Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ช่วงเช้าวันนี้ (13 ธ.ค.) กัมพูชายิงจรวดตกพื้นที่พลเรือน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ 4 ราย - ทหารไทยเสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ 3 นาย บริเวณเนิน 677 ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี - สธ.เผยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยัง รพ.ปลอดภัย 690 ราย ขณะที่ศูนย์พักพิงเปิดเพิ่มขึ้นเป็น 970 จุด ผู้เข้าพัก 263,105 คน จัดระบบดูแลหญิงตั้งครรภ์ คัดกรองสุขภาพจิตต่อเนื่องเพื่อดูแลผู้มีความเครียด-เสี่ยงทำร้ายตนเอง 

13 ธันวาคม 2568 NBT Connext รายงานว่า ช่วงเช้าวันนี้กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 ว่าฝ่ายกัมพูชาได้ใช้อาวุธจรวด BM-21 ยิงตกเข้ามาในพื้นที่พลเรือน บริเวณด้านหน้าบังเกอร์หลบภัย หมู่ที่ 1 ตำบลเสาธงชัย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ประชาชนซึ่งได้ยินเสียงแจ้งเตือนและกำลังวิ่งเข้าหลบภัยในบังเกอร์หลบภัย ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด มีอาการสาหัส 2 ราย ได้แก่ 1. นายแก้ว กินนรา แขนขวาหัก 2. นายรำไพ สุวรรณศิลป์ ได้รับแรงกระแทกที่ศีรษะและมีเลือดออกในสมอง

ซึ่งกองทัพบกได้บูรณาการร่วมกับฝ่ายปกครองและสาธารณสุขในพื้นที่ เร่งนำผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ

โฆษณา - Advertising

ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย คือ นายคมสัน ศรีอ้วน โดนสะเก็ดระเบิดบริเวณหลัง คอ และ นายเสรี ปัถอินทรี มีอาการบวมที่ศรีษะเนื่องจากโดนสะเก็ดระเบิด ได้เร่งนำส่ง รพ.ศรีรัตนะ

ทหารไทยเสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ 3 นาย บริเวณเนิน 677 ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี

Thai PBS รายงานว่า วันนี้ (13 ธ.ค.) มีรายงานว่าเหตุปะทะบริเวณเนิน 677 ช่องอานม้า กำลังพล ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ประกอบด้วย 1.พลโชคชัย เนียมแสง บาดเจ็บแขน 2 ข้าง 2.จ.ส.ต.นพนันท์ จันดาแดง บาดเจ็บที่ขาและแขน 3.พลทหารคอลิต หมุดกะเหล็ม บาดเจ็บที่หลัง

นอกจากนี้ยังมีกำลังพลเสียชีวิตอีกจำนวน 4 นาย ประกอบด้วย 1. จ.ส.อ.ดำรงเกียรติ แก้วกระจ่าง, 2. พลทหารมุสตากีม เจ๊ะมะ 3. จ.ส.อ.ทวีรัตน์ รัตนบุรี, และ 4. พลทหาร (รอยืนยันรายชื่อ)

สธ.เผยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยัง รพ.ปลอดภัย 690 ราย ขณะที่ศูนย์พักพิงเปิดเพิ่มขึ้นเป็น 970 จุด ผู้เข้าพัก 263,105 คน

Thai PBS รายงานว่า นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชายแดนไทย-กัมพูชาว่า ในส่วนของสถานบริการสาธารณสุขที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่เสี่ยง 7 จังหวัด ยังคงปิดโรงพยาบาล 12 แห่ง และ รพ.สต.205 แห่ง เท่าเดิม มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในไปยังโรงพยาบาลในพื้นที่ปลอดภัยเพิ่มขึ้นเป็น 690 ราย

ขณะที่ศูนย์พักพิงมีการเปิดเพิ่มขึ้น ปัจจุบันมีทั้งหมด 970 จุด ผู้เข้าพักรวม 263,105 คน เป็นกลุ่มเปราะบาง 68,314 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุและเด็กเล็ก 0-5 ปี อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มี 302 ราย ได้จัดให้มีการคัดกรองสุขภาพทุกรายและติดตามตามอายุครรภ์อย่างใกล้ชิด หากพบภาวะเสี่ยงจะส่งต่อโรงพยาบาลทันที เพื่อให้ทั้งแม่และทารกปลอดภัย

นพ.เอกชัยกล่าวต่อว่า การดูแลประชาชนในศูนย์พักพิงขณะนี้ นอกจากการจัดบริการด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังมุ่งเน้น 2 ส่วนสำคัญ คือ การเฝ้าระวังป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดต่อต่าง ๆ เนื่องจากมีประชาชนมาอยู่รวมกันจำนวนมาก โดยเริ่มมีรายงานพบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ และโรคระบบทางเดินอาหารเพิ่มขึ้นในบางจุด ซึ่งทีมปฏิบัติการสอบสวนควบคุมโรคยังสามารถควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดได้

การดูแลสุขภาพจิต โดยจัดระบบคัดกรองชิงรุกด้วยแบบประเมินมาตรฐาน เพื่อค้นหาผู้ที่มีความเครียดและมีความเสี่ยงทำร้ายตนเอง จากการคัดกรองไปแล้ว 183,104 ราย พบเครียดสูง 1,798 ราย และเสี่ยงทำร้ายตนเอง 252 ราย ทุกรายได้รับการปฐมพยาบาลทางจิตใจ ดูแลตามกระบวนการและติดตามอย่างต่อเนื่อง จนกว่าอาการจะดีขึ้น

ส่วนบุคลากร เบื้องต้นคัดกรองสุขภาพจิตแล้ว 239 ราย ยังไม่พบมีปัญหา นอกจากนี้ ยังมีแนวทางดูแลเฉพาะกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ เพื่อป้องกันผลกระทบทางจิตใจระยะยาวด้วย

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising