Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

บทวิเคราะห์จากสถาบันโลวี องค์กรคลังสมองอิสระ มีมุมมองต่อกรณีที่ผู้นำจีน สีจิ้นผิง ทำการกวาดล้างนายทหารระดับสูงในพรรคคอมมิวนิสต์จีน สะท้อนให้เห็นว่ากองทัพจีนในตอนนี้ยังขาดความพร้อมในการรบและการควบคุมทางการเมืองมากกว่าที่เคยรับรู้มา ส่งผลให้แผนการที่จีนจะรุกรานไต้หวัน น่าจะยังไม่เกิดขึ้นในช่วงนี้

 

ย้อนไปเมื่อปลายเดือน ม.ค. 2569 มีรายงานข่าวเรื่องที่กระทรวงกลาโหมของจีนได้สั่งถอดถอนผู้นำทหารระดับสูงจากตำแหน่ง 2 นาย คือ นายพลจางโหยวเซีย รองประธานคณะกรรมการทหารส่วนกลาง (CMC) กับ พล.อ.หลิวเจิ้นหลี่ ผู้บัญชาการฝ่ายเสนาธิการร่วมของ CMC โดยทั้งคู่ได้ถูกไต่สวนเพราะต้องสงสัยว่า "ละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง"

โดยนายทหารใหญ่ 2 นายที่ถูกถอดถอนในครั้งนี้ก็ถูกจัดว่าเป็นคนใกล้ชิดกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และเป็นคนที่เขาไว้ใจมากที่สุด โดยที่สีจิ้นผิง เป็นผู้คัดเลือกแต่งตั้งกรรมการ CMC เข้ามาดำรงตำแหน่งด้วยตนเองเมื่อเดือน พ.ย. 2565 แต่จนถึงตอนนี้ ตัวสีจิ้นผิงเองก็ได้ทำการกวาดล้างกรรมการที่เขาเลือกเข้ามารวมแล้ว 5 จาก 6 คน

โฆษณา - Advertising

สำหรับกรณีของจาง และหลิวนั้น ในเวลาต่อมาก็มีการเปิดเผยข้อกล่าวหา 5 ข้อต่อพวกเขา หนึ่งในนั้นคือข้อกล่าวหาที่ว่าพวกเขา "ทรยศในความเชื่อใจ" ที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนมอบให้ นอกจากนี้ ยังมีข้อหาอื่นๆ คือ ข้อหาบ่อนทำลายอำนาจของสีจิ้นผิงในฐานะประธาน CMC และข้อหาหล่อเลี้ยงปัญหาทางการเมืองกับการทุจริตคอร์รัปชันที่บ่อนทำลายอำนาจเบ็ดเสร็จของผู้นำประเทศที่มีต่อกองทัพ

มีการกล่าวหาว่า จาง และ หลิว ได้ "สร้างความเสียหายต่อกองทัพในด้านการสร้างฐานทางการเมือง สภาพแวดล้อมทางการเมือง และประสิทธิภาพในการรบ รวมถึงยังได้ส่งผลกระทบทางลบอย่างมากต่อพรรค ต่อประเทศชาติ และต่อกองทัพ"

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทางการจีนได้ทำการกวาดล้างคนในกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน หรือ PLA มาหลายครั้งแล้ว ครั้งแรกคือเมื่อปี 2566 มีการปลดผู้นำระดับสูงหลังมีการสืบสวนเกี่ยวกับปัญหาด้านยุทโธปกรณ์ของกองกำลังจรวดของ PLA ซึ่งเป็นหน่วยทหารที่ดูแลเรื่องขีปนาวุธนิวเคลียร์ ในครั้งที่ 2 คือในปี 2568 มีการปลดผู้นำทหารในสายงานการเมืองรวมถึง 'เหอเว่ยตง' รองประธานของ CMC

มีคำถามว่า ทำไมสีจิ้นผิง จึงตัดสินใจกวาดล้างผู้นำระดับสูงของกองทัพ ? เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นเกี่ยวความสัมพันธ์ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์จีนกับกองทัพหรือไม่ ? และเรื่องนี้ส่งผลอะไรกับความพร้อมของกองทัพ รวมถึงเรื่องความขัดแย้งกับไต้หวันที่มีโอกาสนำไปสู่การสู้รบ ?

โฆษณา - Advertising

ฟิลิป ซี ซอนเดอร์ นักวิเคราะห์จากสถาบันโลวี มองว่า ถึงแม้สีจิ้นผิง จะปลดผู้นำระดับสูงหลายคนในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ปลดผู้นำระดับสูงสุดกับผู้บัญชาการทางยุทธการของกองทัพจีน ถึงแม้ว่ากลุ่มคนเหล่านี้ก็มีส่วนร่วมในการคอร์รัปชันด้วย กองทัพจีนยังคงมีอิสระในการดำเนินการด้านการทหารของตัวเองอยู่และยังคงระบบการเมืองภายในแบบเดิมเอาไว้ได้ หมายความว่าทางกองทัพจีนนั้นยังคงเป็นกลุ่มที่ใช้วิธีสอดส่องดูแลกันเอง

สีจิ้นผิง ใช้การปฏิรูปกองทัพปี 2559 มาช่วยเสริมการเมืองภายในกองทัพจีน เพื่อทำให้แน่ใจว่ากองทัพจีนจะภักดีต่อพรรคคอมมิวนิสต์จีน รวมถึงมีการสร้างกลไกการสอดส่องใหม่เพื่อต่อต้านการคอร์รัปชัน แต่ระบบใหม่นี้ก็ยังคงอาศัยนายทหารในกองทัพให้ทำหน้าที่สอดส่องกันเอง มอบความไว้วางใจให้กับกรรมาธิการทางการเมืองในการดูแลให้กองทัพภักดีต่อพรรค ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วสีจิ้นผิงไม่ได้เป็นผู้ใช้อำนาจขั้นตอนสุดท้ายในการตัดสินใจเกี่ยวกับกองทัพ แต่มอบหมายให้กับพันธมิตรที่เขาไว้ใจได้ หนึ่งในนั้นคือ จาง ผู้ที่เขาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญถึงสองครั้ง

จีนอาจไม่พร้อมใช้กำลังกับไต้หวัน

มีการคาดเดาสาเหตุที่สีจิ้นผิงปลดคนสำคัญในกองทัพอย่าง จาง กับ หลิว ว่าอาจจะมาจากความเห็นไม่ตรงกันในเรื่องการเสริมความทันสมัยให้กองทัพ หรือสีจิ้นผิง อาจจะกังวลว่าจางเริ่มจะมีอำนาจมากเกินไปจนกลายเป็นภัยต่ออำนาจของเขา แต่ซอนเดอร์ ก็วิเคราะห์ว่า น่าจะเพราะสีจิ้นผิง ผิดหวังในตัวจาง เรื่องความสามารถในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและการสร้างสมรรถภาพให้กองทัพมากพอที่จะสู้รบชนะในสงครามมากกว่า ซึ่งรวมถึงเรื่องความเป็นไปได้ในการรุกรานไต้หวันด้วย

เมื่อพิจารณาจากข้อคิดเห็นในสื่อของกองทัพจีนแล้ว ก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องการต่อต้านการทุจริตว่ามีส่วนสำคัญในการพัฒนาความทันสมัยให้กับกองทัพ โดยที่ถึงแม้ว่ากองทัพจีนจะสามารถพัฒนาให้ทันสมัยได้มากพอสมควรแล้ว แต่เรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างในหน่วยกองกำลังจรวดก็ได้ส่งผลประสิทธิภาพของระบบอาวุธ รวมถึงอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ รายงานเรื่องที่ว่ามีนายทหารระดับสูงจ่ายเงินสินบน เพื่อเลื่อนตำแหน่งก็กลายเป็นการบ่อนทำลายอำนาจ และการควบคุมพรรคของสีจิ้นผิง

โฆษณา - Advertising

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้สีจิ้นผิง ต้องย้อนทบทวนเช่นกันว่าทำไมผู้นำระดับสูงของกองทัพกับระบบการเมืองในกองทัพ ทำให้เขาได้นายทหารที่ไว้ใจไม่ได้ และมันอาจจะทำให้เขาค้นพบว่านายทหารที่เขาเชื่อใจให้คอยสอดส่องแทนเขานั้นอาจจะมีส่วนร่วมในการคอร์รัปชันด้วยก็ได้ นี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมสีจิ้นผิงถึงสูญเสียความเชื่อมั่นใจตัวจางและนายทหารระดับสูงอื่นๆ จนทำให้มีการล้างบางเกิดขึ้น

ในอีกมุมหนึ่ง การกวาดล้างที่เกิดขึ้นก็กลายเป็นการแสดงอำนาจที่เข้มแข็งทางการเมืองของสีจิ้นผิง เองด้วย แต่การกวาดล้างผู้นำทหารระดับสูงทีละมากๆ เช่นนี้ก็จะส่งผลกระทบทางการเมืองและการปฏิบัติการทางทหารด้วย เช่น การสูญเสียนายพลที่มีประสบการณ์จะทำให้กองทัพจีนฝึกปฏิบัติการได้ยากขึ้น

การจะปฏิบัติการทางทหารกับไต้หวันได้นั้น จีนต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกองบัญชาการภาคตะวันออกด้วย เพราะถ้าหากจีนจะทำสงคราม ภาคนี้ก็จะเป็นภาคหลักในการนำปฏิบัติการบุกไต้หวัน นอกจากนี้ ยังต้องมีการประสานงานกับกรมเสนาธิการร่วมด้วย เพราะเป็นภาคส่วนที่ควบคุมการประสานงานกับกองบัญชาการภาคอื่นๆ และควบคุมทรัพยากรที่สำคัญในระดับชาติ

แต่พอนายพลเหล่านี้ถูกปลดประจำการจากการกวาดล้างโดยสีจิ้นผิงแล้ว ก็จะมีการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งแทนเป็นคนที่มีประสบการณ์น้อยกว่า ทำให้พวกเขาต้องมาเรียนรู้งานใหม่ สร้างความสัมพันธ์กับผู้ที่พวกเขาต้องประสานงานด้วยแบบเริ่มต้นใหม่ แล้วความวุ่นวายเล่านี้ก็จะส่งผลลบในระยะสั้นต่อความพร้อมในการรบของกองทัพจีน

โฆษณา - Advertising

นอกจากนี้ ซอนเดอร์ ยังมองว่า การกวาดล้างที่เกิดขึ้นยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์จีนกับกองทัพเกิดรอยร้าวเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ก่อนแล้ว ฝ่ายสีจิ้นผิง ก็เชื่อมั่นน้อยลงในตัวผู้นำทหารที่แต่งตั้งใหม่แต่มีประสบการณ์น้อย แล้วเขาก็จะรู้ดีว่านายพลที่เขาแต่งตั้งจะไม่ค่อยกล้าให้ความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการประเมินเรื่องความพร้อมของกองทัพในการทำสงคราม

ปัจจัยเหล่านี้เองก็ทำให้ประเมินได้ว่า ในช่วงระยะนี้ยังคงมีความเป็นไปได้น้อยที่สีจิ้นผิงจะยอมเสี่ยงดวงด้วยการสั่งบุกไต้หวัน

 

เรียบเรียงจาก

โฆษณา - Advertising

Xi’s military purges will make him wary of invading Taiwan, Phillip C. Saunders, Lowy Institute, 05-02-2026

https://www.lowyinstitute.org/the-interpreter/xi-s-military-purges-will-make-him-wary-invading-taiwan

จีนล้างบางผู้นำกองทัพใกล้ชิดสีจิ้นผิง ส่งผลต่อความขัดแย้งไต้หวันอย่างไร

https://prachatai.com/journal/2026/02/116348

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising