'พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา' หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้คนใหม่ เผยแนวทางทำงาน มุ่งบูรณาการทุกภาคส่วน พร้อมกำหนดบทบาทฝ่ายไทยเข้มข้นขึ้น เพื่อไม่ให้คล้อยตามฝ่ายคู่เจรจามากจนเกินไปดังเช่นที่ผ่านมา - 'อนุทิน' ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนใต้ เน้นย้ำร่วมบูรณาการดูแลพื้นที่ปลอดภัย เร่งติดตามบังคับใช้กฎหมาย ยกระดับซีลพื้นที่ชายแดน พร้อมเดินหน้ากระบวนการพูดคุยสันติภาพ
พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้คนใหม่
11 ตุลาคม 2568 พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้คนใหม่ ได้เปิดเผยภายหลังได้รับการแต่งตั้งถึงแนวทางการดำเนินงาน โดยระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการรอคำสั่งอย่างเป็นทางการ หลังจากนั้นจะดำเนินการตั้งคณะพูดคุยฯ ซึ่งจะมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้าร่วมด้วย
พลเอก สมศักดิ์ กล่าวถึงนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำการแก้ไขปัญหาภาคใต้ในภาพรวม โดยกระบวนการพูดคุยเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ยังมีองค์ประกอบสำคัญอื่น ๆ ที่ต้องทำงานร่วมกัน เช่น การปฏิบัติงานของ กอ.รมน.ภาค 4 สน., กองทัพ, ตำรวจ, หน่วยงานยุติธรรม และ ศอ.บต. ตนเองมีภารกิจหลักในการช่วยบูรณาการงานของทุกองค์ประกอบเหล่านี้ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและเกื้อกูลต่อการพูดคุย เพราะหากดำเนินการพูดคุยเพียงลำพังจะไม่สามารถสร้าง 'หน้าตัก' หรือข้อเสนอที่เข้มแข็งในการเจรจากับอีกฝ่ายได้
สำหรับบทบาทหน้าที่ พลเอก สมศักดิ์ จะมุ่งเน้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมิติภายนอกและประเทศเพื่อนบ้าน ขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน. จะดูแลงานภายใน ส่วนรอยต่อของงานนั้น กองทัพจะเข้ามามีบทบาทช่วยสนับสนุน
พลเอก สมศักดิ์ ยอมรับว่ามีเวลาจำกัด ดังนั้นจึงไม่สามารถปรับเปลี่ยนแนวทางได้มากนัก แต่สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการ กำหนดบทบาทของฝ่ายไทยให้มีความชัดเจนและเข้มข้นมากขึ้น เพื่อไม่ให้คล้อยตามฝ่ายคู่เจรจามากจนเกินไปดังเช่นที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการพิจารณาใช้บริการผู้อำนวยความสะดวกเพิ่มเติม หากมีความจำเป็นเร่งด่วนในระยะแรกนี้
'อนุทิน' ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ชายแดนใต้
วันนี้ (11 ต.ค.) เวลา 11.30 น.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยพลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก และคณะฯ เดินทางไปยังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดภาคใต้ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง โดยมี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ร่วมให้การต้อนรับ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อมารับฟัง รัยทราบปัญหา การติดตามสถานการณ์จากหน่วยงานในระดับปฏิบัติในพื้นที่ ทั้ง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกคอรง ขอให้เจ้าหน้าที่บูรณาการในการทำงานอย่างเต็มที่ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย ขอให้การทำงานกลับมาเป็นหนึ่งเดียว การบังคับใช้กฎหมายให้เด็ดขาด ทำงานกระดับด้านการข่าว เน้นเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่สำคัญที่สุด
ส่วนการติดตามคนร้าย ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้มีการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมักเกิดเหตุการณ์ขึ้นบ่อยครั้ง ด้วยสภาพพื้นที่ภูมิประเทศเอื้ออำนวยให้ผู้ที่ก่อเหตุสามารถหลบข้ามแดนในระยะเวลาอันสั้น ทั้งนี้ได้เน้นย้ำ การตั้งจุดตรวจ การซีลพื้นที่ชายแดน ช่องทางธรรมชาติให้มากที่สุด ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนร่วมบูรณาการในการทำงาน ในการปฏิบัติการรักษากฎหมายให้เข้มข้น ถ้ามีเหตุเกิดขึ้น ไม่ว่ามีคนใหม่ ที่ได้รับแต่งตั้งเข้ามาปฏิบัติงานในพื้นที่ ให้ดำเนินการนำตัวผู้ที่กระทำผิดมาลงโทษตามกระบวนการทางกฎหมายให้เร็วที่สุด
ในส่วนของกระบวนการพูดคุย ได้รับการเสนอให้ พล.อ.สมศักดิ์รุ่งสิตา ได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะในการพูดคุยสันติภาพ มีความมั่นใจว่าท่านสามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ ด้วยความสามารถในการทำงาน ประสบการณ์ มั่นใจว่าความคืบหน้าในการเจราจาสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะมีความคืบหน้าเป็นนัยยะสำคัญ ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศมาเลเซีย ความสัมพันธ์เป็นมิตรประเทศที่ดีต่อกัน ความสัมพันธ์ในระดับประเทศเทศก็ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปัญหากัมพูชา ทางมาเลเซียแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะทำให้การเจรจาไปสู่สันติภาพ อะไรก็ตามที่สามารถนำไปสู่การเจรจา การลดความรุนแรง การนำไปสู่สันติภาพ รัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือ ทั้งนี้ทางรัฐบาลมีจุดยืน ยังไม่มีเปลี่ยนแปลง ทั้ง 4 ข้อ คือ 1.ถอนอาวุธ 2.ถอนทุ่นระเบิด 3.จัดการเรื่องสแกมเมอร์ 4.จัดการเรื่องความชัดเจนในพื้นที่ ที่เป็นดินแดนของราษฎรอาณาจักรไทย ต้องได้การตอบสนองเพื่อการบรรลุข้อตกลงใดๆที่จะเกิดขึ้นระหว่างทั้ง 2 ประเทศ
นายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนรวมถึงความมั่นคงของประเทศ และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทำงานด้วยความเชื่อใจ ไว้วางใจกัน ยืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการปฏิบัติงานทุกด้าน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการสร้างความสงบสุขในพื้นที่อย่างยั่งยืน สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาชายแดนใต้ มีข้อสั่งการหลัก 3 ข้อที่ทุกหน่วยต้องเร่งดำเนินการทันที“1. ยกระดับงานด้านการข่าวเชิงรุก ทำงานให้เร็วกว่าผู้ก่อเหตุ 2. การบังคับใช้กฎหมายให้เท่าเทียมกัน ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องได้รับการคุ้มครอง และผู้ก่อเหตุรุนแรงจะต้องนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม 3. ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันผลึกอย่างมีเอกภาพทั้งทหาร ตำรวจฝ่ายปกครอง และภาคประชาชน
ทั้งนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกฯ จะได้เดินทางต่อไปยัง โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ต่อไป
