“มาร์ค” ดัน “โฉนดชุมชน” ตั้งเป้า 30 แห่ง ในปีนี้

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การกระจายการถือครองที่ดินในรูปแบบโฉนดชุมชน” โดยมีตัวแทนภาคประชาชน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ องค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง และผู้สนใจกว่า 200 คนเข้าร่วม

นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินของประชาชนเป็นปัญหาที่มีความสำคัญเพราะเป็นปัญหาที่มีผลผูกพันเกี่ยวข้องกับปัญหาและโอกาสของประเทศชาติใน 3 ประเด็นใหญ่ คือ 1.ปัญหาความยากจน ที่ประชาชนยังไร้ที่ทำกิน ไร้ที่อยู่อาศัย รวมทั้งปัญหาความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานของรัฐ กับประชาชนซึ่งเข้าไปครอบครองที่ดิน 2.เกี่ยวข้องกับความเป็นธรรม หากการกระจายการถือครองที่ดินไม่เป็นธรรมหรือมีคนซึ่งไม่สามารถที่จะใช้สิ่งเหล่านี้ไปเพื่อสร้างโอกาสในการหารายได้ หรือเข้าถึงแหล่งเงินทุน ปัญหาความไม่เป็นธรรมที่มีอยู่ในสังคมจะถูกตอกย้ำมากขึ้นหรือขยายตัวออกไป และ 3.เกี่ยวข้องกับเรื่องความยั่งยืนของการพัฒนา ถ้าการแก้ไขปัญหาเรื่องที่ทำกินไม่สอดคล้องกับแนวทางของการอนุรักษ์ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะเรื่องของป่าไม้ที่นับวันจะลดลง

“แนวคิดเรื่องโฉนดชุมชนที่รัฐบาลชุดนี้ผลักดันจะเป็นแนวทางที่สามารถทำให้รัฐบาลมีความคล่องตัวในการเข้าไปแก้ปัญหาที่ทำกินในหลายพื้นที่มากยิ่งขึ้น น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่มีความยั่งยืน ด้วยเหตุผล 2 ประการคือ 1.รูปแบบของโฉนดชุมชน จะทำให้มีกลไกในการที่จะติดตามดูแลว่า ที่ทำกินดังกล่าวถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ และ 2.การทำนโยบายโฉนดชุมชนให้ประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัยพลังจากภาคประชาชนอย่างแท้จริง แต่ทั้งนี้ยังมีอุปสรรคข้อจำกัดในแง่ของกฎระเบียบต่างๆ ที่จะต้องพยายามเร่งคลี่คลายปัญหา” นายกฯ กล่าว และว่า จะนำระเบียบสำนักนายกฯ เสนอเข้า ครม.โดยจะเร่งรัดให้เสร็จภายในเดือนกันยายนนี้

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความมั่นใจได้ 100% ในการเดินหน้าโครงการนี้ โดยนายกฯ เร่งรัดให้ดำเนินการเรื่องนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว คาดว่าจะนำเข้า ครม.ได้ภายในต้นเดือนก.ย.52 และเดือนต.ค.52 คงจัดตั้งสำนักงานเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ ดังนั้นประมาณ พ.ย.52 คาดว่าจะสามารถมอบโฉนดชุมชนให้กับชุมชนได้แล้ว ซึ่งชุมชนไหนมีความพร้อมก็จะได้รับก่อน โดยตั้งเป้าว่าภายในปีนี้จะต้องมี 30 ชุมชนที่ต้องได้รับโฉนด ทั้งนี้กรรมสิทธิ์ดังกล่าวต้องมีเงื่อนไขชัดเจน เช่น มีอายุ กรรมสิทธิ์ 30 ปี ไม่เป็นกรรมสิทธิ์ตกทอด และต้องทำการเกษตรเท่านั้น

รายงานข่าวแจ้งว่า เรื่องโฉนดชุมชนกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากเรื่องนี้เป็นนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ มีการตั้งคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาที่ดินตามข้อเสนอของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย ตั้งคณะอนุกรรมการอีก 6 ชุด ซึ่ง 1 ในนั้นคือคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติและพื้นที่ป่าไม้อื่นๆ มีนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธาน แต่ผู้บริหาร ทส.ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะเอาพื้นที่ในเขตป่าที่ชาวบ้านอยู่มาก่อนมาทำโฉนดชุมชน จึงพยายามประวิงเวลาไว้ ล่าสุด นายอภิสิทธิ์เรียกนายสุวิทย์มาหารือแล้ว นายสุวิทย์รับปากดำเนินการ แต่ล่าสุดกลับไม่มีความคืบหน้าใดๆ

นายปราโมทย์ ผลภิญโญ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย ในฐานะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาพื้นที่ป่าสงวนฯ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการเรียกประชุมไปครั้งเดียว ทำให้แทบไม่มีความคืบหน้าใดๆ หากรัฐบาลยังไม่ดำเนินการใดๆ จะเคลื่อนไหวใหญ่เพื่อทวงสัญญา ถ้านายสุวิทย์ยังอยู่ในตำแหน่งนี้คงแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้ ทางที่ดีพรรคประชาธิปัตย์น่าจะเอาคนของตัวเองมาดูแลดีกว่า
 

 

ที่มาเรียบเรียงจาก: เว็บไซต์ข่าวสด, เว็บไซต์มติชน

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์