Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

32 องค์กรสิทธิฯ ออกจดหมายเปิดผนึกถึงเลขาธิการองค์การสหประชาติและประเทศสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิในการรวมกลุ่มทำกิจกรรมของนักกิจกรรมชาวมลายูมุสลิมประเทศไทย รวมทั้งการฟ้องปิดปาก

8 ม.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กแฟนเพจ 'Cross Cultural Foundation (CrCF)' ของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งเป็นองค์กรที่ติดตามปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน เผยแพร่ จดหมายเปิดผนึกถึงเลขาธิการองค์การสหประชาติและประเทศสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิในการรวมกลุ่มทำกิจกรรมของนักกิจกรรมชาวมลายูมุสลิมประเทศไทย

จดหมายดังกล่าวมีองค์กรร่วมลงชื่อ 32 องค์กร โดยเรียกร้องเร่งด่วนให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยุติการฟ้องการดำเนินคดีในลักษณะปิดปาก (SLAPP) ในการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการรวมกลุ่ม ซึ่งเป็นสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights หรือ UDHR) และมาตรา 27 ว่าด้วย ประเด็นวัฒนธรรม ศาสนาและภาษา ของชนกลุ่มน้อยในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)

โฆษณา - Advertising

รวมทั้งขอให้เลขาธิการองค์การสหประชาชาติและประเทศสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ ทวงถามความมุ่งมั่นทางการเมืองของรัฐบาลไทย ที่ให้คำมั่นในการลงสมัครรับเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนในปีนี้ว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐลักษณะนี้เป็นละเมิดสิทธิมนุษยชนและเป็นการปิดกั้นการรวมกลุ่มของประชาชนหรือไม่

รายละเอียดจดหมาย : 

จดหมายเปิดผนึกถึงเลขาธิการองค์การสหประชาติและประเทศสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิในการรวมกลุ่มทำกิจกรรมของนักกิจกรรมชาวมลายูมุสลิมประเทศไทย

เรียน เลขาธิการองค์การสหประชาติ

สำเนาถึง ประเทศสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ 47ประเทศ

พวกเราเป็นเครือข่ายองค์กรภาคประชาสังคมในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสี่อำเภอจังหวัดสงขลา ขอเรียกร้องให้หน่วยงานของท่านตรวจสอบการละเมิดสิทธิในการรวมกลุ่มทำกิจกรรมของนักกิจกรรมชาวมลายูมุสลิมประเทศไทย เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 2567 มีนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน นักกิจกรรมด้านวัฒนธรรม สื่อมวลชน จำนวน 9 คน ได้รับหมายเรียกเพื่อให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับคดีความมั่นคงอย่างน้อยสองข้อหา ข้อหายุยงปลุกปั่นมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และข้อหาอั้งยี่ซ่องโจรมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้กิจกรรมที่เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหาเกี่ยวกันการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมทางวัฒนธรรมแต่งกายชุดมลายูทุกปีตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมาติดต่อกันสี่ปี นักกิจกรรมทั้ง 9 คนมีกำหนดไปรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนในวันที่ 9 ม.ค. 2567 ที่ สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี

โฆษณา - Advertising

ในวาระที่รัฐบาลไทยประกาศเมื่อเดือนกันยายน 2566 ว่าประเทศไทยจะลงสมัครเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิ มนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) วาระปี ค.ศ.2025-2027 รัฐบาลได้แสดงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและค่านิยมประชาธิปไตย ทั้งยังพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานขององค์การสหประชาชาติ การดำเนินคดีอาญาข้อหาความมั่นคงปิดกั้นการรวมกลุ่ม (freedom of assembly) ต่อนักกิจกรรมในพื้นที่ความขัดแย้งในลักษณะกลั่นแกล้งให้ตกเป็นจำเลยในคดีอาญาน การดำเนินการของรัฐบาลไทยขัดแย้งกับแนวทางการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาติและบทบาทหน้าที่ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนอย่างสิ้นเชิง ขอให้ประเทศสมาชิกในคณะมนตรีความมั่นคงตรวจสอบว่าการดำเนินคดีอาญานักกิจกรรมชาวมลายูมุสลิมประเทศไทยเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่

อีกทั้งตั้งแต่ปีพ.ศ. 2560 มีนักกิจกรรมจำนวนไม่น้อยกว่า 40 คน ถูกออกหมายเรียกบางคนรับทราบข้อกล่าวหาคดีอาญาแล้ว บางคดีสิ้นสุดการพิจารณา และในบางคดีมีการตั้งข้อหาหนักถึงขั้นยุยงปลุกปั่นและข้อหาอาญาด้านความมั่นคงอั้งยี่ซ่องโจร การดำเนินคดีอาญาต่อนักกิจกรรมในพื้นที่ตลอดมาสร้างให้เกิดความหวาดกลัว ปิดกั้นการแสดงออกทางความคิดเห็น ปิดโอกาสในการมีส่วนร่วมกับการพัฒนาและการสร้างสันติภาพ รวมทั้งเป็นการสร้างภาระให้กับนักกิจกรรมท้องถิ่นในฐานะผู้ต้องหา จำเลยในคดีอาญา มีภาระในการหาเงินประกันตัวที่มีจำนวนสูง และการช่วยเหลือทางกฎหมายที่ขาดแคลน ในบางคดีผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝ่ายทหารเช่น กรณีแม่ทัพภาคที่สี่ ที่แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนและส่งผลให้คดีเหล่านี้เป็นคดีที่สร้างความขัดแย้งทางการเมืองให้ซับซ้อนมากขึ้นไปอีก เป็นต้น

ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2566 พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ตกเป็นพื้นที่อุทกภัยใหญ่ ขณะนี้อยู่ในระยะเวลาการฟื้นฟูจากภัยพิบัติ ผู้ได้รับผลกระทบมีทั้งผู้สูงอายุ เด็กและสตรี กลุ่มเยาวชนและนักกิจกรรมเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือประชาชนเต็มศักยภาพในภาวะภัยพิบัติ การที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหารตำรวจอัยการศาลดำเนินคดีให้นักกิจกรรมเหล่านี้มีภาระทางคดี ทั้งที่พวกเราเป็นนักกิจกรรมที่ทำงานเป็นสะพานเชื่อมระหว่างชาวบ้านกับนโยบาย หน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐตลอดมา พวกเราเชื่อว่าหน่วยงานความมั่นคงไม่เหตุผลทางกฎหมายของการดำเนินคดีอาญาลักษณะนี้และคดีเหล่านี้ก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ รวมทั้งขัดขวางกระบวนการสันติภาพที่กำลังดำเนินทั้งที่เป็นนโยบายของรัฐบาลและเป็นแนวทางของสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อนักกิจกรรมที่ต้องไปรายงานตัววันที่ 9 มกราคม 2567 ที่สภ.สายบุรี ปัตตานี

โฆษณา - Advertising

1. “บง อาลาดี” หรือ มูฮัมหมัดอาลาดี (สงวนนามสกุล) เป็นนักกิจกรรมภาคประชาสังคม พิธีกรรายการวิเคราะห์การเมือง

2. “Budu Little” หรือ ซูกิปลี หรือ ลีบูดู (สงวนนามสกุล) เป็นนักกิจกรรมภาคประชาสังคม ศิลปินขับร้องบทเพลงมลายู

3. สอบูรี (สงวนนามสกุล) เป็นนักกิจกรรมภาคประชาสังคม พิธีกรงานการกุศล

4. มะยุ (สงวนนามสกุล) เป็นผู้อำนวยการสมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพและเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาและเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้สภาผู้แทนราษฎร(กมธ.ศึกษากระบวนการสันติภาพ) ทำงานช่วยเหลือสังคมโดยเฉพาะเด็กกำพร้าเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ / ปาตานี

โฆษณา - Advertising

5. อุสตาส ฮาซัน นักบรรยายประวัติศาสตร์ชื่อดัง

6. มาหมูด (สงวนนามสกุล) เป็นนักกิจกรรมและทำงานช่วยเหลือสังคม

7. ซอลาฮูดิน (สงวนนามสกุล) เป็นนักกิจกรรมและทำงานช่วยเหลือสังคม

8. ซับรี (สงวนนามสกุล) เป็นนักกิจกรรมและทำงานช่วยเหลือสังคม

โฆษณา - Advertising

9. อานัส (สงวนนามสกุล) เป็นนักกิจกรรมและทำงานช่วยเหลือสังคม

นอกจากนี้ ยังมีการออกหมายเรียกผู้ต้องหา นักกิจกรรม องค์กรภาคประชาสังคม “กลุ่มพ่อบ้านใจกล้า” เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมาโดยในหมายเรียกดังกล่าวระบุให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 8 ม.ค. 2567 ที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษชายแดนภาคใต้ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ อ.เมือง จ.ปัตตานีและอีกหลาย ๆ กรณีดังเอกสารแนบท้าย

ข้อเรียกร้องเร่งด่วน

1. ทางเครือข่ายฯ ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยุติการฟ้องการดำเนินคดีในลักษณะปิดปาก (SLAPP) ในการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกและการรวมกลุ่ม ซึ่งเป็นสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights หรือ UDHR) และมาตรา 27 ว่าด้วย ประเด็นวัฒนธรรม ศาสนาและภาษา ของชนกลุ่มน้อยในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR)

2. ขอให้เลขาธิการองค์การสหประชาชาติและประเทศสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ ทวงถามความมุ่งมั่นทางการเมืองของรัฐบาลไทย ที่ให้คำมั่นในการลงสมัครรับเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกในคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนในปีนี้ว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐลักษณะนี้เป็นละเมิดสิทธิมนุษยชนและเป็นการปิดกั้นการรวมกลุ่มของประชาชนหรือไม่

รายชื่อองค์กรร่วมลงนาม

1. สมัชชาประชาสังคมเพื่อสันติภาพ (CIVIL SOCIETY ASSEMBLY FOR PEACE) หรือ CAP

2. สมาคมร่วมสร้างชุมชนศรัทธา กัมปงตักวา

3. มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม-MAC

4. เครือข่ายผู้ช่วยทนายความมุสลิม - SPAN

5. องค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี - HAP

6. กลุ่มด้วยใจ

7. มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

8. เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ- JASAD

9. สมาคมสตรีจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อสันติภาพ PERWANI

10. มูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา

11. กลุ่มนักสาธารณสุขเพื่อสังคม

12. เครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ

13. สำนักสีลัตฮารีเมาปาตานี เพื่อสุขภาวะชุมชน

14. เครือข่ายสตรีปกป้องสิทธิมนุษยชนปาตานี

15. เครือข่ายเยาวชนพิทักษ์สิทธิเพื่อการพัฒนา

16. สถาบันครูเพื่อการวิจัยระบบการศึกษานูซันตรอ

17. เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อสังคม

18. องค์กรจิตอาสาเพื่อส่งเสริมและพัฒนาสังคม

19. เครือข่ายเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพชีวิต

20. อัดดีนการแพทย์และสาธารณสุข – AD-DIN

21. เครือข่ายคนหนุ่มสาวเพื่อการเปลี่ยนแปลง YouthNet

22. เครือข่ายเยาวชนลุ่มน้ำสายบุรี

23. เครือข่ายส่งเสริมจริยธรรมอิสลาม

24. Jaringan Guru Sekolah Melayu/Tadika

25. Pencinta Sejarah Patani

26. เครือข่ายปัญญาชนปาตานี - INSOUTH

27. ศูนย์บูรณาการคนหนุ่มสาวเพื่อศักยภาพชุมชน YICE

28. ศูนย์วัฒนธรรมอิสลามเพื่อการพัฒนา – PUKIS

29. ชมรมอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรม PICSEB

30. ศูนย์วัฒนธรรมมลายูปาตานี BUMI

31. กลุ่มบุหงารายาเพื่อการศึกษา

32. The Patani

เอกสารแนบ รายชื่อนักกิจกรรมและนักศึกษาที่ถูกใช้กฎหมายปิดปากหรือSLAPP

1 ) คดีความ​ที่มีการฟ้องร้องและสิ้นสุด​แล้ว​

ปี 61 : ผู้ต้องหาคดีชุมนุม​คนอยากเลือกตั้ง​ปี 61

นาย ยามารุดดีน ทรงสิริ​

ความคืบหน้า​คดีความ : โดนปรับความผิดการใช้เครื่องเสียงเกินขนาด 200 บาท

ปี 62 : ผู้ต้องหาความผิด มาตรา 116,209,215 กรณีชุมนุมครบรอบสองปีรัฐประหารในกรุงเทพฯ​ เมื่อปี 2558 แต่เจ้าหน้าที่​สั่งฟ้องเมื่อปี

นายสุไฮมี ดุละสะ

ความคืบหน้า​คดี : ศาลชั้นต้น นัดตัดสินคดีในวันนี้ (18 ธ.ค. 66) โดยให้เหตุผล​ประกอบ​การตัดสินคดีว่า

1.การจัดกิจกรรม​ชุมนุม​ เป็นการใช้สิทธิ​เสรีภาพ​ตามรัฐธรรมนูญ​

2. ประเด็น​การแบ่งแยกดินแดน ศาลไม่เชื่อว่าหลักฐาน​บ่งชี้ว่าการจัดกิจกรรม​ ปราศรัย​ นำไปสู่ประเด็น​การแบ่งแยก​ดินแดน​

ปี 63 : ผู้ต้องหาฝ่าฝืน​ พรก.ฉุกเฉิน​ ฯ ปี 63

นาย ยามารุดดีน ทรงสิริ​

ความคืบหน้า​คดีความ : ข้อหา​กีดขวาง​การจราจร​ ปรับ 500 บาท​

ปี 64 : ผู้ต้องหาคดีคาร์ม็อบ ยะลา #1 (ฝ่าฝืน​ พรก.ฉุกเฉิน​ฯ โรคระบาด​โควิด19 )

นาย อารีฟีน โสะ

นาย ประเสริฐ​ ราชนิยม

นางสาว อามานียะห์ ดอเล๊าะ

นาย อับดุลซาตาร์ บาโล

นาย ฟิตราน การาวัล

นาย นูรฟา การาวัล

ความคืบหน้า​คดีความ : ศาลชั้นต้นความผิดฐานฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน

ตัดสินมีความผิดคดีลงโทษ ฐานใช้เครื่องขยายเสียงในที่สาธารณะ ความผิดทางจราจร ปรับคนละ 4,000 บาท​ ศาลอุทธรณ์​ตัดสิน​เช่นเดียวกับ​ศาลชั้นต้น และกำลังส่งเรื่องยื่นศาลฎีกา​

ปี 64 : ผู้ต้องหาคดีคาร์ม็อบ ยะลา #2 (ฝ่าฝืน​ พรก.ฉุกเฉิน​ฯ โรคระบาด​โควิด19 )​

นาย สารีฟุดดีน สาเมาะ

นาย อับดุลสาตาร์ บาโล

นาย ฟิตรี มามะเเตฮะ

นาย มะสอดี ดือรากี

นาย อารอฟัต อาบู

ความคืบหน้า​คดีความ : คำตัดสินศาลชั้นต้น

ยกฟ้อง ความผิดฐานฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน

ตัดสินมีความผิดคดีลงโทษ ฐานใช้เครื่องขยายเสียงในที่สาธารณะ ความผิดทางจราจร ปรับคนละ 4,000 บาท​

ปี 64 : ผู้ต้องหา​คดีชุมนุมคาร์ม็อบ ปัตตานี 2 คดี จำเลยคนเดียวกัน กรณีฝ่าฝืน​ พรก.ฉุกเฉิน​ฯ โรคระบาด​โควิด19 )

นาย ซูกรีฟฟี ลาเตะ

นาย อารีฟีน โสะ

นาย ​สูฮัยมี ลือแบสา

ความคืบหน้า​คดี : ศาลชั้นต้นตัดสิน​ให้ซูกรีฟฟี มีความผิดในฐานะผู้จัดกิจกรรม​ฝ่าฝืน​ พรก.ฉุกเฉิน​โรคระบาด​โควิด19 สั่งปรับ คดีละ 20,000 บาท จำคุก 4 เดือน รอลงอาญา​ 2 ปี และยกฟ้องจำเลยที่เหลือ

ศาลอุทธรณ์​ยืนยัน​เช่นเดียวกันศาลชั้นต้นและกำลังส่งเรื่องให้ศาลฎีกา​พิจารณา​คดี

ปี 66 : ผู้ต้องหาคดีขัดขวางการปฏิบัติการเจ้าหน้า 138 กรณีขุดศพ ในยัฮรี ดือเลาะ

นาย อารฟาน วัฒนะ

ความคืบหน้า​คดี : สำนวน​คดีอยู่ในชั้นอัยการพิจารณา​สั่งฟ้อง​

ปี 66 : ต้องหาต่อสู้​ คดีขีดขวางการปฎิบัติ​งานของเจ้าหน้าที่​ แย่งศพนักรบ กรณีปะทะที่ศรีสาคร

นาย ไฟซู ดาหง

ความคืบหน้า​คดีความ​ : อยู่​ในชั้นอัยการพิจารณา​​​

ปี 66 : ผู้ต้องหา​ข่มขืนใจเจ้าพนักงานและขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ กรณีปะทะที่ธารโต​ กรณีไลฟสดติดตามสถานการณ์​ (กลุ่มสื่อ Wartani​)

นาย มูฮัมมัดฮาฟีซี สาและ

นาย มะนาวาวี ยะโกะ

ความคืบหน้า​คดีความ​ : อยู่​ในชั้นอัยการพิจารณา​

ปี 66 : ผู้ต้องหา​คดีให้ที่พัก​พิง​ผู้ถูกหมายเรียกคดีความมั่นคง

นาย ฮาซัน ยามาดีบุ

ความคืบหน้า​คดีความ​ : อยู่​ในชั้นอัยการ​พิจารณา​​

ปี 66 : ผู้ต้องหาคดีขัดขวางการปฏิบัติ​การของเจ้าหน้าที่ กรณี ติดตามทำสื่อ ประชาชนแย่งศพนักรบ ที่โรงพยาบาลปัตตานี

นาย อัสมาดี บือเฮง

ความคืบหน้า​คดี : เจ้าหน้าที่​ตำรวจออกหมายเรียกผู้ต้องหา

ปี 66 : ผู้ต้องหาคดีผิดอาญา 116 กรณีเวทีวิชาการ​และกิจกรรม​ประชามติ ( จำลอง ) เอกราช ของ Pelajar​ Bangsa​

นาย อิรฟาน อูมา

นาย อาเต็ฟ โซะโก

นาย ฮูเซ็น บือแน

นาย สารีฟ​ สะแลมัน

นาย ฮากิม พงตีกอ

ความคืบหน้า​คดีความ : เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ส่งสำนวนคดีให้อัยการ

ปี 66 : กิจกรรม​ชุมนุม​ชุดรายอเมื่อปี 65 ผู้​ที่ถูก​ออกหมายเรียก

- นาย มูฮัมหมัด​อาลาดี เด็งนิ​

- ซูกิฟฟลี Budu Littel​

- นาย สอบูรี

- นาย อัยยุบ เจะนะ

- นาย ฮาซัน ยามาดีบุ

- นาย มาหมูด

- นาย ซอลาฮูดดิน

- นาย ซับรี ตาลี

- นาย อนัส ดือเระ

ความคืบหน้า​คดีความ​ : ตำรวจออกหมายเรียกผู้ต้องหา​แล้ว เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2566​

ผู้ที่คาดว่าจะถูกหมายเรียก​

นาย อานัส พงประเสริฐ​

นาย ชารีฟ สะอิ

และคาดว่ามีรายชื่ออื่น ที่ขึ้นปราศรัย​ในวันจัดกิจกรรม​อีกประมาณ​ 11 คน

ปี 66 : หมายเรียกผู้ต้องหาในข้อหานำข้อมูล​ที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์​ กรณีเปดเพจช่วยเหลือ​ด้านมนุษยธรรม​ ชื่อเพจพ่อบ้านใจกล้า

นาย ซาฮารี เจ๊ะหลง

ความคืบหน้า​คดีความ : ตำรวจออกหมายเรียกผู้ต้องหา​แล้ว เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 2566

หมายเรียกพยานในข้อหานำข้อมูล​ที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์​ กรณีเปดเพจช่วยเหลือ​ด้านมนุษยธรรม​ ชื่อเพจพ่อบ้านใจกล้า​

นาย มูฮัมหมัด​อาลาดี เด็งนิ

นาย บัล​ยาน​ แวมะนอ

นาย มะยุ เจะนะ

นาย อับดุลเลาะ​ อาแว

นาย ชารีฟ สะอิ

นาย มูฮัมหมัด​กัสดาฟี กูนะ

นาย มูฮัมหมัด​ สาซู

นาย อัสมาดี บือเฮง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising