อัพเดทล่าสุดเมื่อ 1 ชั่วโมง 27 นาที ที่ผ่านมา

กลุ่มเซ็นทรัลจับมือยูนิเซฟ เดินหน้ารณรงค์ ด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย

กรุงเทพฯ 10 พ.ย. 2560 วันนี้กลุ่มเซ็นทรัลและองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย แถลงความร่วมมือเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ของเด็ก พร้อมชูแคมเปญปี 2561 เน้นการส่งเสริมการพัฒนาเด็กปฐมวัยเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กๆ จะได้เริ่มต้นชีวิตอย่างดีที่สุ

กลุ่มเซ็นทรัลและยูนิเซฟยังได้แถลงสรุปโครงการ “เอ็กซ์โปออนทัวร์ทำดีทั่วไทย และร่วมบริจาคช่วยเหลือเด็กยากไร้” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้สังคมหันมาตระหนักถึงปัญหาที่เด็กๆ ในประเทศไทยและทั่วโลกต้องเผชิญพร้อมทั้งระดมทุนจากภาคประชาชน โดยเอ็กซ์โปนี้จัดขึ้นทั้งหมด 10 ครั้ง ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา 9 แห่งทั่วประเทศตลอดปี 2560 งานนี้มีประชาชนให้ความสนใจนับหมื่นคน ซึ่งได้มาสัมผัสสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของเด็กๆ ผ่านห้องเรียนจำลองในแม่ฮ่องสอนและการจำลองสถานการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ นอกจากนี้ ผู้ร่วมงานยังได้ร่วมกันตกแต่งโปสการ์ดกว่า 20,000 ใบพร้อมเขียนข้อความให้กำลังใจส่งไปยังเด็กๆ ที่ห่างไกลอีกด้วย

นายพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัล อยู่เคียงข้างสังคมไทยมากว่า 70 ปี ไม่เพียงแต่การทำธุรกิจ แต่เรายังช่วยเหลือสังคมไทยในหลากหลายมิติให้เติบโตควบคู่กันไป ความร่วมมือของกลุ่มเซ็นทรัลกับยูนิเซฟในครั้งนี้  เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กไทยให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนในทุกๆด้าน ทั้งความเป็นอยู่ โภชนาการ และส่งเสริมการศึกษาอย่างเท่าเทียม เพราะกลุ่มเซ็นทรัลตระหนักดีว่า เด็ก คือ ทรัพยากรอันมีค่า และเป็นอนาคตที่สำคัญของประเทศชาติ นอกจากนี้กลุ่มเซ็นทรัลยังได้ เซ็น MOU ร่วมกับยูนิเซฟ  ในการจัดแคมเปญต่อเนื่อง เพื่อระดมทุนช่วยเหลือเด็กไทยผู้ด้อยโอกาส และรณรงค์ให้สังคมไทยตระหนักและเข้าใจถึงปัญหาที่เด็กๆ ในประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิ

ทั้งนี้ในปีนี้กลุ่มเซ็นทรัล และยูนิเซฟ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมการระดมทุนในรูปแบบออนทัวร์ครั้งแรกของประเทศไทย ในชื่อโครงการว่า “เอ็กซ์โปออนทัวร์ ทำดีทั่วไทย และร่วมบริจาคช่วยเหลือเด็กยากไร้”  ประกอบด้วย กิจกรรมการเขียนการ์ดให้กำลังใจ, การจำลองเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเนปาล, การจำลองห้องเรียนของเด็กในพื้นที่ห่างไกลจังหวัดแม่ฮ่องสอน ฯลฯ ซึ่งงานเอ็กซ์โปออนทัวร์ ทำดีทั่วไทยฯ ได้จัดขึ้นทั้งสิ้น 10 ครั้ง ในศูนย์การค้าของกลุ่มเซ็นทรัล 9 แห่ง ทั่วทุกภาคของประเทศไทย แบ่งเป็น ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัลพลาซา ปิ่นเกล้า , เซ็นทรัลพลาซา พระราม 9 , เซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ , เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต, เซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น และ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยได้รับน้ำใจจากคนไทยร่วมกันสมทบทุนเป็นจำนวนมาก โดยการสมทบทุนของทุกท่านดังกล่าว ทางยูนิเซฟได้นำไปช่วยเหลือเด็กๆ ตามวัตถุประสงค์ของยูนิเซฟในด้านต่างๆ เป็นอย่างดี ทั้งนี้กลุ่มเซ็นทรัล ยังคงจะแสดงถึงเจตจำนงค์ในการร่วมสนับสนุนการช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาสให้รับความเท่าเทียมทางสังคมอย่างต่อเนื่อง ซึงในปีหน้า เราก็ยังคงร่วมมือกับยูนิเซฟ จัดแคมเปญรณรงค์ร่วมกันช่วยเหลือเด็กๆ อีกเช่นเคย เราเชื่อว่าทุกการแบ่งปันและน้ำใจจากพวกเราทุกคน จะช่วยสร้างรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ได้มีกำลังใจที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต และขอเชิญชวนผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านร่วมกันสนับสนุนช่วยเหลือเด็กๆ อีกจำนวนมากในการจัดแคมเปญในปีหน้าและปีต่อๆไปครับ”

สำหรับความร่วมมือในปี 2561 กลุ่มเซ็นทรัลและยูนิเซฟจะเน้นไปที่การส่งเสริมให้พ่อแม่และครอบครัวตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเด็กในช่วงขวบปีแรกๆ ของชีวิต พร้อมรณรงค์สร้างความเข้าใจถึงผลกระทบของการเลี้ยงดูที่มีต่อการพัฒนาสมองและศักยภาพของเด็กในระยะยาว โครงการในปีหน้าซึ่งมีชื่อว่า #EatPlayLove จะเน้นเรื่องโภชนาการ การเล่น และความรัก ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่เด็กต้องได้รับในช่วงขวบปีแรกๆ ของชีวิต

ในประเทศไทย มีเด็กปฐมวัยจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม ผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยในปี 2559 ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจากการสนับสนุนของยูนิเซฟ ระบุว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีในประเทศไทย ราว 1 ใน 10 คนมีภาวะเตี้ยแคระแกร็น ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดโภชนาการที่เหมาะสมเป็นเวลายาวนานต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังพบว่า พ่อแม่ยังไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับลูกเท่าที่ควร คือ มีพ่อเพียง 1 ใน 3 คนเท่านั้นที่ทำกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้กับลูกในช่วง 3 วันก่อนการสำรวจ

นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “หกปีแรกของชีวิตคือช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาเด็ก เพราะเป็นช่วงที่สมองพัฒนารวดเร็วที่สุด โดยเซลล์สมองจะก่อตัวพัฒนาและเชื่อมโยงกันในอัตราสูงสุด 1,000 ครั้งต่อวินาที การเชื่อมต่อกันนี้ส่งผลต่อประสิทธิภาพของการเรียนรู้ และเป็นรากฐานของการพัฒนาทางร่างกายและอารมณ์ของเด็กในอนาคต ดังนั้น หากเด็กไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมทั้งในเรื่องอาหาร การกระตุ้นพัฒนาการ ความรักความอบอุ่น อาจส่งผลเสียต่อเด็กไปตลอดชีวิตได้ ดังนั้นพ่อแม่มีส่วนสำคัญมากในเรื่องนี้”

นายดาวินกล่าวต่อไปว่า ภาคธุรกิจ เช่น กลุ่มเซ็นทรัล มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้สังคมหันมาให้ความสำคัญในเรื่องนี้ ทั้งยังเป็นกำลังสำคัญในการรณรงค์ให้พ่อแม่ผู้ปกครองให้การดูแลลูกอย่างเหมาะสมเพื่อให้เด็กได้เริ่มต้นชีวิตอย่างดีที่สุด

ทั้งนี้ เมื่อต้นปีที่ผ่านมา กลุ่มเซ็นทรัลและยูนิเซฟได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการส่งเสริมสิทธิและความเป็นอยู่ของเด็กในประเทศไทยและทั่วโลก