มองต่างมุมเหตุการณ์กราดยิงที่บ้านปาตาบาระ สายบุรี

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ
 
 
ชื่อบทความเดิม : มองต่างมุมเหตุการณ์ที่บ้านปาตาบาระ สายบุรี
ที่มา: BungarayaNews
 
เหตุการณ์กราดยิงชาวบ้านที่บ้านปาตาบาระ ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น เสียงสะท้อนออกมาว่าเป็นเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างวัยรุ่นกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานหรือว่าเป็นการกราดยิงโดยเจ้าที่ทหารพราน เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องที่เคลือบแคลงใจของคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ ที่ติดตามเหตุที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร
 
มุมมองของภาครัฐและมุมมองของชาวบ้านต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ต่างฝ่ายก็ยกประเด็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นซึ่งแตกต่างกันของเรื่องราวเหตุการณ์ที่ค่อนข้างขัดแย้งกัน
 
มุม  กอ.รมน.ภาค 4 สน. คำชี้แจงข้อเท็จจริง
ในส่วนของภาครัฐ นั้นทาง พ.อ.ปริญญา  ฉายดิลก  โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า(กอรมน.ภาค4) ชี้แจงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม  2552 เวลา 22.00 น.  หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 44 ได้รับแจ้งจากร้อยทหารพรานที่ 4405   ว่ามีกลุ่มบุคคลนำยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่ ต.ปะเสยะวอ  อ.สายบุรี
 
จึงได้จัดกำลังเข้าพิสูจน์ทราบ เมื่อมาถึงบริเวณบ้านบน หมู่ 2 ต.ปะเสยะวอ  อ.สายบุรี  พบกลุ่มวัยรุ่น จำนวน 3 คน กำลังต้มกระท่อม จึงเข้าทำการควบคุมตัวไว้ทั้ง 3 คน เป็นราษฎร บ้านลุ่ม หมู่ 7 ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี และได้นำตัวส่งให้ผู้ใหญ่บ้านเพื่อตักเตือนและอบรม
 
 จากนั้นเจ้าหน้าที่ ได้เข้าพิสูจน์ทราบต่อในพื้นที่บ้านปาตาบะระ หมู่ 1 ต.ปะเสยะวอ ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลประมาณ 9 – 10 คน กำลังนั่งล้อมวงเสพยาเสพติด บริเวณชายหาด ชุดลาดตระเวน จึงวางกำลังและแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการจับกุม โดยได้ใช้ไฟฉายเป็นเครื่องส่องสว่าง กลุ่มวัยรุ่นบางคนได้ลุกขึ้นวิ่งหนี แต่กลุ่มที่เหลือ ได้ใช้อาวุธปืนพกยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่  เจ้าหน้าที่จึงดับไฟ  และทำการยิงตอบโต้  
 
จึงทำให้กลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ 3 คน คือ นายนิมะ  เจ๊ะเต๊ะ , นายมูฮามัดสาเระ  เต๊ะเยะ และนายลูซาลี  โต๊ะดี   ซึ่งทั้ง 3 คนถูกนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี  และส่งมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลปัตตานี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดอุปกรณ์ไว้หลายรายการ ประกอบด้วย อาวุธปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก , บ้องกัญชา , เขียงสำหรับหั่นกัญชาและกัญชาที่หั่นแล้วอยู่บนเขียงจำนวนหนึ่ง , ใบกระท่อมครึ่งกิโลกรัม , ยาแก้ไอ 4 ขวด  พร้อมด้วยน้ำเปล่า 5 ขวด  มีด หม้อต้มน้ำ ถังน้ำ แก้วน้ำ ไฟแช็ค พร้อมบุหรี่ และยาเส้นอีกจำนวนหนึ่ง
 
จากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ดังกล่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้าขอยืนยันว่า  เจ้าหน้าที่ปฏิบัติด้วยความชอบธรรม และสถานที่เกิดเหตุมิใช่ที่มัสยิด แต่เป็นบริเวณชายหาด ซึ่งขณะเกิดเหตุประชาชนส่วนใหญ่ประกอบศาสนกิจเสร็จแล้ว แต่ส่วนหนึ่งยังอยู่บนมัสยิดบ้านปาตาบาระ  เมื่อได้ยินเสียงปืนดังขึ้นจึงวิ่งมาที่บริเวณเกิดเหตุ  และภายหลังการตรวจสอบที่เกิดเหตุข้างต้น มีราษฎรในหมู่บ้านประมาณ 100 คน รวมตัวบริเวณหน้ามัสยิดปาตาบาระ ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ออกจากที่เกิดเหตุ โดยขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงให้ราษฎรทราบก่อน พร้อมทั้งขอพบเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ปฏิบัติการในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย
 
ซึ่งนายอำเภอสายบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกำนัน ต.ปะเสยะวอ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ได้เข้าเจรจา ชี้แจง ทำความเข้าใจกับราษฎร จนถึงเวลา 01.20 ของวันที่ 23 ส.ค.52    ได้ข้อสรุปดังนี้ 

1.ญาติของผู้ได้รับความเสียหายขอแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานดังกล่าว

2.ราษฎรบ้านปาตาบาระขอจัดผู้แทน จำนวน 10 คน เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกขั้น เพื่อความเป็นธรรมกับผู้เสีย
หาย โดยมีกำนัน ต.ปะเสยะวอเป็นหัวหน้า และขอให้องค์กรภาคเอกชนในหมูบ้านเข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย 

3.ขอให้ตำรวจได้เร่งรัดผลทางคดีและแจ้งให้ผู้แทนดังกล่าวทราบด้วย
 
มุม ชาวบ้าน กัมปงปาตาบาระ
ส่วนมุมมองจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านปาตาบาระ ได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเวลาประมาณ 21.oo หลังจากที่ชาวบ้านละหมาดตราเวียะห์เสร็จแล้ว มีการล้อมวงของกลุ่มผู้ชายจำนวน 6 คน ได้ตั้งกลุ่มเสพกัญชาที่ริมชายหาด ชาวบ้านกลุ่มดังกล่าวได้ยินเสียงรถมาจอดริมถนนตรงข้ามกับมัสยิด ห่างจากมัสยิดประมาณ 20 เมตร จากนั้นมีเจ้าหน้าที่ 6 นายจึงได้วิ่งเข้าไปหากลุ่มวัยรุ่นบริเวณชายหาด กลุ่มดังกล่าวพอเห็นรถของเจ้าหน้าที่และได้ยินเสียงตะโกนเป็นภาษาไทยว่า “อย่าหนีไม่งั้นจะยิง”  ชายกลุ่มนั้นจึงได้วิ่งหนีไป หลังจากนั้นทำให้เจ้าหน้าที่ ยิงปืนทันทีเป็นจำนวนหลายนัดติดต่อกัน โดยเป็นการยิงจากเจ้าหน้าที่เพียงคนเดียว ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ไทยพุทธ ในกลุ่มของเจ้าหน้าที่มาในคืนมีจำนวน 6 นาย เป็นเจ้าหน้าที่ไทยพุทธ 2 นาย และมลายูมุสลิมอีก 4 นาย
 
หลังจากนั้นชาวบ้านก็ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ตะโกนบอกว่าเป็นภาษามลายูว่า  “เจ้าหน้าที่ถูกยิง” ร้องให้ชาวบ้านเข้าไปช่วย แต่ทางชาวบ้านเองก็ไม่กล้าเข้าไปดู 
ทางนายอิสมาแอ บากา กำนัน ต.ปะเสยาวอ เองก็ได้ออกมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยตนเองทันที แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวขวางไว้ และเอาปืนจี้ที่หน้าอก กำนันจึงได้บอกไปว่า ตนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเช่นเดียวกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานเอาปืนลง และอนุญาตให้เข้าไปในที่เกิดเหตุได้
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ และกำนันเป็นผู้ที่ได้นำผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ซึ่งเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านนำส่งโรงพยาบาล คือ นายมูฮามัดสาเระ  เต๊ะเยะ อายุ 19 ปี , นายนิมะ  เจ๊ะเต๊ะ อายุ 35 ปี  และนายรอซาลี  โต๊ะดี  อายุ 41 ปี  ซึ่งทั้ง 3 คนถูกนำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี  และส่งมารักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลปัตตานี แต่นายนิมะ  เจ๊ะเต๊ะ อาการสาหัสกระสุนถูกบริเวณสำคัญเสียชีวิตที่โรงพยาบาลปัตตานีในที่สุด   สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมากเพราะตอนแรกนึกว่าเป็นเจ้าหน้าที่  แต่กลับเป็นชาวบ้าน และญาติของตนที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ  บาดแผลที่โดนยิงของทั้ง 3 คน คือบริเวณแก้มก้น ซึ่งบริเวณที่โดนลูกระสุนมาจากด้านหลังทั้งหมด
เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดที่ยิงปืนใส่กลุ่มชาวบ้าน  ได้วิทยุแจ้งต่อตำรวจตระเวนชายแดนว่ามีการปะทะกันกับกับชาวบ้าน โดยให้เรียกกำลังเสริมโดยด่วน ทางด้าน ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่กองวิทยาการปัตตานี มาตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยทันที แล้วได้ตรวจสอบหลักฐาน หลักฐานว่าเป็นปืนไทยประดิษฐ์ กับกระบองกัญชา ของกลุ่มชายดังกล่าว 
ต่อมาปลัดป้องกัน และนายอำเภอ หลังจากตรวจสอบสถานที่เหตุเรียบร้อยแล้ว ก็ได้มาพบพูดคุยกับทหารพรานทั้ง 6 นาย ที่มานั่งอยู่ในศาลาบริเวณมัสยิดของหมู่บ้าน ก่อนแล้ว  ส่วนอาสาสมัครรักษาดินแดน(อส.) ได้อยู่ในบริเวณมัสยิด ส่วนตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.) อยู่บริเวณรอบนอก ชาวบ้านหลายๆคนก็ได้มาดูเหตุการณ์เพียงแค่รอบนอกเท่านั้นไม่ได้จับตัวทหารพรานแต่อย่างใด ชาวบ้านที่มาดูทหารพรานนั้นขอดูตัวแต่ไม่รู้ว่าเป็นคนไหน แต่ตัวเจ้าหน้าที่ที่ก่อเหตุร้ายที่ยิงก็ได้ยอมรับว่าเป็นคนยิงเอง คนเดียว  ทราบว่าทหารพรานทั้ง 6 นายนั้นเป็นทหารนับถือศาสนาพุทธ 2 นาย และทหารนับถือศาสนาอิสลาม 4 นาย  และเป็นเจ้าที่ที่ทำโครงการญาลันนันบารู และกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับชาวบ้านมานาน
 
เอาคนผิดมาลงโทษ ไม่ปกป้องใครทั้งสิ้น
การพูดคุยเจรจาครั้งนี้เพื่อหาข้อยุติ ให้ชาวบ้านเองที่รอฟังนายอำเภอว่าตกลงแล้วจะเอาอย่างไร กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเหตุการณ์นี้สามารถจับตัวผู้กระผิดได้ทันควัน ไม่เหมือนกับหลายๆ เหตุการณ์ที่มีแต่ข้อสงสัยว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ ฉะนั้นครั้งนี้ต้องเอาผู้กระผิดมาลงโทษให้ได้ ณ ตอนนั้นชาวบ้านอยากจะเข้าไปดูหน้าเจ้าหน้าที่ที่ก่อเหตุ แต่นายอำเภอไม่ให้เข้าไปดูกลัวว่าจะเกิดเหตุรุมประชาทัณฑ์
ขณะมีการพูดคุยเจรจาเหจ้าหน้าที่ทหารพรานทั้ง 6 นาย  ก็ได้เดินออกไปจากบริเวณมัสยิด ทางประตูหน้ามัสยิด ต่อหน้าชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์ นายอำเภอก็ได้พูดว่าจะลงมาดูเหตุการณ์นี้ด้วยตนเอง และเหตุการณ์นี้ใครผิดก็ว่าไปตามผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่ปกป้องใครใดๆทั้งสิ้น
ชาวบ้านเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรหากสามารถทำตามสัญญาได้ ในเมื่อคำมั่นของนายอำเภอที่ได้พูดไว้ ประกอบกับชาวบ้านไว้วางใจต่อกำนันในฐานะที่เป็นผู้นำจึงแล้วแต่กำนันที่จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร เมื่อเป็นเช่นนั้น ชาวบ้านก็ได้สลายตัวในเวลาประมาณ 02.00 น. แต่ที่จริงแล้วชาวบ้านต้องการให้ควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ทหารพรานไว้จนกว่าจะมีกลุ่มสื่อมวลชน หรือนักข่าว มาจับภาพของผู้ก่อเหตุ ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ใครเป็นผู้กระทำที่แท้จริง
จากข้อสังเกตของชาวบ้าน ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เจ้าหน้าที่ปะทะกับกลุ่มวัยรุ่นที่ต่อสู้กับเจ้าหน้าที่อันที่จริงแล้วไม่ใช่ มันเป็นการใส่ร้ายของเจ้าหน้าที่ ส่วนของกลางที่เป็นปืนไทยประดิษฐ์นั้นชาวบ้านที่ร่วมโครงการญาลันนันบารู สังเกตเห็นเจ้าหน้าที่ทหารพรานพกติดตัวอยู่หนึ่งกระบอก และก็ไม่มีการควบคุมตัวทหารพรานที่ก่อเหตุแต่อย่างใด
และอีกสิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านเองเคลือบแคลงใจเป็นอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เกิดขึ้นได้อย่างไร เนื่องจากหมู่บ้านนี้เป็นระยะเวลา 30 กว่าปีแล้วที่ไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงใดๆเกิดขึ้นเลย  ประกอบกับปัจจุบันนี้ชาวบ้านให้ความร่วมมือกับรัฐเป็นอย่างดีในการทำโครงการต่างๆ  ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าก่อนหน้าเหตุการณ์นี้ทหารพรานที่มาทำโครงการร่วมกับชาวบ้านได้พูดเป็นนัยๆว่า ชาวบ้านอยากได้อะไรจากทหารพราน ถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นจะทำอย่างไร เป็นคำถามลักษณะนี้ 3-4 ครั้ง แล้วก็เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้จนได้
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์