บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS แถลงข่าว ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026-2030 รวมถึงรายการอื่น ๆ ของ FIFA มูลค่า 70 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท
11 มิถุนายน 2569 Thai PBS รายงานว่า ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS แถลงข่าวกรณีการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งการแข่งขันในวันที่ 11 มิ.ย.-19 ก.ค.2569 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา เป็นเจ้าภาพร่วมกัน
ดร.โสรัชย์ ระบุว่า ขอบคุณทางสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) และรัฐบาล รวมถึงทุกฝ่าย ที่ในที่สุดทำดีลนี้สำเร็จ โดยเจรจาสำเร็จเมื่อคืนที่ผ่านมา
ทั้งนี้สำหรับราคาลิขสิทธิ์เป็นการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกปี 2026 และ ฟุตบอลโลกปี 2030 นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกหญิง 2027 ศึกชิงแชมป์สโมสรโลก และทุกรายการแข่งขันของ FIFA ที่มีการแข่งขันไปจนถึงปี 2030 รวมทั้งฟุตบอลโลก 2030 ที่โมร็อกโก, สเปน และ โปรตุเกส เป็นเจ้าภาพ รวมถึงแมตช์พิเศษครบรอบ 100 ปี ฟุตบอลโลก ที่อาร์เจนตินา อุรุกวัย ปารากวัย และ จะถ่ายทอดสด ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์โลก, ฟุตบอลโลก U-17, U-20 และฟุตซอลชิงแชมป์โลก
ทั้งนี้ ดร.โสรัชย์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงราคาลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2 ครั้ง ทั้งในปี 2026 และ 2030 และทัวร์นาเมนต์ทั้งหมดของ FIFA จนถึงปี 2030 ทั้งหมด 70 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท พร้อมยืนยันเป็นความคุ้มทุนในระยะยาว และหาสิ่งที่ดีที่สุดให้คนไทย โดยสำหรับฟุตบอลโลก 2026 จะถ่ายทอดสดครบทั้ง 104 นัด
สำหรับการดีลฟุตบอลโลก มีการเสนอขายมามากกว่า 1 ปีแล้ว ซึ่งราคาลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ครั้งเดียว อยู่ที่ 40 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนที่เรียกว่าทีมไทยแลนด์ เพราะคุยกันว่าจะไม่ซื้อแข่งกัน เหตุกังวลเรื่องปั่นราคา เมื่อรัฐบาลเจรจาแล้วแต่ไม่พร้อมซื้อลิขสิทธิ์ ทาง JAS จึงเข้าซื้อลิขสิทธิ์แทน
"คนไทยจะได้ดูบอลโลกฟรี มากกว่า 1 นัดต่อวัน หรือรวมทั้งหมดกว่า 40 นัดขึ้นไป แต่ขอพิจารณารายละเอียดว่า จะถ่ายทอดให้ดูฟรีในการแข่งขันนัดใดบ้าง แต่ยืนยันว่าจะได้ดูนัดเปิดและนัดชิงชนะเลิศฟรีแน่นอน" ดร.โสรัชย์ กล่าว
ส่วนราคาแพ็กเกจค่าลิขสิทธิ์สำหรับร้านอาหาร ยืนยันว่าเข้าถึงได้ เพื่อให้คนไทยได้ดูฟุตบอลโลก แต่อยู่ระหว่างการพิจารณา
JAS แจ้งมติบอร์ดอนุมัติทุ่มงบ 2,305 ล้านบาท คว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 และ 2030 รวมถึงทัวร์นาเมนต์สำคัญของ FIFA รวม 16 รายการแต่เพียงผู้เดียวในไทย
ต่อมาในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 วันที่ 12 มิ.ย. 2569 บมจ.จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 มีมติอนุมัติให้บริษัทเข้าทำรายการได้มาซึ่งสิทธิ FIFA Multi-Tournament Broadcast Rights จากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ในการแพร่ภาพและเสียงการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกและทัวร์นาเมนต์สำคัญแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย (Exclusivity right) ครอบคลุมระยะเวลา 4 ปี (พ.ศ. 2569-2573) มูลค่ารวมทั้งสิ้น 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ ประมาณ 2,304.68 ล้านบาท
ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดในครั้งนี้ครอบคลุมการแข่งขันผ่านสื่อทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ภาคพื้นดิน (Free-to-Air), โทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (Pay TV), สื่อดิจิทัล และแพลตฟอร์ม OTT โดยมีทัวร์นาเมนต์สำคัญของ FIFA รวมทั้งสิ้น 16 รายการ ประกอบด้วย
- FIFA World Cup 2026 (ยิงสดครบทั้ง 104 แมตช์ ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.-19 ก.ค. 2569 โดยมี สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพร่วม และเป็นครั้งแรกที่มีทีมเข้าร่วม 48 ทีม)
- FIFA World Cup 2030
- FIFA Women’s World Cup 2027
รายการแข่งขันอื่น ๆ ของ FIFA เช่น FIFA Intercontinental Cup, ฟุตบอลโลกเยาวชนรุ่น U-17 และ U-20 (ทั้งชายและหญิง) รวมถึง FIFA Futsal World Cup 2028
นอกจากนี้ JAS ยังได้รับสิทธิในการอนุญาตช่วงสิทธิ์ (Sublicensing Rights) เพื่อนำไปบริหารจัดการต่อให้แก่ผู้ประกอบการสื่อรายอื่นได้อีกด้วย
สำหรับมูลค่าสัญญาประมาณ 2,304.68 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีขาย และภาษีหัก ณ ที่จ่าย) มีกำหนดแบ่งจ่ายเป็น 3 งวด
- 3,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ชำระภายใน 10 วันนับจากวันเริ่มแข่ง FIFA World Cup 2026
- 17,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ชำระภายใน 30 วันนับจากวันสิ้นสุดการแข่ง FIFA World Cup 2026
- 50,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ ชำระก่อนวันเริ่มต้นการแข่งขัน FIFA World Cup 2030
นอกจากนี้ JAS ยังได้เปิดเผยแผนการสร้างรายได้หลังการได้สิทธิ์ว่าจะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจสื่อและคอนเทนต์ โดยเบื้องต้นได้มอบสิทธิ์ให้แพลตฟอร์ม MONOMAX เป็นผู้ถ่ายทอดสด โดยจะนำคอนเทนต์ฟุตบอลโลกนี้มารวมอยู่ในแพ็คเกจเดียวกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลเอฟเอคัพ ซึ่งเป็นไปตามสัญญากับทาง MONO บนหลักเกณฑ์ Arm’s Length Basis ที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติไปก่อนหน้านี้
บริษัทคาดการณ์ว่ารายได้หลักจะเป็นรายได้ประจำ (Recurring Revenue) จากค่าสมาชิก (Subscription) ของผู้รับชมผ่านแพลตฟอร์ม ควบคู่ไปกับรายได้เสริมจากการขายโฆษณา การจัดหาผู้สนับสนุน (Sponsor) และการให้สิทธิ์ช่วง (Sublicensing)
ด้านแหล่งเงินทุน JAS จะใช้กระแสเงินสดภายในบริษัท ซึ่ง ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ราว 2,164.13 ล้านบาท ร่วมกับการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน โดยการแบ่งชำระเป็นงวดจะช่วยลดภาระต้นทุนดอกเบี้ยจากการทยอยกู้ยืมเท่าที่จำเป็น
เมื่อคำนวณขนาดรายการสินทรัพย์ตามเกณฑ์มูลค่ารวมของสิ่งตอบแทน ดีลนี้คิดเป็น ร้อยละ 16.99 ของสินทรัพย์รวมบริษัทฯ และเมื่อนับรวมกับรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์อื่นในช่วง 6 เดือนก่อนหน้าอีกร้อยละ 14.91 ส่งผลให้มีขนาดรายการรวมสูงสุดเท่ากับ ร้อยละ 31.90
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมีความเห็นพ้องตรงกันว่า การลงทุนครั้งนี้มีความสมเหตุสมผลและสอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาว คอนเทนต์กีฬาระดับโลกจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ (Key Driver) ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ยกระดับภาพลักษณ์ของกลุ่มบริษัท และผลักดันให้ธุรกิจสื่อและดิจิทัลคอนเทนต์ก้าวขึ้นมาเป็นเรือธง( Flagship) ใหม่ที่จะสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน
