จาตุรนต์ ฉายแสง: สิ่งที่ 'รัฐประหาร 2549' ทิ้งไว้กับสังคมไทย

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

การรัฐประหารหลายครั้งในอดีตทำให้บ้านเมืองอยู่ภายใต้การปกครองท่ีไม่เป็นประชาธิปไตยไปอีกนานหลายปี มีบ้างเหมือนกันที่ผู้มีอำนาจหรือระบบที่เกิดจากการรัฐประหารอยู่ได้ไม่นานก็เกิดการเปลี่ยนแปลงไป การรัฐประหารเมื่อ 19 กันยายน 2549 จัดอยู่ในประเภทแรก ซึ่งมีความพิเศษมากขึ้นอีกด้วยเนื่องจากการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยหลังการรัฐประหารครั้งนั้น ในที่สุดก็เผชิญกับการรัฐประหารอีกครั้งเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557

ผมเคยพูดถึงความเสียหายที่เกิดจากการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 มาแล้วหลายครั้งในโอกาสต่างๆ ได้พูดถึงความต่อเนื่องของความเสียหายที่คาดว่าคงไม่จบสิ้นลงไปได้ง่ายๆ จะกอบกู้บ้านเมืองให้พ้นจากความเสียหายนั้นได้ก็คงต้องใช้เวลาอีกนาน

แต่เมื่อเกิดการรัฐประหารอีกครั้งเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 จะตอบคำถามว่า เมื่อไหร่บ้านเมืองเราจึงจะเป็นประชาธิปไตยนั้น ดูจะเป็นประเด็นที่ยังห่างไกลเกินกว่าจะคิดจะคุยกันในเวลานี้

ถ้าจะให้นึกถึงการรัฐประหารปี 2549 และความเสียหายที่ต่อเนื่องในลักษณะที่เชื่อมโยงกับการรัฐประหารครั้งหลังและเหตุการณ์ในปัจจุบัน ก็คงพอยกประเด็นมาคุยกันได้บ้าง อย่างน้อยก็อาจจะช่วยย้ำเตือนกันว่าการรัฐประหารแต่ละครั้งนั้น อาจส่งผลเสียหายลึกซึ้งยาวนานจริงๆและการจะทำให้บ้านเมืองกลับคืนสู่หรือก้าวไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยังเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความพยายามกันอีกมาก

การรัฐประหารเมื่อ 10 ปีก่อนและสิ่งที่ตามมาได้ทิ้งอะไรไว้มาก บางทีอาจจะมากกว่าที่หลายๆคนเคยคิดก็ได้

1.หลักคิดที่ว่า ถ้าบ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อยไม่ว่าด้วยวิธีการใด รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ยิ่งถ้ารัฐบาลไม่สามารถรักษากฎหมายได้ ไม่ว่าเพราะอะไร รัฐบาลก็ขาดความชอบธรรมที่จะเป็นรัฐบาลต่อไป

2.การล้มรัฐบาลที่เห็นว่าไม่ดีนั้น สามารถทำด้วยวิธีใดก็ได้ แม้แต่การรัฐประหาร

3.แม้รัฐธรรมนูญถูกฉีกไปแล้ว การลงโทษบุคคลฐานฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญหรือโดยอาศัยบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญที่ถูกฉีกไปแล้ว สามารถทำได้

4.การตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำหน้าที่แทนศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาคดีบางคดีโดยเฉพาะเป็นเรื่องทำได้

5.การใช้กฎหมายย้อนหลังในทางที่เป็นผลร้ายต่อบุคคลเป็นเรื่องทำได้ หากไม่ใช่การลงโทษทางอาญา แม้การลงโทษนั้นอาจร้ายแรงกว่าโทษทางอาญาหลายประเภทก็ตาม

6.การลงโทษบุคคลเนื่องจากความผูกพันกับองค์กรสามารถกระทำได้ แม้ว่าบุคคลเหล่านั้นจะไม่ได้กระทำผิดใดๆเลยก็ตาม

7.การตั้งหรือให้ความเห็นชอบในการตั้งกรรมการในองค์กรอิสระโดยคณะรัฐประหารแล้วให้ทำหน้าที่ต่อไปอีกหลายๆปีโดยไม่ต้องใช้กติกาตามรัฐธรรมนูญใหม่ สามารถทำได้

8.ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระมีอำนาจให้คุณให้โทษบุคคลในฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติถึงขั้นถอดถอนหรือดำเนินคดีอาญาได้ และมีผลถึงขั้นล้มหรือเปลี่ยนแปลงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็ได้ ทั้งยังสามารถหักล้างมติของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติที่ไม่เป็นไปตามหลักการถ่วงดุลระหว่างอำนาจที่เป็นสากล โดยที่องค์กรอิสระทั้งหลายเหล่านั้นปราศจากการตรวจสอบใดๆจากประชาชน

9.ทำให้ระบบราชการเป็นอิสระจากฝ่ายบริหารอย่างเป็นขั้นตอนและมีนัยสำคัญ เช่น มีการออกกฎหมายกำหนดให้ฝ่ายบริหารไม่มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทหาร และบัญญัติในรัฐธรรมนูญให้อัยการเป็นองค์กรอิสระจากรัฐบาล

10.มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมโดยคณะรัฐประหาร ด้วยการตั้งองค์กรตรวจสอบขึ้นเพื่อทำหน้าที่สอบสวนและดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริตโดยไม่เป็นไปตามกระบวนการและวิธีการพิจารณาความอาญาที่ถูกต้องตามหลักนิติธรรม

11.การทำประชามติที่ไม่เสรีและเป็นธรรม สามารถนำมาใช้สร้างความชอบธรรมให้กับร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

12.รัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติให้แก้ไขได้ เอาเข้าจริงๆ นอกจากแก้ไขเรื่องสำคัญๆไม่ได้แล้ว รัฐสภาซึ่งมีอำนาจและหน้าที่ในการแก้โดยตรงก็อาจถูกลงโทษในข้อหาล้มล้างการปกครองฯเสียด้วย

13. รัฐธรรมนูญที่แก้ไม่ได้ สิ้นสุดลงด้วยการฉีกทิ้งเมื่อเกิดการยึดอำนาจ

การรัฐประหาร 19 กันยาน 2549 ได้ทำลายรากฐานการปกครองระบอบประชาธิปไตยอย่างทั่วด้าน แต่ชนชั้นนำยังควบคุม และกำหนดทิศทางของสังคมไทย ไม่ได้ดั่งใจ จึงจำเป็นต้องมีรัฐประหาร 22 กันยายน 2557 เพื่อสานต่อภารกิจควบคุมสังคมไทยที่ยังไม่สมประสงค์

รัฐประหาร 22 กันยายน 2557 จึงเป็นภารกิจต่อเนื่องและต่อยอดจาก รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 แต่จะเข้มข้น รุนแรง และมีฤทธิ์ทำลายล้างรากฐานประชาธิปไตยมากกว่ากันมาก

0000

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์