Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ศาลมีคำพิพากษาจำคุก 'อานนท์ นำภา' ผิดมาตรา 112 เป็นระยะเวลา 3 ปี ก่อนลดโทษเหลือ 2 ปี คดีโพสต์โซเชียล เขียน ‘ราษฎรสาส์น’ ถึง ร.10 แม้จำเลยให้การเป็นการใช้เสรีภาพการแสดงออกตาม รธน. และมีเจตนาให้ธำรงไว้ซึ่งสถาบันกษัตริย์ ปัจจุบัน คดีมาตรา 112 คดีนี้ของอานนท์ เป็นคดีที่ 5 ที่มีคำพิพากษา และมีผลให้อานนท์ ถูกจำคุกราว 16 ปี

 

3 ธ.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (3 ธ.ค.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ เวลาประมาณ 9.00 น. ผู้พิพากษานัดอ่านคำพิพากษาคดีมาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(3) ของอานนท์ นำภา อายุ 40 ปี ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และสมาชิกราษฎร 2563 จากกรณีโพสต์ข้อความลงสื่อโซเซียลมีเดีย ‘จดหมาย #ราษฎรสาส์น’ ถึงรัชกาลที่ 10 เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2563

อานนท์ นำภา ถูกเบิกตัวจากเรือนจำ มาที่ห้องบัลลังก์ที่ 905 ศาลอาญา รัชดาฯ เมื่อเวลาประมาณ 9.22 น. ก่อนที่ผู้พิพากษาขึ้นนั่งบัลลังก์และเริ่มอ่านคำพิพากษา ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้ที่มาสังเกตการณ์ ครอบครัวของจำเลย และประชาชน สามารถร่วมฟังคำพิพากษาในห้องบัลลังก์ 901

โฆษณา - Advertising

คำพิพากษาสรุปความได้ว่า ระหว่างสืบพยาน จำเลยให้การว่าที่จำเลยโพสต์ข้อความ 'ราษฎรสาส์น' เป็นการวิจารณ์การขยายพระราชอำนาจของกษัตริย์อย่างตรงไปตรงมา เพราะมีเจตนารักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือเป็นการใช้เสรีภาพการแสดงออก ซึ่งเป็นสิทธิที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 34 วรรค 1

โดยศาลพิเคราะห์ประเด็นนี้ว่า แม้ว่ารัฐธรรมนูญระบุถึงสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นไว้ก็ตาม แต่มาตราดังกล่าวมีข้อยกเว้นตามรัฐธรรมนูญ ต้องไม่เป็นเรื่องกระทบเสรีภาพของบุคคลอื่น หากละเมิดต้องถูกลงโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ เพื่อไม่ให้ใครก็ตามใช้เสรีภาพฯ เกินขอบเขต

ศาลพิเคราะห์ว่า ข้อความและภาพที่จำเลยโพสต์ ทำให้ประชาชนพบเห็นเข้าใจว่า กษัตริย์ปัจจุบันก้าวล่วงและละเมิดหลักการประชาธิปไตย กษัตริย์ขยายพระราชอำนาจเกินขอบเขต อีกทั้ง ใช้ภาษีของประชาชนเกินความจำเป็น ถือเป็นการดูหมิ่นและใส่ความพระมหากษัตริย์ ทำให้เสื่อมเสียเกียรติยศ ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง

ส่วนที่จำเลยให้การว่า การวิพากษ์วิจารณ์ของจำเลยมีเจตนาธำรงไว้ของสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น ศาลไม่รับฟัง เอาตามคำกล่าวอ้างของจำเลยไม่ได้ ต้องดูจากข้อความทั้งหมด

โฆษณา - Advertising

ศาลจึงพิจารณาว่า อานนท์ นำภา ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และผิดมาตรา 112 แต่ให้ลงโทษข้อหาที่โทษหนักที่สุด คือมาตรา 112 โดยลงโทษจำคุก 3 ปี ก่อนลดโทษ 1 ใน 3 เหลือคงจำคุก 2 ปี เนื่องจากสืบพยานให้การเป็นประโยชน์ โดยให้ลงโทษจำคุกต่อจากคดีเดิม

ข้อมูลจากศูนย์ทนายฯ ระบุว่า คดีนี้นับเป็นคดีมาตรา 112 ของอานนท์ คดีที่ 5 ที่ศาลจะมีคำพิพากษา ก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นมีลงโทษคดีมาตรา 112 ไปแล้ว 4 คดี รวมโทษจำคุก 14 ปี 2 เดือน 20 วัน โดยทุกคดียังอยู่ระหว่างอุทธรณ์ และหากรวมกับคดีนี้ อานนท์ ถูกจำคุก 16 ปี 2 เดือน 20 วัน 

โจทก์กล่าวหา ราษฎรสาส์นทำให้ ร.10 เสียหาย

ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า คดีนี้มีการสืบพยาน 5 นัด โดยใช้วิธีบันทึกคำเบิกความพยานเป็นวิดีโอ อัยการนำพยานโจทก์เข้าสืบ 4 ปาก ระหว่าง ระหว่างวันที่ 11-13 มิ.ย. และ 10 ก.ย. 2567 ได้แก่ ว่าที่ ร.ต.นรินทร์ ศักดิ์เจริญชัยกุล ผู้กล่าวหา, คมสัน โพธิ์คง พยานความเห็นทางวิชาการ และพนักงานสอบสวนอีก 2 ปาก

ฝ่ายจำเลยนำพยานเข้าสืบทั้งหมด 3 ปาก ในวันที่ 31 ต.ค. 2567 ได้แก่ อานนท์ นำภา และพยานความเห็นทางวิชาการ 2 ปาก คือ สมชาย ปรีชาศิลปกุล และยิ่งชีพ อัชฌานนท์

โฆษณา - Advertising

ถึงแม้ว่าการสืบพยานตลอด 5 นัด อานนท์ผู้เป็นจำเลยในคดีถูกคุมขังเนื่องจากไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นอุทธรณ์ในคดีมาตรา 112 คดีอื่น และต้องเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาศาลเพื่อร่วมพิจารณาคดี โดยอานนท์ เป็นผู้ถามค้านพยานโจทก์ส่วนใหญ่ในคดีนี้ด้วยตนเอง

การนำสืบของโจทก์ พยายามกล่าวหาว่า เนื้อหาในโพสต์ของจำเลยทำให้คนทั่วไปเกิดความเข้าใจผิด เกิดความแตกแยก กระทบต่อในหลวงรัชกาลที่ 10 และสถาบันกษัตริย์ ทำให้ถูกดูหมิ่น ถูกเกลียดชัง ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 บัญญัติไว้ว่า พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ในฐานะที่ผู้ใดจะละเมิดหรือกล่าวหาในทางใด ๆ ไม่ได้

ยืนยันวิจารณ์เพื่อให้สถาบันกษัตริย์ดำรงอย่างสง่างามในระบอบ ปชต.

ด้านอานนท์ ซึ่งให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา มีข้อต่อสู้ในคดีว่าจําเลยโพสต์ข้อความตามฟ้องโจทก์ในเฟซบุ๊กจริง แต่ข้อความดังกล่าวเป็นข้อความแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต ตามสิทธิเสรีภาพที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และในการสืบพยานฝ่ายจำเลยก็ยืนยันว่า เจตนารมณ์ของจำเลยในการโพสต์คือต้องการให้สถาบันกษัตริย์ดำรงอยู่อย่างสง่างามในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เป็นการพูดถึงพระราชอำนาจของกษัตริย์อย่างตรงไปตรงมาและเป็นข้อเท็จจริง

อานนท์ กล่าวว่า การพิจารณาความผิดตามมาตรา 112 ต้องคำนึงถึงมาตรา 34 แห่งรัฐธรรมนูญ ที่รับรองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นควบคู่กันไป มิอาจใช้หลักการตามมาตรา 6 มาทำลายหลักเสรีภาพ ซึ่งเป็นหลักคุณค่าของรัฐธรรมนูญเสมอกัน นั่นคือการแสดงความเห็นติติงเพื่อให้สถาบันกษัตริย์ดำรงอยู่สามารถกระทำได้ ถ้าไม่เป็นการมุ่งทำร้าย

โฆษณา - Advertising
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising