ฟิลิปปินส์ได้รับการจัดให้เป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับบนโดยธนาคารโลก พร้อมกับประเทศอื่นๆ รวมถึงเวียดนาม โดยมีการพิจารณาจาก GNI หรือรายได้ประชาชาติต่อหัว แต่ก็มีข้อกังวลว่าการจัดสถานะเช่นนี้อาจจะไม่ได้สะท้อนสภาพความจริงของชีวิตชาวฟิลิปปินส์ที่ส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำ ค่าครองชีพสูง มีความเหลื่อมล้ำอย่างหนัก แต่เพราะความร่ำรวยของมหาเศรษฐีไม่กี่คน ทำให้ค่าเฉลี่ยของรายได้ดูสูงขึ้น
ธนาคารโลกได้ยกระดับสถานะให้ฟิลิปปินส์เป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับบน หรือ upper-middle income country (UMIC) เนื่องจากมี รายได้ประชาชาติต่อหัว หรือ GNI อยู่ที่ 4,850 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 161,000 บาท) สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 4,636 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 154,000 บาท)
ซึ่งนอกจากฟิลิปปินส์แล้วประเทศที่ถูกยกระดับสถานะจากประเทศรายได้ปานกลางระดับล่าง มาสู่รายได้ปานกลางระดับบนได้แก่ จอร์แดน ไมโครนีเซีย ศรีลังกา และ เวียดนาม ส่วนประเทศไทยถูกจัดให้เป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับบน มาตั้งแต่ปี 2011 แล้ว
ธนาคารโลกระบุว่าที่ฟิลิปปินส์ได้รับการปรับเปลี่ยนสถานะในครั้งนี้ เนื่องมาจากฟิลิปปินส์มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจในวงกว้าง มีอัตราการเติบโตทางผลผลิตมวลรวมประชาชาติหรือ GDP โดยเฉลี่ย 5.8% ต่อปี มาเป็นเวลา 5 ปี สะท้อนให้เห็นผ่านอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่แค่ภาคส่วนเดียวแต่เป็นการปรับเปลี่ยนทางเศรษฐกิจในวงกว้าง
รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การวางแผน และการพัฒนา (DEPDev) ของฟิลิปปินส์ อาร์เซนิโอ บาลิซากัน แถลงว่าการที่ฟิลิปปินส์ได้รับการเลื่อนสถานะให้กลายเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับบนนั้น มาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างคงตัว การบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาคที่ดี และการปฏิรูปโครงสร้างในระยะยาว
"เรื่องนี้เป็นสิ่งยืนยันความคงทนของเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ ถึงแม้ว่าจะมีวิกฤตเศรษฐกิจทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ แต่พวกเราก็ยังคงมุ่งการเติบโตทางเศรษฐกิจแบบครอบคลุม เสริมสร้างรากฐาน และยังคงดำเนินไปตามแผนการพัฒนาของพวกเรา" บาลิซากัน กล่าว
ในขณะเดียวกันบาลิซากันก็เล็งเห็นว่า กลุ่มคนทำงานชาวฟิลิปปินส์ที่เดินทางไปทำงานในต่างประเทศและนำรายได้กลับสู่ประเทศ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริม GNI ให้กับประเทศ ทั้งนี้ บาลิซากันก็บอกว่าทางภาครัฐมีเป้าหมายระยะยาวในการสร้างงานสร้างอาชีพที่มีคุณภาพในฟิลิปปินส์เพื่อที่การทำงานในต่างประเทศจะกลายเป็นแค่ทางเลือกหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่ทำเพราะความจำเป็น
ไม่ได้สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำ
การที่ธนาคารโลกใช้ GNI ในการจัดประเภทรายได้ของแต่ละประเทศนั้น มาจากการนับค่าเฉลี่ยของรายได้จากทุกคนในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นคนรวยที่สุดไปจนถึงคนจนที่สุด ทำให้มีข้อวิจารณ์ว่าวิธีการเช่นนี้ไม่ได้สะท้อนภาพที่แท้จริงเรื่องฐานะเศรษฐกิจของประชาชนทั่วไป และในกรณีของฟิลิปปินส์ก็มี สส. บางส่วนที่เกิดความกังขาและวิจารณ์ตรงจุดนี้ โดยมองว่า ฟิลิปปินส์ยังคงเป็นประเทศที่มีปัญหาความเหลื่อมล้ำขั้นรุนแรง ยังคงมีครอบครัวจำนวนมากที่มีปัญหาด้านการเงิน
หนึ่งใน สส. ที่พูดถึงเรื่องนี้คือ เอ็ดการ์ อีริช จากเขต 2 ของเมือง คาโลโอคัน เขาบอกว่าการยกสถานะฟิลิปปินส์ให้เป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับบนนั้น "ไม่มีความหมาย" สำหรับชาวฟิลิปปินส์โดยส่วนใหญ่ที่ยังคงมีรายได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ
อิริช กล่าวย้ำว่ารายได้เฉลี่ยต่อหัวไม่ได้สะท้อนสภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจที่ชาวฟิลิปปินส์เผชิญและเป็นการซ่อนเร้นปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างหนักในประเทศ เนื่องจากค่าเฉลี่ยนี้มาจากคนร่ำรวยระดับมหาเศรษฐีไม่กี่คน ที่ทำให้ตัวเลขค่าเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่เกินเส้นกำหนดสถานะเดิม
อิริช เปรียบเปรยด้วยการยกตัวอย่างว่า "ถ้าหากมีมหาเศรษฐีคนหนึ่งเดินเข้าไปในห้องที่มีคนที่ไม่มีเงินเลยอยู่ 99 คน ความมั่งคั่งโดยเฉลี่ยของทุกคนในห้องนั้นก็จะพุ่งสูงขึ้นทันที แต่สภาพความจริงคือคน 99 คนจากทั้งหมด 100 คนก็ยังคงยากจนอยู่ดี"
ขณะเดียวกัน ปีกการเมืองของ "สภาสหภาพแรงงานฟิลิปปินส์" หรือ TUCP ซึ่งเป็นสหพันธ์แรงงานที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์ ได้ท้าทายให้ผู้นำ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ให้ทำให้ฟิลิปปินส์กลายเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับบนจริงๆ ให้ได้ โดยการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำให้ประชากรแรงงานหลายล้านคนแทนที่จะปิดกั้นการขึ้นค่าแรง
TUCP ระบุว่า "พวกเรายังไม่สามารถเฉลิมฉลองได้ในเรื่องที่ประเทศกลายเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับบน ในขณะที่แรงงานชาวฟิลิปปินส์หลายล้านคนยังคงใช้ชีวิตอยู่กับค่าแรงที่ต่ำ แม้กระทั่งแรงงานที่มีรายได้ปานกลางระดับล่างก็ถูกบีบรัดด้วยภาษีที่สูงและสภาพบริการสาธารณะที่ย่ำแย่"
"สำหรับแรงงานและประชาชนทั่วไปชาวฟิลิปปินส์แล้ว ฟิลิปปินส์จะกลายเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับบนได้ก็ต่อเมื่อพวกเราเริ่มทำให้มันเป็นจริง ไม่เช่นนั้นแล้วมันก็เป็นแค่การใช้วลีทองเพื่อทำให้ตัวเองรู้สึกดีในยามเข้าตาจน แล้วก็หลงลืมความยากลำบากในชีวิตประจำวันของครัวเรือนชาวฟิลิปปินส์"
บาลิซากัน ยอมรับว่าการจัดสถานะทางเศรษฐกิจใหม่โดยธนาคารโลก ไม่ได้ทำให้ปัญหาที่ฟิลิปปินส์กำลังเผชิญอยู่มีความสำตัญน้อยลงแต่อย่างใด
"พวกเราเล็งเห็นว่ายังคงมีความเหลื่อมล้ำของรายได้อยู่ และผู้คนจำนวนมากก็ยังคงเผชิญความยากลำบากทางเศรษฐกิจ สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือการทำให้การเติบโตมีความครอบคลุมมากขึ้น แล้วมันก็จะให้ประโยชน์อย่างทั่วถึงต่อประชาชนฟิลิปปินส์ทุกคน" บาลิซากัน กล่าว
เรียบเรียงจาก
World Bank: PH now an upper-middle income country, Philippine News Agency, 01-07-2026
Meaningless? House members skeptical of Philippines' upper-middle-income status, Manila Bulletin, 02-07-2026
Thailand Now an Upper Middle Income Economy, World Bank, 02-08-2011
