"การเมืองใหม่" ยุ "ประชาธิปัตย์" เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย

พรรคการเมืองใหม่ชี้ไม่ถึงเวลาแก้รัฐธรรมนูญ แนะประชาธิปัตย์เด็ดขาดยอมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยเพื่อความถูกต้อง จี้กองทัพเร่งหามือก่อเหตุยิงเอ็ม 79

24 ม.ค. 53 - ASTV ผู้จัดการออนไลน์, สำนักข่าวไทย และเว็บไซต์คมชัดลึก รายงานว่านายสำราญ รอดเพชร โฆษกพรรคการเมืองใหม่ (ก.ม.ม.) แถลงท่าทีของพรรคประจำสัปดาห์ ที่ทำการพรรค ย่านสะพานวันชาติ ถ.พระสุเมรุ ถึงท่าทีการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลว่า พรรคการเมืองใหม่ขอประกาศย้ำจุดยืนกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงหรือลดพระราชพระอำนาจ และโครงสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์, การแก้ไขเพื่อฟอกความผิดให้กับนักการเมืองและพวกพ้อง และการแก้ไขที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ อันเป็นจุดยืนเดียวกันกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งพรรคการเมืองใหม่ได้แถลงไปแล้วไม่น้อยกว่าสองครั้ง

ทั้งนี้ เห็นว่าในสถานการณ์ของประเทศขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ รัฐบาลมีปัญหามีภารกิจด้านอื่นๆ อีกมากมายที่จะต้องไปแก้ไข ไม่ว่าปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ, ปัญหาเศรษฐกิจ, ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ฯลฯ การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีวาระซ่อนเร้นรังแต่จะนำพาประเทศไปสู่ความขัดแย้งแตก แยกของคนในชาติโดยไม่จำเป็น
 
“น่าเสียดายที่พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะแกนนำรัฐบาล ไม่ได้ตัดสินใจให้เด็ดขาดในการประชุมสัมมนาใหญ่เมื่อ 22-23 ม.ค.2553 ที่ผ่านมา กลับโยนการตัดสินใจให้กับกรรมการบริหารพรรค กรณีนี้น่าจะเป็นการตอกย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์ ได้มีข้อตกลงกับพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตราจริงๆ” นายสำราญกล่าว

นายสำราญกล่าวอีกว่า พรรคการเมืองใหม่ขอเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์แสดงความกล้าหาญทางการเมือง โดยยึดหลักการความชอบธรรมถูกต้องมากกว่าอย่างอื่น และไม่สมควรที่จะเกรงกลัวต่อการต่อรองทางการเมืองของพรรคร่วมรัฐบาล แม้ว่าอาจจะต้องเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยแต่ก็เป็นทางเลือกที่สง่างามกว่าจะ ปล่อยให้การเมืองน้ำเน่าครอบงำหรือบงการ

สำหรับกรณีการก่อเหตุยิงเอ็ม 79 นั้น นายสำราญกล่าวว่าเป็นการกระทำที่เหยียดหยามลบหลู่เกียรติภูมิและศักดิ์ศรีของกองทัพบก รวมทั้งสะท้อนให้เห็นถึงการสะสมปัญหา และความอ่อนแอของผู้นำกองทัพ ดังนั้นมีความเป็นไปได้มากว่าการยิงถล่ม บก.ทบ.น่าจะเป็นการดำเนินการของคนที่สนับสนุนระบอบทักษิณ โดยมีเป้าหมายหลัก เพื่อซ้ำเติมสถานการณ์ให้ร้อนแรง ยั่วยุให้เกิดการรัฐประหาร
 

“เป้าหมายการต่อสู้ของคนกลุ่มนี้คือการล้มรัฐบาล ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเพื่อกลุ่มของตัวเองจะได้พ้นผิดและกลับมามีอำนาจอีกครั้งหนี่ง คำประกาศของคนกลุ่มนี้ที่จะลุกฮือต่อต้านการรัฐประหารนั้นอาจจะเป็นไปได้ ถ้าการรัฐประหารนั้นทำให้กลุ่มตัวเองถูกกวาดล้าง แต่หากรัฐประหารนั้นเอื้อประโยชน์หรือเป็นคุณกับฝ่ายตนเองการต่อต้านลุกฮือก็จะไม่เกิดขึ้น ส่วนคำประกาศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นทันทีที่เกิดรัฐประหาร เรื่องนี้เป็นเพียงวาทกรรมปลุกเร้ามวลชนธรรมดา ๆ เท่านั้น สิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณจะทำได้ น่าจะเป็นเพียงรัฐบาลพลัดหลง ” โฆษกพรรค กกม. กล่าวและว่า พรรคการเมืองใหม่เห็นด้วยกับการบุกตรวจค้นจับกุมอาวุธและคนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง แต่การดำเนินการดังกล่าวก็ยังไม่ได้ชี้ชัด เสธ.แดงและลูกน้องเป็นคนยิงถล่มบก.ทบ. แต่ต้องสืบสวนสอบสวนและขยายผลต่อไป อีกทั้งผบ.ทบ.ต้องเร่งกอบกู้เกียรติภูมิของกองทัพบกด้วยการใช้ศักยภาพของผู้นำหน่วย อำนาจตามกฎหมายหาตัวคนร้ายที่ยิงบก.ทบ.มาให้ได้ โดยใช้เวลาที่เหลืออีก 8 เดือน ก่อนเกษียณอายุราชการด้วยการเป็นแม่ทัพหรือผู้นำหน่วยที่เข้มแข็งเด็ดขาด กล้าหาญที่จะจัดการกับความไม่ถูกต้อง มากกว่าที่จะนั่งนับถอยหลังรอวันเกษียณไปวัน ๆ
 
“ในระยะหัวเลี้ยวหัวต่อของสถานการณ์ล่อแหลมเช่นขณะนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลจะต้องแสดงภาวะผู้นำจัดการกับความเคลื่อนไหวที่รุนแรงเกินขอบเขตของกฎหมายกับทุกกลุ่ม และระหว่างนายกฯกับรองนายกฯด้านความมั่นคงควรจะเป็นเอกภาพในการกำกับ ขับเคลื่อนงานด้านความมั่นคง มากกว่าที่จะทำให้คนเข้าใจว่า แยกบทกันเล่น อย่างไรก็ตามหากวิเคราะห์ตามเหตุการณ์ พ.ต.ท.ทักษิณต้องการรัฐบาลแห่งชาติ การที่จะทำแบบนี้ได้พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องใช้พลังหลายๆ ด้านทั้งในสภาฯ นอกสภาฯ ที่สุดแล้วในทุกอย่างมีข้อแม้เพียงว่า พ.ต.ท.ทักษิณต้องได้รับการนิรโทษกรรม เราจึงเชื่อว่า เป็นไปได้ยาก” โฆษกพรรคการเมืองใหม่ กล่าวและว่าในส่วนของมติของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่สวนทางมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)นั้น ในวันที่25 ม.ค.นี้ แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯมีพล.ต. จำลอง ศรีเมือง นาย พิภพ ธงไชย จะเป็นตัวแทนเดินทางไปที่สำนักงานป.ป.ช. เพื่อยื่นหนังสือกล่าวโทษ ก.ตร. พร้อมทั้งจะยื่นหนังสือในกรณีดังกล่าวถึงนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) อีกด้วย
 
ด้านนาย ประพันธ์ คูณมี กล่าวว่า ตนเห็นว่านายกรัฐมนตรีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะสั่งลงโทษผู้ที่ประผิดตามที่ ป.ป.ช.ชี้มูลมา หากยังปล่อยให้ตำรวจจัดการกันเองและมีลักษณะดึงเกมยื้อเวลา นายกฯจะเข้าข่ายข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้
 
ที่มาข่าว: ASTV ผู้จัดการออนไลน์, สำนักข่าวไทย, เว็บไซต์คมชัดลึก

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์