Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

องค์กร Radical Grandma Collective เผยแพร่บันทึกการประชุมเมื่อ 4 พ.ย. 2568 ของกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน เพื่อทบทวนแผนการฟื้นฟูเยียวยาการปนเปื้อนฟื้นฟู สุขภาพ สิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของชุมชนในพื้นที่เหมืองแร่ทองคำจังหวัดเลย (ฉบับปรับปรุง) ปี 2562 ภาคประชาชน และเพื่อจัดทำแผนที่สะท้อนเสียงของผู้ได้รับผลกระทบและผลักดันให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อมลพิษจากเหมืองทองคำที่ค้างคามากว่า 20 ปี  ที่องค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย 

รายงานระบุว่า ในปีพ.ศ. 2562 ศาลพิพากษาให้บริษัททุ่งคำ จำกัด ชดใช้ค่าเสียหายแก่ชาวบ้านและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมโดยประชาชนต้องมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน แต่บริษัทล้มละลายจึงไม่ได้มีการฟื้นฟูหรือชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ปัจจุบันเหมืองจึงถูกทิ้งร้าง 

อย่างไรก็ตาม สารพิษจากเหมืองยังคงปนเปื้อนกระจายเป็นวงกว้าง พบว่าชาวบ้านรอบเหมืองยังตรวจพบสารหนูและโลหะหนักในร่างกายเกินค่ามาตราฐาน ต่อมาในปี 2567 กระทรวงอุตสาหกรรมได้แต่งตั้งคณะทำงานจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมรอบเหมืองทองคำ และเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2568 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานที่ศาลากลางจังหวัดเลย ซึ่งที่ประชุมมีมติให้แต่ละหน่วยงานกลับไปทบทวนแผนฟื้นฟูฯ

การประชุมในการทบทวนแผนฟื้นฟูฯ ได้รับความร่วมมือจากทั้งหน่วยงานรัฐ องค์กรเอกชนและประชาชนในพื้นที่ โดยมีองค์การบริหารส่วนตำบลเขาหลวง, โครงการความร่วมมือการฟื้นฟูระบบนิเวศ สังคม และสุขภาพ, โรงเรียนทอผ้าฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติชุมชน, Radical Grandma Collective, มูลนิธิบูรณะนิเวศ และมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ โดยมีประชาชนผู้เป็นเจ้าของที่ดินและได้รับผลกระทบในพื้นที่รอบเหมืองทองคำกว่า 70 คนเข้าร่วมงาน

โฆษณา - Advertising

ภายในงานตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน นำเสนอหลักคิดของแผนฟื้นฟูฯ 10 ขั้นตอน เริ่มตั้งแต่ก้าวแรกที่จะทำให้แผนสำเร็จได้คือ ปิดเหมืองถาวร ฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการฟื้นฟูที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนคือการกำจัดมลพิษ และเยียวยาสุขภาพคนและธรรมชาติ โดยมีผู้คนเข้าร่วมในทุกขั้นตอน สามารถติดตามตรวจสอบการฟื้นฟูได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงมีการฟื้นฟูความสัมพันธ์ของคน จนไปถึงการฟื้นฟูระบบนิเวศธรรมชาติ และฟื้นฟูเศรษฐกิจคืนแหล่งอาหารธรรมชาติ

ตามด้วยข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการฟื้นฟูฯ ในรายละเอียดที่จะทำให้เป้าหมายของการฟื้นฟูฯ เกิดขึ้นได้จริง โดยเริ่มจาก ศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ จากมหาวิทยาลัยนเรศวร นำเสนอเทคนิคทางวิศกรรมการฟื้นฟูเพื่อกำจัดสารพิษจากที่ดินและแหล่งน้ำ ทางด้านเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ นำเสนอข้อมูลการปนเปื้อนสารหนูและโลหะหนักในน้ำและพืชพันธุ์ท้องถิ่นที่ยังเกินค่ามาตรฐานโดยจุดที่สูงมากที่สุดคือ บริเวณห้วยเหล็กที่สูงมากกว่า 1,000 เท่า (2,584 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม) ชี้ว่าต้องมีการเก็บข้อมูลการปนเปื้อนของน้ำใต้ดินและผิวดินมากกว่าปีละหนึ่งครั้งเพื่อนำข้อมูลไปวางแผนการกำจัดสารพิษและเฝ้าระวัง 

ขณะเดียวกัน Larissa Gaias จากมหาวิทยาลัยวอชิงตันและคณะกรรมการของ Radical Grandma Collective นำเสนองานวิจัยชี้ให้เห็นว่าผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองส่งผลให้เกิดบาดแผลทางจิตใจ นำมาสู่ข้อเสนอต่อกิจกรรมในแผนฟื้นฟูฯ ควรต้องมีกิจกรรมที่สร้างการมีส่วนร่วมและกิจกรรมที่ส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด และบำเพ็ญ ไชยรักษ์ จากโครงการความร่วมมือการฟื้นฟูระบบนิเวศสังคมและสุขภาพ เสนอหลักการฟื้นฟูสากลแบบองค์ รวม ซึ่งเน้นย้ำว่าการฟื้นคืนสิทธิการจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้กับชุมชนเป็นก้าวแรกของการฟื้นฟูเพื่อนำไปสู่เป้าหมายการฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ในช่วงบ่าย มีการแบ่งกลุ่มชาวบ้านตามแต่ละร่องห้วยที่ได้รับสารพิษปนเปื้อนจากเหมือง เพื่อระดมความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงเพิ่มในแผนฟื้นฟูฯ ได้แก่ ร่องห้วยเหล็ก, ร่องห้วยลิ้นควาย, ร่องนาหนองบง, ร่องห้วยนายาว, ร่องนาซำ, ลำน้ำฮวย ร่องห้วยนาดินดำ และปากห้วยผุก

โฆษณา - Advertising

ในช่วงแสดงความคิดเห็น เจ้าของที่ดินจากร่องห้วยเหล็ก ซึ่งรับน้ำโดยตรงจากบ่อเก็บกากแร่ สะท้อนความกังวลว่าทำอย่างไรให้การกำจัดสารพิษจัดการให้จบได้ในร่องห้วยตนเอง ไม่กระจายไปสู่พื้นที่อื่น และยังมีเรื่องงบประมาณเพราะคาดเดาว่าน่าจะใช้งบประมาณจำนวนมาก ทางด้านเจ้าของที่ดินบริเวณร่องห้วยลิ้นควายและร่องห้วยนาหนองบง บอกถึงปัญหาการรับน้ำจากโรงงานเหมือง น้ำท่วมที่ดินทำกิน 

ขณะที่ประชาชนจากร่องห้วยนายาวและนาซำ ซึ่งอยู่ใต้กองหินทิ้งและขุมเหมือง บอกถึงความกังวลที่น้ำจากเส้นทางธรรมชาติไหลลงขุมเหมืองจนหมดทำให้ดินแห้งแล้งและในหน้าฝนพบปัญหาดินจากกองหินทิ้งถล่มลงมาสร้างความเสียหายในที่นา รวมทั้งมีความกังวลเรื่องการขุดลอกหน้าดิน อยากให้มีการกำจัดสารพิษด้วยวิธีอื่นๆ เช่น ฉีดสารละลายสารพิษ และลำน้ำฮวย ร่องห้วยนาดินดำ ปากห้วยผุก เจอกับปัญหาการปนเปื้อนสารพิษจากเหมืองที่ซึมลงที่ดินทำกิน ข้อกังวลที่หลายชุมชนเห็นตรงกันคือการชดเชยรายได้ในช่วงฟื้นฟู เพราะไม่สามารถใช้ที่ดินในช่วงเวลาดังกล่าวได้ จึงอยากให้แผนฟื้นฟูครอบคลุมการเยียวยาในประเด็นนี้

หลังจบการประชุมนายเอกพล แก้วกันหา เจ้าของที่ดินร่องห้วยนาดินดำ ได้แสดงความรู้สึกว่า “มีความหวังและวางใจ ได้ฟังการนำเสนอของนักวิชาการที่พูดถึงแผนและข้อมูลที่ครอบคลุม จะมีกังวลก็แต่ในเรื่องระบบของภาครัฐ” การประชุมครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการจัดทำแผนฟื้นฟูฯ และเป็นหมุดหมายสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การผลักดันกฎหมายฟื้นฟูผลกระทบจากเหมืองแร่ในประเทศไทย ในขั้นตอนต่อไป ภาคประชนจะรวบรวมข้อเสนอและความคิดเห็นที่ได้มาจัดทำ “แผนฟื้นฟูฯ ภาคประชาชน” และผลักดันให้เป็น “แผนหลัก” ของการฟื้นฟูพื้นที่เหมืองทองคำจังหวัดเลยอย่างเป็นรูปธรรม

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising