Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'อานนท์ มาเม้า' นักนิติศาสตร์ เสนอ ก.แรงงาน ยกเลิกขั้นตอนการลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง และลูกจ้าง มองเช่นเดียวกับศาลปกครองกลาง สปส.มีข้อมูลผู้ประกันตนทุกมาตราอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ลงทะเบียนก่อน หวังผู้ประกันตนสามารถใช้สิทธิได้อย่างทั่วถึง

 

จากกรณีเมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกโพสต์ข้อความระบุว่า เนื่องจากกรณีที่มีผู้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เพื่อให้พิจารณาเงื่อนไขการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งระบุว่า “ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง องเป็นผู้ลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งกับสำนักงานประกันสังคม" (ตามประกาศคณะกรรมการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ลงวันที่ 25 พ.ค. 2569 ข้อ 2)

เมื่อวานนี้ (27 ก.ค.) ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา (คดีหมายเลขดำที่ 1320/2569 ลงวันที่ 24 ก.ค. 2569) ให้ทุเลาการบังคับตามข้อ 2 ของประกาศฯ ไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

คำสั่งทุเลาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งโดยตรง ทำให้ไม่สามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งตามแผนการเดิมได้ คณะกรรมการการเลือกตั้งฯ จึงมีมติให้ชะลอกระบวนการจัดการเลือกตั้งออกไปก่อนเพื่อรอผลคำวินิจฉัยของศาลปกครอง

หากมีความคืบหน้าหรือคำสั่งเพิ่มเติมจากศาลอย่างไร จะรีบนำมาแจ้งให้ทุกท่านทราบทันทีครับ

หลังจากจุลพันธ์ ออกมาประกาศชะลอการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอย่างไม่มีกำหนด ทำให้เกิดข้อถกเถียงว่า สรุปแล้ว คำสั่งคุ้มครองของศาลปกครองกลาง ระบุว่าให้มีการชะลอการเลือกตั้งออกไปก่อนหรือไม่

ทำไมเสรี หนูวงศ์ ฟ้องร้องศาลปกครองกลาง ? 

สำหรับการฟ้องร้องศาลปกครองที่เกิดขึ้น มีโจทก์ คือ เสรี หนูวงศ์ ผู้ก่อตั้งสภาองค์การลูกจ้างสมาพันธ์แรงงานแห่งประเทศไทย และผู้สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม)  ฝ่ายผู้ประกันตน ฟ้องร้องคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ผู้ถูกร้องที่ 1 และปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เป็นผู้ถูกร้องที่ 2 โดยระบุว่า การกำหนดให้ผู้ประกันตน ต้องลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ตามที่มีประกาศคณะกรรมการ สปส.นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ด้วยเหตุผลดังนี้

  • ขัดกับข้อความที่ระบุอยู่ใน พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ระบุไว้ว่า สิทธิเลือกตั้งต้องเกิดขึ้นทันที เมื่อผู้ประกันตนมีคุณสมบัติครบถ้วน การออกประกาศให้ผู้ประกันตนต้องลงทะเบียนล่วงหน้าไม่งั้นถูกตัดสิทธิ ย่อมเป็นการเพิ่มเงื่อนไขและจำกัดสิทธิของประชาชนเกินกว่าที่กฎหมายแม่บทให้อำนาจไว้ สำนักงานประกันสังคมมีข้อมูลรายชื่อของผู้ประกันตนโดยละเอียดอยู่แล้ว ควรจัดให้ผู้ประกันตนทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิการเลือกตั้งได้ 
  • ผลักภาระให้ประชาชนต้องมาลงทะเบียนผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อใช้สิทธิรับสมัครเลือกตั้ง ยกตัวอย่างเช่น การให้ผู้ประกันตนต้องเดินทางมาสำนักงานประกันสังคมเพื่อใช้สิทธิการเลือกตั้ง เป็นการสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน หรือการให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน ซึ่งทำให้คนที่เข้าไม่ถึงระบบอินเทอร์เน็ต แอปพลิเคชัน หรือขาดโอกาสในการรับรู้ข้อมูล ประชาสัมพันธ์ ต้องถูกตัดสิทธิการเลือกตั้ง 

การสร้างอุปสรรคแบบนี้ย่อมเป็นการบิดเบือนผลการเลือกตั้ง ส่งผลกระทบต่อโอกาส และสิทธิของผู้ฟ้องคดี (เสรี หนูวงศ์) ผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้รับการลงคะแนนอย่างเที่ยงธรรม และหากข้อ 2 ในประกาศ คกก.เลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ยังบังคับใช้ต่อไป จะทำให้ผู้ฟ้องร้องถูกจำกัดสิทธิการเลือกตั้งในฐานะผู้ประกันตน และถูกตัดโอกาสในการแข่งขันเลือกตั้งอย่างเป็นธรรม ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้ง 

เสรี จึงขอให้ศาลปกครองกลาง พิจารณามีคำพิพากษาหรือคำสั่ง 2 ข้อ

  • เพิกถอน ข้อ 2 ของประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่องการลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งประกันสังคม
  • ให้ผู้ประกันตนทุกคนที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย มีสิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันที่ 27 ก.ย. 2569 โดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า

เสรี ยังขอให้ทุเลา ข้อ 2 ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เพราะหากบังคับใช้ระหว่างพิจารณาคดีต่อไปจนเสร็จสิ้นกระบวนการเลือกตั้งในวันที่ 27 ก.ย. 2569 จะส่งผลกระทบยากที่จะเยียวยา อีกทั้ง การทุเลาดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารงานของรัฐ หรือการให้บริการสาธารณะ 

ขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชี้แจงว่า แม้ว่าผู้ประกันตน มาตรา 33 จะอ้างอิงตามที่อยู่ของสถานประกอบการที่ลงทะเบียนไว้กับประกันสังคม แต่ผู้ประกันตน มาตรา 39 และมาตรา 40 จะอ้างอิงข้อมูลตามที่ให้ไว้กับ สปส. ซึ่งทำให้ข้อมูลการลงทะเบียนอาจไม่ได้เป็นปัจจุบัน (อาจมีคนที่ยังเป็นผู้ประกันตน หรือไม่ก็ได้) ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการลงทะเบียนเลือกตั้งเพื่อให้ข้อมูลของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติว่ามีสิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมหรือไม่  

นอกจากนี้ การจัดให้มีการลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งฯ เป็นการช่วยให้ สปส.ไม่ต้องใช้งบประมาณมหาศาลในการจัดเลือกตั้ง สามารถบริหารงบประมาณได้อย่างคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง การลงทะเบียนเลือกตั้งฯ ไม่ได้เป็นกาจำกัดสิทธิ แต่เป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถเลือกสถานที่ใช้สิทธิตามที่ตัวเองสะดวกได้  

ศาลปกครองกลางว่าอย่างไร ?

ศาลปกครองกลาง มองว่า เรื่องพิจารณาทั้งหมด 3 ข้อ ประกอบด้วย 

  1. ประกาศของคณะกรรมการฯ ข้อ 2 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ 
  2. ทุเลาข้อ 2 ของประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่าผู้ประกันตน ว่าด้วยการลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หรือไม่
  3. การทุเลาดังกล่าวกระทบกับการบริหารของรัฐ และการให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนหรือไม่ 

ศาลปกครองกลาง มองในประเด็นแรกว่า การที่มีผู้ประกันตนมาลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมดร้อยละ 13 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด สะท้อนว่ามีคนจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงสิทธิเลือกตั้งได้ เนื่องจากไม่ได้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด นอกจากนี้ ศาลมองด้วยว่า แม้ว่าผู้ถูกร้องสองคน จะให้การว่าการออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ เป็นการกระทำภายใต้ระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมก็ตาม แต่ศาลมองว่า การออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนผู้ประกันตน ข้อ 2 “เข้าข่าย” ไม่คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง ตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ประกันสังคม อีกทั้งยังสร้างภาระและการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของผู้ประกันตนในการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายตนโดยไม่มีกฎหมายรองรับ ดังนั้น ประกาศฯ ข้อ 2 จึง “น่าจะ” มีปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย  

ศาลฯ มองด้วยว่า หากให้มีการบังคับใช้ ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้ประกันตน ข้อ 2 ต่อไป อาจจะทำให้มีผู้มีคุณสมบัติใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ไม่ได้ลงทะเบียนฯ เสียสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก และส่งผลให้การเลือกตั้งได้รับความเสียหายอย่าง “ร้ายแรง” เนื่องจากทำให้ตัวแทนผู้ประกันตนที่ได้รับเลือกตั้ง ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของผู้มีสิทธิฯ ตามกฎหมายอย่างแท้จริง และทำให้ผู้ฟ้องคดี ซึ่งเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม สูญเสียโอกาสได้รับการเลือกตั้งจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากที่มีอยู่จริงตามกฎหมาย อันเป็นความเสียหายร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง

มีคำสั่งทุเลา ประกาศคณะกรรมการเลือกตั้ง ข้อ 2

ศาลปกครอง ยังมองถึงกรณีการให้มีคำสั่งทุเลาประกาศฯ ข้อ 2 ส่งผลกระทบสร้างอุปสรรคในการบริหารของรัฐ และส่งผลกระทบต่อการบริการประชาชนหรือไม่นั้น ศาลปกครองกลาง มองว่าไม่มีผล เนื่องจากการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ยังทำต่อไปได้ โดยใช้ฐานข้อมูลผู้ประกันตน ที่สำนักงานประกันสังคม มีอยู่แล้วทั้งหมด และจัดเลือกตั้งตามวันเวลาที่กำหนดไว้ในประกาศต่อไปได้ ซึ่งก็คือ 27 ก.ย.นี้ และระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ ตามกฎหมายให้คณะกรรมการชุดเดิมบริหารไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการฯ ชุดใหม่จะได้รับการแต่งตั้งเข้ามา 

ส่วนกรณีที่ สปส. ระบุว่าลดงบประมาณการจัดการเลือกตั้ง และเพื่อให้การบริการงบประมาณการเลือกตั้งเป็นอย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่านั้น ศาลปกครองกลาง มองว่า การบริหารงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเลือกตั้งเป็นเรื่องที่สำนักงานประกันสังคมต้องวางแผนบริหารและจัดการให้เพียงพอ ศาลปกครองกลาง จึงมองว่าการทุเลา ประกาศคณะกรรมการฯ ข้อ 2 ไม่ได้เป็นเหตุในการสร้างอุปสรรคการบริหารงานของภาครัฐ และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการประชาชน 

ดังนั้น ศาลปกครองกลาง จึงมีคำสั่งทุเลาข้อ 2 ของประกาศคณะกรรมการฯ ไว้เป็นชั่วคราวจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่ง 

ทั้งนี้ ศาลปกครองกลางไม่ได้มีคำสั่งให้เลื่อนการเลือกตั้ง แต่ให้จัดเลือกตั้งต่อไปได้ตามกำหนดการเดิม โดยใช้ฐานข้อมูลผู้ประกันตน ที่ประกันสังคมมีอยู่แล้ว หากจุลพันธ์ จะจัดเลือกตั้งประกันสังคมภายในระยะเวลาเดิม ยังสามารถทำได้ แต่คำถามต่อมา ก็คือ มีข้อจำกัดเรื่องการจัดการว่าจะมีงบประมาณเพียงพอ หรือจัดให้ทันเวลาได้หรือไม่

นักนิติศาสตร์ ชงปฏิรูป ไม่ต้องลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง

อานนท์ มาเม้า อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวันนี้ เสนอว่าควรปรับปรุงการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมไม่ต้องมีการลงทะเบียนก่อน หลังจากที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ประกาศคณะกรรมการฯ ข้อ 2 ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ช่วยกันทบทวน 

อานนท์ มองว่า เขาเห็นด้วยกับการยกเลิกเงื่อนไขการลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างกว้างขวาง เข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อรัฐมีข้อมูลของผู้ประกันตนอยู่แล้วในมือ

อย่างไรก็ดี บ้านเราตอนนี้มีข้ออ้างเกี่ยวกับการจัดการ เช่น สถานที่เลือกตัังไม่พร้อม เจ้าหน้าที่มีจำกัด เงินต้องใช้มากกว่าเดิม ฯลฯ แต่ถ้าเรามองจากจุดมุ่งหมายในเชิงอุดมการณ์ของสิทธิในการมีส่วนรวมในการเลือกตั้ง เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้ เราจะวางข้ออ้างนั้นลง และพยายามอย่างทุกวิถีทางที่จะไปสู่จุดมุ่งหมาย และเห็นการลงมือในทุกขั้นตอน งบประมาณที่ได้ใช้ไป ตลอดจนกำลังคนที่ทุ่มเทในการดำเนินการ เป็นต้นทุนอันมีค่าเพื่อให้ได้มาซึ่งกระบวนการจัดการเลือกตั้งอย่างทั่วถึง

อานนท์ มองว่า ถ้าเราจัดการเลือกตั้งที่ทุกคนเข้าถึงได้ จะทำให้ตัวแทนที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาตระหนักถึงความสำคัญ เหมือนกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 

“ประวัติศาสตร์โลก สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการ ในการลดข้อจำกัด เพิ่มการมีส่วนร่วมมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยทั่วไป หรือ universal suffrage เช่น จากผู้ชายเฉพาะที่มีฐานะเท่านั้นที่จะมีสิทธิ ขยับเป็นผู้ชายทั่วไป แล้วขยับต่อไปให้ผู้หญิงก็มีสิทธิได้ด้วยในช่วงศตวรรษที่ 19 ตอนปลาย แต่นั่นเป็นข้อจำกัดที่เคยเกิดขึ้น บนฐานคิดเรื่องสิทธิและความสามารถในการตัดสินใจเรื่องบ้านเมือง

“แต่เรื่องข้อจำกัดเกี่ยวกับการเลือกตั้งประกันสังคมของเรา เป็นประเด็นที่บางกว่านั้น (ในทัศนะของผม) เพราะเป็นเรื่องการจัดการ ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์

“ผมคิดว่า ง่ายกว่ามาก ที่จะปรับเปลี่ยน ขอเพียงปักเจตจำนงเรื่องนี้ว่าจะเปิดโอกาสและสิทธิในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งประกันสังคมอย่างทั่วถึง ลดภาระขั้นตอนเกินความจำเป็น โดยเฉพาะเมื่อมีฐานข้อมูลผู้มีสิทธิอยู่แล้ว ฝากพิจารณายกเลิกกติกาบังคับให้ลงทะเบียนก่อนการใช้สิทธิ” อานนท์ กล่าว 

เมื่อวานนี้ อานนท์ ได้เสนอให้มีการยกเลิกการลงทะเบียนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งจะส่งผลให้การเหตุแห่งพิพาทยุติลง โดยการจะแก้ไขเรื่องนี้ได้ต้องไปแก้ไขที่ระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง