Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สรุปเวทีประชันนโยบายสวัสดิการจาก 6 นักการเมืองหญิง โดยส่วนใหญ่เน้นนโยบายผู้สูงอายุ สิทธิสตรี ช่วยเหลือการเลี้ยงดูลูก และสนับสนุนด้านการศึกษา ส่วน รทสช. ร่วมเสนอจัดตั้งกองทุนแม่เลี้ยงเดี่ยว และ 'ข่มขืนเท่ากับประหารชีวิต'

  • ปชน. ชูเสาหลักเรื่องสวัสดิการจากครรภ์มารดา ถึงเชิงตะกอน หนุนสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
  • ประชาธิปัตย์ - นโยบายงบซ่อมบ้านผู้พิการ-ผู้สูงอายุ 5 หมื่นบาท หนุนสิทธิลาคลอด 6 เดือน-ฝ่ายสามีลาได้ 1 เดือน
  • เพื่อไทย ชูนโยบายสวัสดิการดูแลการตั้งครรภ์-การดูแลบุตร
  • ภท. ไม่เน้นเพิ่มเบี้ย แต่ขอลดค่าครองชีพ หนุนการจ้างงานผู้สูงอายุ
  • รสทช. เสนอตั้งกองทุนแม่เลี้ยงเดี่ยว สร้างโอกาสทางอาชีพ-การศึกษา
  • ไทยสร้างไทย เสนอแพกเกจนโยบาย ‘ดูแลคนไทยตั้งแต่เกิดจนชรา’

8 ม.ค. 2569 ยูทูบ matichon tv ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ (8 ม.ค.) ตั้งแต่เวลา 13.00-15.30 น. ที่อาคารข่าวสด เครือมติชน จัดเวทีดีเบต "Ladies in Politics: พลังสู่การเปลี่ยนแปลง" ประชันนโยบาย 6 นักการเมืองหญิง ก่อนการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งจะจัดในวันที่ 8 ก.พ. 2569 โดยมีผู้เข้าร่วมดังนี้ 

  1. ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน
  2. วิเวียน จุลมนต์ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์
  3. ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
  4. ร้อยตำรวจเอกหญิง อัยรดา บำรุงรักษ์ สส.เขตกรุงเทพฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ
  5. รัชดา ธนาดิเรก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย
  6. ตรัยฉัตร ธนสารไตรภพ กรรมการบริหารพรรค และรองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย 

ทั้งนี้ การดีเบตประชันวิสัยทัศน์ของพรรคการเมืองจะแบ่งออกเป็น 3 รอบใหญ่ ได้แก่ ช่วงแนะนำตัวและเสนอนโยบายพรรค ช่วงคีย์เวิร์ดที่จะให้ตัวแทนพรรคการเมืองสุ่มคีย์เวิร์ดและนำเสนอวิสัยทัศน์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ และช่วงสุดท้ายคือดีเบตตัวต่อตัว 

ปชน. เสนอ 3 เสาหลัก สวัสดิการจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน

‘ทนายแจม’ ศศินันท์ ธรรมนิบฺนันท์ ผู้สมัคร สส. กรุงเทพฯ เขต 11 พรรคประชาชน เป็นคนแรกที่ได้ลุกขึ้นพูด โดยเธอได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาคุณภาพชีวิต และการเมืองไทย 3 ด้าน ซึ่งมีที่มาจากปัญหาการคอร์รัปชัน ความเหลื่อมล้ำที่ขยายตัวมากขึ้น และความถดถอยทางด้านเศรษฐกิจไทย ดังนั้น เพื่อการเปลี่ยนผ่านสังคมไทย ปชน.จะมีนโยบาย 4 เสาหลัก ประกอบด้วย 

  • เสาหลักที่ 1 ประชาธิปไตยและความมั่นคง ทำให้กองทัพ “Lean and Smart” เป็นกองทัพที่ทันสมัย มีกฎหมายที่เท่าเทียมและเท่ากันสำหรับทุกคน
  • เสาหลักที่ 2 คือเรื่องเศรษฐกิจ เราต้องการให้ SME เติบโตได้ และมีการแข่งขันที่เป็นธรรม มีโมเดลเศรษฐกิจใหม่ที่ก้าวหน้า และเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงเปลี่ยนจากผู้ซื้อมาเป็นผู้ผลิตที่มีอำนาจต่อรองสูง
  • เสาหลักที่ 3 เรื่องสวัสดิการที่ดี ตั้งแต่ตั้งครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน สิ่งแวดล้อมที่ดี และสาธารณสุขที่ดี
  • เสาหลักที่ 4 ของการปฏิรูปรัฐให้ทันสมัย ให้เป็นรัฐแพลตฟอร์ม ลดความยุ่งยากของประชาชน ให้รัฐจากการกำกับดูแล ให้กลายเป็นรัฐที่ส่งเสริม และสนับสนุนประชาชน

ชงลาคลอด 6 เดือน สามารถแบ่งได้

ในด้านนโยบาย ศศินันท์ แสดงวิสัยทัศน์ด้วยว่า พรรคประชาชนสนับสนุนสิทธิลาคลอด 6 เดือน ซึ่งจะส่งผลดีในการพัฒนาประเทศ และจะสร้างแรงจูงใจให้คนอยากมีลูกเพิ่มขึ้น และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดต่ำ นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วยคือการทำความเข้าใจกับภาคเอกชน และสังคม ถึงความสำคัญของการลาคลอดเป็นระยะเวลา 6 เดือน เพื่อให้นโยบายสามารถบังคับใช้ได้จริง 

ศศินันท์ มองว่า การลาคลอดควรสามารถทำได้ทั้งคู่ทั้งหญิงและชาย เพราะการเลี้ยงดูบุตรไม่ใช่ภาระฝ่ายหญิงอย่างเดียว 

นอกจากนี้ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เสนอนโยบายว่า ภายในสถานประกอบการหรือชุมชนต้องมีห้องให้นมบุตร และต้องมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็กสำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไปจนถึง 2 ขวบ เนื่องจากเธอพบปัญหาช่องว่างว่า ศูนย์เด็กเล็กจะรับเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน แต่ในช่วงระหว่าง 6 เดือน จนถึง 2 ขวบ (วัยเข้าเรียนอนุบาล) ยังมีช่องว่างอยู่ทางพรรค ปชน.จึงเสนอศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขึ้นมาอุดช่องว่างตรงนี้ 

ปชป.เสนอนโยบายงบซ่อมบ้านผู้สูงอายุ-คนพิการ 5 หมื่น

วิเวียน ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สวัสดิการแม่และเด็กเป็นหนึ่งใน 27 นโยบายเรือธงของ ปชป.ด้วย โดยเบื้องต้น เธอได้นำเสนอนโยบายเกี่ยวกับการอุดหนุนงบประมาณซ่อมบ้าน สำหรับผู้พิการ และผู้สูงอายุ จำนวน 5 หมื่นบาท 

ที่เสนอนโยบายนี้ เนื่องจาก ปชป.มองว่า การซ่อมบ้านคนที่ได้ประโยชน์ไม่ใช่แค่คนแก่ หรือผู้พิการ แต่ทุกคนในบ้านคุณภาพชีวิตจะดีขึ้น เพราะเมื่อเรามีความสุขตั้งแต่ในบ้าน ไม่ว่าเราจะเจอปัญหาบ้านทรุด น้ำท่วม หรือสามารถทำทางลาดได้ ทำห้องน้ำที่ดีขึ้นได้ เรามีความสุขตั้งแต่ในบ้าน และเราออกนอกบ้าน เราจะมีความสุข เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ดีได้ 

  • วิเวียน ร่วมเสนอนโยบายสิทธิมารดาลาคลอด 6 เดือน โดยสามีลาได้ 1 เดือนเพื่อช่วยดูแลภรรยาระหว่างตั้งครรภ์
  • เงินสนับสนุนตั้งแต่เกิด ได้เลย 5,000 บาท
  • รัฐต้องสนับสนุนให้มีศูนย์เด็กเล็ก เพื่อสร้างเสริมพัฒนาการของเด็ก และเมื่อเด็กได้เล่น ก็จะยิ่งเพิ่มทักษะของเด็กเข้าไปด้วย 

'เพื่อไทย' ชูสวัสดิการตั้งแต่ตั้งครรภ์มารดาจนถึงการดูแลลูก

ลิณธิภรณ์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นำเสนอนโยบายสวัสดิการโดยชูแนวคิด เพื่อไทยคิดรอบดูแลตั้งแต่ 'จากครรภ์มารดาถึงการเลี้ยงดู' ดังนี้ 

  1. นโยบายฝากครรภ์ได้ทุกที่ไม่เหลื่อมล้ำ ไม่จำกัดสิทธิ
  2. นโยบายศูนย์รับเลี้ยงเด็ก ตั้งแต่ 0 ถึง 6 ขวบครอบคลุมทั่วประเทศ ผ่านการกระจายอำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควบคู่ไปกับคุณภาพและการพัฒนาศักยภาพครูพี่เลี้ยง เพื่อให้สามารถเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กเกิดประสิทธิภาพ
  3. สำหรับสถานประกอบการขนาดใหญ่ จะมีกฎหมายในการตรวจสอบศูนย์รับเลี้ยงเด็กในสถานประกอบการและในโรงงานอุตสาหกรรม โดยจะมีการจูงใจทางด้านมาตรการทางภาษี และการให้กู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำ
  4. ให้สิทธิสานฝันคนไทยด้วยบ้าน บ้านเพื่อคนไทย มีโลเคชันที่เหมาะสม ไม่ต้องมีเงินดาวน์
  5. การประกันสุขภาพให้เพศหญิงที่มีความเสี่ยง อย่างกลุ่มของ อสม.ในต่างจังหวัด เราจะมีประกันความเสี่ยง ซื้อประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุให้กับผู้หญิงกลุ่มนี้
  6. นโยบายเปิดบัญชีเด็กแรกเกิด เราให้ 3,000 บาททุกคน ตั้งแต่แรกเกิดถึง 15 ปี เป็นเงินออมเปิดใช้ได้ตอนอายุ 16 ปี
  7. สวัสดิการผ้าอนามัยฟรี
  8. 30 บาทรักษาถูกใจ
  9. การคลอดให้สิทธิประกันสังคมเทียบเท่าบัตรทอง และบัตรข้าราชการ 

นอกจากนี้ ตัวของลิณธิภรณ์ ยังชูจุดเด่นของพรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคที่มีสัดส่วน สส.หญิงมากที่สุดในการเมืองไทย โดยอยู่ที่ 18.44% และใน ครม.แพทองธาร ชินวัตร ชุดที่ 1 และ 2 มีสัดส่วนสมาชิก ครม.หญิง สูงถึง 24% หรือ 7 จาก 29 คน อีกทั้ง เคยมีนายกฯ หญิงมาแล้วถึง 2 คน ได้แก่ แพทองธาร ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 

ภท. เสนอ "60 พลัส เกษียณสำราญ" หนุนจ้างงานผู้สูงวัย-พยาบาลอาสา 

รัชดา ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า พรรค ภท.มีนโยบาย 10 พลัส ที่จะนำไปสู่การคุ้มครองดูแล และคุ้มครองคนทุกเพศทุกวัย แต่สำหรับเวทีนี้เป็นเวทีผู้หญิงจะขอหยิบยกนโยบาย 3 เรื่องหลักๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า ภท.ไม่ได้มองว่าผู้หญิงเป็นแค่เพศหญิง แต่เป็นพลังทางสังคม ถ้าผู้หญิงเข้มแข็ง สังคมก็เข้มแข็ง และประเทศไทยก็เดินหน้าต่อไปได้แน่นอน โดย ภท.มีนโยบายดังนี้ 

รัชดา กล่าวว่า ภท. มีนโยบายดูแลผู้สูงอายุ "60 พลัส เกษียณสำราญ" ที่บอกว่านโยบายนี้เป็นนโยบายที่ช่วยเหลือผู้หญิง เพราะว่าตอนนี้สังคมไทยเดินทางเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว โดยประชากรทุก 5 คนจะมีผู้สูงอายุ 1 คน และอัตราส่วนนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต และในกลุ่มผู้สูงอายุมีสัดส่วนของผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แม้ว่าการทำงานของผู้หญิงจนถึงวัยเกษียณแล้วพลังงานยังไม่หมด แต่ด้วยกติกาทางสังคมไม่ได้ส่งเสริมให้ผู้หญิงที่ยังสดใส สวยงาม และมีพละกำลังได้ใช้ศักยภาพของตัวเองต่อ 

  • ดังนั้น จึงมีนโยบายส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงวัย และบริษัทเอกชนที่สนับสนุนการจ้างงานจะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า
  • ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่ถึง 1.5 ล้านบาทต่อปี ก็จะได้รับการลดหย่อนภาษีสูงสุด 50%
  • สร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครอบคลุมทุกพื้นที่

    นโยบายที่ 2 คือสวัสดิการดูแลผู้สูงวัยและคุณแม่ตั้งครรภ์ โดยจะมีนโยบาย 1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา เพื่อดูแลผู้สูงอายุและแม่ตั้งครรภ์ โดยจะมีการจ้างงาน 100,000 อัตรา เงินเดือนเริ่มต้น 15,000 บาท และสัญญาจ้าง 4 ปี

    นโยบายที่ 3 คือ 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัดยาเสพติด เพื่อสร้างความสบายใจ และความปลอดภัยให้กับคนในชุมชน 

รัชดา กล่าวเพิ่มว่า เธอมองว่านโยบายการเพิ่มเบี้ยให้คนชราเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะว่าปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยแล้วและมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นในแต่ละปี แต่ในความเป็นจริง เรื่องนี้ใช้งบประมาณค่อนข้างมาก โดยในทุกรัฐบาลจะต้องจัดสรรเงินลักษณะสงเคราะห์ให้ผู้สูงอายุจำนวน 13 ล้านคน อยู่ที่ 100,000 ล้านบาท เพราะฉะนั้น การใช้งบประมาณที่สูงในการเพิ่มเบี้ยคนชราจึงทำได้ยากมาก เพราะประเทศไทยเรายังไม่ได้มีงบประมาณล้นหลาม ดังนั้น ภท.จะเน้นนโยบายการลดค่าใช้จ่ายค่าครองชีพให้ผู้สูงวัย 

  1. ลดค่าไฟให้ผู้สูงอายุ
  2. ถ้าอายุเกิน 60 ปีแล้วยังทำงาน จะได้สิทธิประโยชน์ในการลดภาษี
  3. นโยบายพยาบาลอาสา เพื่อช่วยดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ
  4. สร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อลดความกังวลลูกหลานในการดูแลผู้สูงอายุ
  5. นโยบาย "คนละครึ่งพลัส"

นอกจากนี้ รัชดา ได้แสดงวิสัยทัศน์ในปัญหาท้องไม่พร้อม และปัญหาความรุนแรงในครอบครัวด้วยว่า พรรคภูมิใจไทยสนับสนุนเรื่องการศึกษาเพศวิถีอย่างครอบคลุม เพราะการแก้ไขปัญหาต้องเริ่มต้นจากความคิด เพื่อให้เด็กเมื่อมีความรักเขาจะทราบวิธีป้องกัน และดูแลความสัมพันธ์อย่างไร เคารพเพศตรงข้ามอย่างไร ซึ่งจะนำมาสู่การแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งนี่เป็นปัญหาทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย และผู้หญิงมักจะเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัว

รทสช. เสนอนโยบายเกี่ยวกับสตรี 3 เรื่อง 

‘เบียร์’ ร้อยตำรวจเอกหญิง อัยรดา บำรุงรักษ์ สส.เขตบางนา พระโขนง พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ทางพรรคมีนโยบายเกี่ยวกับสตรีทั้งหมด 3 เรื่อง ได้แก่ 

  1. จัดตั้งกองทุนแม่เลี้ยงเดี่ยว 

เธอต้องการเสนอนโยบาย ‘กองทุนแม่เลี้ยงเดี่ยว’ สร้างโอกาสโดยเป็นทุนตั้งต้นสำหรับแม่เลี้ยงเดี่ยว โดยให้สินเชื่อครอบครัวละ 300,000 บาท แม่ผ่อนจนลูกอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ และเมื่อลูกครบอายุ 18 ปี สามารถกลับมาช่วยแม่ผ่อนได้ โดยมีเพดานการผ่อนต่อเดือนอยู่ที่ 1,300 บาท เพื่อสร้างโอกาสทางอาชีพ ทางการศึกษา และไม่ต้องเป็นหนี้นอกระบบ

  1. “ข่มขืน” เท่ากับประหารชีวิต
  2. สตรีและความมั่นคงในพลังงาน ค่าไฟต้องถูกลง 

'ไทยสร้างไทย' เสนอแพกเกจนโยบาย 'ดูแลคนไทยตั้งแต่เกิดจนชรา'

ตรัยฉัตร ธนสารไตรภพ รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย ขึ้นมานำเสนอนโยบายของพรรค “ดูแลคนไทยตั้งแต่ตั้งครรภ์จนวัยชรา” โดยมีชุดนโยบายที่จะเสนอดังนี้

  • การพัฒนาคนได้ต้องดูแลตั้งแต่ตั้งครรภ์ ด้วยนโยบายคูปอง 2,000 บาททุกเดือน ตั้งแต่ตั้งครรภ์จนถึงอายุ 6 ขวบ
  • เมื่อก้าวสู่วัยเรียน” พรรคไทยสร้างไทยมีนโยบายเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี ไม่เป็นหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
  • เพิ่มหลักสูตรการเรียนให้ทันสมัย และลดเวลาเรียนอีก 3 ปี เพื่อให้เด็กไทยจบได้ไวขึ้น เข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็วขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายพ่อแม่
  • เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน” มีนโยบาย "กองทุนสร้างไทย" กองทุนตั้งตัวให้กู้ตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาท ด้วยดอกเบี้ย 1% เพื่อลดปัญหาการกู้หนี้นอกระบบ และสามารถทำให้คนไทยมีอาชีพและรายได้ และอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี
  • วัยชรา” มีนโยบายบำนาญประชาชน เดือนละ 3,000 บาท เพื่อให้ผู้สูงวัยสามารถจ่ายเงินตรวจเช็กสุขภาพ ดูแลตัวเองได้ ลดภาระลูกหลาน และลดภาระโรงพยาบาลภาครัฐปีละหลายแสนล้านบาท
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง