'อาจวรงค์-วิศุทธิ์' โพสต์แจงกรณีถูกกล่าวหามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม-คุกคามทางเพศ

'อาจวรงค์' นักสื่อสารวิทยาศาสตร์ชื่อดัง โพสต์ชี้แจง-ขอโทษพฤติกรรมตนเอง ขอปรับปรุงตัว บอกสูญเสียโอกาสชีวิตแต่เทียบไม่ได้กับคนที่ถูกกระทำ - อีกเคส 'วิศุทธิ์' นักวาดการ์ตูนชื่อดัง โพสต์ขอโทษเคยล่วงเกิน ยอมรับกระทำไปโดยขาดการยั้งคิด

5 ธ.ค. 2566 เว็บไซต์ THE STANDARD รายงานว่าจากกรณีที่มีการเปิดเผยถึงพฤติกรรมของบุคคลในวงการวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ว่ามีพฤติกรรมคุกคามร่างกายและจิตใจในหลายกรณี และเกิดขึ้นต่อเนื่องมากับหลายคน

ล่าสุดวันนี้ (5 ธ.ค.) ป๋องแป๋ง-อาจวรงค์ จันทมาศ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีใจความดังนี้

“เนื่องด้วยเหตุการณ์ Call Out มากมายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ สืบเนื่องจากที่น้องผู้หญิงคนหนึ่งพูดถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผม เป็นเหตุให้เกิดผลกระทบออกไปในวงกว้างทั้งในสังคมออนไลน์และในสังคมรอบตัวผมขณะนี้

“ผมจะใช้ช่องทางนี้เพื่ออธิบายให้ทุกคนทั้งที่รักผมและเกลียดผมเข้าใจนะครับ ผมก็แค่คนคนหนึ่งที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย มีความบกพร่องในเรื่องต่างๆ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทั้งชีวิตผม สิ่งหนึ่งที่ผมตระหนักได้ในวินาทีนี้ว่ามันส่งผลกระทบกับคนอื่นมากๆ คือคำพูดของผมเอง

“ผมเป็นคนพูดจาไม่ดี เวลาผมใช้อารมณ์หรือด่าทอใคร ผมมักจะใช้คำพูดที่รุนแรงมาก มากเกินไปจริงๆ แม้จะรู้ว่ามันทำให้คนฟังรู้สึกแย่ แต่ผมไม่ได้ตระหนักว่ามันจะทำให้คนฟังรู้สึกถูกลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ถูกทำลายตัวตนหรืออัตลักษณ์ของคนคนนั้น จนทำให้รู้สึกไม่เหลือความเป็นคน จนสิ่งที่ผมทำมาตลอดกลับมาสะท้อนและส่งผลกับตัวผมเองในวันนี้

“หลายคนรอบตัวผมที่ยังเป็นห่วงผม ยังคอยให้กำลังใจผม คอยปลอบโยนผม ต่างคอยบอกว่ามันไม่ใช่ขนาดนั้น แต่ผมยืนยันครับว่า วันนี้ผมรู้ดีว่าสิ่งเลวร้ายเหล่านี้มันเป็นเรื่องจริง ส่งผลกับคนอื่นจริงๆ และผมต้องยอมรับผลของมันให้ได้

“ผมรู้ดีว่าการขอโทษมันอาจไม่ได้ช่วยให้หลายๆ คนที่ผมเคยพูดจาทำร้ายจิตใจกลับมารู้สึกดีขึ้นได้ แต่ผมก็หวังว่าเขาเหล่านั้นจะรับรู้ว่าผมได้รับผลจากสิ่งที่ผมทำแล้ว ผมอยากกล่าวขอโทษจากใจจริงถึงสิ่งที่ผมเป็น สิ่งที่ผมทำ ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ กับคนเหล่านั้น

“อยากขอโทษเพื่อนร่วมงานทั้งในอดีตและปัจจุบันที่การกระทำของผมทำให้ทุกคนต้องเดือดร้อน อยากขอโทษน้องผู้หญิงคนนั้นและอีกหลายคนที่คำพูดของผมมันทำร้ายและส่งผลเสียอย่างที่สุดต่อเขาเหล่านั้น และสุดท้ายผมอยากขอโทษสังคมที่เคยตั้งความหวังไว้กับคนอย่างผม แต่ก็ถูกผมเองนี่แหละที่ทำลายความหวังเหล่านั้น บรรดาสิ่งต่างๆ เหล่านี้ผมขอโทษจากใจจริงครับ 

“อีกเรื่องที่ผมไม่สามารถปล่อยให้มันเงียบหายไปได้เหมือนที่ใครหลายคนแนะนำ หรือที่ผมถูกกล่าวหาในตอนนี้ คือพฤติกรรมการล่วงละเมิดทางเพศ ลวนลาม หรือการข่มขืนกระทำชำเรา ผมขอยืนยันตรงนี้เลยว่าผมไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้กับใครทั้งสิ้น และไม่เคยกระทำเช่นนั้นกับใคร แต่ผมก็ยอมรับครับว่า ที่ผ่านมาผมก็ชอบใช้คำพูดคำจาที่ไม่เหมาะสม หรือมีพฤติกรรมที่ชวนให้เข้าใจไปในทางที่ว่าผมกำลังจีบ หรือกำลังชอบพอใครหลายๆ คนไปบ้าง แม้ระยะหลังมันก็ค่อยๆ ลดลงตามคุณวุฒิและวัยวุฒิของเรา

“ผมเข้าใจว่ามันไม่ได้ทำให้สิ่งที่เราเคยทำผิดพลาดไปในอดีตเลือนหายไปได้

“ผมจึงขอใช้โอกาส ณ ที่นี้ กล่าวขอโทษทุกคนจากใจจริงครับ และผมยืนยันว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก

“ในวินาทีนี้ผมได้ตระหนักรู้จากตัวผมเองถึงผลกระทบของสิ่งเหล่านี้อย่างแท้จริง ถึงแม้ผมต้องสูญเสียงานที่ผมรัก ต้องสูญเสียคนใกล้ตัวหลายคนที่รับมันไม่ได้ ต้องสูญเสียโอกาสหลายอย่างในชีวิต ผมก็รับรู้และเข้าใจมันเป็นอย่างดีครับว่า มันเทียบไม่ได้จริงๆ กับสิ่งที่บรรดาคนเหล่านั้นเคยสูญเสียเพราะคำพูดของผม แต่อย่างน้อยมันก็ได้ทำให้ผมได้รู้ว่าผมผิดจริงๆ ในเรื่องนี้

“ในวันนี้ผมทราบดีครับว่า แม้ผมจะรับรู้อย่างไรหรือรู้สึกผิดแค่ไหน มันก็อาจไม่ได้ช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นมาเลย สิ่งเดียวที่ผมทำได้ตอนนี้อาจไม่ใช่การขอโทษ แต่คือการปรับปรุงคำพูดและแนวความคิดของผมให้ดีขึ้น เพื่อไม่ทำให้ต้องมีใครถูกทำร้ายจิตใจด้วยคำพูดของผมอีก และสิ่งนี้จะเป็นเป้าหมายในชีวิตผมต่อไป ใดๆ ก็ตามที่ผมผิดไป ผมขอกราบขอโทษจากใจจริงมา ณ ที่นี้ครับ”

ขณะที่เมื่อวานนี้ (4 ธ.ค.) สำนักข่าว THE STANDARD ได้ออกแถลงการณ์เรื่อง การยุติและระงับการเผยแพร่รายการใดๆ ในโลกล้วนฟิสิกส์ โดยระบุว่า จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างนั้น 

“บริษัท THE STANDARD ในฐานะผู้ผลิตรายการ ใดๆ ในโลกล้วนฟิสิกส์ ขอเรียนแจ้งว่า บริษัทฯ ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว และได้มีการสอบถามข้อเท็จจริงกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นการภายในอย่างเร่งด่วนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“โดย THE STANDARD มีข้อสรุปและมาตรการ ดังนี้
 
ยุติการเผยแพร่รายการ ‘ใดๆ ในโลกล้วนฟิสิกส์’ โดยมีผลทันที
 
ระงับการเผยแพร่เนื้อหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าวในทุกช่องทาง โดยมีผลย้อนหลังจนถึงปัจจุบัน

ยุติการร่วมงานกับบุคคลดังกล่าว
 
สำหรับพนักงานที่ได้รับผลกระทบ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสภาพจิตใจ และมีมาตรการเยียวยาอย่างรอบด้านตามกระบวนการที่เหมาะสม
 
หากมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางกฎหมาย บริษัทฯ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือตามกระบวนการ
 
“THE STANDARD ยึดถือหลักการเกี่ยวกับการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่เห็นด้วยกับการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อผู้ถูกกระทำทั้งร่างกายและจิตใจในทุกรูปแบบ

“ทั้งนี้ THE STANDARD ได้ดำเนินธุรกิจอยู่ภายใต้กรอบของธรรมาภิบาลที่ดี มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยมีนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคมข้อที่ 3 ของนโยบายบริษัทฯ คือการเคารพสิทธิมนุษยชน กล่าวคือ บริษัทมีนโยบายสนับสนุนและเคารพการปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยการปฏิบัติต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ชุมชน และสังคมรอบข้าง ด้วยความเคารพในคุณค่าของความเป็นมนุษย์”

อีกเคส 'วิศุทธิ์' นักวาดการ์ตูนชื่อดัง โพสต์ขอโทษเคยล่วงเกิน

มติชนออนไลน์ รายงานว่าจากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ว่า ย้อนไป 2 ปีก่อนได้ไปถ่ายรูปคนคนนึง ซึ่งแบบเราชอบผลงานเขามากกกกก ดีใจมากที่จะได้ไปถ่ายเขาและแฟนเขา แต่กลับเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เลิกชอบไปเลย ระหว่างที่ทำงานอยู่เขาก็พูดขึ้นว่า “น้ำหนักเท่าไหร่นี่ ตัวเล็ก น่าอุ้มจัง” แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เขาเดินมาข้างหลังและอุ้ม ยกตัวเราขึ้น โดยที่มือเขาโดนนม ด้วยความช็อกเลยแก้สถานการณ์ด้วยคำว่า “ตรงนั้นแสงสวยไปยืนเลยค่ะ” และถ่ายๆ งานให้จบไปโดยไว หลังจากนั้นเขาก็พูดอีกว่า อยากอุ้มอีกจัง เลยรีบเดินให้ถึงกระเป๋า และเรียกรถกลับแบบไวที่สุด ระหว่างที่ช็อกอยู่ก็ทักไปหาเพื่อน เพราะไม่รู้ว่าควรรู้สึกไงกับสิ่งนี้ ก็ไม่ได้โอเคแต่ทำไงวะ มันคือไรวะ เขาเอ็นดูเหรอ หรือว่าเขาเกินเส้น หรือว่ามันคืออะไรแล้วก็ซึม เพราะกลัวทัวร์มาลงตัวเอง ตอนนั้นและตอนนี้ก็ไม่ได้โอเคกับเรื่องที่เกิด แค่ไม่อยากให้คนอื่นเดือดร้อน เพราะมีเพื่อนๆ พี่ๆ ที่เรารัก ต้องกระทบกับเรื่องนี้ แต่วันนี้ไม่มีคนอยู่ตรงนั้นละ ด่าแม่งอยู่ทุกวัน ถ้าสิ่งที่เกิดไปมันเกิดกับคนที่ใจไม่ได้แข็งแบบเฟิส เขาจะต้องรู้สึกผิดกับตัวเองและคิดไม่หยุดแค่ไหน นี่แข็งแกร่งขนาดนี้ยังด่าเลย ทุกคนรอบตัวเฟิสดีกับเฟิสมากๆ ตอนที่เกิดเรื่องนั้น ทุกวันนี้ก็ยังให้กำลังใจเรื่องที่เกิดขึ้น มันมีจุดที่คิดว่าถ้าออกมาพูดตัวเองก็โดนด่าแน่นอน เพราะคนรักเขาเยอะเกิน คิดว่าหรือเราแต่งตัวไม่ดีไหมนะ แล้วก็คิดว่าหรือตัวเองดูแลตัวเองไม่ดีหรือเปล่าแต่ก็ไม่ เราแม่งปกป้องตัวเองสุดๆ แล้ว คิดว่าถ้าพูดพี่ๆ จะไม่ให้เราทำงาน เพราะเราสร้างปัญหาไหม เราไม่อยากเสียงานที่ทำไป แล้วก็สรุปว่าคนแม่งเหี้ย แบบไม่สนใจไรรอบข้างเลยแต่งานโลกสวยให้กำลังใจคนอื่น ไอ้สัด แม่ง กลับมาอันฟอล สาปจนทุกวันนี้ จบ

ล่าสุด ตั้ม-วิศุทธิ์ พรนิมิตร นักวาดการ์ตูนชื่อดัง เจ้าของผลงาน น้องมะม่วง ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า ข้าพเจ้ากราบขอขมาเรื่องพฤติกรรมล่วงเกินและละเมิดผู้เสียหาย เสียใจที่ได้กระทำตามใจโดยขาดการยั้งคิดของตนเองและไม่คำนึงถึงความรู้สึกผู้อื่น ข้าพเจ้าได้เรียนรู้บทเรียน และสำนึกผิดถึงที่สุดแล้วแล้ว กราบขอขมาต่อผู้เสียหายและผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ขอขมาทุกท่านที่ผมได้ทำผิดพลาดต่อสังคม และขอยอมรับความผิดมา ณ ที่นี้ โดยไม่มีคำแก้ตัวใดๆ ครับ

นอกจากนี้ ตั้ม วิศุทธิ์ ยังเผยแพร่คำขอโทษ “ผู้ถูกกระทำ” ผ่านเพจ Wisut Ponnimit ที่ใช้เผยแพร่ผลงาน ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1.2 แสนคน ความว่า ข้าพเจ้ากราบขอขมาเรื่องพฤติกรรมล่วงเกิน และละเมิดคุณเฟิส และทุกท่าน ทั้งกาย วาจา ใจ ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ

เสียใจที่ได้กระทำตามใจโดยขาดการยั้งคิดของตนเอง และที่สำคัญที่สุดข้าพเจ้ารู้สึกผิดและอับอายที่ไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น ข้าพเจ้าได้เรียนรู้บทเรียนอันใหญ่หลวงและสำนึกผิดแล้ว

ขออาศัยพื้นที่นี้ กราบขอขมาต่อผู้เสียหายทุกท่าน และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ขอขมาทุกท่านที่ผมได้ทำผิดพลาดต่อสังคม และขอยอมรับความผิดมา ณ ที่นี้ โดยไม่มีคำแก้ตัวใดๆ ครับ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net
ข่าวรอบวัน
สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท