ประชาไท ชวนจับกระแสข้อเรียกร้องผ่านการปราศรัยของ ‘กลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ’ ข้อเรียกร้องสำคัญของพวกเขาคือการเรียกร้องให้ ‘แพทองธาร’ ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และให้พรรคร่วมถอนตัวจากรัฐบาล พร้อมกันนี้พวกเขายังไม่พอใจเรื่องคลิปคุย 'ฮุนเซน' ที่บอกว่ากองทัพอยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล
28 มิ.ย. 2568 สำนักข่าว The Reporters ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ (28 มิ.ย.) ตั้งแต่เวลา 11.48 น. กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย นัดรวมตัวชุมนุมใหญ่ “รักเธอประเทศไทย” ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยมีข้อเรียกร้องจำนวน 3 ข้อ ประกอบด้วย 1. ให้แพทองธาร ชินวัตร ลาออก 2. ให้พรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคที่เคยต่อสู้กับประชาชน ถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล และ 3. ขอให้ประชาชนสลายสีเสื้อออกมาชุมนุมปกป้องอธิปไตย
ภาพบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มรวมพลังแผ่นดิน ผู้อ่านสามารถคลิกลูกศร ซ้าย-ขวา เพื่อเลื่อนดูภาพได้
พิชิต ไชยมงคล ประธาน คปท. กล่าวปราศรัยที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กล่าวถึงเหตุผลที่ออกมาขับไล่รัฐบาลครั้งนี้ โดยวิจารณ์ว่าแพทองธาร ล้มเหลวในการบริหารประเทศ ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ รวมถึงการใช้ระบบยุติธรรมมาอุ้ม ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ในกรณีพักรักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ระหว่างการรับโทษ ซึ่งตอนนี้แพทยสภามีมติลงโทษแพทย์ 3 คน และมีการตั้ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขึ้นมาสอบสวนกรณีนี้ ทั้งหมดนี้รัฐบาลกำลังนำพาประเทศเข้าสู่ภาวะประเทศล้มเหลว และตอนนี้เขาต้องการมาขัดขวางไม่ให้ประเทศเข้าสู่ภาวะดังกล่าว
พิชิต ระบุด้วยว่า “ฟางเส้นสุดท้าย” ที่ทำให้พวกเขาต้องออกมาขับไล่รัฐบาล คือคลิปเสียงสนทนาระหว่างแพทองธาร กับฮุนเซน ที่มีการพูดว่าให้กองทัพ และแม่ทัพภาคที่ 2 ไปเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล และแม้แพทองธาร จะอ้างว่าเป็นเรื่องเทคนิคการเจรจา เรื่องนี้ก็ยังฟังไม่ขึ้น
“มีที่ไหนเทคนิคการเจรจา นี่มันเทคนิคขายชาติต่างหาก เจรจาแบบไหนที่ต้องตัดหัวแม่ทัพเอาไปถวายฮุนเซน มันมีการเจราแบบไหน ที่บอกว่าแม่ทัพภาคที่ 2 ไม่ใช่พวกเรา ถ้าแม่ทัพไม่ใช่พวกเรา ทหารก็ไม่ใช่พวกเราเช่นเดียวกัน พี่น้องจะยืนอยู่ข้างรัฐบาล หรือยืนอยู่ข้างประชาชนที่ยืนข้างกองทัพที่รักษาอธิปไตยของประเทศ
"เพราะฟางเส้นสุดท้าย ไอ้คลิปเสียง มันกลายเป็นใบเสร็จสำคัญ นอกเหนือจากการเมืองล้มเหลว สังคมล้มเหลว กระบวนการยุติธรรมล้มเหลว มันจะทำให้ประเทศล้มเหลวขายชาติขายแผ่นดินไปด้วย" ประธาน คปท. กล่าว
ประธาน คปท. ได้เน้นย้ำข้อเรียกร้อง 3 ข้อของการชุมนุม และเชิญชวนประชาชนทุกคนมาร้องเพลงชาติในเวลา 18.00 น. หลังจากนั้นจะมีการอ่านแถลงการณ์ และการปราศรัย สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งเป็นไฮไลท์ของวันนี้
“นี่เป็นการเลือกฝั่งประเทศไทย หลายคนมาบอกว่าเป็นการชุมนุมทางการเมืองเพื่อไล่รัฐบาล มันก็ใช่ แต่เราเห็นว่ารัฐบาลที่บริหารประเทศไม่ได้ นำพาประเทศสูญเสียมาถึงทุกวันนี้ มันจะพาประเทศล้มหายไปด้วย ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมีแพทองธาร ก็เดินได้ แพทองธาร กลายเป็นจุดอ่อนของประเทศไทย ถ้าเราต้องการให้เมืองไทยเดินหน้าอย่างเข้มแข็ง แพทองธาร ต้องออกจากสมการการเมืองไทยทันที” ประธาน คปท. ระบุ
สำหรับกำหนดการการชุมนุมวันนี้ มีการเริ่มชุมนุมอย่างเป็นทางการตั้งแต่เวลา 9.30 น.เป็นต้นไป และจะมีกิจกรรมการทำบุญ การแสดงดนตรี สลับกับการปราศรัย จนถึงเวลา 21.00 น.ของวันนี้ (28 มิ.ย.)
เบื้องต้น พล.ต.ท. อาชยน ไกรทอง โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงมาตรการเตรียมความพร้อมว่าได้มีการหารือทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ชุมนุมเกี่ยวกับการใช้สิทธิเสรีภาพภายใต้กรอบของกฎหมาย และขอความร่วมมือผู้เข้าร่วมชุมนุมงดนำสิ่งของผิดกฎหมาย วัตถุต้องห้าม หรือของมึนเมาเข้าพื้นที่การชุมนุม นอกจากนี้ ยังขอให้ประชาชนทั่วไป ผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่ช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
พล.ต.ท.อาชยน กล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน ยังไม่มีการปิดถนนหรือประกาศห้ามจราจรแต่อย่างใด ผู้จัดชุมนุมได้แจ้งว่าจะใช้เวลาในการทำกิจกรรมเพียงหนึ่งวันเท่านั้น และจะไม่มีการพักค้างคืนในพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ทั้งนี้ ทางตำรวจได้ขอความร่วมมือผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องให้หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านจุดดังกล่าว หรือหากจำเป็นต้องเดินทางขอให้มีการเผื่อเวลา
เวลา 14.00 น. ประชาชนเข้าร่วมชุมนุมจำนวนมากรอบพื้นที่ ประชาชนบางส่วนหลบแดดอยู่ใต้ร่มตามแนวสกายวอล์ก และตามป้ายรถเมล์
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำจากพรรคไทยภักดี เดินทักทายผู้ชุมนุมตามจุดต่างๆ
ยกเรื่องชาติ ปกป้องอธิปไตย ไม่พอใจเรื่องคลิปเสียงคุยฮุนเซน
จากการฟังปราศรัย ส่วนใหญ่ผู้ปราศรัยจะมุ่งเน้นไปที่การโจมตีท่าทีของรัฐบาลแพทองธาร ซึ่งดูเหมือนจะนิ่งเฉยกับปมประเด็นเขตแดนกับรัฐบาลของประเทศกัมพูชา ไม่ว่าจะเป็นข้อพิพาทการแบ่งทรัพยากรทางทะเล หรือข้อพิพาทเขตแดนทางบก และวิจารณ์การเปิดเผยคลิปเสียงคุยแพทองธาร-ฮุนเซน เข้าข่ายการขายชาติในมุมมองของพวกเขา
ยกตัวอย่างการปราศรัยของไทกร พลสุวรรณ แกนนำพลังแผ่นดินฯ ที่ออกมากล่าววิจารณ์ทักษิณ และแพทองธาร ถึงจุดยืนและท่าทีที่ค่อนข้างเมินเฉยต่อข้อพิพาทเขตแดนไทย-กัมพูชา ทั้งทางบกและทะเล
ไทกร ระบุถึงไทม์ไลน์ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เป็นประเด็นมาตั้งแต่ต้นปี 2568 ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลงที่ปราสาทตาเมือนธม ที่ยังมีข้อพิพาทที่ยังไม่ลงตัวว่าเป็นเขตแดนของประเทศไทย หรือกัมพูชา หรือการเผาศาลาตีมุขที่เขามองว่าแพทองธาร เพิกเฉยเกินไป
ทั้งนี้ ประเด็นเผาศาลาตรีมุข วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวช่อง 8 ว่า ทางกองกำลังสุรนารี ได้รับแจ้งจากทหารฝั่งกัมพูชาว่ามีไฟไหม้จากบ้านเรือนประชาชน และลามมาที่ศาลาตรีมุข แต่เบื้องต้น เขายังไม่ขอให้ความเห็นเพิ่มเติม แต่มองว่ารายงานจากทางกัมพูชา ถือว่ามีความเชื่อถือระดับหนึ่ง เพราะว่าเป็นรายงานจากทางการ
กรณีที่ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประเทศไทย ประกาศในการประชุม “General Border Committee” (GBC) กับเตีย เซ็ยฮา รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมของกัมพูชา ที่ ร.ร.เชอราตัน เมื่อ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา ระบุให้ถอนทหารออกจากชายแดน เพื่อลดความตึงเครียด และไม่ให้มีการเผชิญหน้ากับทหารกัมพูชา ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกข้อตกลงร่วม MOU43 และในปลายเดือน พ.ค. 2568 รมว.กลาโหมไทย ให้ทหารถอนตัวออกจากแนวชายแดนเทือกเขาพนมดงรัก 200 เมตร เพื่อไม่ให้ปะทะกับทหารกัมพูชาเช่นเดียวกัน ซึ่งดูเหมือนเหตุผลในการถอนทหาร จะไม่ค่อยถูกใจไทกร เท่าใดนัก เพราะว่าเขามองว่าไม่ได้เป็นการปกป้องอธิปไตยไทย
ไทกร ได้กล่าวปราศรัยวิจารณ์เรื่องการปล่อยคลิปเสียงคุยระหว่างแพทองธาร และฮุนเซน ว่าเป็นเรื่องอัปยศ และไม่ต้องการปล่อยให้เป็นนายกฯ ต่อไป เพราะมองว่าการที่แพทองธาร ซึ่งเป็นถึงประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อาจทำให้เธอรู้ข้อมูลความมั่นคงภายในประเทศทุกอย่าง และไปเปิดเผยกับฮุนเซน แล้วถ้าวันหนึ่งฮุนเซน ขู่แบล็กเมลแพทองธาร หรือพ่อของเธอ คิดว่าแพทองธาร จะบริหารประเทศต่อไปยังไง ดังนั้น เขาไม่สามารถไว้วางใจแพทองธารได้ และเรียกร้องให้ออกจากตำแหน่งนายกฯ
“เราไม่ได้มาปกป้องประชาธิปไตย เราไม่ได้มาปกป้องพรรคการเมือง หรือรัฐบาลใด แต่มาปกป้องแผ่นดินของเรา หลายคนบอกว่าประชาชนต้องปกป้องประชาธิปไตย แต่ผมต้องบอกพี่น้องเหล่านั้นว่า ถ้าไม่มีแผ่นดิน ไม่มีประเทศ และมันจะมีประชาธิปไตยได้อย่างไร ดังนั้น แผ่นดินต้องมาก่อน มีประเทศไทย และจึงมีประชาธิปไตย” ไทกร ทิ้งท้าย
ไม่เอารัฐประหาร หวั่นอำนาจเบ็ดเสร็จยกผลประโยชน์ให้ฮุนเซน
รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กล่าวปราศรัยในลักษณะเดียวกันว่า เธอไม่พอใจแพทองธาร ด้วยเหตุผลดังนี้
- เรื่องคลิปเสียงคุยส่วนตัวแพทองธาร-ฮุนเซน ที่ไปวิจารณ์กองทัพอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาล ทั้งที่กองทัพเองก็กำลังปกป้องอธิปไตย และในคลิปเสียงมีการระบุทำนองว่า “ถ้า Uncle ต้องการอะไร ขอให้บอก จะจัดให้” ซึ่งอันนี้คือความผิดที่ร้ายแรง
เธอยังอ้างกฎหมายสมัยอยุธยาจนถึงรัชกาลที่ 5 มีการบัญญัติกฎหมายเรื่อง ‘อัยการขบถศึก’ ซึ่งกำหนดว่าผู้ใดมีใจเผื่อแผ่ให้กับศัตรู หรือชักชวนศัตรูให้มาเบียดเบียนขอบขัณฑสีมาและธานีน้อย-ใหญ่ และเอาความในไปบอกให้รู้ว่ากำลังเมืองเป็นอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้เป็นโทษร้ายแรง และต้องประหาร 7 ชั่วโคตร และให้ยึดทรัพย์สินข้าทาสบริวารทั้งหลาย ถ้ากฎหมายยังอยู่ถึงปัจจุบัน เธอเชื่อว่าแพทองธารอาจเข้าข่ายที่ต้องรับโทษนี้หรือไม่ แม้ว่าจะไม่มีกฎหมายอัยการกบฏศึก แต่ตอนนี้มีกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา 119-128 สามารถใช้แทนได้
- ท่าทีของทักษิณ ชินวัตร เรื่องคลิป 17 นาทีของฮุนเซน ไม่มีการตอบโต้ ทำให้เกิดความสงสัยว่ามีความลับอะไรที่ฮุนเซนกุมเอาไว้ หรือที่ฮุนเซน ออกมาพูดเรื่องมีอาวุธยิงไกลถึงกรุงเทพฯ แต่ทำไมรัฐบาลไทยถึงไม่ทำอะไรเลย ดังนั้น ฮุนเซน กุมความลับอะไรหรือไม่ที่ทำให้รัฐบาลไม่กล้าทำอะไร และเราไม่ต้องการให้ตระกูลนี้บริหารประเทศต่อไป
- หลังจากทักษิน กลับมา ได้มาดำเนินการเรื่องทรัพยากรทางทะเลในอ่าวไทยตาม MOU44 ซึ่งรสนา ระบุว่าเป็นการเอาทรัพย์สินของประชาชนไปให้กับกัมพูชา และในมุมมองของเธอ การยกก๊าซธรรมชาติและน้ำมันให้กัมพูชาต้องถือว่าเป็นการขายชาติ เพราะการยกน้ำมันให้เขา ทำให้กัมพูชามียุทธปัจจัยมารบกับไทยได้ ทำให้เธอไม่ไว้วางใจคนที่มาคุยเจรจาเรื่อง MOU44 หรือทักษิณ
- ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจในการปราศรัยของรสนา คือ เธอยืนยันว่าเธอไม่เอารัฐประหาร เพราะว่าการทำรัฐประหาร 2 ครั้งล่าสุด ไม่ได้เป็นการฉีก MOU43 และ MOU44 และฮุนเซนอาจจะกำลังต้องการรัฐบาลเบ็ดเสร็จมาเพื่อเจรจาแบ่งผลประโยชน์จากอ่าวไทย
“ฮุนเซน อาจจะต้องการรัฐบาลเบ็ดเสร็จมาเพื่อเจรจาผลประโยชน์บนอ่าวไทยอีกหรือเปล่า ถ้ามีรัฐบาลไหนมาพูดถึงเรื่องการแบ่งปัน ทรัพย์สมบัติของเราในอ่าวไทย ให้ถือว่าทรยศต่อชาติ" รสนา ทิ้งท้าย
จาก 3 ข้อเหลือข้อเดียว 'ปกป้องอธิปไตย'
เวลาประมาณ 15.30 น. จตุพร พรหมพันธ์ อดีตแกนนำ นปช. ที่วันนี้ย้ายมาเป็นแกนนำกลุ่มพลังแผ่นดินฯ ต่อต้านรัฐบาลแพทองธาร ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงภาพรวมการชุมนุมวันนี้ ระบุว่าเขาจะเป็นคนปราศรัยปิดท้าย และยังคงยืนยันข้อเรียกร้องให้ 1. นายกฯ ลาออก และ 2. พรรคร่วมถอนตัวจากรัฐบาล และ 3. การปกป้องอธิปไตย แต่วันนี้น่าจะเหลือข้อเดียวแล้ว คือการปกป้องอธิปไตย เพราะว่าสองข้อแรกถูกปฏิเสธไปแล้ว
จตุพร กล่าวต่อว่า สำหรับเขายังไม่มีการคุยเรื่องการยกระดับการชุมนุม และเชื่อว่านายกฯ จะเยื้อต่อไปได้ไม่กี่วันเนื่องจากวันที่ 1 ก.ค. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยรับคำร้อง ที่ สว.ร้องแพทองธาร เรื่องปมคลิปเสียงคุยฮุนเซนหรือไม่ และถ้ารับ อาจจะมีการสั่งให้แพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่
เวลา 15.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงานพบประชาชนจากหลากหลายกลุ่มเข้าร่วมชุมนุม กระจายตามจุดต่างๆ ตามบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อย่างกลุ่มกองทัพธรรม ศิษย์เก่าสิงห์ดำจุฬาฯ ร้องเพลงที่ป้ายรถเมล์ฝั่งราชวิถี กลุ่มมุสลิมฮารูน และเครือข่ายราชภักดี ทั้งนี้ จากการประเมินด้วยการสังเกตการณ์ ผู้เข้าร่วมชุมนุมส่วนใหญ่มีอายุประมาณ 45 ปีขึ้นไป
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังพบป้ายต่อต้านการเลือกตั้ง ถูกติดที่รั้วเหล็กบริเวณที่ชุมนุมอีกด้วย ข้อความระบุว่า “หยุดเลือกตั้งจอมปลอม 20 ปี ปฏิรูปประเทศ พาไทยเข้าสู่ยุคศิวิไลซ์”
ส่วนเรื่องด่านตรวจอาวุธ และความปลอดภัย พบเห็นอยู่บนฟุตบาทฝั่งหน้าโรงพยาบาลราชวิถี กับฝั่งสมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์ (ด้าน BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ)
เวลา 15.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ยังมีผู้ชุมนุมเข้ามาในพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อย่างต่อเนื่อง โดยเดินทางจากทาง BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ
เวลา 16.15 น. ฝนตกอย่างหนักบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ เป็นเวลาราวครึ่งชม.
เชื่อมั่นศาลรัฐธรรมนูญถอดถอนนายกฯ
16.25 น. สมชายแสวงการขึ้นกล่าวปราศรัยขอให้มีการส่งทูตพิเศษไปรับหลักฐานคลิปเสียงขอทักษิณ พร้อมทั้งเชื่อว่า เป็นสถานการณ์ที่คนแก่คนนึงเมาไวน์แล้วด่าสถาบัน มีพยานในที่เกิดเหตุด้วย นอกจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการทำร้ายคนไทยทุกสีเสื้อ และทุกวันนี้แพทองธารก็ไม่เคยขอโทษประชาชน แล้วยังบอกว่าประเทศชาติไม่เสียอะไรอีก ทั้งที่ทำให้ไทยเสียศักดิ์ศรีเสียกำลังใจ
สมชายระบุว่า หลังกัมพูชาเข้ามาเผาศาลตรีมุขรัฐบาลก็เฉย 28 พ.ค. ก็ขุดคูเลตเข้ามา แต่นายกที่เป็นประธาน สมช ก็ไม่ทำอะไรเลย และยังมีเอกสารที่ทำให้เห็นว่ามีการเสนอแผนรับมือสถานการณ์ชายแดนตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย. แล้ว และมีแผนเอาเข้าที่ประชุม สมช 16 มิ.ย. แต่วันที่ 15 มิ.ย.คนโทรศัพท์ไปหาฮุนเซนไปบอกความลับ แล้วก็ไม่มีการตัดอินเทอร์เน็ต ไม่ตัดไฟ ไม่ควบคุมสินค้าและอุปกรณ์ตามคำขอของกองทัพ ถ้าฮุนเซนไม่ปล่อยคลิปก็ไม่มีทางรู้เลยว่านายกรัฐมนตรีเป็นคนไทยหัวใจเขมรหรือไม่ จึงเห็นว่า ต้องเอานายกฯ ออกไปก่อนแล้วจะรบหรือจะเจรจากับกัมพูชาก็ค่อยเป็นเรื่องที่ต้องทำต่อ
อดีต สว.กล่าวด้วยว่า เชื่อมันว่าวันที่ 1 ก.ค.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคดีถอดถอนแพทองธารเพราะ สว.ชุดปัจจุบัน ยื่นคำร้องถูกต้องเหมืินกรณีที่เขาเคยยื่นถอดถอนเศรษฐา และนายกฯ คนอื่นๆ มาก่อนแล้ว
อ่านแถลงการณ์ นายกฯลาออก ประชาชนเคียงข้างทหาร
กระทําการในลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศชาติ เข้าข่ายกระทําความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด 3 ว่าด้วยความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ มีพฤติการณ์ตามที่เป็นข่าวสาธารณะในเชิงสมคบคิดและแสดงออกซึ่งเจตนาในการใช้อํานาจหน้าที่ ไปในทางตอบสนองต่อความต้องการของอริราชศัตรู ทั้งแสดงตัวตนด้วยคําพูดและการกระทํา ที่ทําให้เข้าใจได้ว่าเป็นฝ่ายเดียวกับอริราชศัตรู ที่มีความมุ่งหมายรุกล้ำละเมิดอํานาจอธิปไตยต้องการยึดครองแผ่นดินไทย รวมถึงทรัพยากรของชาติ ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน และขัดต่อคําถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่นายกรัฐมนตรี
ให้แพทองธาร ชินวัตร ลาออกทันที
และให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลทันที
พร้อมทั้งขอให้ประชาชนเป็นขวัญกําลังใจยืนเคียงข้างทหารรวมกันทําหน้าที่ ปกป้องแผ่นดิน และอํานาจอธิปไตยของชาติอย่างกล้าหาญมั่นคง แล้วรวมกัน ปรึกษาหารือแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเมืองตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยและประเพณีการปกครองที่เหมาะสมกับสถานการณ์และอัตลักษณ์สังคมไทย โดยยึดถือหลักศีลธรรมหลักความสุจริต หลักสิทธิมนุษยชน หลักนิติธรรม และหลักธรรมาภิบาล อันจะทําให้สามารถขับเคลื่อนประเทศให้พัฒนาจนเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ทั้งในด้านการเมืองเศรษฐกิจ สังคม และดุลสัมพันธ์ระหว่างประเทศสืบไป
สนธิปลุกทวงแผ่นดินคืน ไล่แพทองธารก็ได้นักการเมืองไม่ดีอีก
การชุมนุมยังดำเนินไป หลายคนสับเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย จนเวลาประมาณ 21.37 น. จตุพร พรหมพันธ์ ซึ่งขึ้นปราศรัยเป็นคนสุดท้ายได้ชักชวนให้ผู้ชุมนุมไปร่วมชุมนุมที่สะพานชมัยมรุเชฐต่อ ซึ่งกลุ่ม คปท.ศปปส.และกองทัพธรรมได้ชุมนุมอยู่ก่อนแล้วตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย.เพื่อร่วมกันขับไล่แพทองธารจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากนั้นบนเวทีได้มีการร้องเพลงสรรเสริญเป็นการปิดเวที

