วัดร่ำเปิงคิดอย่างไร ? ..เมื่ออยู่ในทักษากาลกิณี

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

คำว่า "กาลกิณี" โดยความหมายที่คนปัจจุบันรับรู้ก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายความมากก็ได้ แต่ในบริบทของเหตุการณ์นี้ต้องขออธิบายซ้ำว่าเป็นหนึ่งในความเชื่อด้านทักษา ซึ่งจากเอกสารเผยแพร่ของจังหวัดเชียงใหม่ในการแถลงข่าวเรื่องผังเมืองกับทักษาเมืองระบุว่าเมืองเชียงใหม่วางผังเมืองตามทักษาเวียนขวา และกาลกิณีเมืองคือบริเวณประตูสวนปรุงและแจ่งกู่เฮือง ทิศตะวันตกเฉียงใต้บริเวณนี้จะเป็นประตูผีและตำนานเขียนว่าเป็นที่ตั้งเรือนจำเพราะเป็นเขตอัปมงคลของเมือง

ส่วนข้อเสนอเรื่องวัดในทักษาเมืองที่ระบุตามหลักฐานคัมภีร์มหาทักษาวัดชัยศรีภูมิที่ระบุว่าวัดในทิศกาลกิณีคือวัดร่ำเปิง (ตโปทาราม)นั้น ความรู้สึกของวัดร่ำเปิงเป็นเช่นไร ?

พระครูภาวนาวิรัช เจ้าอาวาสวัดร่ำเปิงได้กล่าวในวงเสวนา และให้สัมภาษณ์ "พลเมืองเหนือ"ว่า

"อาตมาก็ไม่รู้สึกสะทกสะท้านอะไร เพราะว่าเราต้องถือหลักพระพุทธศาสนาที่ไม่ได้มองทิศอย่างนี้ แต่มองการทำงานให้เหมาะสมในหน้าที่ของตัวเองในสังคม เช่นลูกมีหน้าที่อย่างไรต่อพ่อแม่ ศิษย์มีต่อครูบาอาจารย์ มองให้เราประพฤติธรรมมากกว่ามาสนใจเรื่องทิศ แต่เมื่อมีการกำหนดว่าวัดร่ำเปิงมาประจำทิศกาลกิณีนี้ ก็ถือว่าวัดร่ำเปิงก็ได้แก้ไปแล้วคือได้เป็นนสถานที่ปฏิบัติธรรมล้างกาลิกิณี ลูกศิษย์ลูกหาเข้ามาปฏิบัติกรรมฐานมานาน หากจะมองเป็นกาลกินีก็ไม่มีปัญหา ถ้าเรามองแต่ละวัดต่างๆ ก็เป็นวัดที่มีบทบาทต่อสังคมหลายด้าน เช่นวัดสวนดอก ก็เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ วัดเจ็ดยอดก็มีรัตนเจดีย์เป็นห้องเรียนมหาวิทยาลัยสงฆ์ วัดเจดีย์หลวงก็สร้างคนมามาก บางวัดก็โปรโมทแบบล้างเคราะห์ไสยศาสตร์ตามหลักพราหมณ์ ดังนั้นถ้าเรามามองเรื่องงบประมาณที่จะลงในวัดทักษาเมือง ซึ่งแต่ละวัดได้งบเท่านั้นที่กำหนดลงมา ถ้าเรามาจัดทักษาใหม่จะยุ่งกว่านี้อีก วัดที่หวังได้ก็หาย ขัดแย้งกันเอง ดังนั้นมองในแง่จะจัดหรือไม่จัดก็ได้ แต่ร่ำเปิงไม่คิดอะไร"

"ส่วนชาวบ้านก็ไม่ได้ว่าอะไร อาจเป็นเพราะเขายังไม่รู้ข้อมูลชุดนี้ เป็นข้อมูลชุดที่กลุ่มนักวิชาการ นักประวัติศาสตร์มองกันอยู่ ชาวบ้านก็ยังเข้าวัดกันตามปกติ อาตมาก็มองว่าวัดที่เป็นกาลกิณีนั้นไม่มี ก็กำหนดกันไปตามเรื่องทิศแต่นั้น และที่ผ่านมาบทบาทของวัดร่ำเปิงในสังคมก็รับรู้ว่าเป็นวัดที่คนต้องการล้างจิตใจ ต้องการเพิ่มกุศลของตัวเองก็จะมาปฏิบัติธรรมกรรมฐาน แต่ละวันก็มีผู้เลื่อมใสเข้าออกถ้าเป็นคนไทยก็ราว 50-70 คน ฝรั่งก็มีราว 15 คน ส่วนนักเรียนนักศึกษาหน่วยราชการต่างๆ ก็มาเป็นหมู่คณะคราวละนับร้อยที่มาศึกษาเรื่องวิปัสสนาจากวัดร่ำเปิง"

โครงการความร่วมมือด้านข่าวภูมิภาค
พลเมืองเหนือ-ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์