Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

อเล็ก เพรตตี และ เรเน กูด เป็นชาวอเมริกันที่ต่างก็เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ หรือ ICE ภายในช่วงเดือนเดียวกัน รวมถึงมีการพยายามขัดขวางการสืบสวนการเสียชีวิตของทั้ง 2 คนนี้ กลายเป็นกรณีที่สร้างข้อโต้แย้งทำให้มีผู้ประท้วงและมีศิลปินอย่าง บรูซ สปริงส์ทีน แต่งเพลงประท้วง เลดีกาก้าแถลงประณามกลางคอนเสิร์ต เกิดอะไรขึ้นกันแน่ในเหตุการณ์สังหารพลเมือง 2 เหตุการณ์นี้

เมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา มีประชาชนรวมกลุ่มกันนั่งปักหลักประท้วงที่ล็อบบีของโรงแรมฮิลตันการ์เดนอินน์ในแมนฮัตตัน นิวยอร์ก  มีผู้ถูกจับกุมในครั้งนี้อย่างน้อย 66 ราย หลังจากที่ตำรวจได้สั่งให้มีผู้ชุมนุมสลายตัวเป็นเวลา 45 นาที แต่ผู้ชุมนุมก็ยังคงยืนยันปักหลักชุมนุม

การปักหลักชุมนุมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประท้วงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ หรือ ICE เพราะผู้ชุมนุมเชื่อว่าโรงแรมนี้ให้ที่พักพิงเจ้าหน้าที่ ICE

นอกจากกรณีดังกล่าวนี้แล้ว ยังมีการประท้วง ICE ในที่อื่นๆ เช่นในหลายเมืองของรัฐฟลอริดา โดยที่ถึงแม้ว่าผู้คนในสหรัฐฯ จะพากันประท้วง ICE อย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว แต่ในครั้งล่าสุดนี้ เป็นการประท้วงต่อต้านกรณีที่เจ้าหน้าที่ ICE สังหารพลเรือนอเมริกันติดต่อกัน 2 ราย ภายในเดือนเดียว

กรณีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ ICE ได้สังหารพลเรือนชาวอเมริกันอายุ 37 ปีชื่อ เรเน กูด และในกรณีที่สอง เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนสหรัฐฯ ได้สังหารพลเรือนชาวอเมริกันชื่อ อเล็กซ์ เพรตตี อายุ 37 ปี นับเป็นการทำให้มีผู้เสียชีวิตติดต่อกัน 2 ราย หลังจากที่รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยกระดับการปราบปรามผู้อพยพในเมืองมินนีแอโพลิส

หลังจากที่เกิดการสังหารกูด ก็ส่งผลให้ชาวเมืองมินนีแอโปลิสอยู่ในภาวะฉุนเฉียวง่ายอยู่แล้ว แต่เมื่อมีกรณีการสังหารเพรตตี ก็เริ่มมีกระแสเรียกร้องมากขึ้นให้รัฐบาลทรัมป์ยุติการปราบปรามผู้อพยพในมินนิแอโปลิส

เกิดอะไรขึ้นกันแน่กับพลเมือง 2 รายนี้

กรณีแรก เรเน กูด เป็นชาวสัญชาติอเมริกัน เป็นนักเขียนและกวีผู้ที่อาศัยอยู่ในมินนิแอโปลิส ตอนนั้นมีเจ้าหน้าที่ ICE ชื่อ โจนาธาน รอสส์ มาหยุดรถขวางอยู่ข้างหน้ารถของกูดซึ่งจอดอยู่ริมถนน รอสส์ออกมาจากรถ เขาปิดหน้าของตัวเองในขณะที่ถ่ายวิดีโอรถและป้ายทะเบียนรถของกูด โดยที่กูดและเบกกาคู่รักของเธอได้พูดโต้ตอบรอสส์ขณะที่เขาทำเช่นนี้ จนถึงจุดหนึ่งกูดก็พยายามจะเคลื่อนรถกลับไปบนถนนซึ่งเป็นฝั่งที่ถูกต้องตามกฎจราจรและไม่ได้กำลังจะชนใคร รอสส์ก็ได้ชักปืนออกมายิงเข้าไปที่กูดสามนัด

หลังจากที่กูดถูกยิง รถก็ได้เคลื่อนต่อแบบไม่มีคนขับจนกระทั่งไปชนกับเสาไฟ ในตอนนั้นมีเสียงผู้ชายดังออกมาเป็นคำพรุสวาทว่า "นังแพศยา" ซึ่งสื่อนิวยอร์กไทม์วิเคราะห์วิดีโอแล้วระบุว่าเป็นเสียงของรอสส์ ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที ICE ก็ทำการปิดกั้นพื้นที่ ไม่ให้ผู้ที่สัญจรผ่านไปเข้าไปช่วยชีวิตกูดได้่ มีคนที่บอกว่าเป็นหมอผ่านมาเจอบอกว่าจะขอเข้าไปเช็คชีพจรของกูดแต่ก็ถูกไล่ออกจากพื้นที่

ในเวลาต่อมา ครอบครัวของกูดได้จัดให้มีการชันสูตรศพด้วยตัวพวกเขาเอง ผลออกมาระบุว่ากระสุนสองนัดแรกโดนเข้าที่แขนและหน้าอกของเธอไม่น่าจะเป็นแผลที่ทำให้เธอถึงแก่ชีวิตโดยทันที แต่กระสุนนัดที่สังหารเธอคือกระสุนนัดที่สามที่ยิงเข้าที่ศีรษะด้านซ้ายของเธอ

ในคดีนี้ ยังทำให้เจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่ทำการสืบสวนเกี่ยวกับคดีนี้ประกาศลาออกด้วย มีแหล่งข่าวระบุว่า ไม่นานนักหลังจากที่เจ้าหน้าที่เอฟบีไอรายนี้เริ่มต้นสืบสวนคดียิงกูดในฐานะคดีด้านสิทธิพลเมือง เธอก็ถูกสั่งให้เปลี่ยนประเภทของคดีใหม่ให้กลายเป็นคดีทำร้ายเจ้าหน้าที่ มีข้อสังเกตว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับมีการล้างบางเจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่มีประสบการณ์ช่ำชองในหลายรัฐ

กรณีสังหารเพรตตี

สำหรับกรณีของเพรตตีนั้น เหตุเกิดตอนเช้าที่ถนน นิโคเลตต์ อเวนิว หรือ "อีทสตรีท" ซึ่งเป็นถนนสายที่รู้จักในฐานะสัญลักษณ์ด้านความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเมือง มีร้านอาหารหลายชาติตั้งอยู่เรียงกันหลายร้าน ทั้งมาเลเซีย, กรีก, เยอรมนี, แอฟริกาตะวันออก

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ ได้โพสต์ใน X ว่า เจ้าหน้าที่มีปฏิบัติการมุ่งเป้าไปที่ผู้อพยพที่ไม่มีใบอนุญาตรายหนึ่งที่ "ทางการต้องการตัวเนื่องจากข้อหาทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง" โดยระบุว่าบุคคลดังกล่าวนี้ "ได้เข้าหาเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวณชายแดนด้วยปืนพกกึ่งอัตโนมัติ 9 มม."

นิลสัน บาราโฮนา ผู้อยู่ในที่เกิดเหตุเวลานั้นบอกว่า คนที่ทางการตามตัวได้วิ่งหนีเข้าไปหลบอยู่ที่ร้านโดนัทแล้วคนในนั้นก็ล็อกประตูหลังจากที่เขาเข้าไป เจ้าหน้าที่พยายามจะเข้าไปในร้านแต่ก็เข้าไปไม่ได้จึงได้เรียกขอกำลังเสริม หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนมามุงดู แล้วก็มีบางคนที่เริ่มถ่ายวิดีโอ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเพรตตีอยู่ด้วย

เรื่องต่อจากนี้เป็นมุมมองจากผู้เห็นเหตุการณ์และหลักฐานวิดีโอหลายมุมมอง อีกทั้งเรื่องนี้ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวนจึงยังไม่มีข้อสรุปของคดีในแบบที่เป็นทางการ แต่เท่าที่สื่อต่างๆ นำเสนอเรื่องเหล่านี้มาจนถึงวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา ก็ได้มีการระบุถึงเหตุการณ์ไว้ดังนี้

มีวิดีโอและคำให้การจากพยานในที่เกิดเหตุระบุว่า เพรตตีสวมหมวกเบสบอลสีดำ แว่นดำ เสื้อโคทสีน้ำตาล กำลังถือสิ่งที่อยู่เหมือนเป็นโทรศัพท์มือถือของเขา ซึ่งน่าจะกำลังถ่ายวิดีโอเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ ในขณะที่ตัวเขาเองเดินเข้าใกล้เจ้าหน้าที่มากขึ้นเรื่อยๆ

มีวิดีโออีกชิ้นหนึ่งที่แสดงให้เห็นชายที่น่าจะเป็นเพรตตียืนประจัญหน้ากับเจ้าหน้าที่ทางการอย่างน้อย 1 นาย จากวิดีโอแล้วไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าพวกเขาพูดอะไรกันหรือไม่

ภาพเหตุการณ์ต่อมาคือ มีเจ้าหน้าที่นายหนึ่งผลักผู้ที่เข้ามามุงดูเหตุการณ์อีกคนหนึ่งที่ไม่ใช่เพรตตีจนล้มลงกับพื้น แล้วเพรตตีก็เคลื่อนตัวเข้าหาเจ้าหน้าที่นายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จับตัวเพรตตีไว้แล้วก็พ่นสเปรย์สารเคมีก่อความระคายเคืองที่ถูกระบุว่าเป็นสเปรย์พริกไทยใส่พยานอีกรายหนึ่งที่เข้ามาชน

พยานผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า เพรตตีดูเหมือนจะพยายามช่วยเหลือพยุงตัวผู้อยู่ในเหตุการณ์คนอื่นอีกคนหนึ่งเพื่อให้เธอลุกขึ้นยืนได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็พยายามแยกตัวเพรตตีจากตัวผู้อยู่ในเหตุการณ์แล้วก็จับเขากดลงที่พื้น

มีวิดีโอเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นว่ามีเจ้าหน้าที่นายหนึ่งตะโกนว่า "เขามีปืน" ช่วงเดียวกับที่เจ้าหน้าที่อีกนายหนึ่งเอื้อมมือไปที่สายรัดเอวของเพรตตี มีเจ้าหน้าที่นายหนึ่งที่ดูเหมือนจะเดินออกไปพร้อมกับถืออาวุธของเพรตตี จากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ตามมาด้วยเสียงปืนอย่างน้อยอีก 9 นัด

ในวิดีโอยังระบุไม่ได้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ยิง แต่จากรายงานการสืบสวนของสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่ผ่านมาระบุว่า เจ้าหน้าที่ 2 นายในเหตุการณ์นี้เป็นผู้ลงมือสังหาร อเล็ก เพรตตี รวมถึงไม่มีการระบุว่าเพรตตีได้เอื้อมมือเพื่อจะหยิบปืนแต่อย่างใด

ข้อมูลการสืบสวนชุดใหม่จาก CBP นั้นขัดแย้งกับคำให้การของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ ที่แถลงอ้างว่าเจ้าหน้าที่ยิงเพรตตีเพื่อเป็นการป้องกันตัว

ก่อนหน้านี้ ผู้บัญชาการพิเศษของหน่วยตระเวณชายแดน เกรกอรี โบวิโน กล่าวหาว่า เพรตตี พยายาม "สังหารหมู่ผู้บังคับกฎหมาย" อ้างว่าปืนของเขามี "ลูกกระสุนบรรจุอยู่เต็ม"

แต่ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา ทิม วอลซ์ ก็บอกว่าคำกล่าวหาของหน่วยตระเวนชายแดนนั้น "ไร้สาระ" และ "โกหก" โดยชี้ให้เห็นว่าวิดีโอจากหลายๆ มุมล้วนแล้วแต่แสดงให้เห็นว่าคำพูดของโบวิโนไม่น่าเชื่อถือ และการกล่าวหานี้ถือเป็นเรื่องที่ "น่าคลื่นเหียน"

ในรายงานการสืบสวนของ CBP กล่าวหาว่า "เพรตตีขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่จากนั้นจึงเกิดการต่อสู้" ตามมาด้วยการที่เจ้าหน้าที่ตระเวนชายแดน 2 นายยิงปืนที่ได้รับมอบจาก CBP ใส่เพรตตี จากนั้นจึงมีการนำปืนของเพรตตีไปเก็บไว้ที่รถของเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตามมีพยานรายหนึ่งบอกว่าเขาไม่เห็นว่าเพรตตีจะทำการขัดขืนหรือพยายามเอื้อมมือไปหยิบปืนเลยในช่วงที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว

มีการตั้งข้อสังเกตด้วยว่าทางหน่วยงานตำรวจตระเวนชายแดนสหรัฐฯ พยายามสกัดกั้นไม่ให้สำนักตรวจสอบอาชญากรรมรัฐมินนิโซตาเข้าไปหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีหมายค้นแล้วก็ตาม

ผลที่ตามมาและกระแสต่อต้าน

ถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์อื้อฉาวเช่นนี้ แต่หน่วยงานตำรวจตระเวนชายแดนสหรัฐฯ ก็ยังคงยืนยันที่จะทำหน้าที่ตามภารกิจของรัฐบาลทรัมป์ต่อไปในเรื่องการส่งตัวผู้อพยพที่ไม่มีเอกสารอนุญาตออกนอกประเทศ อีกทั้งทำเนียบขาวภายใต้ทรัมป์ก็ยังคงยืนยันว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายของพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องคนเข้าเมือง โดยไม่สนใจว่าผู้นำในท้องถิ่นจะร่วมมือกับพวกเขาหรือไม่

อย่างไรก็ตามมีนักการเมืองหลายคนที่พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทำนองว่ามันเป็นเรื่องที่น่ากังขาหรือชวนให้กังวลใจ เช่น ส.ว. หลุยส์เซียนา บิลล์ แคสสิดี ระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในมินนิโซตาทำให้รู้สึก "น่ากังวลใจเป็นอย่างมาก" และ เรียกร้องให้มีการสืบสวนร่วมกันอย่างเต็มรูปแบบทั้งในระดับรัฐบาลกลางและในระดับรัฐ

ลิซา เมอคาวสกี ส.ว. อลาสกา ระบุว่าการสังหารเพรตตีควรจะทำให้เกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับความเหมาะสมในการฝึกอบรมหน่วยงานบังคับกฎหมายด้านคนเข้าเมือง และทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการซักซ้อมเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวนี้

นอกจากนี้ยังเกิดความไม่พอใจต่อหน่วยงานตำรวจตระเวณชายแดนสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น มีทั้งความกังวลและความโกรธเกรี้ยวต่อวิธีการปฏิบัติหน้าที่และการยิงพลเรือน

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนสหรัฐฯ บางคนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในมินนิแอโปลิสในตอนนี้ก็เริ่มตั้งคำถามว่า พวกเขาควรจะอยู่ในเมืองที่มีสถานการณ์ไม่ค่อยดีแบบนี้ต่อไปหรือไม่ เพราะการประจำการที่นี่ต่อไปก็ไม่น่าจะทำให้เกิดผลลัพธ์อะไรที่ดีมากพอที่จะให้ความชอบธรรมต่อการประจำการของพวกเขาได้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ส่วนหนึ่งของ "ปฏิบัติการเมโทรเซิร์จ" ซึ่งหน่วยงาน ICE กับตำรวจตระเวนชายแดนสหรัฐฯ ร่วมมือกันไล่กวาดต้อนจับกุมผู้อพยพที่ไม่มีใบอนุญาตแล้วส่งตัวพวกเขากลับประเทศ ปฏิบัติการดังกล่าวนี้เริ่มต้นมากตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2025

ปฏิบัติการดังกล่าวนี้นอกจากจะทำให้พลเมืองสหรัฐฯ เสียชีวิตอย่างน้อย 2 รายแล้ว ยังก่อปัญหาต่างๆ ต่อทั้งทางด้านเศรษฐกิจและด้านประชาสังคมในมินนิโซตา เช่น ปฏิบัติการกวาดล้างได้เข้าไปขัดขวางรบกวนการเรียนการสอนในโรงเรียนจนทำให้โรงเรียนบางแห่งต้องเปลี่ยนไปเป็นการเรียนการสอนแบบทางไกล อีกทั้งยังขัดขวางรบกวนการทำธุรกิจอีกด้วย

ปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ยังส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากประท้วงต่อต้าน ทั้งผู้ว่าการรัฐและหัวหน้าอัยการของมินนิแอโปลิสต่างก็ต่อต้านปฏิบัติการของ ICE ด้วยเช่นกัน โดยบอกว่าปฏิบัติการนี้มีเป้าหมายหลักคือ "การล้างแค้น" แทนที่จะเป็นการบังคับใช้กฎหมาย

อีกทั้งในวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา หัวหน้าผู้พิพากษาศาลแขวงมินนิโซตา แพทริก ชิลต์ซ ระบุว่า ICE ได้ละเมิดคำสั่งศาลในมินนิโซตาอย่างน้อย 96 คำสั่งนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เป็นต้นมา

บรูซ สปริงสทีน นักดนตรีดังรุ่นเก๋าแต่งเพลงประท้วงเหตุการณ์-เลดีกาก้าแถลงอัด ICE กลางคอน

เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา นักดนตรีดังในสหรัฐฯ บรูซ สปริงสทีน ได้เผยแพร่เพลงชื่อ "Streets of Minneapolis" เพื่อประณามความรุนแรงจากหน่วยงาน ICE และแสดงการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย

"ผมเขียนเพลงนี้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อัดเพลงเมื่อวานนี้ แล้วก็เผยแพร่ให้พวกคุณได้พังในวันนี้ เพื่อเป็นการโต้ตอบการก่อการร้ายโดยรัฐที่เข้ามาในเมืองมินนิแอโปลิส" สปริงสทีนระบุในโซเชียลมีเดีย

"มันเป็นเพลงที่มอบให้กับประชาชนแห่งมินนิแอโปลิส เพื่อนบ้านผู้อพยพผู้บริสุทธิ์ของพวกเรา และเพื่อรำลึกถึงอเล็ก เพรตตี กับ เรเน กูด" สปริงสทีนระบุในโซเชียลมีเดีย

นอกจากสปริงสทีนแล้ว ศิลปินเพลง เลดีกาก้า ก็ได้กล่าวประณาม ICE ในกรณีมินนิแอโปลิสกลางคอนเสิร์ทที่กรุงโตเกียว โดยระบุว่า "หัวใจของฉันเจ็บปวดเมื่อคิดถึงผู้คน ทั้งเด็กและครอบครัว ทั่วอเมริกา ผู้ที่ตกเป็นเป้าหมายอันเลือดเย็นของ ICE"

เรียบเรียงจาก

Anti-ICE protest breaks out at Tribeca hotel; at least 66 people arrested: sources, ABC Eyewitness News, 28-01-2026
https://abc7ny.com/post/anti-ice-protest-breaks-hilton-garden-inn-hotel-tribeca-least-66-people-arrested-sources-say/18488392/

City-by-city update: Anti-ICE protests in Florida this week are mounting, Florida Today, 28-01-2026
https://www.floridatoday.com/story/news/2026/01/28/anti-ice-rallies-this-week-weekend-florida-where-are-they-trump-alex-pretti-border-patrol/88393313007/

2 federal agents fired their weapons during Alex Pretti shooting, government report to Congress says, CBS News, 27-01-2026
https://www.cbsnews.com/news/two-federal-agents-fired-their-weapons-during-alex-pretti-shooting-report-congress-says/

What we know so far about the latest killing by a federal agent in Minneapolis, CNN, 26-01-2026
https://edition.cnn.com/2026/01/25/us/shooting-minneapolis-alex-pretti-killed

Minnesota Judge Says ICE Violated Nearly 100 Court Orders", New York Times, 28-01-2026
https://www.nytimes.com/live/2026/01/28/us/minneapolis-shooting-ice-minnesota

Reported Minneapolis shooting involving federal law enforcement under investigation, CNN, 24-01-2026
https://edition.cnn.com/2026/01/24/us/minneapolis-protests-immigration-ice

Bruce Springsteen releases anti-ICE protest song 'Streets of Minneapolis', NPR, 28-01-2026
https://www.npr.org/2026/01/28/nx-s1-5691707/bruce-springsteen-minneapolis-protest-song-alex-pretti-renee-good

Lady Gaga Slams ICE During Tokyo Concert: Americans “Being Mercilessly Targeted”, Hollywood Reporter, 29-01-2026
https://www.hollywoodreporter.com/music/music-news/lady-gaga-ice-1236488350/


https://en.wikipedia.org/wiki/Killing_of_Ren%C3%A9e_Good
https://en.wikipedia.org/wiki/Operation_Metro_Surge

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง