ใครบ้างที่เคยการันตี GT200 ที่ไม่ใช่แค่ของหลอกลวง แต่มีคนซวยจริงหลังถูกเครื่องชี้

  • 'สรรเสริญ' โฆษก ทบ. อ้างสนามแม่เหล็กของสสาร 'หมอพรทิพย์' ยังให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ใช้ต่อ 'อภิสิทธิ์' โยนความพร้อมของบุคคลที่ไปตรวจ
  • 'อนุพงษ์' ยกประสบการณ์ผู้ใช้ได้ผล 'ประยุทธ์' ขอให้นึกถึงครอบครัวผู้เสี่ยงระเบิด 
  • ทั้งนี้ไม่เพียง 'ค่าโง่' แต่มีคนซวยจริงหลังถูกเครื่องชี้ อย่างพื้นที่ชายแดนใต้
     

 

หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 โดยเฉพาะในกรณีที่ จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ ส.ส. ฉะเชิงเทรา ได้เปิดเผยถึงการใช้งบประมาณโดยกองทัพ เพื่อตรวจสอบอุปกรณ์ตรวจจับวัตถุระเบิด GT200 ที่มีการจ้างสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ด้วยงบฯ ถึง 7 ล้านบาท หรือเฉลี่ยเครื่องละ 10,000 บาท ทำให้ประเด็นนี้กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง โดยหากย้อนไปเมื่อ พ.ค. 2556 เจมส์ แมคคอร์มิค อดีตนักธุรกิจชาวอังกฤษ ผู้ต้องหาในคดีจำหน่ายเครื่องดังกล่าว  ถูกศาลสั่งจำคุก 10 ปีจากการขายเครื่องมือปลอมลักษณะเดียวกันให้กับอิรักหลังสงครามและเชื่อว่าทำให้มีคนเสียชีวิต ขณะที่  แกรี โบลตัน หุ้นส่วนทางธุรกิจถูกสั่งจำคุก 7 ปี จากการที่เขาหลอกขายอุปกรณ์ตรวจจับระเบิด GT200 ซึ่งเป็นของที่ไม่สามารถใช้ได้จริงให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย 

ในโอกาสนี้ขอพาย้อนกลับไปเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้วที่มีบุคคลสำคัญๆ ออกมารับรองการใช้งานเครื่องดังกล่าว

'สรรเสริญ' โฆษก ทบ. อ้างสนามแม่เหล็กของสสาร

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก (ยศขณะนั้น) ให้สัมภาษณ์เรื่อง GT200 ในรายการ เรื่องเด่นเย็นนี้ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เมื่อปี 2553 ว่า "ผมอยากขยายความหลักการทำงานนิดหนึ่ง สสารทุกอย่างในโลกมนุษย์ จะมีสนามแม่เหล็กของมัน ซึ่งจะแตกต่างกัน หลักการของการใช้เครื่อง GT200 ก็คือ เราจะตรวจหาอะไร เราก็เอาสารชนิดนั้นมาทำเป็นเซ็นเซอร์การ์ดแล้วใส่เข้าไปในนี้ ซึ่งก็จะมีสนามแม่เหล็กเกิดขึ้น สมมติว่าเราใส่เรื่องของยาเสพติด ยาไอซ์เข้าไป เมื่อเครื่องทำงานก็จะไปตรงกับยาไอซ์ ซึ่งอยู่ในภูมิประเทศที่เรากำลังหา เนื่องจากมีสนามแม่เหล็กที่ตรงกัน ตัวเสาสัญญาณจะเบนไปหา แต่ลักษณะการใช้เครื่อง GT200 จะเหมือนการใช้แผนที่เข็มทิศ ก็คือต้องเดินสอบ เขาเรียกสอบแนวเส้นเล็ง เดินตามแกน X แกน Y เพื่อให้แนวเส้นเล็กตัดกัน จะกำหนดเป็นพื้นที่คร่าวๆ ได้ อาจจะรัศมี 3 เมตร จริงๆ แล้วในการปฏิบัติเพื่อกำหนดพื้นที่ให้แคบลง ว่าตรงไหนมีความน่าจะเป็นที่จะมีวัตถุระเบิดหรือวัสดุที่เราจะหาอยู่"

