Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

จากกรณีคลิปเสียงซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับผู้นำฝ่ายบริหารของประเทศไทยหลุด 'สมาคมนักเรียนไทยในยุโรป' ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้สังคมไทยตั้งสติและไม่ตกเป็นเหยื่อของกระแสชาตินิยมสุดโต่งหรือการบิดเบือนข้อเท็จจริงที่นำไปสู่การเรียกร้องการรัฐประหารหรืออำนาจพิเศษ - สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ออกแถลงการณ์ จุดยืนต่อสถานการณ์การเมืองไทยท่ามกลางข้อพิพาทชายแดนไทย- กัมพูชา

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 สมาคมนักเรียนไทยในยุโรป ออกแถลงการณ์ เรื่อง การยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมในบริบทของสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ความว่า ตามที่ได้เกิดกรณีคลิปเสียงซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับผู้นำฝ่ายบริหารของประเทศไทยหลุดเผยแพร่ต่อสาธารณชน และส่งผลให้เกิดกระแสความไม่พอใจในสังคมไทย โดยเฉพาะในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและข้อกล่าวหาเรื่องความมั่นคงของชาติ จนกระทั่งบางส่วนของสังคมมีข้อเสนอหรือกระแสเรียกร้องให้มีการรัฐประหารเพื่อจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าวนั้น

สมาคมนักเรียนไทยในยุโรปในฐานะกลุ่มนักเรียนไทยในต่างประเทศซึ่งยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และหลักนิติธรรมสากล ขอแสดงความห่วงกังวลต่อพัฒนาการของสถานการณ์ทางการเมืองไทยในปัจจุบัน และขอแถลงจุดยืนต่อประเด็นดังกล่าว ดังนี้

1. เราขอยืนยันว่า ระบอบประชาธิปไตยที่มีกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจตามรัฐธรรมนูญ ยังคงเป็นระบบการปกครองที่มีความชอบธรรมมากที่สุดในการแก้ไขปัญหาทางการเมือง ไม่ว่ารัฐบาลจะถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือถูกตั้งคำถามในเรื่องใด การตรวจสอบและการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลควรเป็นไปตามกระบวนการรัฐสภาและกฎหมายที่มีอยู่เท่านั้น ไม่ควรอาศัยอำนาจนอกระบบหรือวิธีการที่ละเมิดเจตจำนงของประชาชน

2. สมาคมฯ เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล รัฐสภา กองทัพ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการภายใต้หลักการสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ได้แก่ การควบคุมกองทัพโดยรัฐบาลพลเรือน (Civilian Control of the Military) หลักนิติธรรมและหลักกฎหมายระหว่างประเทศ (Rule of Law / Rule of International Law) ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และความรับผิดชอบ (Accountability)

3. สมาคมฯ ขอเรียกร้องให้สังคมไทยตั้งสติและไม่ตกเป็นเหยื่อของกระแสชาตินิยมสุดโต่งหรือการบิดเบือนข้อเท็จจริงที่นำไปสู่การเรียกร้องการรัฐประหารหรืออำนาจพิเศษใด ๆ ทั้งสิ้น ประวัติศาสตร์ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าการทำรัฐประหารไม่เคยนำพาประเทศไทยไปสู่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน กลับเป็นการทำลายกลไกประชาธิปไตยและขัดขวางพัฒนาการทางการเมืองของประเทศไทย

4. สมาคมฯ ยืนหยัดที่จะสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงออกทางการเมืองอย่างสันติ และเรียกร้องให้ภาคประชาสังคม สื่อมวลชน และสถาบันการศึกษา มีบทบาทในการตรวจสอบ ตีความ และวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยเหตุผลมากกว่าอารมณ์ เพื่อให้สังคมไทยไม่ถูกชักนำไปสู่การแก้ปัญหาด้วยวิธีการนอกระบบอีกครั้ง

ท้ายที่สุด สมาคมนักเรียนไทยในยุโรปขอเน้นย้ำว่า การปกป้องประเทศชาติและศักดิ์ศรีของไทยบนเวทีโลก มิใช่การใช้กำลังหรือความเกลียดชัง หากแต่คือการดำรงจุดยืนที่ชัดเจนในหลักนิติธรรม การเคารพพันธกรณีระหว่างประเทศ และการยึดมั่นในคุณค่าของระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง

ด้วยความเคารพต่อคุณค่าพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตยสากล 
สมาคมนักเรียนไทยในยุโรป
20 มิถุนายน 2568


สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ออกแถลงการณ์ จุดยืนต่อสถานการณ์การเมืองไทยท่ามกลางข้อพิพาทชายแดนไทย- กัมพูชา

ด้าน สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) ออกแถลงการณ์ จุดยืนต่อสถานการณ์การเมืองไทยท่ามกลางข้อพิพาทชายแดนไทย- กัมพูชา ระบุว่า ตามที่ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ อันเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องสิทธิในเขตแดน ระหว่างไทย -กัมพูชา ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อสาธารณะ โดยทั่วไปนั้น

สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) มีจุดยืน ดังนี้:

1. ไม่ว่าการขัดแย้งและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะเป็นเช่นใด ประเทศไทยจะต้องมีรัฐบาลที่ชอบธรรมและมีอำนาจเต็มตามรัฐธรรมนูญ เพื่อสามารถดำเนินการในนามรัฐไทยในการยืนยันสิทธิเหนือดินแดนพิพาท อย่างมีน้ำหนัก และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ตามหลักปฏิบัติของกฎหมายระหว่างประเทศ

2. กองทัพ พรรคการเมืองและกลุ่มมวลชนทางการเมือง ต้องไม่กระทำการใดๆ ที่กระทบต่อการมีรัฐบาลที่ชอบธรรมของไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่เรียกร้องหรือเปิดช่องทางในการรัฐประหาร หรือ สร้างสถานกรณ์อันไม่สามารถควบคุมได้ อันอาจนำไปสู่การแทรกแซงหรือการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ไม่เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตย ซึ่งจะส่งผลร้ายอย่างยิ่งต่อสถานะของไทยในเวทีระหว่างประเทศ

3. การยุบสภาควรเป็นหนทางสุดท้ายในการแก้วิกฤติการทางการเมืองในประเทศ เพราะการยุบสภาในขณะนี้อาจทำให้เกิดสุญญากาศทางอำนาจ อันอาจทำให้กระบวนการต่างๆที่รัฐไทยมีกับต่างประเทศเกิดภาวะชะงักงันและไม่ทันท่วงทีต่อสถานการณ์

จากจุดยืนดังกล่าว สสส.ขอเรียกร้อง ดังต่อไปนี้

1.นายกรัฐมนตรีและรัฐไทยต้องพิจารณาแสดงจุดยืนในเวทีโลกอย่างจริงจัง ผ่านช่องทางทางการทูตและกลไกระหว่างประเทศที่เหมาะสมว่าประเทศไทยพร้อมเจรจาปัญหาเขตแดนอย่างสันติ บนพื้นฐานของหลักกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยเขตแดน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทยจะยึดหลักการ “เส้นสันปันน้ำ” (watershed line) เป็นเกณฑ์หลักในการกำหนดเขตแดนตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นแนวทางที่มีรากฐานมั่นคงในกฎหมายระหว่างประเทศและแบบอย่างทางนิติศาสตร์ที่สามารถอ้างอิงได้ ทั้งนี้รัฐบาล กองทัพไทย และประชาชนคนไทยทุกภาคส่วน จะต้องมีส่วนร่วมกันในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเขตแดนโดยสันติ ตามกฎบัตรสหประชาชาติ บทที่ 2 (ห้ามใช้กำลังหรือขู่จะใช้กำลังต่อบูรณภาพแห่งดินแดน)  และบทที่ 33 – 38 (การระงับข้อพิพาทโดยสันติ)  หากรัฐบาลดำเนินการได้อย่างหนักแน่นชัดเจนในแนวทางนี้ จะช่วยลดกระแสความไม่พอใจของประชาชน อันจะมิได้ส่งผลเพียงต่อเสถียรภาพรัฐบาล ภาวะความเป็นประชาธิปไตย แต่ยังรวมถึงโอกาสในการยืนยันสิทธิครอบครองดินแดนที่กำลังมีข้อพิพาทด้วย หยุดยั้งสถานการณ์ที่จะบานปลายเกินควบคุม

2.สมาชิกรัฐสภา ทหาร ประชาชน และทุกภาคส่วน ต้องระมัดระวังต่อการกระทำหรือคำพูดที่อาจทำให้รัฐไทยถูกมองว่าเป็นผู้รุกราน หรือไม่มีเสถียรภาพพอจะบริหารอธิปไตยของตนเองได้อย่างสันติ ต้องหลีกเลี่ยงการสนับสนุนการใช้กำลัง หรือกลไกใดๆ ที่อยู่นอกวิถีทางประชาธิปไตย เพราะจะบั่นทอนสถานะของไทยในเวทีระหว่างประเทศโดยตรง และต้องไม่ขยายข้อพิพาทที่ก่อขึ้นโดยกลุ่มผู้ปกครองกัมพูชาไปสู่การพิพาทระหว่างประชาชนไทยกับประชาชนกัมพูชา ทั้งที่อยู่ในประเทศกัมพูชาและที่อยู่ประเทศไทย

สสส. ขอยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างมีเสถียรภาพภายในประเทศ ควบคู่กับการยืนหยัดบนหลักกฎหมายระหว่างประเทศ คือหนทางเดียวที่ไทยจะรักษาอธิปไตยและศักดิ์ศรีของรัฐชาติได้อย่างแท้จริง
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง