Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สส.จังหวัดพะเยา พรรคกล้าธรรม ชี้แจงข้อสังเกตของ กมธ. วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 70 กรณีโครงการก่อสร้างตลาดกลาง อ.ต.ก. จังหวัดพะเยา วงเงิน 168 ล้านบาท ยืนยันไม่ใช่โครงการที่ขับเคลื่อนด้วยเหตุผลทางการเมือง แต่พิจารณาจากศักยภาพด้านโลจิสติกส์ และการรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรของภาคเหนือ


ภาพจาก: องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.)

18 กรกฎาคม 2569 สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานว่า นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดพะเยา พรรคกล้าธรรม กล่าวชี้แจงกรณีมีการตั้งข้อสังเกตในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ต่อโครงการก่อสร้างตลาดกลางขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จังหวัดพะเยา วงเงิน 168 ล้านบาท โดยตนขอยืนยันว่า การเลือกจังหวัดพะเยาเป็นที่ตั้ง ไม่ได้เกิดจากเหตุผลทางการเมือง แต่เป็นการพิจารณาจากศักยภาพด้านโลจิสติกส์และการรวบรวมผลผลิตทางการเกษตรของภาคเหนือ

นายจีรเดช กล่าวว่า จังหวัดพะเยาเป็นจุดเชื่อมสำคัญในการรวบรวมผลผลิตจาก เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แพร่ และลำปาง พร้อมรองรับการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน ทั้ง ถนน R3A และ รถไฟไทย–ลาว–จีน ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพด้านการขนส่งและการค้าชายแดนในอนาคต การมองว่า อ.ต.ก. จะแข่งขันกับตลาดเอกชนไม่ได้ จึงไม่ควรลงทุน เป็นการมองเพียงมิติเดียว เพราะบทบาทของ อ.ต.ก. คือการสร้างโอกาสทางการตลาดและเพิ่มอำนาจต่อรองให้เกษตรกร ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจ แม้ อ.ต.ก. จะมีปัญหาด้านฐานะการเงินที่ต้องเร่งปรับปรุง แต่ไม่ควรใช้เป็นเหตุปิดกั้นโครงการที่มีศักยภาพในการสร้างประโยชน์ให้เกษตรกรและเศรษฐกิจในระยะยาว

นายจีรเดช เห็นว่า ประเด็นสำคัญควรอยู่ที่การพิจารณาว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถสร้างประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรและเพิ่มศักยภาพทางการค้าให้แก่ภาคเหนือได้อย่างไร มากกว่าการตั้งข้อสงสัยต่อการเลือกจังหวัดพะเยาเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการ พร้อมเสนอให้พิจารณาความคุ้มค่า รูปแบบการบริหารจัดการ และผลประโยชน์ที่เกษตรกรจะได้รับอย่างรอบด้าน ก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 นายวีระ ธีระภัทรานันท์ กมธ.งบฯ 70 ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย กล่าวในที่ประชุม ถามถึงกรณีสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ และพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า ทำงานต่างกันอย่างไร หรือทำงานเชื่อมโยงกันอย่างไร ส่วนองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. งบการเงินพบว่ามีผลขาดทุนสะสมต่อเนื่อง 1,414 ล้านบาท  สถานภาพขณะนี้มีหนี้สินกว่า 9,512 ล้าน มีสินทรัพย์รวม 8,371 ล้านบาท ถือว่าสถานภาพล้มละลายแล้ว เพราะว่าหนี้สินมากกว่าทรัพย์สิน  ซึ่งหมายความว่าเงินกองทุนติดลบไปแล้ว แต่ไม่เป็นไรเพราะเป็นรัฐวิสาหกิจจึงจะต้องอยู่ต่อไป พอมาดูแผนฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจที่ตนเองขอเป็นเอกสาร เมื่อมาดูรายการในเนื้อหา ผลประกอบการในปี 2568 ขาดทุน 84 ล้านบาท ปี 2567 ขาดทุน 65 ล้านบาท หากถอยหลังไปปีย้อนหลังคงขาดทุนมาโดยตลอด และมองไปปีข้างหน้าคงขาดทุน

ตอนนี้ยอดขาดทุนสะสม 1,414 ล้านบาท และมีทุน 273 ล้านบาท เท่ากับว่า ขาดทุนจนเกินทุนไปแล้ว 1,141 ล้านบาท  มีค่าใช้จ่ายพนักงาน 220 คน จำนวน 126 ล้านบาท แต่ที่ห่วงคือภาระผูกพัน คือ เช่าที่รถไฟ 1,312 ล้านบาท และหนี้สินในอนาคตที่ถูกฟ้องร้องจำนวน 24 คดี ทุนทรัพย์ 337 ล้าน จึงขอข้อมูลว่าถูกใครฟ้องและคดีไปถึงไหน และมีการตั้งงบเผื่อแพ้คดีไว้หรือไม่

นายวีระกล่าวว่า อ.ต.ก. ก็มีโครงการที่น่าสนใจ ไปลงทุนทำโครงการใน จ.พะเยา 168 ล้านบาท จึงขอความคืบหน้าว่าเหตุใดจึงต้องเป็น จ.พะเยา เริ่มและสถานภาพไปถึงไหน ว่าจะเป็น อ.ต.ก. แบบไหน แต่ที่ตนเองดูแล้วและไม่แน่ใจว่าต้องทำหรือไม่ คือโครงการล้งแห่งชาติ ที่ตนเองมองว่ามาช้ามากจนไม่ควรจะทำด้วยซ้ำ เพราะเงินที่ใช้มันเป็นเศษเงิน จึงถามว่าจำเป็นที่จะทำหรือไม่

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง