ขบวนรำลึก 9 ปีรัฐประหาร-ถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแล้ว

 

19 ก.ย. 2558 กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่จัดกิจกรรมรำลึก 9 ปีรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 โดยมีการจัดเสวนา ในหัวข้อ "9 ปีที่ก้าวไม่พ้นรัฐประหาร 19 กันยา" ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในช่วงบ่าย และเดินไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในช่วงเย็น

15.33 น. ที่ประตู มธ.ฝั่งคณะสังคมวิทยาฯ จนท.ตร.หญิง ตรวจค้นกระเป๋าบุคคล ขาออกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไม่ตรวจขาเข้า โดยมีเจ้าหน้าที่คอยประกาศว่า เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยปกติ

15.50 น. สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ประกาศบอกประชาชนให้มารวมกันที่สนามฟุตบอล เพื่อเดินไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยพร้อมกัน

 

ตำรวจแจ้งประกาศหัวหน้า คสช. 3/2558 และบอกให้เดินบนทางเท้า

16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจเจรจากับ ชลธิชา แจ้งเร็ว สมาชิกกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ บอกว่า หากออกนอกประตูจะขอตรวจค้นกระเป๋า ชลธิชาตอบว่า ไม่มีปัญหา เจ้าหน้าที่แจ้งว่า ระหว่างเดินอย่าชูป้าย ชลธิชาตอบว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวสู้กันในทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่แจ้งด้วยว่า ก่อนเดินจะขอแจ้งเรื่องข้อกฎหมายอีกครั้ง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวกับชลธิชาด้วยว่า เบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อหานักศึกษา เพียงแต่แจ้งข้อกฎหมายให้ทราบ คือ ประกาศหัวหน้า คสช. ฉบับ 3/ 2558 (มาตรา 44) และบอกให้เดินบนทางเท้าด้วยความสงบ อย่างไรก็ตาม เรื่องการดำเนินคดีต้องพิจารณาสถานการณ์อีกครั้ง

16.20 น. ประชาชนด้านใน มธ.ท่าพระจันทร์ เริ่มเคลื่อนขบวนออก ขณะด้านนอก มีเจ้าหน้าที่ตั้งแถว และสื่อรอถ่ายภาพจำนวนมาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการเจรจากันที่หน้าประตู ขอตรวจกระเป๋าทีละคน สิรวิชญ์ขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือ โดยจะไปรอที่ฟุตบาทฝั่งสนามหลวง อย่างไรก็ตาม สุดท้าย การตรวจทำได้คร่าวๆ คนเยอะจึงทยอยๆ เดินออกมาได้หมด ไม่ได้ค้นรายตัว

16.50 บรรยากาศหน้าแมคโดนัลด์ รร.สตรีวิทย์ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีจนท.ตร.ยืนคุมหลังรั้ว ส่วนอนุสรณ์สถาน 14 ตุลา มีรั้วกั้นด้านหน้าพร้อมป้ายผ้าใบ ‪#‎strongertogether‬

พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ระบุ ขอให้สื่ออย่าประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการชุมนุม เนื่องจากเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ตามประกาศ คสช. และสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ

มาถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เจ้าหน้าที่ยอมให้ใช้ฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

17.00 น.  ผู้ชุมนุมเดินทางถึงบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและเดินลงถนน ทำให้การจราจรติดขัด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องเปิดทางให้ขึ้นไปที่ฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ไม่ขอคืนความสุข แต่ขอคืนอำนาจ และหวังว่าจะได้ยินไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ ที่นิวยอร์ก

17.20 น.  เจนวิทย์ เชื้อสาวะถี นิสิต ปริญญาโท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปราศรัยทบทวนหลักกำปั้น 5 ประการของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ พร้อมระบุว่า ทั้ง 5 ข้อไม่มีในประเทศไทย พวกเราจึงออกมากันวันนี้ และอีกสักครู่จะแจกดอกไม้จันทน์ เพื่อไว้อาลัยให้กับระบอบเผด็จการ 

"เราไม่ขอคืนความสุข เราขอคืนอำนาจ หวังว่าเสียงนี้จะได้ยินถึงนิวยอร์ก" เจนวิทย์กล่าว ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกำลังเดินทางไปประชุมสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก

 

ตำรวจกล่อมขอให้เลิกเร็วๆ ก่อนพลบค่ำ ผู้จัดบอกต่อรองขอเลิกก่อน 4 ทุ่มเล็กน้อย

17.30 น. พล.ต.ต.ชยพล เจรจากับ ชลธิชาว่า ขอให้ยุติกิจกรรมก่อนพลบค่ำเนื่องจากเกรงอันตราย ด้านชลธิชายืนยันกำหนดการเดิมคือ 22.00 น. แต่อาจเลิกเร็วขึ้นได้เล็กน้อย ตำรวจพยายามเกลี้ยกล่อมให้เลิกเร็วกว่านั้น เบื้องต้นการเจรจายังไม่เป็นผล  และเมื่อชลธิชาแจ้งว่าจะมีดนตรี ทางตำรวจบอกว่าแสดงดนตรีไม่ได้

 

ร่วมกันอ่านคำประกาศอิสรภาพจากระบอบเผด็จการ หากไม่ทำอะไร จะไม่มีทางโค่นเผด็จการได้เลย

17.50 น. ผู้ชุมนุมร่วมชูดอกไม้จันทน์เพื่อไว้อาลัยให้ระบอบเผด็จการ จากนั้น ตัวแทนขบวนการประชาธิปไตยใหม่ อ่านแถลงการณ์ "คำประกาศอิสรภาพของประชาชนจากระบอบเผด็จการ" ตอนหนึ่งระบุว่า เราถูกทำให้เชื่อว่าผู้ปกครองมีพระคุณ ทั้งที่ผู้ปกครองเป็นคนเท่ากันกับเรา เราถูกกดขี่มาตลอด แท้จริงแล้วผู้ปกครองคือผู้รับใช้ประชาชน เผด็จการก่อรัฐประหารครั้งแล้วครั้งเล่า ขูดรีดประชาชน โฆษณาชวนเชื่อ บิดเบือนกระบวนการยุติธรรม สร้างความเสียให้ประชาชน โดยไม่ต้องรับผิดชอบ ในสายตาของเผด็จการมองประชาชนเป็นเพียงเบี้ยหมาก ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ขอกล่าวไปยังประชาชนทั้งหลายว่า ท่านจะต้องประกาศอิสรภาพจากเผด็จการ หากไม่ทำอะไรเลย จะไม่มีทางที่จะโค่นล้มเผด็จการได้เลย จงใช้สิทธิเสรีภาพของพวกท่านเพื่อต่อต้านเผด็จการ

หลังเวลา 18.00 น. ชุมนุมยืนไว้อาลัยให้ลุงนวมทอง ไพรวัลย์ คนขับแท็กซี่ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2549 โดยเจนวิทย์ เชื้อสาวะถี กล่าวว่าถ้าไม่มีรัฐประหาร 19 กันยา ลุงนวมทองก็จะยังไม่ตาย หลังจากนั้นผู้ชุมนุมได้ร้องเพลงแสงดาวแห่งศรัทธา พร้อมตะโกนคำขวัญ "ลุงนวมทองจงเจริญ"

บรรยากาศการชุมนุมในเวลา 18.50 น. ผู้ชุมนุมยังคงทำกิจกรรมรำลึกอย่างสงบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลังบริเวณโดยรอบ

โดยเวลาประมาณ 19.10 น. พันธุ์ศักดิ์ ศรีเทพ หรือ 'พ่อน้องเฌอ' ผู้ถูก คสช. ดำเนินคดีฐานขัดคำสั่ง คสช. พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และ มาตรา 116 อ่านบทกวีที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

ต่อมา ปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้กล่าวให้กำลังใจผู้ร่วมกิจกรรมด้วย นอกจากนี้กล่าวถึงสภาพเศรษฐกิจว่ายังลำบาก ประชาชนรายได้ลดลง แต่เรื่องพวกนี้ ทำไมห้ามไม่ให้ประชาชนพูด ประชาชนเดือดร้อนทำไมผู้มีอำนาจจึงไม่รับฟัง นอกจากนี้ปิยรัฐกล่าวด้วยว่าน่าเสียดายที่ประเทศไทยยังก้าวไม่พ้นเรื่องอคติและความเกลียดชัง

 

 

บารมี ชัยรัตน์ชี้หลังรัฐประหาร พื้นที่ชนบทยิ่งไร้เสรีภาพ

เวลาประมาณ 19.30 น. บารมี ชัยรัตน์ ผู้ประสานงานสมัชชาคนจน ปราศรัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยเขากล่าวถึงสถานการณ์สิทธิและเสรีภาพของประชาชนในสังคมไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทได้รับผลกระทบ หลังเกิดรัฐประหาร โดยเขากล่าวว่า สิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยของคนธรรมดาถูกปล้นไป ดังนั้นจึงออกมาเรียกร้องเพื่อขอสิ่งเหล่านั้นกลับคืนมา

หลังจากที่ คสช. ยึดอำนาจ สิ่งแรกที่ทำกับคนจนคือการทวงคืนผืนป่า ทำให้ประชาชนจำนวนมากถึงสิบล้านคน ได้รับความเดือดร้อน เมื่อประชาชนถูกคัดค้าน ก็ถูกกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมดำเนินคดี และถูกใช้กำลังบังคับ ในขณะที่นายทุน ข้าราชการ กลับไม่ถูกจัดการเท่ากับที่คนจนถูกจัดการ

ล่าสุดมีการประกาศห้ามชาวนาทำนาปรัง หลังฤดูฝน คำถามคือแล้วชาวนาจะเอาอะไรกิน หากชาวนาอยู่ไม่ได้ชาวนาก็ต้องมาเรียกร้องกับพวกเรา ส่วนชาวสวนยางประสบปัญหาราคายางตกต่ำ ท่านว่าให้เอาไปขายที่ดาวอังคารนี่คือการคืนความสุขใช่ไหม

ส่วนพี่น้องใน จ.เลย ที่คัดค้านการทำเหมืองทอง ก่อนหน้าการรัฐประหาร บริษัทไม่สามารถขนทองออกจากพื้นที่ได้เพราะชุมชนคัดค้าน แต่ก่อนเกิดรัฐประหารไม่กี่วัน ก็มีการอำนวยความสะดวกให้กับบริษัท สามารถขนทองออกนอกพื้นที่ได้ มีชาวบ้านถูกทำร้ายหลายคนเพราะออกไปคัดค้าน ซึ่งเรื่องพวกนี้ไม่ค่อยเป็นข่าว นักข่าวดีๆ อย่างประวิทย์ โรจนพฤกษ์ ยังถูกขอให้ลาออก

บทเพลงของอานนท์ นำภา ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และปกรณ์ อารีกุล ขบวนการประชาธิปไตยใหม่

 

โต้ พล.ต.สรรเสริญ ประชาธิปไตยใหม่ไม่วุ่นวาย-แต่ต้องระวังคนไปนิวยอร์กจะป่วนมากกว่า

เวลา 20.00 น. ปกรณ์ อารีกุล ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ กล่าวตอบโต้ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หลังให้สัมภาษณ์ว่ากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ใช้โอกาสนี้เคลื่อนไหว ในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปประชุมสหประชาชาติที่นิวยอร์ก เพื่อต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในกับกลุ่มผู้ชุมนุม จนถูกมองว่าใช้ความรุนแรง ซึ่งจะไปสอดรับกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มเดียวกันที่อยู่ในต่างประเทศ ทำให้คนในต่างประเทศเกิดความเข้าใจผิดว่ารัฐบาลถูกประชาชนต่อต้านจำนวนมาก และสถานการณ์ในประเทศยังคงมีความวุ่นวายนั้น

โดยปกรณ์กล่าวว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวหา และคนที่ใช้ความรุ่นแรงและทำให้ประเทศเสียหายคือ คนที่อยู่ในอำนาจ คนทำรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557

เขายังกล่าวติดตลกว่า พี่ๆ ตำรวจช่วยเขียนรายงานขึ้นไปหน่อยว่า ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยวุนวายมาก ต่างชาติกำลังเป็นกังวลว่าเมืองไทยเกิดความวุ่นวาย "ผมกังวลว่าความวุ่นวายจะเกิดขึ้นที่นิวยอร์กมากกว่า เพราะมีนายกรัฐมนตรีที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งกำลังจะไปประชุมกับสหประชาชาติ"

 

วาด รวี ชี้รัฐประหารซ้ำในปี 57 เหมือนความจำเสื่อม เห็นคนไม่เท่ากัน

ต่อมา นายรวี สิริอิสสระนัน หรือ วาด รวี จากคณะกวี "พรรคกวีมัญสูญ" ได้กล่าวว่า เมื่อ 9 ปีก่อนเขาบอกว่าขอขอปฏิรูป และขอจัดระบบก่อน คมช. ออกมาโดยอ้างว่ามีคนหมิ่นเบื้องสูง มีคนออกมาให้กำลังใจ และมอบดอกไม้ ในปีนั้นมีคนที่ชื่อนวมทอง เป็นคนขับแท็กซี่ไปชนรถถัง เพราะไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร และเพื่อลบคำสบประมาทของทหารปากพล่อยๆ ว่าไม่มีใครตายเพื่ออุดมการณ์ได้ เขาจึงผูกคอตายหน้าหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

ผ่านมาถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ก็ยังมีคนพูดประโยคเดิม เข้ามาเหมือนเดิม เหมือนคนความจำเสื่อม เป็นเพราะเห็นคนไม่เท่ากันใช่ไหม การที่เราไปเลือกตั้ง มันไม่ถูกใจเขาใช่ไหม และการที่เขาร่างรัฐธรรมนูญ มันคือการที่ทำให้เราเห็นว่า เขาจะเอารัฐธรรมนูญที่เขามีอำนาจเหนือกว่า และเราจะต้องอยู่ภายใต้อำนาจของเขา ที่ออกมาร่วมกิจกรรมวันนี้ เพราะทนไม่ได้กับทางเลือกของพวกเขา และจะออกมาเพื่อจะบอกกับนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ว่าจะยืนอยู่ข้างพวกเขาและไม่หนีไปไหน

ขบวนการประชาธิปไตยใหม่กล่าวปิดกิจกรรมรำลึก 9 ปี รัฐประหาร 19 กันยายน 2549

 

รังสิมันต์ โรม ชวนคนไทยก้าวออกมาจาก 9 ปีแห่งความมืดมน

เวลาประมาณ 21.10 น. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่กล่าวปิดกิจกรรมรำลึก 9 ปี รัฐประหาร 19 กันยา 49 โดยรังสิมันต์ โรม ตัวแทนกลุ่มกล่าวขอบคุณผู้ร่วมกิจกรรม ซึ่งกิจกรรมจะไม่สามารถเกิดได้เลย หากไม่ได้ประชาชนที่มาร่วมสู้กันมาตั้งแต่แรก และกล่าวว่าขบวนการประชาธิปไตยใหม่ไม่ยึดตัวบุคคลเป็นที่ตั้ง ขบวนการประชาธิปไตยใหม่จะยังคงอยู่ แม้คนที่อยู่บนเวทีจะถูกจับกุมและถูกส่งไปเรือนจำ

"ขอเป็นหัวใจของคนไทยที่ไม่เอาเผด็จการอีกแล้ว วันนี้ถือว่าเราได้ปักธงที่จะบอกต่ออนาคต บอกต่อไปว่าเราจะออกจากระบอบเผด็จการเสียที เป็นก้าวสำคัญที่ประชาชนเป็นหนึ่งเดียวกัน และออกไปจาก 9 ปีแห่งความมืดมนเสียที" รังสิมันต์ กล่าว  โดยจากนั้นผู้ร่วมกิจกรรมร่วมกันร้องเพลง "บทเพลงของสามัญชน"

ทั้งนี้ในเวลา 21.25 น. ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ประกาศยุติกิจกรรมรำลึก 9 ปีรัฐประหาร และสลายตัวอย่างสงบ

 

ทหาร-ตำรวจสอบชายหนุ่ม สาเหตุร่วมชุมนุมบ่อยเกิน หวั่นเป็นภัยความมั่นคง

อนึ่งผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนเวลาเลิกกิจกรรมเล็กน้อย ทหารได้ควบคุมตัว นายศิริชัย คงยืน ชายหนุ่มอายุ 22 ปี ซึ่งมาร่วมชุมนุมกิจกรรมรำลึก 9 ปี รัฐประหาร 19 กันยา 49 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยนำตัวขึ้นรถตู้มาสอบปากคำที่ห้องธุรการสืบสวน สน สำราญราษฎร์

โดยเบื้องต้น ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนได้เข้าพบกับนายศิริชัยแล้ว โดยนายศิริชัย และเจ้าหน้าที่ได้ ยืนยันกับทนายความต่อหน้าเจ้าหน้าที่ว่า ถูกเชิญตัวมาโดยที่ยังไม่ได้แจ้งข้อหาอะไร

ในส่วนของหัวหน้าคณะนายทหารที่ควบคุมตัวกล่าวว่าได้สอบถามเรื่องการเข้าร่วมกิจกรรมการชุมนุมของนายศิริชัย เนื่องจากนายศิริชัยเข้าร่วมการชุมนุมหลายที่ สงสัยว่าเป็นบุคคลที่อาจเป็นผู้ก่อเหตุเป็นภัยต่อความมั่นคง

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์