Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กระทรวงกิจการศาสนาของอินโดนีเซียร่างแบบเรียนต่อต้านสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็น "การแพร่กระจายของวัฒนธรรม LGBT" ถึงขั้นมองว่าเป็นภัยคุกคามฯ แต่นักวิชาการและนักสิทธิฯ ก็เตือนว่าการนำแบบเรียนเช่นนี้ไปใช้ในโรงเรียนอาจจะกลายเป็นการตีตรา เพิ่มความโดดเดี่ยว กระทบสุขภาพจิตนักเรียนที่มีความหลากหลายทางเพศ อีกทั้งยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่ระบุว่าการศึกษาในเชิงต่อต้าน LGBTQ+ จะสามารถเปลี่ยนอัตลักษณ์และรสนิยมทางเพศใครได้


ผู้ประท้วงที่คัดค้านกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ รวมตัวกันใกล้อนุสาวรีย์ตูกูปัลปูติห์ (Tugu Pal Putih) ในเมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2016 | ภาพจาก: Antara Photo/Andreas Fitri Atmoko 

กระทรวงกิจการศาสนาของอินโดนีเซียร่างแบบเรียนที่อ้างว่าเพื่อใช้ป้องกันการแพร่กระจายของ "วัฒนธรรม LGBTQ" โดยมีแผนการที่จะนำไปผนวกรวมกับหลักสูตรการศึกษาศาสนา รวมถึงจะมีการตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจเพื่อประสานงานเกี่ยวกับแบบเรียนนี้

โรโม มูฮัมหมัด สยาฟี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการศาสนาของอินโดนีเซีย กล่าวว่า พวกเขามุ่งหวังที่จะทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนทางศาสนาอย่างเป็นทางการ แทนที่จะให้เป็นแค่การแถลงเนื้อหาต่อสาธารณะเท่านั้น โดยที่ทางการต้องการจะทำให้ "การฟ้องกันการแพร่กระจายวัฒนธรรม LGBTQ" กลายเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาแบบเรียนสำหรับเด็ก ที่ร่างโดยกระทรวง

สยาฟี กล่าวอีกว่าทางกระทรวงจะจัดเตรียมเนื้อหาไว้ใช้กับโรงเรียนประจำสอนศาสนาอิสลามและสถาบันอุดมศึกษาของอิสลาม รวมถึงจะมีการจัดตั้งทีมที่คอยจัดทำแบบเรียน ประสานงานกับประชาชนทั่วไป และตรวจสอบดูแลการนำแบบเรียนมาใช้ โดยจะให้มีการช่วยเผยแพร่ผ่านการเทศนาของอิสลามในวันศุกร์ กลุ่มศึกษาศาสนาในมัสยิด ผู้ให้คำปรึกษาทางศาสนา และผู้นำชุมชนอิสลามอื่นๆ

มีข้อสังเกตว่าคำประกาศเกี่ยวกับแบบเรียนนี้ออกมาหลังจากที่ ประธานาธิบดี ปราโบโว สุเบียนโต ได้ออกระเบียบในเดือน ตุลาคม ปี 2025 ระบุให้ "การแพร่กระจายวัฒนธรรม LGBTQ+" ถูกจัดเป็น "ภัยความมั่นคงที่ไม่ใช่ทางการทหาร" เช่นเดียวกับประเด็นอื่นๆ อย่างการแบ่งแยกดินแดน ก่อการร้าย และพนันออนไลน์ โดยที่ไม่อธิบายว่าทำไมเรื่องความหลากหลายทางเพศถึงถูกจัดให้เป็นประเด็นภัยต่อความมั่นคงด้วย

นอกจากเรื่องแบบเรียนแล้ว ทางรัฐสภาอินโดนีเซียก็ได้ประกาศว่ากำลังมีการพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจำกัดองค์กรที่มีการส่งเสริมพฤติกรรมแบบ LGBTQ+ ซึ่งร่างกฎหมายนี้มีการเสนอโดย สภาอูลามาอินโดนีเซีย (MUI) องค์กรทางศาสนาอิสลามที่มีอิทธิพลสูงสุดในอินโดนีเซีย

ในอินโดนีเซียไม่มีกฎหมายที่ห้ามความสัมพันธ์แบบรักเพศเดียวกันในลักษณะที่มีการยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย เว้นแต่ในอาเจะห์ที่เป็นเขตปกครองพิเศษซึ่งอนุญาตให้บังคับใช้กฎหมายชะรีอะฮ์ ทำให้มีบทลงโทษการรักเพศเดียวกัน

จะกลายเป็นการตีตราเยาวชน

นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และนักกิจกรรมด้านความหลากหลายทางเพศเตือนว่า การนำแบบเรียนในเชิงต่อต้านความหลากหลายทางเพศมาใช้ในห้องเรียนเช่นนี้ อาจจะกลายเป็นการตีตราเยาวชนผู้มีความหลากหลายทางเพศในโรงเรียนหนักขึ้น

นอกจากนี้แล้ว ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่บ่งชี้ว่าการจัดการศึกษาแบบต่อต้าน LGBTQ+ จะสามารถเปลี่ยนแปลงเพศวิถีของบุคคลได้ การเรียนการสอนแบบนี้จะกลายเป็นแค่การส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของเด็กเท่านั้น

วิดา อายู ปัสปิโตซารี นักสังคมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบราวิจายากล่าวว่า จุดยืนเรื่องแบบเรียนนี้มาจากกลุ่มผู้มีอำนาจทางศาสนาในอินโดนีเซีย 5 ราย ซึ่งต่างก็ต่อต้านความหลากหลายทางเพศ โดยถึงแม้ว่าประชากรส่วนใหญ่ในอินโดนีเซียจะนับถือศาสนา ทำให้ข้ออ้างเรื่องศาสนาอาจจะฟังขึ้น แต่วิธีการใช้แบบเรียนเช่นนี้จะไม่ได้ผล

วิดาพูดถึงสาเหตุว่า เพราะเรื่องเพศวิถีของคนเราไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้เพราะการรับรู้ข้อมูล ถึงแม้จะมีแบบเรียนในเชิงปิดกั้นก็ความหลากหลายทางเพศ แต่มันก็ไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพศวิถีของคนได้ มีแต่จะสร้างความเสี่ยงทำให้เกิดผลเสียทางจิตใจต่อเยาวชน และส่งผลทำให้เด็กเก็บตัวมากขึ้้นเท่านั้น

อริสโด กอนซาเลส ผู้อำนวยการฝ่ายเครือข่ายสัมพันธ์และนักรณรงค์ จากเอ็นจีโอด้านความหลากหลายทางเพศ Pelangi Nusantara กล่าวว่าแผนการเรื่องแบบเรียนต่อต้านความหลากหลายทางเพศของทางการอินโดนีเซียนั้น เป็นวิธีการที่ "ไม่เหมาะสม" เพราะจะเป็นการกีดกันเลือกปฏิบัติต่อบุคคลที่มีเพศวิถีแตกต่าง

"ความหลากหลายทางเพศเป็นปัจจัยเรื่องอัตลักษณ์ ... แล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่จะแพร่กระจายได้ เพราะมันไม่ใช่โรค ถ้าหากผมไปแตะตัวใครก็ไม่ได้ทำให้คนนั้นกลายเป็นเกย์" อริสโตกล่าว

แอนดี เกย์ที่อาศัยในจาการ์ตาบอกว่าการเรียนการสอนแบบต่อต้าน LGBTQ+ จะไม่ได้ส่งผลอะไรเลย แอนดีเล่าว่า ในฐานะที่เขาเป็นเกย์ชายที่เกิดมาในครอบครัวมุสลิมเคร่งศาสนา เขาได้เข้าเรียนในโรงเรียนศาสนามาตั้งแต่เด็กจนโต แต่มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทำให้เขาเลิกเป็นเกย์ได้

"จากประสบการณ์ผมแล้ว มันไม่มีความเชื่อมโยงกันเลยระหว่างศาสนากับพัฒนาการทางชีวภาพของผม ผมยังคงปฏิบัติกิจทางศาสนาต่อไป ในขณะเดียวกันผมก็ยังเป็นเกย์" แอนดี กล่าว


เรียบเรียงจาก
Indonesia Plans Anti-LGBTQ Lessons in Religious Schools, Universities, Jakarta Globe, 07-07-2026
Indonesia’s anti-LGBT education push raises concerns about stigmatising youth, SCMP, 14-07-2026
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง