้อยกเว้นที่อำนาจของรัฐจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อมีความจำเป็นอย่างชัดเจนว่าการปล่อยตัวอาจจะทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่อาจดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการควบคุมตัวไว้ภายใต้อำนาจของรัฐส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบุคคลผู้ถูกกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นการถูกตัดขาดจากวิถีชีวิตในยามปกติ การทำงาน การศึกษา ความเป็นอยู่ในครอบครัว การแสวงหาความสุขตามที่พลเมืองแต่ละคนสามารถกระทำได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย การเข้าไปอยู่ภายใต้การคุมขังในเรือนจำอันเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า บุคคลต้องเผชิญกับความยากลำบากเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะในด้านของความปลอดภัยต่อชีวิต สุขภาพ อาหารการกิน ความเสี่ยงต่อโรคภัย ฯลฯ

ดังนั้น เมื่อจะมีการใช้อำนาจรัฐในการควบคุมตัวบุคคลผู้ถูกกล่าวหาซึ่งยังมีฐานะเป็นผู้บริสุทธิ์ จึงต้องเป็นมาตรการทางกฎหมายในสถานการณ์อันเป็นที่ประจักษ์ว่าไม่มีมาตรการอื่นใดที่จะนำมาใช้ได้

รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 29 วรรค 2 และวรรค 3 ได้บัญญัติรับรองสิทธิดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน ดังนี้

“ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจําเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคําพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้

“การควบคุมหรือคุมขังผู้ต้องหาหรือจําเลยให้กระทำได้เพียงเท่าที่จําเป็น เพื่อป้องกันมิให้มีการหลบหนี”

นอกจากนี้ในกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก็ได้มีการกำหนดหลักการและขั้นตอนสำหรับการขอปล่อยตัวชั่วคราว ที่ให้การคุ้มครองต่อผู้ถูกกล่าวในฐานะของผู้บริสุทธิ์ไว้เช่นเดียวกัน อันถือว่าเป็นการให้ความสำคัญต่อหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บริสุทธิ์

ที่ผ่านมา การปล่อยตัวบุคคลผู้ถูกกล่าวหาในระหว่างถูกดำเนินคดีก็เป็นสิ่งที่สามารถพบเห็นได้อย่างกว้างขวาง ดังจะพบว่ามีการให้ประกันตัวกับผู้ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยเกิดขึ้นในคดีจำนวนมาก แม้ว่าเป็นคดีที่มีความรุนแรงอย่างยิ่ง ดังเช่นคดีที่ผู้ชุมนุมบุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิ การบุกยึดทำเนียบรัฐบาล จำเลยที่เป็นแกนนำก็ล้วนได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หลายคดีแม้จะได้มีการตัดสินว่าจำเลยมีความผิดในศาลชั้นต้นหรืออุทธรณ์ ตราบที่คดียังไม่ถึงที่สุดบุคคลนั้นก็ยังดำรงสถานะของผู้บริสุทธิ์ และในหลายครั้งการปล่อยตัวชั่วคราวก็เกิดขึ้นแม้จะเป็นคดีที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชน ดังเช่นคดีของนักการเมืองที่ก่อคดีการล่วงละเมิดทางเพศต่อเนื่อง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีคดีอีกเป็นจำนวนมากที่สามารถนำมาเป็นตัวอย่าง เพื่อแสดงให้เห็นว่าได้ให้การคุ้มครองต่อผู้ถูกกล่าวหาในฐานะของผู้บริสุทธิ์นั้นเป็นบรรทัดฐานทั่วไป

อย่างไรก็ตาม มีคดีอีกกลุ่มหนึ่งที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้รับการคุ้มครองในฐานะผู้บริสุทธิ์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ดังจะพบว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมา การปล่อยตัวชั่วคราวสำหรับบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในข้อหาดังกล่าวเป็นไปอย่างยากลำบาก นับตั้งแต่การยื่นขอประกันที่ต้องดำเนินการหลายครั้ง เหตุผลในการพิจารณาให้ประกันตัวที่ทำให้เกิดคำถามติดตามมาอย่างกว้างขวาง การกำหนดเงื่อนไขในการขอประกันตัวที่จำกัดสิทธิเสรีภาพเป็นอย่างมาก

สิ่งที่พึงต้องตระหนักก็คือ บุคคลทั้งหมดนี้ยังคงอยู่ในสถานะของผู้ถูกกล่าวหาและยังไม่มีคำตัดสินจากศาลเกิดขึ้น ดังนั้น ก็ต้องถือว่าบุคคลทั้งหมดเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ต้องได้รับการคุ้มครองตามหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ อันเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย การควบคุมตัวบุคคลต้องเป็นไปเท่าที่เท่าจำเป็นเพื่อมิให้มีการหลบหนีเป็นสำคัญ การขยายเหตุผลในการควบคุมตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยให้กว้างขวางออกไปจนหาไร้ขอบเขตที่ชัดเจนนั้นย่อมเป็นการใช้อำนาจตุลากรที่ทำลายหลักการพื้นฐานของกฎหมาย ทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายอาญา กฎหมายระหว่างประเทศ และขัดต่อสำนึกแห่งความยุติธรรมของสาธารณชนอย่างรุนแรง

อำนาจตุลาการเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน และเป็นกลไกที่สำคัญในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในสังคมปัจจุบัน ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา การใช้ดุลพินิจในการตีความกฎหมายเพื่อจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ดังเช่นการพิจารณาการขอปล่อยตัวชั่วคราวนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตีความอย่างจำกัดและระมัดระวัง ดังที่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้ระบุไว้อย่างชัดแจ้งว่า “คำสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราวต้องแสดงเหตุผล...” ด้วยเหตุนี้เอง การใช้ดุลพินิจของศาลในการพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเกี่ยวกับการหลบหนีก็ดี การเข้ายุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานก็ดี การก่ออันตราย หรือการสร้างความลำบากให้พนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นเงื่อนไขแห่งการไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนั้น สมควรที่จะต้องชี้แจงพฤติการณ์ของจำเลยอย่างละเอียดและเป็นภววิสัยสำหรับสาธารณชนทั่วไป

ศาลพึงตระหนักด้วยว่าการใช้อำนาจของตุลาการจะเป็นที่ยอมรับก็ต่อเมื่อสามารถให้คำอธิบายอันเป็นเหตุเป็นผลในทางกฎหมาย มิฉะนั้น ตุลาการย่อมกลายเป็นปฏิปักษ์ต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างรุนแรง และเป็นการสั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่ออำนาจตุลาการไปพร้อมกัน

พวกเราจึงขอเรียกร้องให้ศาลซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจตุลาการให้ยึดถือหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในกระบวนการยุติธรรมตามที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยการพิจารณาการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหาต้องเป็นหลักการทั่วไป ขณะที่การควบคุมตัวต้องเป็นข้อยกเว้น โดยต้องมีความชัดเจนทั้งพยานหลักฐานและการให้เหตุผลของศาล

ด้วยความยึดมั่นต่อระบบกฎหมายและระบอบประชาธิปไตย

เครือข่ายนักกฎหมาย คณาจารย์นิติศาสตร์ นักวิชาการ ทนายความ และนักสิทธิมนุษยชน

27 กรกฎาคม 2565

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์