'ทะเบียนบ้านกลาง' คืออะไร คนที่อยู่ในทะเบียนบ้านกลางคือใคร และมีจำนวนมากแค่ไหน ปัญหานี้ไม่ค่อยมีการพูดถึงนัก ทั้งที่มันส่งผลต่อสิทธิและสวัสดิการของผู้ที่ตกอยู่ในทะเบียนบ้านกลาง 'ไทยช่วยไทยพลัส' บัตรคนจน การเลือกตั้ง หรือแม้แต่จะต่อบัตรประชาชน ทั้งหมดนี้ทำไม่ได้ ตอนนี้มีผู้ตกค้างอยู่ในทะเบียนบ้านกลางกว่า 3 แสนคน
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาในขณะที่หลายคนกำลังสมัคร 'ไทยช่วยไทยพลัส' ตลอดจนการสมัคร 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' ของผู้ที่ขาดโอกาสจำนวนไม่น้อย แต่ยังมีคนอีกกลุ่มที่ติดขัดไม่สามารถสมัครสวัสดิการเหล่านี้ได้ เนื่องจากมีชื่ออยู่ใน 'ทะเบียนบ้านกลาง'
ทะเบียนบ้านกลาง คืออะไร
ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าโดยปกติแล้ว สถานะของเราจะขึ้นกับเอกสารสำคัญ 3 อย่าง ‘สูติบัตร’ ‘ทะเบียนบ้าน’ และ ‘มรณบัตร’ สำหรับทะเบียนบ้านปกติก็คือสมุดปกสีน้ำเงิน ทำหน้าที่ในการแสดงที่อยู่ของบุคคลและเป็นหลักฐานในการรับรองความจริงว่าบุคคลนั้นอาศัยอยู่ที่นั้นจริง
ทะเบียนบ้านกลาง คือทะเบียนบ้านที่ไม่ปกติ เกิดจากกลไกของทางภาครัฐสำหรับการเคลื่อนย้ายที่อยู่ เป็นที่พักทะเบียนชั่วคราว คนที่จะมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น คนนั้นถูกเจ้าบ้านย้ายชื่อออก หรือ เดินทางไปต่างประเทศเป็นเวลานานและไม่มีการติดต่อกลับมา
แต่ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ต้องการจะย้ายที่อยู่ในทะเบียนบ้านกลาง แต่ถูกคัดไปอยู่ทะเบียนบ้านกลางโดยที่ไม่รู้ตัวและไม่มีทะเบียนบ้านรองรับ
“ทะเบียนบ้านกลางใครๆ ก็เป็นได้ ถ้าเกิดอุบัติเหตุทางเศรษฐกิจสามารถเกิดขึ้นได้เลย” คำกล่าวของ ดร.ศิวนุช สร้อยทอง ทนายความคลินิกกฎหมาย มูลนิธิกระจกเงา กล่าว
กลุ่มคนตกค้างและปัญหาการหาทะเบียนบ้านอยู่
“ทะเบียนกลางจะรู้ต่อเมื่อไปเช็กที่สำนักทะเบียน แต่ชีวิตมนุษย์เราไม่ได้ไปสำนักทะเบียนตลอดเวลา” ศิวนุช กล่าว
เมื่อทราบเรื่อง ผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางมักต้องดิ้นรนหาที่อยู่ใหม่เพื่อย้ายชื่อเข้าด้วยตนเอง คนเหล่านี้ต้องคอยพึ่งพิงทะเบียนบ้านของคนอื่น บ้างก็ถูกต่อว่า บ้างก็ถูกลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แม้เขาจะให้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านก็ไม่มีความมั่นคงทางทะเบียน จะถูกเอาชื่อออกตอนไหนก็ไม่รู้
“ที่อยู่อาศัยไม่มีก็ต้องพึ่งพิงทะเบียนของคนอื่น ก็ขึ้นอยู่กับความเมตตากรุณาของคนอื่นละว่าเจ้าบ้านที่เป็นญาติฉัน หรือบางเคสเป็นพ่อแม่ หรือเป็นเพื่อน หรือเป็นเจ้าของบ้านเช่า เขาจะน่ารักให้เราอยู่ในทะเบียนนั้นไหม แล้วถ้าวันหนึ่งเขาเตะเราออกมา แล้วเราจะทำอย่างไง” ศิวนุช สะท้อนปัญหาที่กลุ่มคนในทะเบียนบ้านกลางต้องพบ
ตัวเลขของผู้ที่มีชื่อตกค้างอยู่ในทะเบียนบ้านกลางล่าสุดอยู่ที่ 345,830 คน (ปี 2567)
ศิวนุช สร้อยทอง
สิทธิและสวัสดิการที่หายไปของคนอยู่ในทะเบียนบ้านกลาง
เมื่อมีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง สิทธิสำคัญที่เสียไปคือ การทำบัตรประชาชน เนื่องจาก พ.ร.บ บัตรประจำตัวประชาชน ระบุไว้ว่า ผู้ที่จะทำบัตรประชาชนได้จะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน แต่ทะเบียนบ้านกลางไม่ถูกนับเป็นทะเบียนบ้านเหมือนอย่างทะเบียนบ้านปกติ หรือสิทธิในการเลือกตั้งก็ไม่มีด้วยเช่นกัน ทำให้คนกลุ่มนี้ ไร้ซึ่งเสียงที่จะเรียกร้องสิทธิ บ้างก็ส่งเสียงแต่ไม่เกิดผลอะไรจนเริ่มชินชากับสภาพเป็นอยู่ของตัวเอง
การที่ไม่สามารถทำบัตรประชาชนได้ทำให้สิทธิต่างๆ ที่ผูกไว้กับบัตรประชาชนถูกลิดรอนไปด้วย เช่น การทำธุรกรรม หรือการสมัครโครงการต่างๆ ของรัฐ
นอกจากนี้เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยคนพิการก็ยังถูกตัดสิทธิ์ เนื่องจากระเบียบที่ผูกไว้กับทะเบียนบ้าน ทำให้กลุ่มคนเปราะบางเหล่านี้ไม่ได้รับสิทธิที่ควรได้รับเนื่องจากมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง
ดังเช่นกรณีของ ป้าน้อย ที่มีการสะท้อนเรื่องราวผ่านทางเพจเฟซบุ๊กมูลนิธิกระจกเงา เมื่อวันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านมา
ป้าน้อย เป็นบุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง เนื่องจากการเงินทางบ้านล้มจึงจำเป็นต้องขายบ้านและไม่รู้ว่าชื่อจะไปอยู่ในทะเบียนบ้านกลาง รู้ตัวอีกทีคือตอนบัตรประชาชนหมดอายุ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าป้ามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง ทำให้ไม่สามารถทำบัตรประชาชนใหม่ได้ เจ้าหน้าที่ให้ไปหาบ้านเลขที่เพื่อเอาชื่อเข้าที่นั่นก่อน เวลาป้าไปโรงพยาบาล จากเดิมตอนมีบัตรประชาชน เสียเงินแค่ 30 บาท เมื่อไม่มีบัตรประชาชนต้องเสียเงินถึง 3-4 พัน เพราะใช้สวัสดิการของรัฐไม่ได้
ปัจจุบัน ป้าน้อย อยู่ในกระบวนการย้ายชื่อจากทะเบียนบ้านกลางมายังทะเบียนบ้านของทางมูลนิธิกระจกเงา และระหว่างกระบวนการนั้น ป้าน้อย ก็ยังไม่สามารถใช้สิทธิสวัสดิการของทางภาครัฐได้
อีกกรณี ปวีนา คงกะพันธ์ เธอพึ่งรู้ตัวเมื่อปีที่ผ่านมาว่าตัวเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง ผ่านทางแอป ThaiD และมีความพยายามจะหาทะเบียนบ้านอยู่ ตอนแรกไปขอความช่วยเหลือจากน้อง แต่ว่าถูกปฏิเสธ ช่วงที่ตกงานปวีนาต้องอาศัยหาที่นอนแถวสนามหลวง จนกระทั่งไปพบกับสดชื่นสถาน ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับคนไร้บ้านของทางกระจกเงา และพบว่าตัวเองเป็นโรคความดันโลหิตสูง เสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
ปัจจุบัน ปวีนาทำงานอยู่ในครัวของทางมูลนิธิกระจกเงา และยังพอใช้สิทธิต่างๆ ได้อยู่ เพราะบัตรประชาชนยังไม่หมดอายุ แต่ยังไร้ความมั่นคงทางทะเบียน เนื่องจากยังมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง
ปวีนา คงกะพันธ์
การจำหน่ายรายการ วงจรของคนทะเบียนบ้านกลาง
การจำหน่ายรายการ คือการระงับการใช้ทะเบียนของบุคคลที่ถูกจำหน่ายรายการ กลุ่มที่ถูกจำหน่ายรายการจะมีหลากหลายกลุ่ม ทั้งเรื่องทุจริต กลุ่มที่มีปัญหาเรื่องการบันทึกทะเบียนที่ผิดพลาด กับกลุ่มที่มีชื่อในทะเบียนบ้านกลางเกิน 10 ปี
ภาครัฐมองว่า คนที่มีชื่อในทะเบียนบ้านกลางเกิน 10 ปีนั้นเป็นผู้สูญหายตามระเบียบสำนักทะเบียนกลาง บางคนก็สูญหายจริง แต่ก็มีอีกส่วนที่ไม่ได้สูญหายแต่ไม่สามารถหาทะเบียนบ้านปกติเข้าได้ คนที่ถูกจำหน่ายรายการจำเป็นต้องหาหลักฐานยืนยันตัวตน เมื่อยืนยันตัวตนแล้วยังกลับไปอยู่ในทะเบียนบ้านกลางหากยังหาบ้านไม่ได้อีก 10 ปีก็ถูกจำหน่ายรายการอีกเช่นเดิม กลายเป็นวงจรสำหรับคนที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง
ความพยายามแก้ไขเรื่องรายชื่อตกค้างทะเบียนบ้านกลาง
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เคยมีความพยายามในการนำคนเหล่านี้เข้าสู่ทะเบียนบ้านของทาง พม. แต่ติดเรื่องของกฎเกณฑ์หลายอย่าง ทำให้ความช่วยเหลือไม่เคยถึงมือผู้ที่ต้องการเสียที บางกลุ่มที่ไม่ได้เร่ร่อนแต่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางก็ไม่สามารถเพิ่มชื่อเข้าได้ เนื่องจากทางพม. ให้เหตุผลว่า ไม่ได้เป็นคนเร่ร่อน ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่าการที่คัดคนเหล่านี้ออกแล้วจะเอาพวกเขาไปอยู่ที่ไหน
“จริงๆ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ได้พยายามทำทะเบียนบ้านให้คนไร้บ้านนะ แต่ปรากฎว่าก็สร้างเงื่อนไขจำนวนมากจนทำให้คนไร้บ้าน ที่ไร้บ้านจริงๆ เข้าทะเบียนบ้านหลังนี้ไม่ได้ คำถามของอาจารย์คือคุณคัดเขาออกแล้วคุณเอาเขาไปไหน” ศิวนุช ตั้งข้อสังเกต
สิ่งที่ทำได้ ณ ขณะนี้คือ การที่องค์กรภาคประชาสังคมเอาชื่อของผู้ที่อยู่ในทะเบียนบ้านกลางเข้าทะเบียนบ้านขององค์กรต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ มูลนิธิกระจกเงา ปัจจุบันมีการขอความช่วยเหลือจากทางกระจกเงา ประมาณ 80 คน เคสที่อายุน้อยที่สุดคือ 3 เดือน โดยมูลนิธิจะเน้นที่กลุ่มที่ลำบากที่สุดก่อน นั่นคือกลุ่มคนไร้บ้าน แต่ก็ยังมีข้อติดขัดตรงที่พอจำนวนมากๆ เข้าก็เกิดความกังวลเรื่องการทำผิดกฎหมายของสำนักทะเบียน โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนหารือกับกรมการปกครอง
จากการทำงานของกระจกเงา คนที่อยู่ในทะเบียนบ้านกลางไม่ได้มีแค่คนไร้บ้าน แต่มีคนที่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งด้วย เช่น คนที่อยู่ห้องเช่า แต่การที่จะเอาชื่อเข้าไปอยู่ในบ้านที่เช่าได้ต้องให้ทางเจ้าบ้านยินยอมเพราะไม่มีกฎหมายบังคับ ทำให้มีผู้ที่อยู่ห้องเช่าจำนวนมากยังมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง
ข้อเรียกร้องจากทางองค์กรภาคประชาสังคม
ศิวนุช ให้ความเห็นว่า จำนวนของผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากสภาพทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน และเสนอให้มีการใช้เลขประจำตัว 13 หลักแทนบัตรประชาชนสำหรับสวัสดิการของรัฐเพื่อไม่ให้มีผู้ที่หล่นจากสิทธิ์ที่ควรจะได้รับ และเสนอให้มีการแก้ไขเรื่องของระเบียบในสิทธิต่างๆ ที่มีการใส่เรื่องของทะเบียนบ้านไว้ เช่น สวัสดิการคนพิการ สวัสดิการผู้สูงอายุ
พร้อมกันนี้ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การทำบัตรประชาชนทำไมต้องผูกกับทะเบียนบ้าน ในเมื่อเรามีระบบยืนยันอัตลักษณ์ เช่น ใบหน้า หรือลายนิ้วมือ
“มันไม่ค่อยมีคนพูดเรื่องนี้เพราะคนที่เสียงดังไม่เดือดร้อน คนที่เดือดร้อนคือคนที่แทบจะส่งเสียงออกมาไม่ได้เลย” ศิวนุช กล่าว
