เปิดคำชี้แจง ‘มีชัย’ ชี้วาระนายกฯ 8 ปี ‘ประยุทธ์’ เริ่มนับวันประกาศใช้ รธน.ปี’60 

หลายสื่อรายงานเปิดเอกสารคำชี้แจงของ ‘มีชัย ฤชุพันธุ์’ อดีต ปธ.กรธ.กรณีวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปีของ ‘ประยุทธ์’ ตามมาตรา 158 เริ่มตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้ หรือ 6 เม.ย. 2560 หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งนัดประชุมวาระพิเศษ 8 ก.ย.นี้-ด้าน ปธ.ศาลฯ เผยได้รับคำชี้แจงแล้ว 3 ปาก

 

6 ก.ย. 2565 สื่อหลายสำนัก ได้แก่ ‘เดอะ แสตนดาร์ดข่าวสดออนไลน์ เนชัน และผู้จัดการ รายงานตรงกันวันนี้ (6 ก.ย.) สืบเนื่องจากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดประชุมวาระพิเศษ 8 ก.ย.นี้ เพื่อกำหนดแนวทางในการพิจารณาคำร้องของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน เรื่องการนับวาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ล่าสุดวันนี้ (6 ก.ย.) ปรากฏเอกสารบนโลกออนไลน์ เป็นคำชี้แจงของ 'มีชัย ฤชุพันธ์' อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยหนังสือชี้แจงมีสาระสำคัญดังนี้

มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ

มีชัยอ้างถึงหนังสือเรียกของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 40/2565 ลงวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ระบุว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งตามหนังสือที่อ้างถึงข้างต้น สั่งให้ตนในฐานะประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญจัดทำความเห็นเป็นหนังสือตามประเด็นที่กำหนด ซึ่งมีความว่า “ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ก่อนวันที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ใช้บังคับ ตามบทเฉพาะกาลมาตรา 264 สามารถนับรวมระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีดังกล่าวเข้ากับวาระการดำรงดำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 158 วรรคสี่หรือไม่ และนับแต่เมื่อใดนั้น”

ขณะที่มีชัยให้ความเห็นในประเด็นดังกล่าว 4 ข้อดังต่อไปนี้

1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 ตามที่ปรากฏในพระบรมราชโองการในวรรคห้า และถูกต้องตรงตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ผลบังคับจึงมีตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 เป็นต้นไป และไม่อาจมีผลไปถึงการใดๆ ที่ได้ดำเนินการมาแล้วโดยชอบ ก่อนวันที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี้ใช้บังคับ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติไว้เป็นการเฉพาะ

2. ในส่วนที่เกี่ยวกับคณะรัฐมนตรีนั้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ได้บัญญัติเรื่องคุณสมบัติ, ที่มา, วิธีการได้มา, กรอบในการปฏิบัติหน้าที่, ระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง และผลจากการพ้นจากตำแหน่งไว้แตกต่างจากรัฐธรรมนูญที่เคยมีมา และส่วนใหญ่เป็นไปในทางจำกัดสิทธิและเพิ่มความรับผิดชอบ

บทบัญญัติต่างๆ เหล่านั้นจึงไม่อาจนำไปใช้กับบุคคลหรือการดำเนินการใดๆ ที่ได้กระทำไปแล้วก่อนที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มีผลใช้บังคับ เว้นแต่จะมีบทบัญญัติกำหนดไว้เป็นประการอื่นโดยเฉพาะ

3. การที่จะได้มาซึ่งคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อการเลือกตั้งทั่วไปมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาที่จะต้องแต่งตั้งขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ก่อน

แต่ประเทศไม่อาจว่างเว้นการมีคณะรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีบทเฉพาะกาล เพื่อกำหนดให้การบริหารราชการแผ่นดินสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่ติดขัด

จึงได้มีบทบัญญัติมาตรา 264 บัญญัติขึ้นเป็นการเฉพาะว่า “ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่” โดยมีบทบัญญัติผ่อนปรนเกี่ยวกับคุณสมบัติ และการปฏิบัติหน้าที่บางประการไว้ให้เป็นการเฉพาะ

4. โดยผลของมาตรา 264 ดังกล่าว คณะรัฐมนตรีรวมทั้งนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งอยู่เฉพาะในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จึงเป็นคณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ใช้บังคับ คือ วันที่ 6 เมษายน 2560

และโดยผลดังกล่าว บทบัญญัติทั้งปวงของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 รวมทั้งบทเฉพาะกาลที่ผ่อนปรนให้จึงมีผลต่อคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 อันเป็นวันที่รัฐธรรมนูญมีผลใช้บังคับเป็นต้นไป และระยะเวลาตามมาตรา 158 วรรคสี่ จึงเริ่มนับตั้งแต่บัดนั้น คือ วันที่ 6 เมษายน เป็นต้นไป

นอกจากนั้น มีชัย ระบุถึงรายงานการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญครั้งที่ 500 วันศุกรที่ 7 กันยายน 2561 ในส่วนที่เกี่ยวกับคำกล่าวของตนเองนั้น เป็นการจดรายงานที่ไม่ครบถ้วน เป็นการสรุปตามความเข้าใจของผู้จด คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ตรวจรับรองรายงานการประชุมนั้น เพราะเป็นการประชุมครั้งสุดท้าย และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญได้ประกาศสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ในวันที่ 12 กันยายน 2561

สำนักข่าว ‘ไทยรัฐ’ รายงานวันนี้ (6 ก.ย.) เพิ่มเติมว่า วรวิทย์ กังศศิเทียม ประธานศาลรัฐธรรมนูญ แจ้งว่าได้รับคำชี้แจงของพยาน 3 ปาก เรียบร้อยแล้ว คือ คำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ถูกร้อง, นายมีชัย อดีตประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขานุการคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จึงนัดประชุมพิเศษวันดังกล่าวขึ้น เพื่อที่จะอภิปรายคำชี้แจงและหลักฐานต่างๆ ว่า สิ้นข้อสงสัยเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้แล้วหรือไม่ หากยังไม่สิ้นข้อสงสัยต้องแสวงหาหลักฐานและพยานเพิ่มเติมต่อไปหรือไม่ แต่หากสิ้นข้อสงสัยจะนัดลงมติวินิจฉัยได้เลย เป็นไปตามระเบียบวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ โดยต้องทอดเวลาออกไปอีกอย่างน้อย 15 วัน เพื่อนัดลงมติวินิจฉัยคดีนี้

หมายเหตุ: มีการปรับโปรย เมื่อ 6 ก.ย. 2565 เวลา 16.16 น.

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท