ใบปลิวโจมตี คมช. - โยนบาปมุสลิมว่อนทั่วเหนือ ผู้นำศาสนาห่วงความรุนแรง วอนสังคมทำความเข้าใจ

ใบปลิวต้าน คมช. โผล่เหนือ มาหนนี้โจมตีศาสนาอิสลาม ผู้นำศาสนาพุทธ-มุสลิมประสานเสียงวอนสังคมมีสติและใช้ปัญญาทำความเข้าใจ เพราะทุกศาสนาสอนให้คนเป็นคนดี ไม่เกี่ยวกับปัญหาการเมือง

ประชาไทภาคเหนือ รายงาน

 

 

 

ตามที่ในระยะนี้มีใบปลิว สิ่งพิมพ์ ซีดีรอม เผยแพร่ในภาคเหนือตอนบนและภาคเหนือตอนล่าง โดยผู้อ้างตัวว่าเป็น "ชาวพุทธ" และ "พระสงฆ์" มีเนื้อหาโจมตีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ว่าเป็นรัฐบาลของมุสลิม เพราะประธาน คมช. เป็นมุสลิม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็เป็นมุสลิม ส่วน พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ไม่ใช่รัฐบาลของคนไทยแต่เป็นรัฐบาลของมุสลิม รัฐธรรมนูญที่กำลังจะทำขึ้น ก็เป็นรัฐธรรมนูญของอิสลาม ดูได้จากการที่นายกรัฐมนตรีที่ออกมาขอโทษมุสลิม หลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ไม่นานนั้น

 

ซึ่งแม้ว่าการแสดงออกทางการเมืองควรเป็นสิทธิโดยเสรีของพลเมือง หากแต่การแสดงออกที่ล้ำเส้นโจมตีโดยเชื่อมโยงประเด็นทางศาสนาเข้ามาใช้นั้น ได้ทำให้ผู้นำทางศาสนาทั้งศาสนาพุทธและศาสนาอิสลามไม่สบายใจเป็นอย่างมาก

 

ประธานเสขิยธรรมวอนรัฐบาลสนับสนุนการเรียนรู้ระหว่างศาสนา

โดยพระกิตติศักดิ์ กิตฺติโสภโณ เจ้าอาวาสสวนเมตตาธรรม อ.ฝาง จ .เชียงใหม่ และประธานคณะกรรมการดำเนินงานเครือข่ายพุทธบริษัทกลุ่มเสขิยธรรม ให้สัมภาษณ์กับ "ประชาไท" ถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่าตนเห็นว่าทุกรัฐบาลก่อนหน้านี้ มีความพยายามที่จะทำความเข้าใจระหว่างศาสนา ระหว่างศาสนิกชนต่างๆ ให้ใช้ชีวิตร่วมกันสงบสุขในสังคม อย่างไรก็ตามการที่มีความพยายามใดๆ ก็ตามที่จะนำมาซึ่งความแตกแยกศาสนาของผู้คนในชาติ นำไปสู่ความรุนแรง ความสูญเสีย มากกว่าที่จะสร้างความสมานฉันท์ และความพยายามที่สร้างความแตกแยกจากนักบวชหรือผู้นำศาสนานั้น ก็แสดงให้เห็นว่าปัจจุบันเรายังขาดความสมานฉันท์กันอย่างที่ควรจะเป็น ขอให้ทุกฝ่ายควรจะมีสติและใช้ปัญญาเพื่อหันหน้าเข้าหากันและแก้ปัญหาให้มากที่สุด นี่เป็นเรื่องที่ควรจะทำอย่างเร่งด่วน และ คมช. หรือรัฐบาลเองก็จะต้องเป็นผู้นำที่จะทำหน้าที่สร้างความสมานฉันท์ตรงนี้โดยเฉพาะระหว่างศาสนา ทำเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม พระกิตติศักดิ์กล่าว

 

ชี้สังคมไทยยังขาดการเรียนรู้ศาสนาอื่น จนอาจหวาดระแวงนำไปสู่การกระทบกระทั่งกัน

ประธานกลุ่มเสขิยธรรมยังกล่าวทิ้งท้ายว่า "ทั้งนี้เพราะสังคมไทยขาดกระบวนการเรียนรู้และทำความเข้าใจศาสนาอื่น ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชาติ เรามีความรู้ไม่เพียงพอที่จะทำความเข้าใจระหว่างศาสนา ความไม่เข้าใจนำไปสู่ความหวาดระแวง นำไปสู่การกระทบกระทั่ง ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม ซึ่งตรงนี้ผู้นำศาสนาทุกศาสนาควรทำความกับศาสนิกของตน และรัฐต้องอำนวยความสะดวกที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างศาสนาให้มากกว่าที่เป็นอยู่"

 

อาจารย์สอนศาสนาอิสลามชี้ใบปลิวมุ่งสร้างปั่นป่วน ย้ำมุสลิมไม่มีใครคิดร้าย

ด้านอาจารย์คอลิด วารีย์ อาจารย์สอนศาสนาประจำมัสยิดช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงใบปลิวที่มีเนื้อหาโจมตี คมช. แต่โจมตีพาดพิงมายังศาสนาอิสลามว่า "ผมคิดว่าเขาพยายามปลุกกระแส ปั่นกระแสสร้างความปั่นป่วนมากกว่า อาจจะเป็นความพยายามในการดิสเครดิตรัฐบาล คือเขาพยายามจะหาประเด็น ตอนแรกก็อาจจะวางระเบิดดิสเครดิต ตอนหลังก็เผาโรงเรียน ตอนหลังก็มาทางเรื่องศาสนาอีกแล้ว"

 

อาจารย์คอลิดกล่าวต่อว่า ทั้งนี้มุสลิมในเชียงใหม่ไม่มีใครคิดร้ายอย่างนั้น แม้ว่าจะมีความพยายามในการปลุกปั่น แต่คนไทยคงไม่มีการคิดอะไรแบบนั้น คงเป็นไปไม่ได้ และคงจะมีผู้สร้างสถานการณ์ต่อไปเรื่อยๆ โดยต้องการอะไรสักอย่าง ส่วนประเด็นทางศาสนาตนเห็นว่าคงไม่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว

 

วอนสังคมไทยทำความเข้าใจ อิสลามคือผู้สันติ อยู่เมืองไทยมานานแล้ว

"มุสลิมก็อยู่ในเมืองไทยมานานแล้ว แม้กระทั่งรัฐมนตรีสมัยก่อนเป็นคริสเตียนก็มี เป็นมุสลิมก็มี ก็ไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน มุสลิมอยู่เมืองไทยมาหลายร้อยปีไม่มีปัญหา ศาสนาอิสลามนั้นความหมายคือ 'สันติ' เราต้องสันติทุกที่ สันติด้วยกับทุกๆ คน ทุกๆ สถานการณ์และเวลา ถึงเรียกว่าอิสลามไงครับ ศาสนาอิสลามคือศาสนาแห่งความนอบน้อม และศาสนาแห่งความสันติ คิดว่าประเด็นนี้คงไม่มีทางจุดได้ครับ" อาจารย์คอลิดกล่าว

 

ท้ายที่สุด อาจารย์คอลิดกล่าวว่าทุกศาสนาส่งเสริมให้ทุกคนทำความดี ไม่มีศาสนาไหนส่งเสริมให้คนทำความเดือดร้อนกับคนอื่น ในส่วนของอิสลามนั้น การ "อธรรม" กับคนอื่น แม้จะเป็นการพูด ศาสนาอิสลามก็ถือว่าผิดแล้ว การที่ว่าจะไปทำในเรื่องที่รุนแรงคงเป็นไปไม่ได้ "มุสลิมทำการปฏิวัติคงฟังไม่ขึ้นอยู่แล้ว" อาจารย์คอลิดกล่าวในที่สุด

 

ใบปลิวต้าน คมช. โผล่เหนือ ประเด็นมุ่งโจมตีศาสนาอิสลาม

 

ใบปลิวที่มีเนื้อหาโจมตีการทำงานของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ และรัฐบาล รวมไปถึงประธานองคมนตรี โดยไม่ระบุชื่อบุคคลหรือองค์กรผู้ออกใบปลิว หรือระบุชื่อแต่บุคคลหรือองค์นั้นไม่สามาถตรวจสอบได้ว่ามีอยู่จริง หรือที่เรียกว่า "มือมืด" นั้น ปรากฏในภาคเหนือมาตั้งแต่มีการรัฐประหารใหม่ๆ จนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งแต่เดิมใบปลิวที่ถูกแจกจ่ายมีเนื้อหาเพียงโจมตีการยึดอำนาจของ คมช. และวิจารณ์ประธานองคมนตรีที่ลงมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง

 

ทว่า หลังจากวันที่ 31 ธันวาคม 2549 ที่เกิดเหตุระเบิดที่กรุงเทพมหานคร 8 จุด และเหตุระเบิดที่มัสยิดช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2550 ซึ่งแม้ภายหลังในชั้นสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะพบว่าเป็นเพียงระเบิดที่วัยรุ่นย่านสถานบันเทิงกลางเมืองเชียงใหม่ทำหล่นไว้ และชาวพม่าที่ดูแลมัสยิดไปเก็บได้และแกะดูด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์จึงทำให้เกิดระเบิดขึ้น

 

แต่หลังจากนั้นมา ใบปลิวโจมตี คมช. 2550 เวอร์ชั่นล่าสุดจึงมีลักษณะที่พิเศษออกไป โดยมือมืดที่ทำการออกใบปลิว โจมตีไปที่ประเด็นทางศาสนา ราวกับมีความพยายามที่จะโยงให้ชาวมุสลิมตกเป็นจำเลยทางสังคมกรณีระเบิดการเมืองที่เกิดขึ้น ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุ

 

โดย "ผู้จัดการออนไลน์" รายงานข่าวว่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม 2550 ได้มีการจัดงานทำบุญวันเกิดครบรอบ 44 ปี ครูบาบุญชุ่ม ภิกษุชื่อดังแห่งสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ที่ทหารพม่าให้การนับถือ ที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มีชาวพุทธทั้งชาวไทยและชาวพม่ากว่า 10,000 เดินทางไปร่วมงานนั้น ได้มีพระสงฆ์บางรูปนำเอกสารตีพิมพ์-ใบปลิว รวมทั้งซีดี.โจมตีรัฐบาล/คมช./พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.และประธาน คมช.ไปแจกจ่ายให้กับพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงาน

 

ทั้งยังมีรายงานว่า ได้มีพระสงฆ์ที่อ้างว่ามาจากมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) นำเอกสารตีพิมพ์สี่สีจำนวน 20 กว่าเล่มไปวางไว้ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 3 ถนนประชาสัมพันธ์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ มีเนื้อหาโดยสรุปว่า รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ไม่ใช่รัฐบาลของคนไทย แต่เป็นรัฐบาลของมุสลิม, รัฐธรรมนูญที่กำลังจะทำขึ้น ก็เป็นรัฐธรรมนูญของอิสลาม, ดูได้จาก พล.อ.สุรยุทธ ที่ออกมาขอโทษมุสลิม หลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ไม่นาน พร้อมกับวาดการ์ตูนล้อเลียนอีกหลายหน้า

 

และวานนี้ (11 ม.ค.) ได้มีจดหมายเวียน ที่ทำลักษณะใบปลิวเผยแพร่ไปยังเจ้าอาวาสวัดต่าง ๆ ในเขตภาคเหนือ หลังเผยแพร่ในจังหวัดเชียงใหม่ ต่อเนื่องลงมาในเขตจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยจดหมายมีเนื้อหา 3 หน้ากระดาษ ใจความหลักๆ โจมตี "ผู้มีบารมี" โดยหยิบยกศาสนา มาเป็นประเด็นให้คนในชาติแตกแยก

 

โดยผู้จัดการออนไลน์อ้างว่าตัวอย่างจดหมายล่าสุด จ่าหน้าซองถึง พระครูสถิตธรรมญาณ วัดเจดีย์คีรีวิหาร อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ โดยผู้ส่งคือ ปฐวี ศิริธรรม 342/45 หมู่บ้านนภาทรัพย์ ถ.พุทธมณฑลสาย 2 ตลิ่งชัน กทม. 10170 เนื้อหาใจความหลักๆ ระบุว่า…

 

 

เรียน ท่านองคมนตรี ข้าราชบริพาร คณะรัฐมนตรี ทหาร ตำรวจ ข้าราชการและประชาชน

 

เมื่อนายพลเฒ่า ผู้หลงเงาตนเองว่า เป็นผู้มีบารมี ยกมุสลิมขึ้นเป็นใหญ่ในแผ่นไทย นายกฯคนดี แต่ไม่มีไหวพริบยอมซูฮกให้มุสลิมอย่างศิโรราบด้วยนโยบายสมานฉันท์

ใช้ทีวีช่อง 5 ออกรายการโชว์โฆษณามุสลิมทุกวัน โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2549 เวลา 3-4 ทุ่ม ผบ.ทบ และประธานคมช. มีอำนาจจะสั่งการอะไรก็ได้ทั่วประเทศ เป็นมุสลิม รมว.มหาดไทยก็เป็นมุสลิม

ก้าวต่อไปเขาคือ ยึดอำนาจอธิปไตย กฎหมายรัฐธรรมนูญ และวัดกำลังราชการ ทหาร ตำรวจ ว่า จะต้านทานต่อการร้ายได้หรือไม่ เมื่อเห็นว่า ไทยพุทธบ่มิไก๊ ก็ลงมือทำการวินาศกรรมถึงใจกลางกรุงเทพ เมื่อ 31 ธันวาคม แล้วก็โยนความผิดให้ผู้สูญอำนาจ เพื่อจะได้ใช้เงิน 500 ล้านบาท ตามงบประมาณที่ขอรัฐบาล…

 

 

นอกจากนี้ยังระบุท้ายจดหมายอีกว่า ถึงเวลาที่พวกเราทั้งหมายผนึกกำลัง ขับไล่ให้พ้นแผ่นดิน ตบท้ายด้วย ...ตื่นเถิดชาวไทย ลงชื่อ ผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์…

 

พร้อมเขียนต่อท้ายอีกว่า ปล.ช่วยถ่ายเอกสารนี้ส่งต่อให้บุคคลผู้รักชาติทราบทั่วถึง เพื่อป้องกันอธิปไตยของไทยให้มั่นคงด้วย

 

โดยกองทัพภาคที่ 3 สั่งตรวจสอบและยึดจดหมายหรือใบปลิวเถื่อนดังกล่าว ซึ่งพบในจังหวัดพิษณุโลกด้วย พบว่าเมื่อที่มาของจดหมายที่ระบุว่าส่งมาจากหมู่บ้านนภาทรัพย์ ถ.พุทธมณฑลสาย 2 ตลิ่งชัน กทม. 10170 ก็พบว่าไม่ปรากฏสถานที่ดังกล่าวจริง

 

ล่าสุด ผู้จัดการออนไลน์ยังรายงานวันนี้ (12 ม.ค.) ว่า พล.ต.ต.สุเทพ เดชรักษา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่าได้รับรายงานว่ามีการเผยแพร่ซีดีบันทึกเสียงโจมตี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. ในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย แต่ยังหาหลักฐานไม่พบ โดยแหล่งข่าวระบุว่าเนื้อหาในซีดีดังกล่าวเป็นการนำเอาเรื่องศาสนามาโจมตี โดยอ้างว่าประธาน คมช. นับถือศาสนาอิสลาม จะทำให้คนในศาสนาอื่นไม่ได้รับเหลียวแล และยังมีรายงานว่า ที่ อ.เชียงคำ จ.พะเยา ก็มีข่าวว่า มีใบปลิว - ซีดีจำนวนหนึ่ง ถูกนำมาแจกจ่าย ซึ่งอาจจะเกี่ยวโยงว่า ซีดีที่นำมาแจกจ่ายที่แม่สาย

 

นับเป็น "เทรนด์" ใหม่ของใบปลิว ที่พยายามโยงให้ผู้นับถือศาสนาอิสลามตกเป็นจำเลยสังคมต่อกรณีวิกฤตทางการเมืองที่เกิดขึ้น ซึ่งน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่าหากสังคมไทยไม่มีภูมิคุ้มกันเรื่องการยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรม เชื้อชาติ และศาสนา ที่ดีพอ จะทำให้กลายเป็นความแตกแยกทางสังคม เป็นน้ำผึ้งหยดเดียวที่ทำให้เกิดชนวนแห่งความรุนแรงขึ้นในสังคมโดยมิอาจควานหาตัวผู้รับผิดชอบ

 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์