Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'สรศักดิ์' พรรคประชาชน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ รัฐบาลไทย ยุติการขัดขวางไม่ให้ จาง ซิ่นเยี่ยน นักรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย และผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวฮ่องกง ลี้ภัยไปประเทศที่ 3 

 

12 ก.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊กของสรศักดิ์ สมรไกรสรกิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคประชาชน โพสต์ข้อความเมื่อวานนี้ (11 ก.ค.) ได้ออกแถลงการณ์ถึงรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล เรียกร้องให้มีการปล่อยตัว จาง ซิ่นเยี่ยน ลี้ภัยไปยังประเทศแคนาดา 

สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์วอตช์ (Human Rights Watch) ประจำประเทศไทย ออกมาโพสต์ข้อความว่า เจ้าหน้าที่รัฐไทยขัดขวางไม่ให้ จาง ซิ่นเยี่ยน นักรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยชาวฮ่องกง อายุ 55 ปี ขึ้นเครื่องบินลี้ภัยไปยังแคนนาดา ซึ่งเป็นประเทศที่ 3 และพาตัวเธอกลับมาควบคุมตัวที่สถานกักกันคนต่างด้าว สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู 

สำหรับ จาง ซิ่นเยี่ยน ถูกตำรวจฮ่องกง ออกหมายจับข้อหาความมั่นคงแห่งชาติฮ่องกง และถูกตั้งรางวัลนำจับที่ 200,000 ดอลลาร์ฮ่องกง เนื่องจากเธอเข้าร่วมการหยั่งเสียงออนไลน์ และได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกง (Hong Kong Parliament) ซึ่งเป็นสภาฯ เงา 

สรศักดิ์ กล่าวว่าในฐานะที่เขาเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ขอแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำลายโอกาสในการแสวงหาความปลอดภัยในประเทศที่ 3 ของตัวผู้ลี้ภัย และยังสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะนำไปสู่การผลักดันส่งกลับจีน ซึ่งเธอเป็นผู้ต้องหาคดีความมั่นคง และถูกตั้งค่าหัว 2 แสนดอลลาร์ฮ่องกง การขัดขวางในครั้งนี้ จึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรม และบรรทัดฐานสากล อย่างร้ายแรง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ 

  1. การละเมิดหลักกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ (Customary International Law)

แม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย ค.ศ. 1951 (พ.ศ. 2494) แต่หลักการห้ามผลักดันกลับ (Non-Refoulement) ได้ตกผลึกเป็นกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศเพราะได้รับการยอมรับและปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่อง จึงมีผลบังคับใช้กับทุกรัฐโดยไม่มีข้อยกเว้น ภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ หลักการนี้คุ้มครองทุกคนไม่ให้ถูกส่งตัวกลับไปเผชิญการประหัตประหารหรือการทรมาน การที่ทางการไทยใช้ข้อหา Overstay มาเป็นเครื่องมือจับกุมและกีดกันไม่ให้เธอเดินทางไปประเทศที่สามที่ตอบรับการลี้ภัยแล้ว จึงเป็นการเพิกเฉยต่อสถานะผู้ลี้ภัยทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง

  1. ขัดกับ กฎหมายป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานฯ 

การที่จาง ซิ่นเยี่ยน ถูกตั้งค่าหัวและถูกหมายหัวจากทางการจีน เป็นเหตุผลอันควรเชื่อได้ว่าหากเธอถูกผลักดันกลับ เธอจะตกอยู่ในอันตรายที่จะถูกกระทำทรมาน หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งการส่งตัวกลับในลักษณะนี้ ถือเป็นการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มาตรา 13 อย่างชัดเจน ที่ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐขับไล่ หรือส่งบุคคลกลับไปเผชิญอันตรายดังกล่าว

  1. การทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและทำให้ไทยแปลกแยก

ในอดีต รัฐบาลไทยเคยมีประวัติการบังคับส่งกลับผู้ลี้ภัยเพื่อให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ทวิภาคีกับประเทศมหาอำนาจเหนือสิทธิมนุษยชน เช่น กรณีการผลักดันชาวอุยกูร์ให้แก่ทางการจีน หรือการกักขังชาวอุยกูร์ที่ ตม. สวนพลู ยาวนานกว่า 11 ปี การที่ทางการไทยขัดขวางไม่ให้ จาง ซิ่นเยี่ยน เดินทางไปประเทศแคนาดา ทั้งที่แคนาดาตอบรับการตั้งถิ่นฐานแล้ว ถือเป็นการปฏิบัติประเทศพันธมิตรที่ไร้หลักการ สมควรถูกประนามอย่างรุนแรง และตอกย้ำภาพลักษณ์ว่ารัฐบาลไทยพร้อมละทิ้งพันธกรณีทางจริยธรรมเพื่อเอาใจมหาอำนาจ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยยิ่งแปลกแยกจากสังคมโลกและขาดความน่าเชื่อถือจนยากที่จะแก้ไข

สรศักดิ์ ระบุว่า เขามีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ประกอบด้วย 

  • ปล่อยตัวและอนุญาตให้ ‘จาง ซิ่นเยี่ยน’ เดินทางไปประเทศแคนาดาในทันที : รัฐบาลต้องยุติการขัดขวางการเดินทางไปประเทศที่สามที่ปลอดภัย และต้องไม่ดำเนินการใดๆ ที่จะนำไปสู่การผลักดันเธอกลับประเทศจีนอันเป็นการละเมิดหลัก Non-Refoulement
  • ยุติการใช้กฎหมายคนเข้าเมืองเป็นเครื่องมือละเมิดสิทธิมนุษยชน: รัฐบาลต้องเลิกปฏิบัติต่อผู้แสวงหาที่ลี้ภัยในฐานะผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย และต้องเคารพจารีตประเพณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยไม่โอนอ่อนต่อแรงกดดันให้กระทำการที่ไร้อารยะ และขัดต่อหลักศีลธรรมทางศาสนาพุทธที่คนไทยนับถือ
  • บังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันการทรมานฯ มาตรา 13 อย่างเป็นรูปธรรม: รัฐบาลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต้องปฏิบัติตามมาตรา 13 อย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นเกราะคุ้มครองผู้แสวงหาที่ลี้ภัยทุกคนจากการถูกส่งกลับไปเผชิญการถูกจองจำ ทรมาน อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • สร้างกลไกการรับรองสถานะและพำนักชั่วคราว: รัฐบาลต้องสร้างกลไกการอนุญาตให้เข้าเมืองและพำนักอยู่ได้ (Mechanisms for entry and stay) เพื่อรับรองสถานะทางกฎหมายให้แก่ผู้ลี้ภัยที่รอการเดินทางไปประเทศที่ 3 หรือผู้ที่ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางได้

"การเคารพสิทธิมนุษยชนและพันธกรณีระหว่างประเทศจะช่วยเสริมสร้างความเป็นประเทศเอกราชที่มีศักดิ์ศรีและมีความน่าเชื่อถือในเวทีโลก ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการปล่อยตัว นางจาง ซิ่นเยี่ยน ทันที เพื่อไม่ให้สังคมไทยตกเป็นเครื่องมือในการกดปราบข้ามพรมแดน (Transnational Repression)" สรศักดิ์ ทิ้งท้ายแถลงการณ์

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง