Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ความเคลื่อนไหวจากกรุงวอชิงตันในรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งแรงกระเพื่อมกันทั่วโลกแบบต่างกรรมต่างวาระ แต่ท่ามกลางความชุลมุนทางการเมือง มีประเด็นหนึ่งที่อาจเป็นมาตรวัดความนิยมของรัฐบาลนี้ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ

หากถามว่าและเรื่องนี้ใหญ่แค่ไหน ตอบได้เลยว่า ใหญ่เท่าเหรียญหนึ่งดอลลาร์

เมื่อ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา สตีฟ เกสต์ อินฟลูเอนเซอร์ฝ่ายอนุรักษ์นิยม โพสต์ในแพลตฟอร์ม X ว่า “ถึงผู้รักชาติทุกคน: อเมริกากลับมาแล้ว และเหรียญหนึ่งดอลลาร์ก็เช่นกัน” พร้อมภาพโมเดลเหรียญหนึ่งดอลลาร์สหรัฐฯ ที่จะจัดทำขึ้นในวาระครบรอบ 250 ปีการก่อตั้งประเทศในปี 2026

ในด้านหัว จะเป็นภาพนูนต่ำมุมข้างของทรัมป์ตามสไตล์ของเหรียญกษาปณ์ที่เห็นได้ทั่วไป ส่วนด้านก้อยจะเป็นรูปของทรัมป์ พร้อมคำว่า “สู้ สู้ สู้” หรือ “Fight Fight Fight” วาทะเด็ดในนาทีที่รอดชีวิตจากการลอบสังหารบนเวทีหาเสียงที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อ 13 ก.ค. 2024

โพสต์ของเกสต์ล่องลอยบนโลกโซเชียลได้ไม่ถึงหนึ่งวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ แบรนดอน บีช ก็ออกมายืนยันผ่านโพสต์ใน X ว่าแผนจัดทำเหรียญที่มีหน้าของทรัมป์ไม่ใช่ข่าวปลอม

ทางด้านโฆษกทำเนียบขาว แคโรลีน เลฟวิตต์ กล่าวถึงเรื่องนี้ต่อสื่อมวลชนในวันเดียวกันว่า ไม่แน่ใจว่าทรัมป์เห็นโมเดลเหรียญดังกล่าวหรือไม่ แต่มั่นใจว่า “เขาจะชอบมัน”

ข้อมูลจากโรงกษาปณ์สหรัฐฯ ระบุว่า ปัจจุบันยังคงมีการผลิตเหรียญมูลค่า 1 ดอลลาร์ในวาระพิเศษต่างๆ หรือผลิตตามคำสั่งธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยเหรียญเหล่านี้สามารถใช้ทำธุรกรรมการเงินได้เต็มรูปแบบ

ต้องตายก่อนถึงจะได้ขึ้นเหรียญ

ต้นตอของเหรียญนี้มีที่มาจากกฎหมายที่สภาคองเกรสผ่านเมื่อปี 2020 ในรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก ที่กำหนดให้จัดทำเหรียญในวาระพิเศษต่างๆ ในอนาคตหลายรุ่น หนึ่งในนั้นคือเหรียญหนึ่งดอลลาร์ครบรอบ 250 ปีการก่อตั้งประเทศ

กฎหมายระบุว่าให้มีการจัดทำเหรียญดังกล่าวขึ้นในช่วงปี 2026 ไปจนถึงสิ้นปี พร้อมรายละเอียดคร่าวๆ แต่ไม่ได้ล็อกสเป็คถึงระดับที่ว่าต้องทำกี่เหรียญและให้มีลวดลายอะไรเป็นพิเศษ จนกระทั่งมาเป็นวิวาทะกันเมื่อจะมีการจารึกใบหน้าของทรัมป์ลงไป

ปมที่ถกเถียงกันมีสองประเด็นใหญ่ หนึ่ง กฎหมายอนุญาตให้ทำหรือไม่ และสอง เหมาะสมหรือไม่ในทางธรรมเนียมการเมือง

ตั้งแต่หลังสงครามกลางเมืองเป็นต้นมา สหรัฐฯ มีกฎหมายไม่ให้มีภาพผู้นำ หรือบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ลงไปในเงินตราหรือพันธบัตร ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นธรรมเนียมของการไม่เดินตามรอยระบอบกษัตริย์ ที่ผลัดใบหน้าบนเงินตราเมื่อเปลี่ยนรัชสมัย

ข้อยกเว้นเล็กน้อยในอดีตอันยาวไกลมีเพียงช่วงสงครามกลางเมืองเมื่อปี 1861-1865 ที่สหรัฐฯ ได้เห็นใบหน้าอับราฮัม ลินคอล์น ผู้นำฝ่ายเหนืออยู่บน ‘กรีนแบค’ หรือพันธบัตรระดมทุนสงคราม ที่ถือเป็นธนบัตรสหรัฐฯ ยุคแรกเริ่มที่ใช้แทนเงินตรา แต่ก็ใช้กันในระยะสั้นๆ และค่อยๆ หายไปจากระบบหลังสิ้นสุดสงครามกลางเมือง

ผศ.เกเบรียล แมธี อาจารย์เศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอเมริกัน ผู้ศึกษาปมปัญหาด้านเหรียญกษาปณ์ ให้สัมภาษณ์ในเว็บไซต์โพลิติแฟคต์ของสถาบันพอยน์เตอร์ว่า “การไม่ใส่ประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งลงไปในเหรียญ เป็นส่วนที่สำคัญและยึดถือกันมายาวนานในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ในฐานะที่เป็นสาธารณรัฐ”

กว่าสหรัฐฯ จะมีใบหน้าของประธานาธิบดีปรากฎบนเหรียญ ก็เข้าขวบปีที่ 133 เมื่อรัฐบาลยุคธีโอดอร์ รูสเวลต์ ออกแบบเหรียญเพนนี (หนึ่งเซนต์) โดยใส่ภาพของอับราฮัม ลินคอล์น ผู้นำผู้ล่วงลับเข้าไปในปี 1909 อ้างอิงข้อมูลจากโรงกษาปณ์สหรัฐฯ

“ดังเช่นรัฐบาลที่มาจากผู้แทน ภาพที่ได้รับเลือกให้ปรากฏบนเหรียญอเมริกันคือการประกาศอีกทาง ถึงความแตกต่างระหว่างระบบที่ชาวอาณานิคมต่อต้าน และรัฐบาลที่พลเมืองอเมริกันจะมุ่งไป” ตอนหนึ่งของบทความจากโรงกษาปณ์ระบุ

ขนบเช่นนี้สะท้อนออกมาในรูปของกฎหมายว่าด้วยการจัดทำสกุลเงินและพันธบัตรสหรัฐฯ แต่ไม่ได้รวมถึงเหรียญที่จัดทำในวาระพิเศษเพื่อรำลึกถึงบุคคลหรือเหตุการณ์สำคัญ

กระนั้น ในการจัดทำเหรียญในวาระพิเศษส่วนใหญ่ก็ยังยึดถือธรรมเนียมไม่ใส่ภาพคนที่ยังมีชีวิตเข้าไป

แต่ในรัฐบาลปัจจุบัน ช่องว่างนี้กลายเป็นโอกาสที่จะเข็นเหรียญที่มีใบหน้าของทรัมป์ออกมาจากเบ้าหลอม

ไม่ถูกขนบ แต่ถูกกฎหมาย

แนวทางการจัดทำเหรียญในวาระพิเศษต่างๆ สามารถค้นดูได้ในกฎหมาย 31 U.S. Code § 5112 ว่าด้วยแนวทางการจัดทำเหรียญชนิดต่างๆ ในวาระพิเศษ ที่เมื่อสภาคองเกรสอนุมัติให้จัดทำเหรียญใด ก็จะแก้ไขเพิ่มเติมให้มีเหรียญนั้นๆ เข้าไปอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ เปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนสมุดบันทึกคอลเลคชั่นการผลิตเหรียญของสหรัฐฯ รวมถึงเหรียญทรัมป์ที่กำลังเป็นข่าวอยู่

ในกฎหมายดังกล่าว จะเห็นได้ว่าแทบทุกเหรียญมีข้อกำหนดเรื่องไม่ให้มีภาพบุคคลที่ยังไม่เสียชีวิตปรากฏอยู่บนเหรียญ

กรณีเหรียญทรัมป์นั้นยอมรับธรรมเนียมนี้แค่ครึ่งเดียว เพราะระบุเอาไว้ว่า ไม่ให้มีภาพบุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่ อยู่ที่ด้านก้อย หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า reverse side

นั่นหมายความว่า เหรียญที่จะออกมาในปี 2026 สามารถมีหน้าของทรัมป์ได้ แต่อาจจะต้องเสียสละด้านหนึ่งของเหรียญให้กับภาพอื่น

โพลิติแฟคต์รายงานว่า นับจากนี้หากคองเกรสไม่มีปฏิกิริยาต่อต้าน ก็จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังในการจัดทำเหรียญดังกล่าว ส่วนในแง่กลไกถ่วงดุลจากฝ่ายตุลาการที่ต้องมีคนไปเขี่ยบอลเล่นบท ‘นักร้อง’ ในฐานะผู้เสียหายก่อน ผู้เชี่ยวชาญอย่างแมธี จาก ม.อเมริกันยังคงไม่แน่ใจว่าจะมีใครเป็นผู้เสียหายจากเรื่องนี้

เหรียญกษาปณ์กับวาระปฏิทินการเมือง

แม้ว่าเหรียญทรัมป์จะแหวกขนบ มีแนวโน้มว่าทำได้ในทางกฎหมาย แต่อีกคำถามที่สำคัญก็คือ เรื่องนี้จะมีผลอย่างไรในทางการเมือง เพราะในปีที่จัดทำเหรียญ จะเป็นปีเดียวกันที่จะมีการเลือกตั้งกลางเทอมของสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และวุฒิสมาชิก (สว.) ตามรูปแบบการปกครองแบบรัฐสภาของสหรัฐฯ

ปัจจุบัน พรรครีพับลิกันที่ทรัมป์สังกัด มีเสียงมากกว่าพรรคเดโมแครตอยู่เล็กน้อยในทั้งสองสภา (53 ต่อ 45 สำหรับสภาบน และ 219 ต่อ 213 ในสภาล่าง) ผลงานและความนิยมในตัวพรรคและตัวบุคคลจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะยังทำให้รีพับลิกันคงความได้เปรียบในช่วงครึ่งหลังของรัฐบาลชุดนี้

ความนิยม และอารมณ์ของสังคมที่มีต่อเหรียญทรัมป์ในปีหน้า  ก็อาจพอเป็นมาตรวัดทางการเมืองได้อีกทางหนึ่ง

ส่วนคำถามที่ว่า เหรียญสามารถวัดความนิยมได้อย่างไร อาจมีคำตอบอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ที่กำลังจะซ้ำรอย

เมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้ว มีการจัดทำเหรียญมูลค่าครึ่งดอลลาร์เพื่อรำลึกวาระครบรอบ 150 ปีการก่อตั้งสหรัฐฯ โดยเหรียญที่จัดทำครั้งนั้น ด้านหนึ่งมีใบหน้าของจอร์จ วอชิงตัน ประธานาธิบดีคนแรก ทาบทับด้วยหน้าของแคลวิน คูลลิดจ์ ผู้นำสหรัฐฯ ในช่วงเวลาดังกล่าว

เหรียญถูกจัดทำขึ้นมาเป็นจำนวน 1 ล้านเหรียญ แต่ปรากฏว่าคนไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก ท้ายที่สุด เหรียญรำลึกนี้ถูกส่งคืนโรงกษาปณ์เพื่อนำกลับไปหลอมราว 850,000 เหรียญ

การเชิดชูตัวบุคคลในรัฐบาลนี้ไม่ได้มีแค่โครงการเหรียญหนึ่งดอลลาร์ แต่ยังมีข้อเสนอจากนักการเมืองฝ่ายรีพับลิกันอีกหลายโครงการที่พากันยื่นให้สภาพิจารณาในรัฐบาลนี้ เช่น

  • ให้ใช้ชื่อทรัมป์แทนที่ท่าอากาศยานนานาชาติดัลเลส รัฐเวอร์จิเนีย จุดรองรับเที่ยวบินนานาชาติขนาดใหญ่ใกล้กรุงวอชิงตัน โดย ส.ส.กาย เรเชนธาเลอร์
  • ให้ใส่รูปทรัมป์ลงในธนบัตร 100 ดอลลาร์ โดยใช้ช่องว่างเรื่องการจัดทำเงินตราในวาระพิเศษ โดย ส.ส.แบรนดอน กิลล์
  • ให้วันเกิดทรัมป์ (14 มิ.ย.) เป็นวันหยุดราชการทั่วประเทศ โดย ส.ส.เคลาเดีย เทนนีย์
  • รีแบรนด์ชื่อหน่วยงานขนส่งสาธารณะกรุงวอชิงตัน (WMATA) เป็น WMAGA ล้อไปตามแคมเปญ Make America Great Again (MAGA) ของทรัมป์ โดย ส.ส.เกร็ก สติวบ์
  • ให้กระทรวงกิจการภายในพิจารณาสลักหน้าทรัมป์ลงไปบนภูเขารัชมอร์ แลนด์มาร์คภูเขาเลื่องชื่อ ที่สลักหน้าของจอร์จ วอชิงตัน อับราฮัม ลินคอล์น โธมัส เจฟเฟอร์สัน และธีโอดอร์ รูสเวลต์ โดย ส.ส.แอนนา พอลลินา ลูนา

ตัวอย่างเหล่านี้ยังคงเป็นข้อเสนอที่ต้องรอรัฐสภาอนุมัติจึงจะมีผลบังคับใช้

ดัก ฮาย อดีตผู้อำนวยการด้านการสื่อสารของกรรมการแห่งชาติของพรรครีพับลิกัน มองข้อเสนอเหล่านี้ในฐานะความพยายามเอาใจทรัมป์ ตามการรายงานของเอพี

ฮาคีม เจฟฟรีย์ แกนนำพรรคเดโมแครตคนปัจจุบัน มองปรากฏการณ์เหล่านี้ว่า “ส.ส. รีพับลิกันยังเดินหน้าประจานตัวเอง” และเรียกกลุ่มคนเหล่านี้ว่า “พวกประจบสอพลอ”

 

ที่มา:

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง