Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'สุณัย' จากฮิวแมนไรท์วอตซ์ เผยไทยเบรก 'จาง ซิ่นเยี่ยน' นักรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย และผู้ลี้ภัยทางการเมืองจีน ไม่ให้ขึ้นเครื่องบินลี้ภัยไปประเทศแคนาดา หวั่นเสี่ยงถูกส่งกลับ เข้าข่ายละเมิดกฎหมายไทยและพันธกรณีด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

 

10 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (10 ก.ค.) สุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล "ฮิวแมนไรท์วอตช์ ประจำประเทศไทย" ได้โพสต์ข้อความลงบนสื่อโซเชียลมีเดียเฟซบุ๊ก เผยว่า เมื่อวานนี้ (9 ก.ค.) รัฐบาลไทยขัดขวางไม่ให้ตัวจาง ซิ่นเยี่ยน นักรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย และผู้ลี้ภัยชาวจีน ขึ้นเครื่องบินลี้ภัยไปประเทศที่ 3 และพาตัวเธอกลับไปควบคุมตัวที่สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู ทำให้หลายฝ่ายมีความกังวลว่าประเทศไทยอาจมีการส่งตัวเธอกลับไปเผชิญอันตรายในประเทศจีน

สำหรับจาง ซิ่นเยี่ยน เป็นนักรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยชาวจีน อายุ 54 ปี สมาชิกกลุ่ม “Hong Kong Parliament” ซึ่งเป็นสภานิติบัญญัติเงา นอกจากนี้ เธอยังเป็นผู้ต้องหากฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฮ่องกง ถูกตั้งค่าหัวสูงถึง 200,000 ดอลลาร์ฮ่องกง รวมถึงเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศไทยด้วย หากใครที่ติดตามข่าว อาจจะพอทราบว่าเธอถูกตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไทย ควบคุมตัวเมื่อ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากอาศัยในประเทศไทยเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต (Overstay) ส่งผลให้เธอถูกควบคุมตัวในสถานกักกันคนต่างด้าวในสำนักงานตำรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู 

สุณัย ให้สัมภาษณ์ระบุว่า หลังจากที่ซิ่นเยี่ยน ถูกควบคุมตัวในครั้งแรก มีความพยายามเจรจาให้เธอลี้ภัยในประเทศที่ 3 และในที่สุด แคนาดาก็รับเอาตัวเธอไปตั้งถิ่นฐาน และก็มีการประสานงานเรื่อยมาจนถึงเมื่อวานนี้ (9 ก.ค.) 

เขากล่าวต่อว่า จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (9 ก.ค.) ได้ทราบจากเพื่อนของจาง ซินเยี่ยน ซึ่งรอรับอยู่ที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา แต่ปรากฏว่ามาไม่ถึง โดยซิ่นเยี่ยน ได้รับอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ แจ้งมาว่า จริงๆ เธอกำลังจะขึ้นเครื่องบินที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ แต่อยู่ๆ เจ้าหน้าที่ไทยเข้ามาเบรก และให้ยกเลิกการเดินทาง พร้อมกับควบคุมตัวกลับไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู โดยไม่มีการให้เหตุผลว่าทำไมต้องยกเลิกเที่ยวบินของเธอ 

สุณัย กล่าวต่อว่า ตอนนี้ตัวของจาง ซิ่นเยี่ยน มีความกังวลว่าหากไม่ได้เดินทางไปประเทศแคนาดาแล้ว ประเทศไทยอาจจะมีการส่งตัวเธอกลับไปยังประเทศจีน ซึ่งหากมีการส่งตัวกลับประเทศต้นทาง เธอมีความกังวลว่าจะเกิดอันตราย เนื่องจากเธอเป็นบุคคลที่ถูกหมายหัวจากทางการจีน 

สุณัย ให้ความเห็นว่า การกระทำของไทยในครั้งนี้ สะท้อนว่าไทยไม่ได้สนใจสถานะผู้ลี้ภัย และสิทธิการคุ้มครองผู้ลี้ภัยทั้งภายใต้กฎหมายป้องกันการซ้อมทรมาน ซึ่งห้ามผลักดันใครก็ตามกลับไปเผชิญอันตรายที่ประเทศต้นทาง และพันธกรณีที่ไทยได้เข้าไปเป็นรัฐภาคี รวมถึงไม่แคร์ความสัมพันธ์กับแคนาดา ซึ่งเป็นพันธมิตรของไทย เพราะหากประเทศแคนาดา ยอมรับตัวผู้ลี้ภัยแล้ว แปลว่าเขามองว่าเรื่องนี้มีความสำคัญ การเบรกของไทยไม่ให้มีการเดินทาง ถือเป็นการหักหน้าแคนาดา อย่างรุนแรง 

การกดปราบข้ามชาติมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น

สุณัย มีข้อสังเกตด้วยว่า การกดปราบข้ามชาติของจีนอาจรุนแรงขึ้น เพราะหากสังเกตตั้งแต่รัฐบาลนำโดยพรรคเพื่อไทย ต่อเนื่องมาจนถึงยุคพรรคภูมิใจไทย รูปแบบการกดปราบข้ามแดนของจีนมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะไทยเริ่มไม่อนุญาตให้คนที่ถูกจับกุม ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีสถานะ ‘ผู้ลี้ภัย’ ของข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ออกเดินทางไปยังประเทศที่ 3 ซึ่งตรงนี้เริ่มเห็นเป็นบรรทัดฐาน หรือรูปแบบที่ชัดเจนมากขึ้น แม้ว่าประเทศตะวันตกยินดีรับคนเหล่านี้ไปตั้งถิ่นฐาน แต่ไทยเบรกไว้ไม่ให้ออก ขังอยู่ที่สวนพลูก็มีอยู่หลายราย ถ้ามันเป็นแบบนี้และเป็นรูปแบบต่อเนื่อง สถานการณ์ก็จะน่าห่วงมากขึ้นว่า ผู้ลี้ภัยที่อาศัยที่ต้องการเดินทางผ่านประเทศไทย ไปยังประเทศที่ 3 จะถูกจับ และส่งเอาไปให้จีน 

ต่อประเด็นที่สื่อถามว่ายังพอมีทางช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวจีนได้หรือไม่ สุณัย กล่าวตอบว่า ตอนนี้นานาชาติแตกตื่นกันมาก และพยายามขอคำชี้แจงจากไทย และโน้มน้าวว่า แม้ว่าจาง ซิ่นเยี่ยน อาจจะยังไม่ได้ไปประเทศแคนาดาวันนี้ แต่สถานะการตอบรับผู้ลี้ภัยยังอยู่ ดังนั้น ประเทศไทยยังมีโอกาสเปลี่ยนใจได้ และขอว่าไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ห้ามส่งตัวไปที่ประเทศจีนเด็ดขาด เพราะว่าตัวของจาง ซิ่นเยี่ยน อาจจะต้องเผชิญภัยอันตราย อย่างไรก็ตาม เขาบอกด้วยว่า สถานะของไทยยังไม่ชัดเจน และไม่มีการให้ความร่วมมือหรือการรับปากที่น่าเชื่อถือได้ 

ขอให้รักษาคำมั่นสัญญาไม่โอนเอียงฝ่ายใด

ในกรณีนี้ สุณัย กล่าวว่า เขาอยากจะเตือนรัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล และมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมีสโลแกนหาเสียงว่า “พูดแล้วทำ” ขอให้นึกถึงคำมั่นสัญญาเรื่องนโยบายต่างประเทศที่ระบุว่า ไทยจะเป็นประเทศที่อยู่ตรงกึ่งกลาง ไม่เอนเอียงไปทางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่พฤติกรรมของอนุทิน ตอนนี้เหมือนเป็นการเลือกข้างเรียบร้อยแล้ว และเป็นการเลือกข้างไปอยู่กับเผด็จการจีน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอับอาย 

สอง เป็นเรื่องของพันธกรณีทั้งกฎหมายของไทย และระหว่างประเทศ การที่ไม่ส่งบุคคลไปเผชิญอันตราย ซึ่งไทยมีความสุ่มเสี่ยงว่า หากไม่ให้ผู้ลี้ภัยไปตั้งถิ่นฐานที่ประเทศที่ 3 ที่ปลอดภัย และตรงกันข้ามส่งตัวผู้ลี้ภัยไปเผชิญอันตราย ก็จะถือว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง 

สาม ประเทศไทยต้องตระหนักว่า ในเดือน พ.ย.นี้ ไทยจะต้องเข้าสู้กระบวนการตรวจสอบ ภายใต้กลไกการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนสากลขององค์การสหประชาชาติ (UN) หรือที่เรียกว่า UPR เรื่องของการจับกุมผู้ลี้ภัย การส่งตัวกลับไปเผชิญอันตรายตั้งแต่เรื่องอุยกูร์ และก็กรณีต่างๆ เรื่อยมา มันเป็นเรื่องสำคัญ และยิ่งมาเปิดแผลเพิ่มอีกแผล จะทำให้ไทยถูกตรวจสอบอย่างหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น ถ้าหากไทยไม่สามารถอธิบายได้ 

'จาง ซิ่นเยี่ยน' เป็นใคร

ข้อมูลจาก Hong Kong Free Press (HKFP) และ Forum Asia  ระบุถึงประวัติของ “จาง ซิ่นเยี่ยน” (Zhang Xinyan) เป็นนักรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยชาวจีน และเป็นสมาชิกกลุ่ม “Hong Kong Parliament” ซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกสภานิติบัญญัติเงา 

ย้อนไปเมื่อ ก.ค. 2568 ‘ซินเยี่ยน’ เป็น 1 ใน 19 นักรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย ที่ถูกทางการฮ่องกงตั้งรางวัลนำจับ ระหว่าง 200,000-1,000,000 ดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งเป็นผลจากการที่เธอเข้าร่วมการเลือกตั้ง (อย่างไม่เป็นทางการ) นอกเกาะฮ่องกง เพื่อจัดตั้ง “สภานิติบัญญติฮ่องกง” (Hong Kong Parliament) ซึ่งเป็นสภาฯ เงา ที่ยึดถือแนวคิดทางการเมืองที่สำคัญ คือ “ฮ่องกง ควรปกครองด้วยคนฮ่องกง”

ทั้งนี้ ช่องยูทูบของ "Hong Kong Parliament" ระบุด้วยว่า ซิ่นเยี่ยน ชนะการเลือกตั้ง และมีที่นั่งในสภานิติบัญญัติเงา เมื่อช่วงต้นปี 2568 อีกด้วย 

ข้อมูลหมายจับของตำรวจฮ่องกง ระบุว่า “จาง ซินเยี่ยน” ถูกตั้งค่าหัวนำจับจำนวน 200,000 ดอลลาร์ฮ่องกง เนื่องจากเธอเข้าร่วมกับสมาชิกสภานิติบัญญัติเงา เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การล้มล้างอำนาจรัฐ และแบ่งแยกดินแดนปกครองตัวเอง 

ข้อมูลจากสื่อ HKFP ระบุด้วยว่า มีนักกิจกรรมจำนวน 34 รายซึ่งถูกตั้งข้อหาตามมาตราที่ 34 หรือที่รู้จักกันในชื่อกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฮ่องกง เนื่องจากต้องสงสัยว่ากระทำความผิด เช่น ล้มล้างอำนาจรัฐบาล ยุยงปลุกปั่นให้เกิดการแบ่งแยก และสมคบกับกองกำลังต่างชาติ

ในจำนวนนี้มีบางคนถูกตั้งค่าหัวสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ยกตัวอย่าง เท็ด ฮุย นักรณรงค์ประชาธิปไตย นาธาน ลอว์ นักเรียกร้องประชาธิปไตยและผู้ลี้ภัยทางการเมือง และเดนนิส ก๊อก (Dennis Kwok) อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกง

เมื่อ 9 พ.ค. 2569 สุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย เผยว่า รัฐบาลไทยมีการจับกุมตัวจาง ซิ่นเยี่ยน ที่บ้านพักของเธอในกรุงเทพฯ ก่อนที่จะพาตัวเธอไปที่สถานกักกันคนต่างด้าว ในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซอยสวนพลู 

ก่อนการจับกุมตัวซิ่นเยี่ยน ครั้งแรก เธอถูกสถานทูตจีนประจำประเทศไทย อายัดหนังสือเดินทางระหว่างที่เธอไปต่ออายุ ส่งผลให้เธอไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศ และต้องอาศัยในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง