Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'ไล่ชิงเต๋อ' ประธานาธิบดีไต้หวันได้แถลงในที่ประชุมใหญ่ของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า DPP ขอให้ร่วมมือกันปกป้องไต้หวันจากภัยคุกคามของจีนแม้กระทั่งในยามสงบ โดยมองว่าการที่จีนออกกฎหมายเอกภาพทางชาติพันธุ์จะกลายเป็นการเปิดโอกาสให้จีนอ้างใช้เล่นงานชาวไต้หวันที่ถูกมองว่า 'แบ่งแยกดินแดน' อย่างไรก็ตามเขตอำนาจทางกฎหมายของจีนก็ไม่ได้ครอบคลุมถึงไต้หวัน


'ไล่ชิงเต๋อ' ประธานาธิบดีไต้หวันได้แถลงในที่ประชุมใหญ่ของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า DPP | ภาพจาก: Fang Pin-chao/Taipei Times

ในที่ประชุมใหญ่ประจำปีของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า หรือ DPP ไล่ชิงเต๋อ หัวหน้าพรรคและผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันคนปัจจุบัน ได้กล่าวต่อหน้าที่ประชุมว่า พวกเขาจะต้องร่วมกันปกป้องประชาธิปไตยไต้หวัน ไม่ให้ไต้หวันกลายเป็นของจีน รวมถึงเรียกภัยคุกคามจากจีนว่าเป็น "ภัยอันน่าหวาดกลัวสีแดง"

ไล่ชิงเต๋อ แถลงว่าไต้หวันควรจะต้องตื่นตัวเฝ้าระวังอยู่เสมอแม้แต่ในช่วงเวลาสันติภาพ โดยชี้ว่าจีนได้ "ทำสงครามเชิงกฎหมาย" ด้วยการออกกฎหมายเอกภาพทางชาติพันธุ์ที่เปิดทางให้นำมาอ้างใช้ปฏิบัติการนอกอาณาเขตของจีนได้ อย่างเช่นการจับกุมและดำเนินคดีชาวไต้หวันที่ถูกมองว่าเป็น "ผู้แบ่งแยกดินแดน"

อย่างไรก็ตาม ทางการจีนปฏิเสธในสิ่งที่ผู้นำไต้หวันพูดถึงกฎหมายนี้ และเขตอำนาจทางกฎหมายของจีนก็ไม่ได้ครอบคลุมถึงไต้หวัน

พรรค DPP ที่เป็นพรรครัฐบาลปัจจุบันและหัวหน้าพรรคคือไล่ชิงเต๋อ ผู้ชนะการเลือกตั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ต่างก็ชูแนวคิดที่ว่าไต้หวันเป็นประเทศที่แยกต่างหากจากจีน ซึ่งทำให้จีนไม่พอใจเพราะมองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา

"ผมยังหวังอีกว่าเพื่อนพ้องในพรรคของพวกเราจะยืนหยัดอยู่ในแนวหน้า จับมือกันเป็นหนึ่งเดียว และร่วมกันต่อต้าน 'ภัยอันน่าหวาดกลัวสีแดง' ที่มีต่อสังคมไต้หวัน ... พวกเราต้องร่วมมือกันในการปกป้องวิถีชีวิตที่เป็นประชาธิปไตยและมีเสรีของพวกเราไว้ รวมถึงจะต้องไม่ยอมให้ 'ไต้หวันที่เป็นประชาธิปไตย' ย้อนกลับไปกลายเป็น 'ไต้หวันของจีน' " ไล่ชิงเต๋อกล่าว

มีการตั้งข้อสังเกตว่าไล่ชิงเต๋อได้กล่าวแถลงด้วยภาษาฮกเกี้ยนแบบไต้หวันที่เรียกว่าภาษา 'ฮกโล' แทนที่จะใช้ภาษาจีนกลางหรือที่เรียกว่าแมนดาริน

ไล่ชิงเต๋อ ยังได้กล่าวเน้นย้ำอีกว่าไต้หวันเป็นประเทศอธิปไตยอยู่ก่อนแล้วในชื่อ "สาธารณรัฐจีน" ไม่ใช้เป็นส่วนหนึ่งที่อยู่ภายใต้ "สาธารณรัฐประชาชนจีน"

โดยที่ชื่อ "สาธารณรัฐจีน" มาจากกลุ่มที่พ่ายแพ้ในสงครามกลางเมืองให้กับพรรคคอมมิวนิสต์ของเหมาเจ๋อตุงเมื่อปี 1949 แล้วหนีมาอยู่ที่ไต้หวัน

"ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเชื้อชาติไหนก็ตาม ไม่ว่าใครจะมาก่อนหรือมาทีหลัง ใครก็ตามที่นิยามตัวเองว่าเป็นไต้หวันก็นับเป็นเจ้าของประเทศร่วมกัน อนาคตของไต้หวันจะต้องถูกกำหนดร่วมกันโดยประชาชน 23 ล้านคนในไต้หวัน" ไล่ชิงเต๋อกล่าว

ไล่ชิงเต๋อ กล่าวอีกว่าในช่วงสิบปีที่ผ่านมาภายใต้การปกครองของรัฐบาลพรรค DPP ไต้หวันไม่เคยยอมอ่อนข้อให้กับ "การขยายอิทธิพลอำนาจนิยม" การโจมตีใส่ร้ายป้ายสี การคุกคามทางทหาร และการกดดันทางการทูตจากจีน อีกทั้งยังบอกว่า "ไต้หวันได้แสดงให้โลกเห็นว่าประชาธิปไตยไม่ใช่ความอ่อนแอ ประชาธิปไตยคือความเข้มแข็ง"


เรียบเรียงจาก
Democratic Taiwan must not become ‘China’s Taiwan,’ president says, Taipei Times, 20-07-2026
Democratic Taiwan must not become 'China's Taiwan', president says, asia one, 20-07-2026
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง