Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ผู้รายงานพิเศษ UN จี้รัฐบาลไทย คุ้มครอง 'จร-สุเมธ' นักปกป้องสิทธิฯ ภาคตะวันออก หลังถูกขู่ฆ่า หลังออกมาตรวจสอบโรงงานกำจัดขยะที่ไม่ได้มาตรฐานตามนโยบาย EEC พร้อมจี้บริษัทเอกชนแจงปม 'คุกคาม-ภัยมลพิษ' และต้องรับผิดชอบรวมถึงมีมาตรการป้องกันการละเมิดสิทธิฯ และการเยียวยาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 แมรี่ ลอว์เลอร์ (Mary Lawlor) ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ได้โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กเป็นทางการเพื่อแสดงความกังวลอย่างเร่งด่วนต่อสถานการณ์ในประเทศไทย โดยเฉพาะภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับ จร เนาวโอภาส และสุเมธ เหรียญพงษ์นาม นักปกป้องสิทธิมนุษยชนภาคตะวันออกที่ออกมาคัดค้านการดำเนินงานที่เป็นอันตรายของบริษัทต่าง ๆ ตามนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของประเทศไทย

แมรี่ ลอว์เลอร์ ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก  พร้อมติดแฮชแท็กถึงกระทรวงการต่างประเทศของไทย ระบุถึงการส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึงรัฐบาลไทย ดังนี้

“ดิฉันได้ส่งหนังสือถึงรัฐบาลไทย เกี่ยวกับภัยคุกคามชีวิตที่ทวีความรุนแรงขึ้นต่อสองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนภาคตะวันออกของประเทศไทย จร เนาวโอภาส และสุเมธ เหรียญพงษ์นาม และรูปแบบการตอบโต้ที่กว้างขวางขึ้นต่อผู้คนที่ลุกขึ้นมาคัดค้านการดำเนินงานที่เป็นอันตรายของบริษัทต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงงานจำกัดขยะที่ไม่ได้มาตรฐานตามนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของประเทศไทย”

ผู้รายงานพิเศษฯ ยังได้แนบลิงก์จดหมายฉบับเต็มที่ส่งถึงรัฐบาลไทย ซึ่งเป็นการเน้นย้ำว่าประเด็นนี้ถูกยกระดับขึ้นสู่กลไกพิเศษ (Special Procedures) ของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติแล้ว

สุเมธ เหรียญพงษ์นาม(ซ้าย)  จร เนาวโอภาส(ขวา)

ยูเอ็นชี้ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ ถูกอ้างเอี่ยว 'มลพิษ-ข่มขู่'

จดหมายที่ถูกส่งถึงกระทรวงการต่างประเทศของไทย โดยมีผู้รายงานพิเศษรวม 5 คนร่วมลงนาม ได้ระบุถึงข้อมูลที่ได้รับเกี่ยวกับภัยคุกคามที่รุนแรงขึ้นต่อจรและสุเมธ  โดยชี้ว่าสถานการณ์ของทั้งสองสะท้อนถึง "รูปแบบการตอบโต้ที่กว้างขวางขึ้นต่อชุมชนที่ต่อต้านโครงการอุตสาหกรรมใน EEC

จดหมายระบุอย่างเจาะจงว่า สถานการณ์นี้เกิดขึ้นในบริบทของการรายงานมลพิษทางน้ำ ดิน และอากาศ จากโรงงานจัดการของเสียพิษในภาคตะวันออก ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับบริษัทในประเทศไทย ได้แก่ บริษัท เวสต์ 2 เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด,บริษัท เค.เอส.ดี รีไซเคิล จำกัด,บริษัท ฟิวชั่น ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด

คุกคามถึงชีวิต หวั่นซ้ำรอยอดีตสังหารผู้ใหญ่ประจบ

ผู้รายงานพิเศษฯ ได้ระบุถึงความกังวลเป็นพิเศษต่อภัยคุกคามต่อนายจรและนายสุเมธ โดยได้ยกตัวอย่างพฤติการณ์คุกคามที่เกิดขึ้นในปี 2567-2568  โดยนายจรถูกเจ้าหน้าที่รัฐและเจ้าของโรงงานพยายาม ติดสินบน เพื่อยุติการทำงานด้านสิทธิฯ นอกจากนี้ ในเดือน ก.ค. 2568 ยังได้รับแจ้งว่า มีมือปืนรับจ้างเดินทางมาหมายหัวนักเคลื่อนไหว และในเดือน ส.ค. 2568 ได้ถูกตำรวจโทรศัพท์มาถามที่อยู่พร้อม เตือนว่าจะถูกโจมตีในไม่ช้า

ขณะที่นายสุเมธถูกเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2568 และได้รับแจ้งจากนักปกป้องสิทธิฯ อื่น ๆ ว่า บริษัทจัดการของเสียถูกกล่าวหาว่า ระดมทรัพยากรเพื่อว่าจ้างมือปืน

ที่น่าตกใจคือ จดหมายฉบับนี้ได้ย้อนไปถึงกรณีการสังหาร ประจบ นวโอภาส น้องชายของจร ในปี 2556 ซึ่งถูกสังหารหลังตรวจสอบกิจกรรมของ บริษัทจำกัดขยะเอกชนในพื้นที่โดยมีรายงานว่า กรรมการบริษัทเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยจ้างวานฆ่า ซึ่งตอกย้ำถึงสถานการณ์ความปลอดภัยที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ผู้รายงานพิเศษฯ ได้ระบุถึงความกังวลอย่างยิ่งต่อการที่โครงการใน EEC มักถูกกำหนดโครงสร้างให้อยู่นอกเกณฑ์การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือมีการเร่งรัดการอนุมัติ ซึ่งนำไปสู่การ ปนเปื้อนของน้ำผิวดิน น้ำบาดาล สารพิษตกค้างในดิน และการปล่อยก๊าซ

เรียกร้องรัฐสอบสวนด่วน! หยุดการคุกคามนักสู้สิ่งแวดล้อม

คณะผู้รายงานพิเศษฯ ได้ใช้กลไกการสื่อสารของสหประชาชาติ เพื่อขอคำชี้แจงจากรัฐบาลไทยและบริษัทที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อเรียกร้องสำคัญให้รัฐบาลไทยดำเนินการ มาตรการชั่วคราวที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อยุติภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับ นายจรและสุเมธ สองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนภาคตะวันออก และป้องกันไม่ให้เกิดการละเมิดซ้ำ รวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบสวนการมีส่วนร่วมของบริษัทต่อการคุกคามดังกล่าว เพื่อนำตัวผู้รับผิดชอบมาลงโทษตามกฎหมายด้วย

5 ประเด็น 'ยูเอ็น' จี้ บริษัท ปม 'ภัยคุกคาม-มลพิษ' ในพื้นที่ EEC

สาระสำคัญจดหมาย UN ระบุบริษัทมี 'ความรับผิดชอบโดยตรง' ต้องแจงมาตรการป้องกันการละเมิดสิทธิฯ และการเยียวยา

คณะผู้เชี่ยวชาญพิเศษแห่งสหประชาชาติ (UN Special Procedures) ได้ส่งจดหมาย (อ้างอิง AL OTH 124/2025 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2568) เพื่อขอคำชี้แจงจาก บริษัท เวสต์ 2 เอ็นเนอร์ยี่  จำกัด โดยมีสาระสำคัญดังนี้

1. ภัยคุกคามถึงชีวิตที่ตอบโต้ต่อนักปกป้องสิทธิฯข้อกังวลสูงสุดของผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อ ภัยคุกคามถึงชีวิต การคุกคาม การสอดแนม และการตอบโต้ (reprisals) ที่พุ่งเป้าไปที่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้าสิ่งแวดล้อม คือ จร นวโอภาส  และ นายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม โดยสาเหตุหลักของการคุกคามเกิดขึ้นจากการที่บุคคลทั้งสองทำหน้าที่ตรวจสอบและเปิดโปงผลกระทบจากการจัดการกากอุตสาหกรรมและของเสียอันตรายในพื้นที่ EEC

2. บริบทปัญหาเชิงโครงสร้างใน EEC  มีการหลีกเลี่ยง EIA  ผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นชี้ว่า โครงการอุตสาหกรรมใน EEC มีการ ผ่อนคลายหรือหลีกเลี่ยงกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการมีส่วนร่วมของชุมชน  โดยสถานประกอบการจัดการของเสียอันตรายตั้งอยู่ใกล้ชุมชน แหล่งน้ำ และพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลกระทบต่อ สิทธิในสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และการดำรงชีวิต ของประชาชน  นอกจากนี้ยังมีความรุนแรงที่เกิดในอดีตที่ นักปกป้องสิทธิฯ ถูกฟ้องคดีเชิงกลั่นแกล้ง (SLAPPs) ถูกคุกคาม และมีการอ้างถึง กรณีในอดีตปี พ.ศ.  2556 ที่มีการลอบสังหาร นักปกป้องสิทธิฯผู้ใหญ่ ประจบ นวโอภาส ในพื้นที่ด้วย

3. ย้ำความรับผิดชอบของบริษัทตามหลักสากล ผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นเน้นย้ำว่า บริษัทมีความรับผิดชอบโดยตรง ภายใต้ หลักการชี้นำว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNGPs) และต้องมีหน้าที่ เคารพสิทธิมนุษยชน ดำเนินกระบวนการ ตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Due Diligence) ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขผลกระทบ รวมถึง ไม่ก่อหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้วย

4. คำถามและข้อเรียกร้องที่ต้องตอบกลับ  ผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นขอให้บริษัทชี้แจงอย่างเป็นทางการในประเด็นหลัก ดังนี้:

ชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อข้อกล่าวหาการคุกคามนักปกป้องสิทธิฯ , ระบุว่าบริษัทได้ดำเนินการ สอบสวนภายใน หรือไม่ หากไม่ทำ ต้องให้เหตุผล , และให้อธิบายมาตรการที่ใช้เพื่อรับประกัน เสรีภาพในการแสดงออก และ ความปลอดภัย ของนักปกป้องสิทธิฯ รวมถึงให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและหลักการตรวจสอบและประเมินผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนที่รอบด้าน (Human Rights Due Diligence (HRDD) , ชี้แจงมาตรการ คุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนพร้อม ระบุ กลไกการเยียวยาและการร้องเรียน ที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ

5. การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อหลักประกันความโปร่งใส  ผู้เชี่ยววชาญยูเอ็นระบุว่า จดหมายฉบับนี้และคำตอบของบริษัทหากมีจะถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ ผ่านระบบของสหประชาชาติ เพื่อเป็นหลักประกันความโปร่งใสและยูเอ็นอาจ ออกแถลงข่าวสาธารณะเพิ่มเติม หากพิจารณาแล้วว่าประเด็นนี้มีความร้ายแรงและต้องการการรับรู้ในวงกว้างของสังคม

จดหมายดังกล่าวซึ่งลงนามร่วมโดยผู้รายงานพิเศษซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระแห่งสหประชาชาติถึง 5 คนเพื่อเรียกร้องความชัดเจนและมาตรการคุ้มครองเร่งด่วนจากรัฐบาลไทย  โดย 5 ผู้ลงนามประกอบด้วย

1.แมรี่ ลอว์เลอร์ (Mary Lawlor) ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยสถานการณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชน

2. คณะทำงานว่าด้วยประเด็นสิทธิมนุษยชนและบรรษัทข้ามชาติและองค์กรธุรกิจอื่น ๆ

3. ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในสิ่งแวดล้อมที่สะอาด สุขภาพดี และยั่งยืน

4. ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิในเสรีภาพทางความคิดเห็นและการแสดงออก

5. ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนจากการจัดการและกำจัดสารอันตรายและของเสียที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้ง 2 อุ่นใจขึ้น! ยูเอ็นจี้รัฐไทยปกป้อง พร้อมเฝ้าระวังช่วงเลือกตั้ง

ขณะที่สุเมธได้เปิดเผยความรู้สึกภายหลังคณะผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ส่งหนังสือด่วนถึงกระทรวงการต่างประเทศของไทยว่า ตนรู้สึกอุ่นใจขึ้นเนื่องสหประชาชาติซึ่งทำงานเรื่องปกป้องและคุ้มครองในเรื่องสิทธิมนุษยชนระดับโลกได้รับทราบเรื่องแล้วตนคิดว่าการกดดันจากยูเอ็นและองค์กรที่ทำงานในเรื่องสิทิมนุษยชนในประเทศไทยได้ช่วยกันปกป้องและคุ้มครองตนและจรได้ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงทันที โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงมาดูแลความปลอดภัยถึงที่บ้าน โดยได้มีการอ้างถึงคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง

อย่างไรก็ตามสุเมธยอมรับว่า ยังไม่วางใจหรือเชื่อใจในความจริงใจของเจ้าหน้าที่รัฐทั้งหมด 100%

พร้อมกันนี้ ได้แสดงความกังวลเพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่กำลังเข้าสู่ช่วงการเตรียมเลือกตั้ง ซึ่งอาจเกิดการ ขัดกันของผลประโยชน์ จนนำไปสู่การเบี่ยงเบนประเด็น หรือทำให้ความเสี่ยงภัยคุกคามเพิ่มมากขึ้นได้

ขณะที่จรระบุว่ารู้สึกยินดีที่ผู้รายงานพิเศษและองค์กรยูเอ็นได้ออกหนังสืออย่างเป็นทางการถึงรัฐบาลไทยให้เร่งแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ EEC ตนและเครือข่ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การที่ยูเอ็นมีหนังสือด่วนอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ จะส่งผลให้หน่วยงานของรัฐ ทั้งในระดับท้องถิ่นและหน่วยงานกลาง จะต้องดำเนินการปกป้องและคุ้มครองตนเองและนักกิจกรรมคนอื่น ๆ ให้มากขึ้นกว่าที่เป็นมา

สามารถดาวน์โหลดจดหมายฉบับเต็มได้ที่ลิงค์แนบนี้ https://srdefenders.org/thailand-escalating-death-threats-against-human-rights-defenders-jorn-naowa-opas-and-sumet-rianpongnam-joint-communication/?fbclid=IwdGRjcAOsR-5leHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZA8xNzM4NDc2NDI2NzAzNzAAAR4Ia8L5c58h-o1hYuxmUpUj6MSg661n6p-s58DndB0IJjLktEK9yu4lRm0rfg_aem_iAXxZky0-OEdCyGVxt-zlQ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง