สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศเรื่อง "ยาเสพติดกับสังคมไทย" จากกลุ่มตัวอย่าง 1,337 คน 75.09% มองปราบยาเสพติดไม่ได้ผล 90.05% มองชุมชนแออัดเสี่ยงสุด 48.92% ไม่ค่อยเชื่อมั่นรัฐบาลอนุทินแก้ปัญหาได้
12 กรกฎาคม 2569 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศเรื่อง "ยาเสพติดกับสังคมไทย" จากกลุ่มตัวอย่าง 1,337 คน สำรวจระหว่างวันที่ 7-10 กรกฎาคม 2569 พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 75.09 มองว่าสถานการณ์ยาเสพติดของไทยมีการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงแก้ปัญหาไม่ได้ ขณะที่ร้อยละ 65.82 เห็นว่าควรจัดการผู้ค้ารายใหญ่และเครือข่ายต้นตอให้เด็ดขาด
ในด้านพื้นที่เสี่ยง ประชาชนมองว่าชุมชนแออัดมีความเสี่ยงสูงสุดถึงร้อยละ 90.05 ตามด้วยสถานบันเทิงร้อยละ 76.22 และพื้นที่ชายแดนร้อยละ 61.26 ส่วนผลกระทบที่ยาเสพติดสร้างต่อสังคมไทยมากที่สุดคือการก่อให้เกิดอาชญากรรมและความรุนแรง ร้อยละ 90.73 รองลงมาคือความไม่ปลอดภัยในชีวิตประจำวันร้อยละ 74.50 และการทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัวร้อยละ 61.03
เมื่อถามถึงสาเหตุที่ทำให้ปัญหายาเสพติดยังแก้ไม่ได้ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 75.62 ระบุว่าเป็นเพราะกฎหมายและบทลงโทษไม่รุนแรงพอ รองลงมาคือเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องรับผลประโยชน์ร้อยละ 71.73 และรัฐบาลไม่เอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหาร้อยละ 62.23 ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลอนุทินในการแก้ปัญหายาเสพติด พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 48.92 ไม่ค่อยเชื่อมั่น และร้อยละ 29.68 ไม่เชื่อมั่นเลย มีเพียงร้อยละ 1.80 เท่านั้นที่เชื่อมั่นมาก
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่าผลโพลสะท้อนว่าประชาชนรับรู้ถึงความพยายามปราบปรามของภาครัฐ แต่การพบข่าวจับกุมเครือข่ายและของกลางล็อตใหญ่ซ้ำๆ ทำให้ยังมองว่าปัญหาไม่ลดลง โดยความคาดหวังของประชาชนไม่ได้อยู่ที่จำนวนการจับกุมเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การตัดวงจรผู้ค้ารายใหญ่ เครือข่ายข้ามชาติ และผู้อยู่เบื้องหลัง
ด้านอาจารย์กรทัศน์ ศุขเฉลิม อาจารย์ประจำหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ชี้ว่าหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้มาจากกฎหมายที่ยึดแนวคิด "ผู้เสพคือผู้ป่วย" ซึ่งกำหนดให้ผู้ครอบครองยาเสพติดจำนวนน้อยกว่า 5 เม็ดเป็นผู้เสพและผู้ป่วย เปิดช่องให้ส่งไปบำบัดระยะสั้นและกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านโดยรายงานตัวตรวจปัสสาวะเป็นครั้งคราว ซึ่งทำให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัวกฎหมายและกลับมากระทำผิดซ้ำ จึงเสนอให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายเพิ่มบทลงโทษที่หนักขึ้นสำหรับผู้ค้ายาเสพติดที่กระทำผิดซ้ำ โดยไม่คำนึงถึงปริมาณที่ครอบครอง พร้อมยอมรับว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาเรื้อรังที่รัฐบาลในอดีตทุกชุดต่างแก้ไม่ได้เช่นกัน
