ชาวบ้านขอนแก่น รวมตัวเดินรณรงค์ไปยังศาลากลางจังหวัดเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ชี้ว่าพื้นที่ทับซ้อนที่ทำกินและป่าที่ชุมชนใช้ประโยชน์ตามวิถีชีวิต พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการรับฟังความเห็นเมื่อ 6-8 ก.ค. มีการกีดกันชาวบ้านที่ไม่เห็นชอบ รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นรับปากให้กรมอุทยานฯ ยุติกระบวนการรับฟังความเห็นชั่วคราวและออกแบบกระบวนการใหม่ให้โปร่งใสร่วมกับชุมชน
กป.อพช.ภาคอีสาน รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ชาวบ้านตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู ตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน บ้านซำผักหนาม ตำบลนาหนองทุ่ม จังหวัดขอนแก่น รวมตัวกันที่สวนสาธารณะรัชดานุสรณ์ก่อนจะเดินรณรงค์ไปยังศาลากลางจังหวัดขอนแก่นเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จากนั้นศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นได้เปิดห้องประชุมเชิญชาวบ้านทั้งหมดเข้าร่วมประชุมกับนายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 ขอนแก่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น
ตัวแทนชาวบ้านจากตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน ชี้แจงว่าชาวบ้านตำบลห้วยม่วงอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2512 ปัญหาการประกาศอุทยานแห่งชาติภูผาม่านที่ทับซ้อนที่ดินทำกินพื้นที่ชาวบ้าน ต่อมาสำนักงาน ปฏิรูปที่ดินจังหวัดขอนแก่น ภายหลังการจัดทำ One Map เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้เเสดงสิทธิในที่ดินของชาวบ้านที่ได้รับการจัดสรรที่ทำกินจาก สปก. ชาวบ้านจึงต้องการให้ยกเลิกพื้นที่อุทยานฯที่ทับซ้อนกับที่ทำกินชาวบ้าน
ด้านตัวแทนจากบ้านซำผักหนาม ได้ให้ข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่อุทยานเข้ามาดำเนินการปักแนวเขตในยามวิกาล โดยชาวบ้านไม่มีส่วนร่วมเข้ามาในพื้นที่ของชาวบ้าน รวมถึงพื้นที่ป่าและแหล่งน้ำของชุมชนนี่คือปัญหาที่เกิดและเป็นเหตุที่ชาวบ้านลุกขึ้น ต่อมาได้ทำการรื้อถอนหลักหมุดแนวเขตออก แต่พบว่าพิกัด GIS กลับยังไม่ถูกลบออกทำให้ชาวบ้านไม่มั่นใจว่าการขยายแนวเขตอุทยานแต่ยังทับซ้อนพื้นที่ของชุมชน หรือ ถูกปรับปรุงตามที่ได้ตกลงกันไว้
ขณะที่ตัวแทนจากตำบลดงลาน ได้ยื่นรายชื่อชาวบ้านที่คัดค้าน และแสดงความเห็นในการคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ดังนี้
1) พื้นที่ขอขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน บริเวณพื้นที่ ต.นาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ และตำบลดงลาน ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น นั้นเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงลานที่ชาวบ้านตำบลดงลานนั้น และตำบลใกล้เคียงใช้ประโยชน์ร่วมกัน แม้จะไม่ใช่ป่าชุมชนตามกฏหมาย แต่ถือได้ว่าเป็นป่าชุมชนตามวิถีของชุมชน ในฐานะที่เป็นแหล่งอาหารและแหล่งเศรษฐกิจตามฤดูกาลของชุมชนทั้ง หน่อไม้ เห็ด ไข่มดแดง หญ้าคา ร่วมทั้งพืชผักในป่าที่สร้างอาชีพและหล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้าน หากป่าของชุมชนถูกผนวกเข้าเป็นอุทยานแห่งชาติจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ตามกฏหมาย และมีความเสี่ยงจะต้องถูกดำเนินคดีในอนาคต เพิ่มวิกฤตปัญหาความยากจนของชาวบ้านจากการขาดรายได้ และแหล่งอาหารตามธรรมชาติ ซึ่งพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงลานที่อยู่ติดกับพื้นที่ชุมชนดงลาน ชาวบ้านมีแผนจะขอจัดตั้งป่าชุมชน ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการขออนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562
2) การขยายพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จะทำให้ป่าอนุรักษ์ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอยู่ติดกับชุมชนมากยิ่งขึ้น เพราะไม่มีพื้นที่กันชนระหว่างป่าอนุรักษ์กับชุมชน มีแนวโน้มทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้างป่า และคน มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งในปัจจุบันปัญหาช้างป่าออกจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์มาบุกรุกพื้นที่ทำกิน และที่อยู่อาศัยของชาวตำบลดงลานนั้น นับว่าเป็นวิกฤตที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง ทั้งพื้นที่ทางการเกษตร บ้านเรือนชาวบ้านเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 คน เฉพาะในตำบลดงลาน การขยายแนวเขตอุทยานฯ จึงเป็นการขยายพื้นที่อันตรายจากสัตว์ป่ามายังชุมชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งศาลปกครองขอนแก่นได้มีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เคลื่อนย้ายช้างป่าออกจากชุมชน ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ตามที่ชาวบ้านได้ยื่นฟ้องต่อศาล
3) การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเป็น “การท่องเที่ยววิถีสีชมพู” ที่เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ เป็นเอกลักษณ์ที่มีความโดดเด่น ทั้งป่าต้นน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติ อีกทั้งภูเขาหินปูนที่เรียงตัวทอดยาวรอบพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลดงลานนั้น พบว่ามีถ้ำและหน้าผาที่มีภาพเขียนสี กลายเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์กว่า 27 แหล่ง ที่ชาวบ้านได้สำรวจร่วมกับสำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เดินทางมาท่องเที่ยว ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น และทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อเป็นป่านันทนาการ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิสาหกิจชุมชน “เที่ยววิถีสีชมพู” ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507
นอกจากนั้นชุมชนยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสของกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ในระหว่างการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น เมื่อวันที่ 6-8 กรกฎาคม ในพื้นที่ตำบลดงลาน พบว่าในกระบวนการแสดงความคิดเห็นละเมิดสิทธิชุมชน โดยเจ้าหน้าที่ได้แจกกระดาษเพื่อให้ชาวบ้านกรอกข้อมูลส่วนบุคคล จากนั้นให้แสดงความเห็น หาก “เห็นชอบ” ให้ทำเครื่องหมาย หน้าช่อง “เห็นชอบ” เท่านั้น แต่ถ้ามีความประสงค์จะแสดงความเห็น “ไม่เห็นชอบ” ชาวบ้านต้องให้ความเห็นประกอบ พร้อมกับแจ้งว่าหากชาวบ้าน ทำเครื่องหมาย “ไม่เห็นชอบ” จะถูกตัดสิทธิในการแสดงความเห็น ซึ่งกระบวนการแสดงความเห็นดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิชาวบ้านในการแสดงความคิดเห็น อีกทั้งการสร้างเขื่อนไขในการแสดงความเห็นเป็นการกีดกันชาวบ้านที่มีข้อจำกัดในการเขียน กีดกันไม่ให้ชาวบ้านไม่เห็นชอบ จึงเป็นกระบวนการรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านแบบปิดปาก ขาดหลักความเป็นกลาง
ชาวตำบลดงลานจึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินการดังต่อไปนี้
1. ขอให้ตรวจสอบกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของกรมอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ภายใต้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 ขอนแก่น กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าได้ละเมิดสิทธิชาวบ้านตำบลดงลาน ในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามกฏหมาย ด้วยการสร้างเขื่อนไขกีดกันในการแสดงความคิดเห็น ละเมิดสิทธิการมีส่วนนร่วมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 43, 57 และ 58 ที่รับรองสิทธิของประชาชนและชุมชนในการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการรับฟังความคิดเห็นก่อนดำเนินโครงการที่จะส่งผลกระทบต่อชุมชนหรือไม่
2. ขอให้ตรวจสอบและส่งความเห็นของชาวบ้านดำบลดงลานที่ขอยุติการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ส่งไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบต่อชาวบ้าน และซ้ำเติมวิกฤตความเดือดร้อนต่อชุมชน
3. ขอให้ดำเนินการเร่งรัดให้เคลื่อย้ายช้างป่าออกจากแหล่งชุมชนในพื้นที่อำเภอสีชมพูตามคำสั่งศาลปกครองขอนแก่น เพื่อไม่ให้ประชาชนจังหวัดขอนแก่นต้องเสียชีวิตจากช้างป่าเพิ่มขึ้นอีก แก้ไขความเดือดร้อนชาวบ้านให้ปลอดภัยจากอันตรายของช้างป่า
ซึ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้แจ้งกับชุมชนว่าจะขอให้ทางกรมอุทยานแห่งชาติภูผาม่านยุติกระบวนการรับฟังความคิดเห็นกับชุมชนไปก่อน และหากจะมีการจัดรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งจะต้องมีกระบวนการปรึกษาหารือร่วมกับชุมชนเพื่อออกแบบกระบวนการที่มีความโปร่งใส จากนั้นตัวแทนชาวบ้านจัดพื้นที่ตำบลห้วยม่วง บ้านซำผักหนาม ชุมชนชลประทานขอนแก่น ชาวบ้านตำบลดงลางได้ยื่นหนังสือกับรองผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 ขอนแก่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อให้ติดตามตรวจสอบกระบวนการต่อไป
