หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 8 ต่อ 0 ถอดถอนยุน ซอกยอล จากการประกาศกฎอัยการศึกเป็นระยะเวลาสั้นๆ มีการกำหนดวันเลือกตั้งประธานาธิบดี 3 มิ.ย.นี้ โดยพรรคฝ่ายค้านเรียกร้องพรรครัฐบาลแสดงความรับผิดชอบด้วยการถอนตัวไม่ส่งผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี
การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ถอดถอนประธานาธิบดียุน ซอกยอล เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2568 ทำให้เกาหลีใต้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ภายในวันที่ 3 มิ.ย. 2568 ตามมาตรา 68 รัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่า หากตำแหน่งประธานาธิบดีว่างลง จากการถูกถอดถอนจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน
รัฐบาลพยายามยื้อให้นานที่สุด เพราะไม่มีเวลาวางแผนล่วงหน้านานนัก เหมือนกับกรณีที่ประธานาธิบดีปาร์ก กึนเฮ ที่ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งในปี 2560 เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2560 การเลือกตั้งมีขึ้นในวันที่ 9 พ.ค. ครบ 60 วันพอดี จึงคาดว่าน่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 3 มิ.ย. 2568
ประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกตั้งจะต้องปฏิบัติหน้าที่ทันที โดยไร้ช่วงเปลี่ยนผ่านหรือไม่มีคณะทำงานเปลี่ยนผ่านแต่อย่างใด มิน ฮยุงแบ สมาชิกพรรคเสรีประชาธิปไตย (DPK) เสนอกฎหมายให้ประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกตั้งจากการเลือกตั้งก่อนครบวาระสามารถตั้งคณะกรรมการเปลี่ยนผ่านภายใน 60 วัน เพื่อให้การเปลี่ยนถ่ายงานเป็นไปอย่างราบรื่น
ขณะที่พรรคต่างๆ เริ่มรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งแล้ว กวาน เซิงดอง ผู้นำพรรคพลังประชาชน (PPP) ซึ่งเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น จะสะท้อนว่าชาวเกาหลีใต้คิดอย่างไรต่อ DPK และต่อ ลี แจมยึง หัวหน้าพรรค DPK โดยระหว่างการประชุมแกนนำพรรค เขากล่าวว่า ขณะที่ประธานาธิบดียุน ถูกศาลตัดสินให้มีความผิดไปแล้ว แต่พรรค DPK ไม่แสดงความรับผิดชอบต่อความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้น และวิจารณ์ว่าพรรค DPK เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดภาวะชะงักงันทางการเมือง จากการที่ยื่นถอดถอนประธานาธิบดียุน
ด้านพรรค DPK ตอบโต้ว่า พรรค PPP ไม่ควรส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นเพราะยุน สมาชิกพรรค PPP ปาร์ค จานแด สส.พรรค DPK กล่าวว่า การเลือกตั้งแต่ที่เกิดขึ้นนี้จะต้องใช้งบประมาณ 494.9 พันล้านวอน พรรค PPP ควรจะต้องอับอายเกินกว่าจะส่งผู้สมัคร
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีคนใหม่จะอยู่ที่ใดยังเป็นคำถามสำหรับเกาหลีใต้ เพราะนับตั้งแต่ยุน เข้ารับตำแหน่งเมื่อ พ.ค. 2565 เขาก็ย้ายทำเนียบประธานาธิบดีจากซองวาแด ไปยังพื้นที่กระทรวงกลาโหม ซึ่งฝ่ายค้านวิจารณ์ว่าใช้งบประมาณไม่สมเหตุสมผล แต่ตอนนี้เขาถูกถอดถอนแล้ว ประธานาธิบดีคนต่อไปจะต้องตัดสินใจว่าย้ายไปอยู่ที่เดิม หรืออยู่ในกระทรวงกลาโหม
หากพรรค DPK ชนะการเลือกตั้ง การเลือกกลับไปอยู่ที่ซองวาแด ก็เป็นทางเลือกที่ไม่ง่าย เพราะตอนนี้เปิดเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมให้คนภายนอกได้เข้าชมมานาน 3 ปีแล้ว การย้ายกลับมาจะต้องใช้เงินปรับปรุงใหม่อีกมาก โดยเฉพาะด้านความปลอดภัย พรรค DPK มีความคิดว่าจะย้ายทำเนียบประธานาธิบดีไปอยู่ที่แซจอง ซึ่งเป็นพื้นที่ศูนย์กลางของหน่วยงานรัฐ อยู่ระหว่างการก่อสร้างทำเนียบประธานาธิบดีแห่งที่ 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2570 การย้ายทำเนียบมาที่นี่เป็นหนึ่งในความพยายามกระจายศูนย์กลางของรัฐบาล และลดความแออัดในกรุงโซล
ด้านยุน เตรียมเข้าอยู่ในอพาร์ตเมนต์ในเขตโซโช ที่เขาเคยอยู่ก่อนเข้ารับตำแหน่ง ต่างจากประธานาธิบดีคนก่อนที่มักจะอยู่บ้านเดี่ยว ซึ่งจัดการด้านความปลอดภัยได้ง่ายกว่าอพาร์ตเมนต์ ผลจากการถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งทำให้สิทธิพิเศษเดียวที่ยุน เหลือคือ การคุ้มครองความปลอดภัย ผลประโยชน์อื่นๆ ถูกตัด รวมทั้งเงินบำนาญและการได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่รัฐ
เรียบเรียงข้อมูลจาก
