คนเก็บขยะทะเลเป็นอาชีพ เป็นทั้งผู้นำทางและผู้บังคับสองล้อวิ่งแล่นบนความนุ่มนิ่มของดินทราย เก็บขยะทะเล คือแหล่งรายได้เสริม เมื่อละจากงานรับจ้างทั่วไปของสองสามีภรรยา
ขยะทะเล มีตั้งแต่ขวดน้ำ ถังแก๊ส ถังน้ำมัน เก้าอี้ รองเท้าแตะ ถ้วยชาม เชือก ตะกร้า ถ่านไม้ ยันน้ำหอมทะเล อยู่ข้างซ้าย ชายฝั่งเกาะลันตาน้อยอยู่ข้างขวา เราหยุดรถจักรยานยนต์กลางหาดหลังสอดถึงที่หมาย…
“ยุงทะเลกัดเจ็บ” ป้าสมหมายว่า พลันยื่นขวดยาทากันยุงให้ หลังทาให้ตัวเองเรียบร้อย
สี่โมงครึ่งเริ่มงานก้ม เก็บ คัด แยก ขยะใส่ถุงกระสอบ ก่อนหอบไปตามชายหาดตลอด 2 กิโลเมตร

(หน้า) สมหมาย บานสันเทียะ และ (หลัง) นราธิป ชื่นเชาว์ไว เลือกเก็บขยะบริเวณหาดหลังสอด เกาะลันตาน้อย จ.กระบี่ เพราะคนเก็บน้อยและเป็นพื้นที่อนุญาตให้นำรถลงบริเวณชายหาดได้
ลุงนิดเล่าว่าเคยเจอเชือกที่เรือส่งสินค้าใช้ ขนาดเท่าขา หนักกว่า 50 กิโลกรัม
“เส้นเดียวเต็มรถสามล้อ เขาตีราคาให้ลุงเลย 200 บาท ภูมิใจแล้ว ยกสองคนผัวเมีย ใครหาว่าง่ายนะ โหย”
งานที่ดูเหมือนจะง่ายนี้ ทำเงินให้ได้ไม่ง่ายนัก
ขยะทะเลที่เก็บได้ต่อวันเฉลี่ย 7-8 ถุงกระสอบ หนักถุงละประมาณ 15 กิโลกรัม ขายได้รวม 100-200 บาท โดยมีเวลาน้ำขึ้น และความแข็งตัวของผืนทรายเพื่อนำรถลงหาด เป็นเงื่อนไขสำคัญ
เช่นเดียวกับนายสุภัชชัย ซาทา หรือลุงพร ที่ต้องเก็บขยะแข่งกับเวลา แต่เงื่อนไขของเขาบนผืนดินมหานครขอนแก่นนี้ คือ ภรรยา
“ผมเป็นห่วงเมียผมนะ เพราะว่าเขากินยาจิตเวช มันเป็นคนสัญจร ผมเลยไม่อยากห่าง ไปไกลไม่ได้”
น้ำทะเลคงไม่ขึ้นมาอีสาน และภรรยาของลุงพรคงไม่เดินลงไปยังใต้ แต่อะไรที่ทำให้เรื่องราวของพวกเขามาบรรจบกัน ?
บนความเปราะบาง ขยะรีไซเคิลคือความมั่นคง
ลุงพร ชายวัย 56 ปีคนนี้ ปั่นจักรยานออกมาเก็บขยะตามรายทางทุกวันราว 2 กิโลเมตร
จากขยะไร้มูลค่า นำกลับมาสะสมไว้จนเต็มคันรถเข็นน้ำ จึงเข็นออกไปขายได้มูลค่าคราวละ 100-200 บาท
แปรเปลี่ยนเป็นค่ากับข้าว ค่าของในครัวจำพวกผงชูรส น้ำปลา อยู่ไปได้อีกสองสามวัน มีเงินเดือนคนพิการของภรรยาอีก 800 บาท ไว้ใช้จ่ายในส่วนที่ขาดเหลือ เหลือเพียงบ้านที่กำลังจะขาด เพราะถูกเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างรถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูง
ชีวิตในที่อยู่อาศัยอันไม่มั่นคง หวังพึ่งอาชีพนี้เป็นหลักอันคงมั่น

บ้านของลุงพรซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ชุมชนโนนหนองวัด 4 ต.ในเมือง จ.ขอนแก่น เป็นพื้นที่ที่ใช้คัดแยกขยะที่ปั่นจักรยานเก็บตามรายทางกลับมา
และคงมั่นใจได้มากกว่านี้ว่าเงินเดือน 9,000 บาท จะสามารถรับประกันปากท้องได้ หากป้าเพ็ญ หรือเพ็ญนภา เรืองเดช ไม่ต้องละจากงานแม่บ้าน มาหารายได้เพิ่มจากการเก็บขยะขาย
“เงินเดือนมันไม่พอ มันออกเป็นเดือน ไม่มีเงินใช้กินรายวัน ต้องส่งลูกเรียน” ป้าเพ็ญกล่าว
ขายแรงทำความสะอาดได้อีกแค่ 1 ปีสุดท้าย เพราะต้องเกษียณตามอายุงาน หวังขายขยะเป็นหลักในปีต่อไป
บนความมั่นคง ขยะรีไซเคิลคือความเปราะบาง
เงินที่จะได้จากการขายขยะแต่ละครั้ง ขึ้นลงตามราคารับซื้อหน้าร้านรับซื้อของเก่า ความผันผวนนี้ส่งผลต่อระดับความเหนื่อยที่จะเกิดขึ้น
“(พลาสติกใส) 10โล เราก็ได้80บาทใช่มั้ย เดี๋ยวนี้10โล ได้40บาท ครึ่งต่อครึ่งเลย มันถูกลงมาทุกอย่าง ต้องเก็บเพิ่มขึ้น” ป้าเพ็ญเล่า
อย่างไรก็ตาม หากปริมาณขยะที่มีให้เก็บไม่ได้เพิ่มตาม นั่นเท่ากับว่าจะได้เงินน้อยลง แต่ต้นสายของความผันผวนนี้ไม่ได้มาจากร้านรับซื้อของเก่า
ลุงบุญเพิ่ม หรือบุญเพิ่ม คำลาย เจ้าของร้านเพิ่มพูนทรัพย์เล่าว่าราคาถูกปรับมาตั้งแต่โรงงาน
“ราคาของเขาจะส่งมาทุกวัน เป็นวันต่อวัน เราต้องติดตาม ประมาณหกโมงเช้าเขาก็ส่งมาแล้ว”

ลุงบุญเพิ่มเปิดร้านรับซื้อของเก่าอยู่บริเวณชุมชนบ้านสามเหลี่ยม อ.เมือง จ.ขอนแก่น มาตั้งแต่ปี 2547 ผู้ขายส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านในชุมชน
พี่ป้อม หรือนางศิริพร แก้วคำลอง เจ้าของร้านทองใบรับซื้อของเก่า ในพื้นที่เดียวกัน เผยว่าขายพลาสติกใสได้กำไรกิโลกรัมละ 4 บาทเท่านั้น
“(พลาสติกใส)กำไรควรได้อย่างน้อย 5 บาท เพราะว่ามันเบา กินพื้นที่เยอะ รถคันนึงไปส่งเต็มที่ 500-600 (กก.)”
นี่คือราคาของการปล่อยให้ราคาขยะรีไซเคิลเป็นไปตามกลไกการตลาด
“เราต้องเสี่ยงอยู่กับความไม่แน่นอน” คือเสียงสะท้อนจากพี่นิกร ช่วยทิพย์ ประธานชมรมลันตารีไซเคิลจากประสบการณ์เปิดร้านรับซื้อของเก่ามาสิบกว่าปี เขาอยากให้มีหน่วยงานเข้ามาดูแลเรื่องกลไกราคาอย่างจริงจัง
ขยะรีไซเคิลคือช่องทางสีเทา
ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเป็นประจำนอกเหนือจากรายได้ที่แปรปรวนคือโจรที่เข้ามาป่วน
“เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าของที่มาขายเนี่ยเป็นของที่ถูกขโมยมา” พี่นิกรเท้าความ
การถ่ายรูปบัตรประชาชนผู้ขายไว้ในกรณีที่สงสัย จึงเป็นวิธีป้องกันอีกชั้นหนึ่ง แต่หากร้านรับซื้อไหวตัวไม่ทัน ก็ต้องจบด้วยข้อหารับซื้อของโจร เหมือนกรณีของเจ้าของร้านรับซื้อของเก่าแห่งหนึ่งในเกาะลันตา
“ตอนนั้นเขาไม่รู้ เขาไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เพราะตอนนั้นไม่คิดแบบนั้นไง” ทวิวรรณ บัวงาม ผู้ดูแลร้านเล่า

นิกร ช่วยทิพย์ เจ้าของร้านรับซื้อของเก่า และประธานชมรมลันตารีไซเคิล ทำงานเรื่องการจัดการขยะในเกาะลันตา จ.กระบี่
เธอเผยว่าปกติจะมีกลุ่มไลน์ (Line) ไว้คอยส่งว่าของใครหายบ้าง เพื่อให้ร้านรับซื้อเฝ้าระวังไม่รับซื้อ
ถ้าพบความผิดปกติก็จะโทรแจ้งไปที่ประธานชมรมลันตารีไซเคิล
อย่างไรก็ตาม หลายครั้งปลายทางก็จบด้วยการไกล่เกลี่ย ร้านรับซื้อของเก่าต้องคืนของให้ผู้เสียหายไป แม้จะเสียเงินซื้อไปแล้ว
“อยากให้ภาครัฐเห็นใจพวกรับซื้อของเก่าด้วย เวลานั้นน่ะไม่มีอบรมว่า รับซื้อของโจรเราจะทำยังไง พอเกิดเรื่องเราจะคุยกับใคร” พี่ป้อมระบายความในใจ
เธอเผยว่าอยากได้ระบบที่รวดเร็วและเอื้อกับร้านรับซื้อของเก่ามากกว่านี้
ขยะรีไซเคิลคือของอันตราย
สารพัดของที่เข้ามาขาย หมายถึงสารพัดเชื้อโรคที่เข้ามาเฉียดกาย
“คนทำร้านของเก่าต้องเสี่ยงกับโรคภัยไข้เจ็บในหลายบริบท วัตถุอันตราย เชื้อโรคบางอย่างที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้” พี่นิกรเสริม
แม้แต่การเก็บรวบรวมวัสดุบางอย่างก็เสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้
“อย่างถุงพลาสติกกับนุ่น เป็นเชื้อเพลิงที่ดี เรากลัว เราก็เลิกซื้อเลย” ลุงบุญเพิ่มยกตัวอย่าง
ความน่าหวั่นนี้ย่อมต้องเกิดขึ้นกับด่านหน้าสุดอย่างคนเก็บขยะด้วย สารพัดของแหลมคม ไม่ว่าจะมีด แก้ว มีดโกน ตะปูหรือเข็ม ล้วนพามือที่คว้านเลือดตกยางออก
ลุงนิด กล่าวว่า เขาจะบอกภรรยาให้ดูข้อมูลที่ขวดว่าขวดนี้เป็นสารพิษหรือน้ำอะไร ก่อนเปิดเพื่อเทน้ำทิ้งเสมอ
“อันตรายมันมีรอบด้าน เราต้องรู้ บางทีเป็นพวกสเปรย์ ยา บางทีเราไปเปิดสุ่มสี่สุ่มห้า ไม่รู้ว่าขวดนี้เป็นขวดยาอะไร มีทั้งของต่างประเทศของไทย” เขาเล่าความ

ลุงนิด จะพกมีดติดตัวยามเก็บขยะ ใช้เสียบขวดน้ำให้ทะลุ เพื่อเทน้ำข้างในออก และใช้สำหรับตัดเชือกที่พันอยู่กับเศษไม้
วัคซีนป้องกันบาดทะยักเป็นอีกหนึ่งสวัสดิการที่คนกลุ่มนี้ต้องการ
“การรักษามันต้องมีบ้าง เราทำผลประโยชน์บางส่วน น่าจะมีแบบนั้น(วัคซีนป้องกันบาดทะยัก)แหละ” ป้าสมหมายเพิ่มเติม
ขยะรีไซเคิลมีคุณค่า แล้วข้าได้อะไร?
คนทั้งสองกลุ่มต่างทำประโยชน์ให้สังคมในแง่สิ่งแวดล้อม ขยะถูกเปลี่ยนจุดหมายจากหลุมฝังกลบ (landfill) ไปสู่โรงงานรีไซเคิล 200-400 กิโลกรัมของขยะรีไซเคิลจะถูกส่งจากร้านแย้มใหม่ไปยังโรงงานที่อยู่บนฝั่งในทุก ๆ 2 วัน
“ขยะได้ออกไปจากเกาะ ถ้าไม่มีร้านของเก่าแบบนี้ ขยะล้นเกาะเลย ต้องทิ้งในทะเล” พี่จะนะ เจ้าของร้านว่า
เทียบกับปริมาณขยะ 17.5-32.5 ตันต่อวันบนเกาะลันตาทั้งหมด (ข้อมูลปี 2564)1 เท่ากับว่าร้านรับซื้อของเก่าเพียงร้านเดียวสามารถลดขยะที่ไปยังหลุมฝังกลบได้อย่างน้อยเดือนละ 0.3%

ประภา พยายาม (พี่จะนะ) อายุ 48 ปี เดิมเปิดร้านขายอาหาร แต่เพราะโควิดระบาด จึงปิดไป ตั้งแต่นั้นก็ประกอบกิจการร้านรับซื้อของเก่าเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
อีกด้าน ปริมาณขยะรีไซเคิลที่ลุงพรนำไปขายต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 1,200 กิโลกรัม
เทศบาลนครขอนแก่นมีค่าใช้จ่ายเก็บขนขยะ 1,000 บาท/ตัน และค่ากำจัดขยะให้โรงไฟฟ้าขยะ 301 บาท/ตัน (ข้อมูลปี 2568)2
เท่ากับว่า ลุงพรเพียงคนเดียวช่วยลดค่าใช้จ่ายให้เทศบาลได้เดือนละ 1,561.2 บาท หรือปีละ 18,734.4 บาท รัฐได้ประโยชน์โดยไม่จําเป็นต้องเสียงบประมาณจ้างกลุ่มคนเหล่านี้แต่อย่างใด
เมื่อถามว่าพวกเขาเคยได้รับการสนับสนุนอะไรจากภาครัฐหรือไม่
ป้าสมหมายหัวเราะในลำคอ
“ไม่เคยเลย” ลุงนิดพูดต่อ
กฎหมาย EPR คือก้าวแรก
คนเก็บขยะนอกระบบคือตัวละครเล็ก ๆ ที่มีความสำคัญมากในความเห็นของราชา อัศวนนท์ นักวิจัยสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมสตอล์กโฮมคนนี้กล่าวว่าคนกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาเติมเต็มข้อบกพร่องของศักยภาพการจัดเก็บขยะครัวเรือนที่มีข้อจำกัดของหน่วยงานรัฐ
ถึงจะเป็นผู้อุดรอยรั่วจากข้อจำกัด ก็ยังมีข้อจำกัดที่ทำให้พวกเขายังคงเป็นเพียงตัวละครเล็ก ๆ
พลาสติกมีอยู่กว่า 50 ชนิด ปัจจุบันคนสองกลุ่มนี้เก็บอยู่ไม่ถึง 7 ชนิด
“พวกขวดซีอิ๊ว ขวดเด้ง(พลาสติก PETที่หนากว่าปกติ) ขวดกะทิสีขาว มันไม่มีที่รับซื้อให้” พี่ป้อม เจ้าของร้านรับซื้อเล่า
ร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน หรือกฎหมาย EPR จะมีการประกาศบังคับใช้จริงจังประมาณปี 25703
สาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือควบคุมบรรจุภัณฑ์ที่ถูกผลิตขึ้นมา ให้สามารถรีไซเคิลได้จริง 100% ในประเทศไทย

ชัยยุทธิ์ พลเสน นายกสมาคมซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่า ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 56,000 คน
ชัยยุทธิ์ พลเสน กล่าวว่า ถ้าบังคับให้ผู้ประกอบการผลิตสินค้าที่รีไซเคิลได้ทุกตัว มันคือการช่วยประเทศชาติ และช่วยให้กลุ่มคนสองกลุ่มนี้ได้เงิน
“สิ่งที่ควรทำคือห้ามไม่ให้พลาสติกผสมเชื้อ อย่าง PET (พลาสติกใส) ให้มันเป็น PET ของมัน มันจะได้รีไซเคิลได้ แต่ถ้าคุณใส่เชื้อ bio เข้าไปเพื่อย่อยสลายเอง มันรีไซเคิลไม่ได้”
วงจรการจัดการขยะพลาสติกมักเป็นเส้นตรง (linear approach) ผลิต ใช้ แล้วทิ้ง กฎหมาย EPR จะเข้ามาวางกลไกให้ระบบกลายเป็นวงกลมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
มาตรา 31 วรรค 5 ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความมั่นคง
‘ผู้เก็บรวบรวมบรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว’ คือนิยามของกลุ่มคนเก็บขยะ ซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าในกฎหมาย EPR กำหนดให้องค์กรที่รับผิดชอบการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน หรือ PRO - Producer Responsibility Organization เป็นองค์กรตัวแทนจากฝั่งผู้ผลิตมีหน้าที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย และความมั่นคงในการประกอบกิจการของผู้เก็บรวบรวมบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว4
เครื่องบีบอัด ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะสร้างความมั่นคงให้ธุรกิจรับซื้อของเก่า ความรับผิดชอบราคาแพงนี้สามารถกลายเป็นความรับผิดชอบของ PRO ได้
ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี กล่าวว่า องค์กรของผู้ผลิตจะเข้ามาจัดหาหรือให้กู้ดอกเบี้ยต่ำได้
“องค์กร PRO จะมาหนุนเสริมเรื่องการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ให้กลุ่มซาเล้ง ร้านส่งเก่าให้เขาเก็บรวบรวมได้ดีขึ้น”นักวิจัยชำนาญการแห่งสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอธิบาย

พี่จะนะ ใช้ถุงจัมโบ้ในการขนส่ง ต้องการเครื่องบีบอัดก้อน แต่ไม่มีทุน เนื่องจากราคาสูงประมาณ 70,000-290,000 บาท มือสองประมาณ 50,000-60,000 บาท
“ถ้าอัดก้อนมันจะได้เยอะกว่า บรรทุกสะดวกกว่า ไม่อันตรายเหมือนใส่ถุงจัมโบ้ขึ้นรถ 2-3 ก้อนซ้อนกัน มันสูงกว่ารถ มันจะหล่น” พี่จะนะเล่า
พลาสติกสีดำที่ไม่มีราคา เพราะโรงงานต้นทางไม่รับซื้อแบบแยก หากอัดก้อนไปขาย จะได้กิโลกรัมละ 7 บาทเลยทีเดียว
ต้องการทุนหมุนเวียน
อาณาของความขาดแคลนนั้นขยายไปไกลกว่าเรื่องวัสดุอุปกรณ์ 300-380 บาท เป็นเงินรายวันที่ร้านเพิ่มพูนทรัพย์จ้างแรงงาน 1 คนเพื่อคัดแยกขยะ ลูกน้องจำนวน 3 คน คือต้นทุนสำคัญในการเปิดร้าน
แต่ของที่รับซื้อมาไม่ได้นำออกไปขายทุกวัน เพราะยังมีค่าน้ำมันเป็นตัวตัดกำไร
“บางวันไม่ได้ออกของ บางครั้งฝนตกออกไม่ได้ ของมันจะเปียก (ถ้า)ได้ทุนมาก็เอามาซื้อ” ลุงบุญเพิ่มว่า
ใครเอามาขายเท่าไหร่ก็ต้องรับซื้อ นั่นหมายความว่าต้องจ่ายไปก่อน
ค่าคน ค่ารถ ค่าของ จะได้คืนพร้อมดอกผลหลังเอาออกไปขายกับโรงงานเท่านั้น ทุนหมุนเวียนสำหรับซื้อก่อนจึงเป็นหลักประกันสำคัญ

ทวิวรรณ บัวงาม ผู้ดูแลร้านรับซื้อของเก่า บริเวณทางเข้าบ่อหลุมฝังกลบ เทศบาลศาลาด่าน เปิดมา 10 ปี เป็นเจ้าแรกๆที่เปิดบนเกาะลันตา
“ไม่ได้ขายวันต่อวัน ซื้อมาต้องวาง เพราะต้องแต่งหมดเลย ซื้อวันนี้ ประมาณ 3-4 วัน กว่าจะได้ขาย” ทวิวรรณแจง
พร้อมเสนอให้มีกองทุนสำหรับกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนคืนเป็นงวด 1 เดือน หรือ 15 วันก็ได้
ความต้องการคือชีวิตที่ดีกว่า
องค์กรตัวแทนผู้ผลิต (PRO) ยังสามารถกำหนดราคารับซื้อที่สูงขึ้น หรือเพิ่มประเภทวัสดุที่รับซื้อมากขึ้นได้ด้วย
“EPR จะทำให้(ราคา)เพิ่มขึ้นระดับหนึ่ง แต่คงไม่สูงเกินไป เพราะต้องสร้างความสมดุลกับภาระต้นทุนของผู้บริโภคด้วย” ดร.สุจิตราเพิ่มเติม
ประมาณการว่ามีผู้เก็บขยะขายอยู่ราว 1.5 ล้านคน กลุ่มนี้หาเช้ากินค่ำ ต้องการเงินวันต่อวัน และมีปัญหาหนี้สิน (ข้อมูลปี 2564)5
สอดคล้องกับที่นายกสมาคมซาเล้งฯบอกว่าผู้ประกอบอาชีพนี้จำนวนมากไม่มีที่อยู่อาศัย
“เขาเป็นคนที่มีความต้องการในด้านที่อยู่อาศัย แต่เขาเป็นคนที่ไม่เรียกร้อง เพราะเขาถือว่าเขาอยู่ในจุดที่มันต่ำที่สุดแล้ว” ชัยยุทธิ์เล่า

คนไร้บ้านมักทำอาชีพเก็บขยะขาย เพราะทุนในการเข้าสู่อาชีพไม่สูงนัก
อาชีพนี้เปรียบเสมือนบันไดไว้ปีนเอื้อมหยิบคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า แต่หลายคนก็อยากได้บันไดที่แข็งแรงกว่านี้
“ถ้าภาครัฐสนับสนุนงานพิเศษให้คนแก่ทำ ก็อยากทำงานอย่างอื่น ไม่อยากเก็บขยะเลย เพราะว่ามันสกปรก กลัวเชื้อโรค” ป้าเพ็ญระบาย
ลุงพรเองก็เป็นอีกคนที่อยากเปลี่ยนงานเช่นกัน “(อยากทำ) พวกงาน รปภ.ครับ”
เพราะเงื่อนไขในชีวิตบีบคั้นให้พวกเขาจำใจเลือก
จากขอนแก่นถึงกระบี่ วันนี้ป้าสมหมายและลุงนิดยังขับสามล้อออกไปเก็บขยะทะเลทุกวัน
“เราต้องทนเก็บ ตากแดดร้อน ๆ ตามชายหาด บางทีเข็ดหลังจนเมื่อย”
ทนจนกว่าวันหนึ่ง อาชีพเก็บขยะจะถูกยกระดับอย่างมีศักดิ์ศรีและไม่ต้องทนทำ
อ้างอิง
1 สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด. (2564, 15 พฤศจิกายน). รายงานสถานะปัจจุบันข้อมูลการบริหารจัดการขยะมูลฝอยบนเกาะ.
2สำนักข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคอีสาน. (2568). ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการขยะเมืองใหญ่ ทน.ขอนแก่น. [วิดีโอออนไลน์].
3ศิรินาฏ สิริสุนทร. (2568). เส้นทางสู่ “Zero Waste” ต้องเร่งดันเศรษฐกิจหมุนเวียน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://policywatch.thaipbs.or.th/article/environment-158. (วันที่ค้นข้อมูล : 2569, 22 กุมภาพันธ์).
4กรมควบคุมมลพิษ. (2567, 14 มีนาคม). ร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน พ.ศ. ....
5อุ่นเรือน เล็กน้อย. (2564, 30 พฤศจิกายน). คนเก็บขยะรีไซเคิล. บรรยาย ออนไลน์.