'หมอพรทิพย์' ยังให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ใช้ต่อ

16 ก.พ. 53 พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เคยให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย ช่วงทันข่าวเด่น โดยยืนยันว่าทางหน่วยงานจะยังใช้เครื่อง GT200 ต่อไปเป็นส่วนเสริม เพื่อตีวงการตรวจสอบวัตถุระเบิดให้แคบลง และว่าเครื่องจีที 200 นั้นหน่วยงานยังใช้ได้ผล และยืนยันว่าหน่วยงานจะยังใช้ต่อไป

"สามารถหาสารวัตถุระเบิดได้อย่างดีเยี่ยมเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก โดยใช้หลักการค้นหาสนามแม่เหล็ก ซึ่งสามารถตรวจจับสารวัตถุระเบิดได้ทั้งในอากาศ บนดิน ใต้ดิน หรือกระทั่งในน้ำได้" พญ.คุณหญิง พรทิพย์ เคยกล่าวไว้ตามรายงานของ BBC ไทย ซึ่งอ้างอิงจากหนังสือ 'ทักษิณวิปโยค' เขียนโดย พรทิพย์ เผยแพร่เมื่อ 2552 หน้า 45 

ภายหลัง มิ.ย.59 หลังศาลประเทศอังกฤษ ตัดสินยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 7.9 ล้านปอนด์ (ราว 395 ล้านบาท) จาก เจมส์ แมคคอร์มิค ผู้ต้องหาในคดีจำหน่ายเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดปลอม เพื่อนำเงินไปจ่ายค่าชดเชยแก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของแมคคอร์มิคและพรรคพวกซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ดังกล่าว พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เผชิญหน้า Face Time ทางสปริงนิวส์ ที่มี ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ และเผยแพร่ผ่านยูทูบ SpringNews โดย ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ระบุว่า "พอเราจำเป็นต้องใช้ ไม่อยากจะขอเสมอ เวลาตรวจค้น จะเข้าบ้านไหน มี 20 หลัง ก็มีเงินเหลือจ่าย ก็จะลองจัดซื้อมาเพื่อเอาไว้สกรีนนิ่ง ปรากฏว่าเราก็เริ่มเห็นข้อมูลของมัน ก็คือมันไม่น่าใช่เครื่องมือวิทยาศาสตร์ คือ เงื่อนไขเยอะมาก คนนั้นต้องไม่เหนื่อย อะไรประมาณนี้ แล้วเราก็กำลังแปลกใจเพราะว่าในทีมของเราก็จะมีคนเดียวที่ถือได้ค่อนข้างเปอร์เซนต์ 80-90 ประมาณนี้"

'อภิสิทธิ์' โยนความพร้อมของบุคคลที่ไปตรวจ

ทั้งนี้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นห้ามซื้อ แต่ไม่ได้ห้ามใช้ โดยระบุว่าปัจจุบัน (ในขณะนั้น) ยังไม่มีอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพมาทดแทน นอกจากนี้มีความจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดังกล่าว เพราะในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถตรวจสอบวัตถุระเบิดได้ยาก

"ถามว่าใช้แล้วได้ประโยชน์ไหม ก็ได้ประโยชน์นะครับ แต่ว่าก็มีการพบครับว่า มันมีจุดอ่อน คือเครื่องนี้นี่เท่าที่ผมได้พูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องก็คือว่ามีจุดอ่อนตรงที่ว่ายังต้องอาศัยเรื่องของกระแสไฟฟ้าในตัวคนที่ใช้ เพราะฉะนั้นบางที่สภาพของตัวบุคคลที่ไปตรวจ ถ้าอาจจะพักผ่อนน้อยไป ไม่มีความพร้อม ก็จะทำให้เครื่องนี้ขาดประสิทธิภาพ" อภิสิทธิ์ เคยกล่าวไว้ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 

'อนุพงษ์' ยกประสบการณ์ผู้ใช้ได้ผล 'ประยุทธ์' ขอให้นึกถึงครอบครัวผู้เสี่ยงระเบิด

รายงานของ BBC ไทย ยังระบุท่าทีของ อดีต ผบ.ทบ. และปัจุจบันเป็นผู้นำรัฐบาล อย่าง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

“ผมยอมรับว่าเราอาจจะไม่มีข้อมูล ไม่มีการทดสอบในทางวิทยาศาสตร์ แต่จากประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติที่ใช้เครื่องมือตรวจสอบแล้วได้ผล 300 กว่าครั้ง ผมจึงต้องอนุมัติไปตามความต้องการที่เสนอมา” พล.อ.อนุพงษ์ ขณะเป็น ผบ.ทบ.

ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เคยพูดถึง ตามรายงานของมติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.59 พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ และหัวหน้า คสช. ระบุว่า "มันก็ใช้ได้ในระยะหนึ่ง แต่พอเขาพิสูจน์ว่าใช้ไม่ได้ ก็ไม่ใช้ แต่เธออย่าลืม ให้นึกถึงคนที่เขาตายเพราะถูกระเบิดเสียบ้าง นึกถึงครอบครัวเขาบ้าง"

ไม่เพียง 'ค่าโง่' แต่มีคนซวยจริงหลังถูกเครื่องชี้

ขณะเดียวกัน มีราษฎรใน อ.บันนังสตา จ.ยะลา อย่างน้อย 4 ราย เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องตรวจวัตถุระเบิด หรือ GT 200 ด้วย โดยถูกออกหมายจับและดำเนินคดี เนื่องจากถูกตรวจค้นบ้านและถูกชี้ด้วยเครื่องจีที 200 โดยประชาไทเคยนำเสนอเรื่องมาแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2553 (อ่านต่อที่นี่)

โดย อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ หัวหน้าศูนย์ทนายความมุสลิมประจำจังหวัดยะลา เคยให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากที่เครื่อง GT 200 ชี้ไปยังบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการตั้งข้อสมมติฐานว่า น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดคือมีการพบสารระเบิดติดอยู่ที่เสื้อผ้า จากนั้นผู้ที่ถูกเครื่อง GT200 ชี้ จะถูกนำตัวไปสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้  โดยบุคคลเหล่านั้นจะถูกข่มขู่ หรือบังคับให้รับสารภาพ หรือบางกรณีก็ถูกทำร้ายร่างกาย โดยไม่สามารถหาข้อมูลมาหักล้างได้เลย ขณะที่ไม่มีการกล่าวอ้างในชั้นศาล ว่าได้ตัวบุคคลเหล่านี้มาดำเนินคดีด้วยการใช้ GT 200 แต่อย่างใด

โพสต์ทูเดย์ ระบุด้วยว่า หน่วยงานรัฐที่จัดซื้อเครื่อง GT 200 และ ALPHA 6 มีทั้งสิ้น 13 หน่วยงาน คือ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์  จังหวัดพิษณุโลก กรมการปกครอง กรมศุลกากร กรมสรรพาวุธทหารบก ตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท ตำรวจภูธรจังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดยะลา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเพชรบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา กองบัญชาการกองทัพไทยโดยศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และกรมราชองครักษ์ 

ขณะที่ 10 ต.ค.61 ศาลอ่านคำพิพากษา คดีฉ้อโกงเครื่องตรวจจับอาวุธ GT200 ซึ่งศาลสั่งจำคุก 9 ปี ผู้บริหารบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด อวดอ้างสรรพคุณ ขาย GT200 ให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โดยที่หลังมีคำพิพากษา  มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ออกมาระบุว่ากรณีนี้เป็นบรรทัดฐาน ที่องค์กรของรัฐ โดยเฉพาะกองทัพ สามารถเอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในอดีตฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะกฎหมายเปิดช่องไว้

เมื่อปี 59 หลังตอนนั้นมีข่าวศาลประเทศอังกฤษ ตัดสินยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 7.9 ล้านปอนด์ (ราว 395 ล้านบาท) จาก เจมส์ แมคคอร์มิค ผู้ต้องหาในคดีจำหน่ายเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดปลอมนี้ วิษณุ เครืองาม กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขณะนั้น มอบหมายให้รับผิดชอบการเรียกเงินเยียวยาจากบริษัทผู้ผลิตเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดปลอม GT200 หลังจากศาลอังกฤษมีคำพิพากษาสั่งให้ยึดทรัพย์ประมาณ 400 ล้านบาท โดยให้นำเงินจำนวนนี้ไปชดเชยแก่ประเทศที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อเครื่องมือที่ไม่สามารถใช้งานได้ว่า นายกฯ มอบหมายตนในที่ประชุม ครม.เมื่อวานนี้ (21 มิ.ย.) ให้ไปพิจารณาเรื่องดังกล่าวใน 2 ประเด็น 1. การเรียกร้องค่าเสียหายตามที่ศาลอังกฤษได้ยึดทรัพย์ไว้ เรื่องนี้ถือว่าใหม่สำหรับตน จึงสอบถามข้อมูลไปยังหน่วยงานที่ซื้อเครื่องดังกล่าว 7-8 หน่วยงานรวมถึงจะหารือว่าจะให้หน่วยงานใดเป็นตัวแทนรัฐในการเรียกเงินเยียวยา โดยคาดว่าจะเป็นสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) เพราะมีกฎหมายด้านความร่วมมือระหว่างประเทศอยู่

วิษณุ กล่าวว่า ส่วนประเด็นที่ 2 คือ ดูการรับผิดในส่วนของเรา เมื่อมีการซื้อเครื่องดังกล่าวมาแล้วแต่ประสิทธิภาพไม่ตรงกับที่คิด เราจึงเป็นผู้เสียหายที่สามารถเรียกเงินเยียวยาอย่างที่หลายประเทศได้ทำ ส่วนคำถามที่ว่าการจัดซื้อเป็นความผิดหรือไม่ เพราะมีสื่อมวลชนบางแห่งนำเสนอว่าผู้จัดซื้อมีความผิดด้วย ข้อเท็จจริง คนซื้อจะมีความผิดด้วยต่อเมื่อมีการทุจริต แต่จะมีจริงหรือไม่ ขณะนี้การตรวจสอบอยู่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งความรับผิดในส่วนของเรายังไม่มีอะไรต้องดูในตอนนี้ เพราะเป็นหน้าที่ ป.ป.ช. รัฐจะเข้าไปดูซ้อนไม่ได้ ส่วนที่เรื่องดังกล่าวเกิดความล่าช้านั้น ทาง ป.ป.ช.ชี้แจงว่าเรื่องอยู่ในกระบวนการ ส่วนรายละเอียดตนไม่ควรพูดตรงนี้ แม้ว่าคดีความที่ดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จ ก็ไม่เป็นปัญหากับการดำเนินการเรียกเงินเยียวยา ที่สามารถดำเนินการคู่ขนานกันได้ เพราะ ป.ป.ช.ดูเฉพาะคดีอาญา แต่การขอเงินเยียวยาเราจะตั้งรูปคดีเป็นการฉ้อโกง หลอกลวง ผิดสัญญา ซึ่งเป็นเรื่องทางแพ่ง เมื่อสินค้าไม่ตรงตามที่โฆษณา และศาลอังกฤษมีคำพิพากษาเป็นบรรทัดฐาน เราก็จะยึดแนวทางนั้น

ต่อคำถามที่ว่า การดำเนินการเรื่องนี้เกรงว่าจะเจอตอหรือไม่ วิษณุ ขณะนั้นกล่าวว่า ไม่เจอ เราต้องเดินหน้าตรวจสอบไป แม้จะเจอก็ไม่ใช่ว่าต้องผิด อย่าเพิ่งไปตั้งหลักแบบนั้น วันนี้ ป.ป.ช.คือคนที่ดูตอใหญ่ที่สุด รัฐไม่สามารถไปตรวจทุจริตได้ ถามว่าเรื่องนี้จะเรียกเป็นค่าโง่ได้หรือไม่นั้น คงต้องแล้วแต่สื่อ แต่มันไม่ดีเพราะทำให้เกิดความรู้สึกว่าอะไรที่ควักเงินซื้อดูจะเรียกเป็นค่าโง่ทั้งหมดได้อย่างไร ถ้าเรียกได้ก็เป็นค่าฉลาด ที่สำคัญถือเป็นค่าซื้อความรู้ แต่แพงไปหน่อย

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์