ทางการจีนเพิ่งจะสั่งถอดผู้นำระดับสูงสุดของกองทัพ จางโหยวเซีย ที่มีตำแหน่งระดับเป็นรองแค่ผู้นำประเทศ สีจิ้นผิง และสั่งให้มีการสอบสวนจางกับผู้นำระดับสูงของกองทัพอีกนายหนึ่ง โดยกล่าวหาว่าพวกเขา "ละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง" นักวิเคราะห์มองว่าถึงแม้ในช่วงที่ผ่านมาจีนจะกำลังกวาดล้างคนในรัฐบาลครั้งใหญ่ แต่ก็ไม่เคยมีการสั่งล้างบางถึงขนาดถอดผู้นำทหารระดับท็อปเช่นนี้ แล้วปรากฏการณ์นี้ส่งผลต่อสถานการณ์จีน-ไต้หวันด้วยหรือไม่
กระทรวงกลาโหมของจีนแถลงเมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่ผ่านมาว่า ได้มีการถอดตำแหน่งของนายพล จางโหยวเซีย รองประธานคณะกรรมการทหารส่วนกลาง หรือ CMC กับ พล.อ.หลิวเจิ้นหลี่ ผู้บัญชาการฝ่ายเสนาธิการร่วมของ CMC และมีการสั่งให้สอบสวนในข้อหา "ละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง" เรื่องนี้ถูกมองว่าเป็นการยกระดับการกวาดล้างคนในรัฐบาลจีนในแบบที่น่าตะลึง
CMC เป็นหน่วยงานของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่ควบคุมสั่งการกองทัพ กระทรวงกลาโหมของจีนไม่ได้ระบุในคำประกาศว่า ทั้ง จางโหยวเซีย และ พล.อ. หลิวเจิ้นหลี่ กระทำผิดอะไร โดยที่สื่อตั้งข้อสังเกตว่า จางโหยวเซียเคยเป็นคนที่ใกล้ชิดกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงมานานเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว
เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการกวาดล้างคนในรัฐบาลจีน โดยที่ผู้นำสีจิ้นผิงบอกว่าเพื่อเป็นการขจัดสิ่งที่เขามองว่าเป็นการทุจริตคอร์รัปชันและความไม่จงรักภักดีในหมู่ผู้นำระดับสูงของกองทัพ นักวิเคราะห์มองว่าการปลดจางนับเป็นการกวาดล้างผู้นำระดับสูงของกองทัพจีนในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
คริสโตเฟอร์ เค จอห์นสัน ประธานบริษัทให้คำปรึกษา China Strategies Group อดีตนักวิเคราะห์จากสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ หรือ CIA ผู้ที่ติดตามเรื่องการเมืองของกลุ่มชนชั้นนำจีนกล่าวว่า การปลดจางเพื่อไต่สวนนั้นนับเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์กองทัพจีน และส่งผลให้เกิดสูญญากาศของสายการบังคับบัญชาระดับสูงโดยสิ้นเชิง
เมื่อนายพลสองนายถูกถอดจากตำแหน่งแล้ว ก็ทำให้ CMC ของจีนเหลือสมาชิกอยู่ 2 นาย คือประธาน CMC สีจิ้นผิง และ นายพล จางเซิงหมิน ผู้ที่คอยดูแลเรื่องการกวาดล้างของสีจิ้นผิง ทำให้ในตอนนี้สีจิ้นผิงได้ทำการกวาดล้างนายพลที่เขาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใน CMC เมื่อปี 2022 แทบจะทุกคนแล้วเว้นแต่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น
จอห์นสันกล่าวว่า สีน่าจะมองว่าปัญหาในกองทัพจีนฝังรากลึกถึงขนาดที่เขาไม่สามารถเชื่อถือผู้นำระดับสูงให้ทำการแก้ไขปัญหาได้ จึงทำการกวาดล้างเพื่อที่จะมองหาเจ้าหน้าที่ชุดใหม่ที่กำลังเลื่อนตำแหน่งนำมาแต่งตั้งให้รับตำแหนางแทน
จอห์นสัน ตั้งข้อสังเกตอีกว่าสีจิ้นผิงถึงขั้นสั่งถอดเพื่อนสมัยเด็กของตัวเองอย่าง จางโหยวเซีย ออกจากตำแหน่งได้ แสดงให้เห็นว่าสีกจิ้นผิงจะยอมกว้างล้างได้ทั้งหมดไม่ว่าใครก็ตาม
ส่งผลอะไรเรื่องความขัดแย้งไต้หวัน
สื่อเอ็นบีซีนิวส์ระบุว่า ความตกต่ำของผู้นำระดับสูงของกองทัพจีน 2 คนนี้ ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายในเหล่าผู้นำทหารของจีน และให้เกิดคำถามต่ออนาคตของไต้หวัน
ซูจื่ออวี๋ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนหรือ PLA จากสถาบันเพื่อการวิจัยด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง ในกรุงไทเป ของไต้หวัน กล่าวว่า การปลดนายพลระดับสูงแบบทันด่วนเช่นนี้ อาจจะส่งผลต่อขวัญกำลังใจภายในของกองทัพจีนเป็นอย่างมาก เพราะมันเป็นการสั่งปลดผู้นำทหารที่ก่อนหน้านี้เคยถูกมองว่าเป็นคนที่ใครทำอะไรไม่ได้
นอกจากนี้ ชานชานเม่ย นักรัฐศาสตร์จากองค์กรวิจัย RAND ผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับกองทัพจีน วิเคราะห์ว่า การปลดนายพลจางกับหลิวนั้นยังจะส่งผลต่อสมรรถนะของกองทัพด้วย เพราะทั้งสองคนนี้ได้รับมอบหมายให้ดูแลปฏิบัติการจริงของกองทัพ การปลดพวกเขาจึงทำให้เกิดช่องว่างด้านประสบการณ์ได้
ซู ก็มองไปในทางเดียวกัน เขาบอกว่าการกวาดล้างผู้นำทหารโดยอ้างเรื่องการคอร์รัปชันกลายเป็นดาบสองคมสำหรับสีจิ้นผิง เพราะในอีกแง่หนึ่งมันก็ทำให้สีมีความมั่นใจน้อยลงกว่านายพลของพวกเขามีความพร้อมสำหรับสงคราม การปลดผู้นำระดับสูงหมายความว่าพวกเขาจะสูญเสียผู้ที่มีประสบการณ์ในปฏิบัติการทหารไปด้วย
ซู บอกอีกว่าเรื่องนี้น่าจะสะท้อนความรู้สึกไม่ปลอดภัยของสีจิ้นผิงถึง ทำให้เกิดการล้างบางผู้นำกองทัพระดับสูงเช่นนี้
สตีฟ ซัง ผู้อำนวยการของสถาบันจีนที่มหาวิทยาลัย SOAS ลอนดอน กล่าวว่า การกวาดล้างในครั้งนี้ทำให้สีจิ้นผิงควบรวมอำนาจได้ก็จริง แต่มันก็สร้างความเสี่ยงเรื่องความผิดพลาดทางการทหารด้วย โดยเฉพาะในกรณีความขัดแย้งกับไต้หวัน
สตีฟ ซัง มองว่าการถอดนายพลจางออกไปจะทำให้ "ไม่มีนายพลคนไหนเลยที่กล้าให้คำปรึกษาสีจิ้นผิงในเรื่องการสู้รบทางทหารเมื่อถึงเวลาจริง และผลลัพธ์คือมันจะทำให้เสี่ยงต่อการคำนวนสถานการณ์ผิดพลาดได้มากขึ้น"
สีจิ้นผิงมีความต้องการที่จะรวมชาติกับไต้หวันมานานแล้ว โดยในช่วงที่ผ่านมาทางการจีนได้ทำการขู่ด้วยการซ้อมรบด้วยอาวุธจริงใกล้กับไต้หวัน โดยมีการใช้ทั้งเครื่องบินและเรือรบ
ข้อหาเปิดเผยความลับนิวเคลียร์ให้สหรัฐฯ
จางโหยวเซีย เป็นหนึ่งในผู้นำทหารของจีนไม่กี่คนที่มีประสบการณ์ในการสู้รบจริง เขาเคยไปเป็นนายทหารที่แนวหน้าช่วงที่มีสงครามความขัดแย้งเรื่องเขตแดนกับเวียดนามในปี 1979 ซึ่งสงครามดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี จนกระทั่งต่อมา จางก็ได้ไต่เต้าจนเป็นหัวหน้ากรมการพัฒนาอาวุธและเทคโนโลยีทั่วไป ซึ่งดูแลเรื่องการจัดหาอาวุธ จนกระทั่งสีจิ้นผิงเลื่อนขั้นเขาให้เป็นกรรมาธิการ CMC ในปี 2017
มีนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า การที่จางเคยเข้าไปทำงานในกรมการพัฒนาอาวุธฯ ของกองทัพจีนนั้นน่าจะเป็นปัจจัยที่นำมาสู่การที่เขาถูกปลดในการกวาดล้างครั้งนี้ เพราะกรมดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นแหล่งรวมการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีผู้ที่ทำงานในกรมนี้ถูกกวาดล้างโดยสีจิ้นผิงมาก่อน เช่น กรณีของ หลี่ฉางฟู อดีตรัฐมนตรีกลาโหมจีนที่หายหน้าไปจากสาธารณชนก่อนจะมีข่าวว่าถูกขับออกจากตำแหน่ง
แต่ก็มีสื่อบางแห่งที่ระบุว่า สาเหตุที่มีการกวาดล้างนายพลจางนั้นเป็นเพราะเขาเผยแพร่ความลับเรื่องเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ให้กับหน่วยงานข่าวกรองซีไอเอของสหรัฐฯ
สื่อระบุว่า กู้จวิน อดีตผู้จัดการรัฐวิสาหกิจนิวเคลียร์แห่งชาติจีน หรือ China National Nuclear Corp (CNNC) ได้ยื่นหลักฐานว่านายพลจางกระทำการเผยแพร่ความลับดังกล่าว ซึ่งการยื่นหลังฐานในครั้งนั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของการไต่สวนเกี่ยวกับการทุจริตด้านอุตสาหกรรมทางทหารและทางนิวเคลียร์
CNNC เป็นหน่วยงานรัฐบาลจีนที่ดูแลเรื่องนิวเคลียร์ทั้งที่ใช้ในทางพลเรือนและในทางการทหาร
เรียบเรียงจาก
Xi’s Purge of China’s Military Brings Its Top General Down, New York Times, 25-01-2026
Purge of top Chinese general throws military into turmoil, raises questions about Taiwan, NBC News, 27-01-2026
Top Chinese general ‘leaked nuclear secrets to US’, The Telegraph, 26-01-2026
China’s top general accused of leaking country’s nuclear weapons program to CIA, New York Post, 25-01-2026
รมต.กลาโหม จีน 'หลี่ฉางฟู' หายตัว-ถูกดำเนินคดี หรือจะเป็นหนึ่งในกรณีการล้างบางจาก 'สีจิ้นผิง'
