Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เสวนา “ถอดเปลือกโครงสร้างอุปถัมภ์ ที่ข้ามเส้นความยุติธรรมของรัฐไทย” ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 'ธนาธร' เสียใจกับผู้สูญเสียในเหตุไม่สงบชายแดนใต้ เสนอให้นายกรัฐมนตรีนั่งหัวโต๊ะนำการเจรจาสันติภาพด้วยตัวเอง ผลักดันสันติภาพให้เกิดขึ้นได้จริง เพราะฝ่ายทหารแก้ปัญหามา 20 ปีแล้วไม่สำเร็จ ย้ำใช้รูปแบบเดิมไม่ได้แล้ว ชี้เป็นปัญหาการเมืองและความแตกต่างหลากหลายทางอุดมการณ์ ต้องแก้ด้วยการเมือง ใช้มาตรการหลายอย่างประกอบกัน ประชาธิปัตย์เล็งแก้ พ.ร.บ. ศอ.บต.

24 กรกฎาคม 2569 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวในเวทีเสวนา “ถอดเปลือกโครงสร้างอุปถัมภ์ ที่ข้ามเส้นความยุติธรรมของรัฐไทย” ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เมื่อวานนี้ (23 ก.ค.) ว่า การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้จะแก้ปัญหารูปแบบเดิมใช้ไม่ได้แล้ว เพราะในช่วง 20 กว่าปีนับตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืน มีความพยายามแก้ปัญหาแบบเดิมมาตลอด คือให้ฝ่ายทหารเป็นฝ่ายนำ

นายธนาธร สาเหตุเพราะในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมาใช้งบประมาณในการแก้ปัญหาความไม่สงบไปกว่า 500,000 ล้านบาทแล้ว ซึ่งเหลือเชื่อมากที่ใช้งบประมาณมากขนาดนี้โดยไม่มีผลความคืบหน้าใดๆ เลย และในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์กว่า 20,000 เหตุการณ์ มีคนตายรวมกว่า 7,000 คน ยังไม่นับผลกระทบทางด้านจิตใจ

นายธนาธร กล่าวด้วยว่า การบังคับใช้กฎหมายพิเศษยังเป็นการซ้ำเติมความไม่เป็นธรรมต่อไปอีก เพราะมีการต่ออายุการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ไปแล้ว 85 ครั้ง ไม่มีการยกเลิก โดยไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไหร่

“ในพื้นที่ที่มีความแตกต่างหลากหลายทางด้านภาษา วัฒนธรรม ศาสนาและวิถีชีวิต ไม่ต้องการการกดทับหรือการบังคับให้คิดเห็นหรือใช้ชีวิตเหมือนส่วนกลางทั้งหมดนั้น ก็ย่อมมีการเรียกร้องรูปแบบการจัดการที่พิเศษ”

นายธนาธร ยังได้กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบโดยเฉพาะเหตุยิงถล่มทหารพรานล่าสุดว่า ตนขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตทั้งหมด

“สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ไม่ได้เกินความคาดหมาย เพราะมีความตึงเครียดโดยเฉพาะในนราธิวาสที่สะสมมานาน และมันตึงมากเรื่อย ๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่จะมีการเจรจาสันติภาพ”

นายธนาธร กล่าวว่า ตนคิดว่า จะเดินหน้าแก้ปัญหานี้ต่อไป จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องเปลี่ยน Approach จะให้ทหารนำการแก้ปัญหานี้ต่อไปไม่ได้ ถ้าทำสำเร็จในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ก็ต้องสำเร็จแล้ว

นายธนาธร กล่าวว่า ตนคิดว่า ปัญหาที่เป็นปัญหาการเมือง อุดมการณ์ที่แตกต่างกัน เรื่องแบบนี้ต้องใช้การเมืองนำ ต้องใช้มาตรการทางการเมือง มาตรการทางการทูต มาตรการทางเศรษฐกิจนำ หนึ่งในปัญหาสำคัญคือคนในพื้นที่รู้สึกว่า กฎหมายบังคับใช้อย่างไม่เป็นธรรม รู้สึกว่าถูกแย่งชิงทรัพยากร ลูกหลานไม่มีงานทำ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จึงจนที่สุดในประเทศไทย

ดังนั้น ถ้าจะแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องใช้มาตรการด้านอื่น เข้ามาประกอบการแก้ปัญหาด้วย มาตรการทางวัฒนธรรมมาตรการทางเศรษฐกิจมาตรการทางการพูดมาตรการทางการเมือง

“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่นายกรัฐมนตรีไม่นั่งหัวโต๊ะ เป็นคนนำในมาตรการการเจรจาสันติภาพด้วยตัวเอง เรื่องนี้ผมคิดว่าต้องระดับนายกรัฐมนตรีเท่านั้น ที่เข้ามานั่งผลักดันการเจรจาสันติภาพให้เกิดขึ้นได้จริง ถึงจะประสบความสำเร็จ ต่อให้ฝ่ายทหารและฝ่ายความมั่นคงทำ ทำมา 20 ปีแล้วไม่สำเร็จ” กล่าวในตอนท้าย

ประชาธิปัตย์เล็งแก้ พ.ร.บ. ศอ.บต.

ขณะที่ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ฝากมาว่า พระราชบัญญัติการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553 หรือที่เรียกว่า พ.ร.บ. ศอ.บต.  ถึงเวลาที่ควรต้องแก้ไขอีกหลายอย่างแล้ว

นายสาทิตย์ ยังได้แสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียทุกฝ่ายต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คิดว่า ถึงจุดนี้ การจะทำให้สถานการณ์ยุติลงได้ ต้องตกผลึกร่วมกันทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายประชาชน ฝ่ายเจ้าหน้าที่ ฝ่ายขบวนการต่างๆ ที่ต้องยุติความขัดแย้งด้วยสันติวิธีเท่านั้น วิธีการที่รุนแรงไม่อาจจะยุติปัญหานี้ได้

นายสาทิตย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีกระบวนการเจรจาสันติภาพอยู่ แต่เห็นมาตลอดว่าการเจรจาไม่เดินหน้า มีการเดินหน้าและถอยหลัง หลังสุดหัวหน้าฝ่ายเจรจาไทยเป็นพลเรือนก็น่าจะดีขึ้น แต่ต่อไปน่าจะต้องขยับการเจรจาสันติภาพให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น

นายสาทิตย์ กล่าวด้วยว่า กรณี สส.กมลศักดิ์ที่ถูกลอบยิงนั้น เราวิเคราะห์กันว่าอาจจะมีปะทุความไม่พอใจบานปลายของฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับยุติสถานการณ์ด้วยสันติวิธี ก็เลยมีกรณีบางอย่างเกิดขึ้น นี่เป็นการสะท้อนปัญหาหนึ่งที่ทำให้เห็นว่ากระบวนการสันติภาพไม่เสด็จน้ำ ไม่จบเสียที

“แต่ถ้าทุกฝ่ายตกผลึกร่วมกัน ผมว่ากระบวนการนี้มันเดินหน้าต่อไปได้ และให้กำลังใจทุกฝ่ายที่เห็นว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันถึงเวลาที่จะจบด้วยสันติภาพ”

นายสาทิตย์ กล่าวว่า ตนมาเรียนที่นี่เมื่อ 47 ปีที่แล้ว เห็นว่า สังคมที่นี่สงบสุขมาก สมัยมาเป็นนักศึกษา ม.อ.ปัตตานี ตนสามารถปั่นจักรยานขี่มอเตอร์ไซค์ไปได้ทุกหมู่บ้าน ในปัตตานี ยะลา นราธิวาส ทุกคนยินดีต้อนรับ สังคมที่นี่เคยสงบสุขมาก่อน ก่อนจะเกิดสภาพนี้

“ผมจึงเชื่อว่า ถ้ามีพื้นฐานความสงบสุขแบบนั้น วันนี้ก็จะกลับไปสู่ตรงนั้นได้ แต่ทุกคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้และผู้มีอำนาจทั้งหลายต้องร่วมกันว่า ต้องตกผลึกร่วมกันว่า วันนี้ต้องยุติด้วยสันติวิธีเท่านั้น”

....................
ลิงก์ชมไฟล์สดเวทีเสวนา “ถอดเปลือกโครงสร้างอุปถัมภ์ ที่ข้ามเส้นความยุติธรรมของรัฐไทย” โดย สโมสรคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง