'ไทยสร้างไทย' เปิดตัวแพลตฟอร์ม #Citizen_Force หวังสร้างพลังการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน สร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับคนไทย ต่อยอดการทำนโยบายให้ตรงใจ และมีประสิทธิภาพสูงสุด
4 ก.ย. 2565 เพจพรรคไทยสร้างไทย รายงานว่า พรรคไทยสร้างไทย โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่าวัตถุประสงค์ในการใช้เทคโนโลยีของพรรคไทยสร้างไทยคือ การสร้างประชาธิปไตยโดยตรง (Direct democracy) เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิมีเสียงในการตัดสินใจที่สำคัญทางการเมือง ที่ไม่ใช่แค่เพียงวันกาบาทเลือกตั้งเพียงวันเดียว แต่ในทุกกระบวนการทางกฎหมาย และการตัดสินใจของรัฐบาลที่ส่งผลกระทบกับประชาชน ซึ่งหากพรรคไทยสร้างไทยเป็นรัฐบาล จะใช้เทคโนโลยี "Citizen Force" มาให้ประชาชนมีส่วนร่วมคัดสินใจทางการเมือง
นอกจากนี้ พรรคไทยสร้างไทย จะนำเทคโนโลยีมาเปลี่ยน เพื่อสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับคนไทย เช่นในด้านสาธารณสุข พรรคจะมีการต่อยอดจากโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เป็น โครงการ 30 บาทสุขภาพดีถ้วนหน้า พรรคจึงสร้างระบบ “#ไทยสร้างไทย_Digital_Health” เพื่อดูแลเรื่องการสร้างสุขภาพ และการรักษา โดยประชาชนสามารถเลือกโรงพยาบาลได้เอง สามารถนัดหมาย และพูดคุยกับหมอได้โดยไม่ต้องรอคิวนาน รวมถึงสามารถรับยาได้โดยไม่ต้องไปที่โรงพยาบาลเอง และที่สำคัญจะมีการเก็บข้อมูลทำระบบ Big Data เพื่อเตรียมพร้อมวางแผนการใช้งบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในด้านการรักษาพยาบาล และบริหารจัดการคุณภาพในการป้องกันโรคจากระบบ Big Data เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยของประชาชนให้ “แข็งแรงก่อนป่วย รวยก่อนแก่” เป็นผู้สูงอายุที่สุขภาพดี ซึ่งจะนำระบบ “ไทยสร้างไทย Digital Health” มาต่อยอดในโครงการบำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 บาทด้วย
นอกจากนั้น พรรคไทยสร้างไทย จะนำเทคโนโลยีมาเปลี่ยน ด้วยระบบ “ไทยสร้างไทย Digital Education” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยการนำครูผู้สอนที่เก่งๆ เช่นการค้าขายออนไลน์ตามกรุงเทพฯไปสู่ยอดดอย และตามพื้นที่ต่างๆของประเทศผ่านระบบ “ไทยสร้างไทย Digital Education” ซึ่งจะต่อยอดเป็น "Metaverse"ในอนาคต เพื่อทำให้เด็กนักเรียนสามารถสัมผัสประสบการณ์จริงกับครูผูเสอนที่มีความชำนาญในด้านต่างๆ ซึ่งสามารถลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้ในคุณภาพเดียวกัน จากครูผู้สอนที่เด็กนักเรียนต้องการอยากเรียนด้วย
จากนั้น ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ดร.เรือบิน หัวหน้าทีมดิจิทัล พรรคไทยสร้างไทย ได้แสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ "#ปลดล็อกประเทศไทยด้วยดิจิทัล" โดยกล่าวว่าการสร้างประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วมสูง ที่จะทำให้ผลของการใช้สิทธิออกเสียงเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงกับพี่น้องประชาชน มีปัจจัยที่สำคัญ 2 ประการ ประกอบด้วย
1.) การมีส่วนร่วมของประชาชนที่มากพอในแต่ละประเด็น
2.) การที่ประชาชนต้องรู้และเข้าใจในประเด็นต่าง ๆ ที่ต้องใช้สิทธิออกเสียง
จึงเป็นที่มาของการเปิดตัวแพล็ตฟอร์มเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน รองรับ Active Citizen ขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้พรรคไทยสร้างไทยเคยนำเสนอแนวคิดนี้ในช่วงที่มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เช่น การมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองและได้รับการตอบแทนเป็น Bangkok Token ที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ ทางพรรคจึงต่อยอดไปในระดับประเทศโดยใช้แพล็ตฟอร์ม "Citizen Force" ที่จะดึงพี่น้องประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ตั้งแต่การแจ้งปัญหาความเดือดร้อน การเสนอแนวทางการแก้ไข การร่วมคิดนโยบาย การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของพรรค หรือกลุ่มต่างๆ ที่รวมตัวกันทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคม จนไปถึงการเข้ามาอ่านข่าวสารความรู้และแบ่งปันข้อมูล ซึ่งจะทำให้พี่น้องประชาชนได้รับคะแนนการมีส่วนร่วม ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่างๆ ได้ในอนาคต สำหรับแพลตฟอร์มดังกล่าวจะเปิดให้ใช้กับเว็บไซต์ของพรรค รวมถึงกลุ่มต่างๆ ที่ขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ทางสังคม
“แม้วันนี้ตัวแทนของประชาชนในสภาส่วนใหญ่ จะยังไม่ได้ฟังเสียงประชาชน ดังที่เห็นได้จากการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจจากเสียงประชาชนทุกสำนัก ที่ผลออกมาตรงกันข้ามกับผลโหวตในสภา แต่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า หากประชาชนเลือกตัวแทนที่ใกล้ชิดกับประชาชน พร้อมฟังและทำเพื่อประชาชนเข้าไปในสภากันล้นหลาม ประโยชน์ของการมีส่วนร่วมของประชาชนนี้จะมากขึ้นอีก” ดร. ธรรม์ธีร์ กล่าวเสริม
เจตุบัญชา อํารุงจิตชัย รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย กล่าวสรุปว่าแนวคิดดังกล่าว เกิดจากการมองถึงหัวใจของปัญหาทางสังคม การแก้คอรัปชั่น การบริการพี่น้องประชาชน ความเท่าเทียมและความยุติธรรม การตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ จะทำให้ประชาชนมีความสนใจทางการเมืองมากขึ้น และหากเราปลดล็อกเรื่องดังกล่าวได้ ภาครัฐจะสามารถทำงานให้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำนโยบาย การใช้จ่ายงบประมาณ ที่มาจากภาษีของประชาชนก็จะมีประสิทธิภาพสูงสุด ตรงความต้องการและตอบโจทย์พี่น้องประชาชน และจะทำให้การจัดทำนโยบายของฝ่ายบริหารทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ที่สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาตรงจุด จนสามารถนำพาประเทศฝ่าวิกฤตได้ในที่สุด
ซัด 2 ป. มัวแต่แย่งอำนาจจนลืมปัญหาความเดือดร้อนประชาชน
สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น รายงานว่าพรรคไทยสร้างไทย จัดคาราวานไทยสร้างไทยลดค่าครองชีพ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรค พร้อมด้วยนายภัทร ภมรมนตรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยสร้างไทยเขตราชเทวี และคณะ จัดบริการแจกแว่นสายตาฟรี ตัดผมฟรี และนำข้าวสาร น้ำมันพืชมาจำหน่ายให้ประชาชนในราคาถูก ณ มัสยิดยามีอุคก็อรียะห์ (สุเหร่ากองอาสาจาม) เขตราชเทวี
ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การตั้งพรรคไทยสร้าง เป็นภารกิจสุดท้ายสุดของตนเองที่ต้องการสร้างพรรคเพื่อคนตัวเล็กให้หายจน หมดหนี้ซึ่งเป็นนโยบายพรรคสร้างไทย รวยก่อนแก่ สุขภาพต้องแข็งแรง พร้อมได้เน้นนโยบายบำนาญประชาชนเดือนละ 3,000 เพื่อให้ผู้สูงอายุมีเงินใช้ และลดภารลูกหลาน นโยบายด้านการศึกษา ให้เรียนฟรีจนจบ ป.ตรี ลดเวลาเรียน 3ปี ในคณะที่สามารถลดได้ เพราะสามารถหาความรู้ทางช่องทางออนไลน์ และนโยบาย 30 บาทสุขภาพดีถ้วนหน้า
คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวด้วยว่า ปัญหาของประเทศวันนี้ไม่ได้อยู่ที่ลุงตู่ จะอยู่ต่อ หรือลุงป้อมจะรักษาการหรือไม่ได้รักษาการ แต่วันนี้ปัญหาของประเทศอยู่ที่ปากท้องของประชาชน ดังนั้น จึงฝากรักษาการนายกรัฐมนตรีอย่ามัวแต่แย่งชิงอำนาจกันจนลืมดูแลพี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนและอยากให้ใส่ใจเรื่องการลดต้นทุนการผลิตสินค้าเพื่อลดครองครองชีพของประชาชนพร้อมขอเลิกอุ้มนายทุนพลังงาน
นอกจากนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้ ที่การเมืองมีการเปลี่ยนแปลงว่ายอมรับมีความไม่แน่นอน อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ แต่วันนี้ลุงตู่ต้องพยายามที่จะกลับเข้ามาอยู่ต่อ และลุงป้อมก็พยายามที่จะเป็นรักษาการนายกรัฐมนตรีต่อ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ผู้มีอำนาจจะรักษาอำนาจไว้
ส่วนที่ขณะนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาการแทนนายกรัฐมนตรี มีการปรับลุค และดูแข็งแรง เป็นเพราะเตรียมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคตหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ก็มีความเป็นไปได้ที่ พรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
ขณะที่ ความสัมพันธ์ของพี่น้อง 2 ป. ส่วนตัวไม่สามารถที่จะตอบแทนได้ ว่าพี่น้องจะสร้างดาวกันคนละดวงหรือไม่ ต้องไปถามเขาเอง ก็ไม่สามารถที่จะตอบได้ ขออนุญาต ตอบว่า “ไม่รู้ ไม่รู้” ซึ่งถือเป็นคำติดปากของพล.อ.ประวิตร
คุณหญิงสุดารัตน์ ยังมั่นใจว่า จะไม่มีการยุบสภาในช่วงนี้เพราะต่างฝ่ายต่างอยากรักษาอำนาจให้นานที่สุด และสถานการณ์การเมืองช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรที่จะต้องเป็นห่วงเพราะไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกครั้งงบประมาณปี 2566 ก็ผ่านแล้ว
ส่วนเรื่องการร่วมจับมือกับพรรคอื่นยอมรับว่ามีหลายพรรคติดต่อพูดคุยมานานแล้ว แต่ไม่เปิดเผยในรายละเอียดได้ว่าเป็นการควบรวมพรรคหรือการร่วมงานในลักษณะใดเพราะอยู่ระหว่างการตัดสินใจแล้วขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคซึ่งพรรคไทยสร้างไทยจะมีการประชุมใหญ่พักในวันที่ 9 เดือน 9 นี้ ที่อาจจะมีการหารือกันในเรื่องนี้แต่ส่วนตัว อยากจะดำเนินการตามแนวทางนโยบายของพรรคต่อ พร้อมอยากให้กำลังใจกับทุกพรรคที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานให้กับชาติบ้านเมือง
