สื่อค่ายเอเอสทีวีฯ แนะคนสีลมต้านเสื้อแดงชุมนุมวันนี้

สื่อในเครือเอเอสทีวีผู้จัดการเผยแพร่บทรายงานต้านเสื้อแดงชุมนุมสีลม บก.นสพ.เอเอสทีวีผู้จัดการลั่นจะมีคนออกมาไล่คนเสื้อแดงแน่นอน “สมบูรณ์ ทองบุราณ” เชื่อหากมีการเผา คนเสื้อแดงจะโยนความผิดให้คนอื่น จี้มาร์คใช้ทหารคุม แนะชาวสีลมเตรียมขวดโซดา ด้าน “กรงเล็บ” เสนอให้สาดน้ำไล่อ้างเป็นสันติวิธี "คำนูณ" เชื่อคนเสื้อแดงโจมตีเปรม เพราะต้องการแก้ รธน.หมวดกษัตริย์

 

ตามที่มีรายงานข่าวว่ากลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติหรือคนเสื้อแดง จะนัดชุมนุมกันที่หน้าสำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงเทพ ถนนสีลม เที่ยงวันนี้ (19 ก.พ.) นั้น ความคืบหน้าล่าสุด ธนาคารกรุงเทพจะเลื่อนเปิดทำการเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง จากเดิมเปิดทำการเวลา 08.30 น. เลื่อนเป็น 07.30 น. ส่วนเวลาปิดทำคือ 15.30 น. ซึ่งเป็นเวลาปิดปกติ ส่วนโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ได้ประกาศหยุดการเรียนการสอนเป็นเวลา 1 วัน ในวันที่ 19 ก.พ. เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรและเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

ด้าน พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบ.ชน.) กล่าวว่า บช.น.ได้ส่งกำลังพลตำรวจ 300 นาย ไปดูแลพื้นที่ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ที่ถนนสีลมแล้ว พร้อมกับเข้าไปดูแลจุดสำคัญและบ้านพักวีไอพีทั้งหมด 70 จุดด้วย และได้เดินทางเข้าพบนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อเตรียมแผนรองรับมาตรการความปลอดภัยก่อนที่จะพิจารณาคดียึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะมองว่า ตลท.เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของประเทศไทยที่ต้องดูแล เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของภาคการเงิน

 

“เคาะข่าวริมโขง” ตุลย์เชื่อเสื้อแดงเจอต้านแน่ที่สีลม สมบูรณ์แนะมาร์คให้ใช้ทหารคุม

ส่วนความเห็นจากสื่อเครือเอเอสทีวีผู้จัดการนั้น เมื่อวานนี้ (18 ก.พ.) ระหว่างเวลา 18.30 – 20.30 น. รายการ “เคาะข่าวริมโขง” ออกอากาศทางสถานี “อีสานทีวี” ในเครือเอเอสทีวีผู้จัดการ มี น.ส.กมลพร วรกุล เป็นผู้ดำเนินรายการ มีแขกรับเชิญได้แก่ นางเสน่ห์ หงษ์ทอง ผู้ประสานงานสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจ (สรส.) และกรรมการบริหารพรรคการเมืองใหม่ นายสมบูรณ์ ทองบุราณ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และนายตุลย์ ศิริกุลพิพัฒน์ บก.ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา หนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการ มาร่วมพูดคุยในรายการ โดยช่วงแรกของรายการเป็นการวิจารณ์กรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่วันที่ 19 ก.พ. จะมาชุมนุมที่ธนาคารกรุงเทพฯ สาขาสีลม เพื่อท้วงถามคำตอบจากปากผู้บริหารถึงเรื่องเช็ค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ (ฟังเสียงที่นี่)

นายตุลย์ กล่าวว่า ที่สีลม เคยมีเจ๊ไก่ซอยละลายทรัพย์ออกมาต่อต้านทักษิณ และคนย่านสีลมซึ่งเป็นผู้ “มีปัญญาทางการเมือง” ก็เคยออกมาตะโกนขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ถ้าเสื้อแดงไปชุมนุมย่านสีลม ก็ถึงเวลาที่ประชาชนตามย่านนั้นลุกขึ้นมา ในความรู้สึกตน ประชาชนอาจจะตะโกนไล่เสื้อแดง และยังไม่พอ ถ้าเกิดมีการยิงหนังสติ๊กใส่หัวพวกแดง ก็จะน่ากลัวหากมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น

นายสมบูรณ์ กล่าวว่า ถ้าตำรวจจัดการนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.เพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดงไม่ได้ นายกรัฐมนตรีก็ต้องปลดตำรวจถึงเวลาที่จะต้องให้ทหารใหญ่กว่าตำรวจ ไม่อย่างนั้นบ้านเมืองจะพัง

 

เสน่ห์ หงษ์ทอง ชี้พันธมิตรฯ ก็เคยชุมนุมที่สีลมแต่เป็นการใช้เหตุผล

ด้านนางเสน่ห์ กล่าวว่า พันธมิตรฯ ก็เคยไปสีลม แต่ไปทำความเข้าใจเรื่องเหตุการณ์ 7 ต.ค. 51 และไปอธิบายว่ารัฐบาลสมัคร-สมชายทำให้ประเทศชาติเสียหายอย่างไร การเป็นผู้นำมวลชน ต้องฝึกมวลชนให้มีจิตใจสาธารณะ ให้เหตุผล บอกพี่น้องว่ามาชุมนุมเนื่องจากเหตุผลอะไร จะไม่มีความรุนแรงอะไรเกิดขึ้น ต้องใช้หลักสันติ อหิงสา ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมเล็กหรือใหญ่ และต้องสร้างความเป็นมิตรกับคนในพื้นที่ ที่ผ่านมาพันธมิตรไปชุมนุมที่สีลมแบบที่ทุกคนไม่ได้เกณฑ์กันไป มีแต่ความประทับใจ ดูแลกันอย่างเต็มที่

นางเสน่ห์กล่าวว่า พี่น้องที่จะไปร่วมกับคนเสื้อแดงต้องรู้ว่า เราเป็นใคร สถานการณ์บ้านเมืองขนาดนี้จะรับใช้คนที่ทำร้ายบ้านเมืองหรือ ถ้าเกิดมีคนบาดเจ็บ คนจากภาคอีสานก็มาก คนจนก็มาก สถานการณ์บ้านเมืองไม่น่าเลวร้ายกว่านี้แล้ว และไม่ต้องการเห็นความรุนแรง ดังนั้น นายกรัฐมนตรีต้องแสดงความกล้าหาญมากกว่านี้

ด้านนายตุลย์ กล่าวเสริมว่า เวลาพันธมิตรฯ ไปชุมนุมที่หน้าสถานทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทยในปี 2549 และผ่านย่านสีลม ก็มีประชาชนออกไปให้น้ำ เอาเงินมาสนับสนุน เอาไอติมมาเลี้ยง

ทั้งนี้ ระหว่างที่ผู้ร่วมรายการสนทนา ทางสถานีได้เปิดภาพช่วงที่พันธมิตรฯ ชุมนุมในย่านสีลม และฉายภาพมีคนบนอาคารสูงย่านสีลมเปิดหน้าต่างของอาคารชูมือตบแสดงความสนับสนุนพันธมิตรฯ ขณะเดียวกันก็เปิดภาพประชาชนในย่านสาธร ออกมาขับไล่ และใช้สิ่งของขว้างปากลุ่มคนขับแท็กซี่และคนเสื้อแดงที่พยายามจะปิดถนนบริเวณนั้น ในช่วงเมษายนปี 2552 ที่ผ่านมา

ด้านนายสมบูรณ์กล่าวว่า ยามที่ธนาคารกรุงเทพฯ เป็นคนอีสานแน่นอน และไม่มี ส.ส.ที่ไหนในโลกพาราษฎรไปด่าเอกชน ถ้าคนเสื้อแดงไม่พอใจคนบุกป่าสงวนทำไมไม่ไปแจ้งความจับ และว่า ถ้าพันธมิตรฯ ไปชุมนุม จะเป็นการไปแบบมีเหตุผล เพราะเป็นการไปชี้แจง

 

สมบูรณ์เชื่อหากมีการเผาเสื้อแดงจะโยนความผิดให้คนอื่น-แนะให้เตรียมขวดโซดา

นายตุลย์ กล่าวว่า คนสีลม เป็นคนกล้าต่อสู้ กล้าเสียสละ อย่างน้อยๆ ต้องมีคนตะโกนขับไล่เสื้อแดงแน่ ส่วนนางเสน่ห์กล่าวว่า คนของเสื้อแดงไม่มีเหตุผล คนเสื้อแดงจะถนัดม็อบชนม็อบ พร้อมจะไปปะทะ

ด้าน น.ส.กมลพร ผู้ดำเนินรายการ อ้างว่า มีผู้บริหารบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านสีลม บอกกับตนว่าพร้อมจะปะทะกับเสื้อแดง ตนจึงได้ห้ามเอาไว้ และแนะนำให้ลางานในวันที่เสื้อแดงจะมาชุมนุม

นายสมบูรณ์ กล่าวต่อไปว่า ถ้ามีกรณีที่รถเบนซ์แถวนั้นจะถูกไฟเผา ก็จะมีการอ้างว่าเพราะมีคนเสื้อแดงปลอมมาทำ ดังนั้น ถ้าเป็นบ้านผม จะมีคนมาเผาผมก็ไม่ยอม ผมจะเตรียมสากกะเบือ ทั้งหมดก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ก็ต้องระวัง เพราะพวกนี้ต้องการเผาบ้านเผาเมือง ทำแล้วโยนว่าสุเทพทำ เนวินทำ แบบที่ไอ้ตู่พูด

นายตุลย์ย้ำว่าเสื้อแดงไปสีลมวันศุกร์นี้จะถูกต่อต้าน คนเสื้อแดงจะตกอยู่ในวงซุ่มของผู้รักความเป็นธรรม ส่วนนายสมบูรณ์ กล่าวว่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นให้พี่น้องถือน้ำโซดาไว้ ถ้ามันหล่นมาจากชั้น 15 ขวดโซดาจะเป็นระเบิดได้

 

คำนูณอ้างเสื้อแดงอีสานจะระดมพลเข้ากรุงเทพ 28 ก.พ.

คืนวันเดียวกัน ในรายการ “คนในข่าว” ดำเนินรายการโดยนายเติมศักดิ์ จารุปราณ ทางสถานีโทรทัศน์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ นายคำนูณ กล่าวถึงสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันว่า ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ขณะนี้คาดเดาได้ยากว่าจะเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากท่าทีของแกนนำคนเสื้อแดงไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะรบขั้นแตกหักเมื่อ ไหร่หรือวันไหน แต่โดยปกติการรวบรวมกำลังพลให้ได้คนเรือนแสน จำเป็นต้องมีขั้นตอนหลายอย่าง ตอนนี้ตนก็ได้ข่าวว่าในภาคอีสานมีการระดมคนและนัดหมายกัน โดยถือฤกษ์วันที่ 26 ก.พ. ในการเคลื่อนพลมากรุงเทพฯ เพื่อมาสมทบกับคนเสื้อแดงจากจังหวัดต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะมาพร้อมกันทั้งหมดวันที่ 28 ก.พ.นี้ และอยู่ยาวจนถึงช่วงต้นเดือนมีนาคม ประมาณวันที่ 2

นายคำนูณ กล่าวต่อว่า สำหรับเมื่อเข้ามาแล้ว สถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ก็ต้องพิจารณาจากจำนวนคน เพื่อประเมินยุทธศาสตร์ ซึ่งอาจมี 2 อย่าง คือ เข้ามาเพื่อให้เกิดการกระทบกระทั่ง หรือเข้ามาแล้วไม่เกิดอะไร ชุมนุม 3 วันจบ จากนั้นไปสู้ต่อในสภา แต่ตอนนี้น่าจับตามองเรื่องความขัดแย้งในหมู่คนเสื้อแดง รวมทั้งพรรคเพื่อไทย ซึ่งตนได้ทราบข่าวมาว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า “โปลิตบุโร” ชั้น 33 ตึกชินวัตร อยู่เบื้องหลังพรรคเพื่อไทย ซึ่งก็จะหมายถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริย์เดช ดังนั้น ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น จึงดูชัดเจนกว่าที่ผ่านมา ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นแผนแบบอีแอบหรือบัวบังใบกันหรือไม่ แต่เท่าที่ตนสังเกต น่าจะเป็นการถ่วงให้เกมนอกสภาผ่านไปก่อน เพราะบางทีอาจรู้อยู่แล้วว่า ไม่ต้องง้อ ร.ต.อ.เฉลิม เป็นผู้นำซักฟอกรัฐบาล เนื่องจากการอภิปรายในสภาอาจไม่เกิดขึ้น

นายคำนูณ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ต้องกลับมาดูที่ความขัดแย้งของแกนนำคนเสื้อแดง ที่ปัจจุบันดูแตกแยกกันในแนวทางการต่อสู้ โดยถ้าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ รัฐบาลค่อนข้างได้เปรียบฝ่ายตรงข้าม และตั้งรับวางเกมได้ดีกว่า ทำให้การชุมนุมคนเสื้อแดง แม้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ก็ไม่ได้มีพลังมากขึ้น แต่จุดที่ตนรู้สึกไม่สบายใจ คือ ภาพนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ออกมาแถลงข่าวเรื่อง GT 200 ในแนวทางที่สวนทางกัน โดยขณะนี้ต้องอย่าลืมว่า รัฐบาลกำลังจะรับศึกครั้งใหญ่ที่ต้องอาศัยความได้เปรียบ แต่เวลานี้กลับมีร่องรอยความขัดแย้งบางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ รัฐบาลจะมองข้ามไปไม่ได้

"องค์ประกอบของรัฐบาลชุดนี้มาจาก 2 ส่วน คือ พรรคประชาธิปัตย์กับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งจะปฏิเสธไม่ได้ว่านายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคร่วมรัฐบาล มีความสนิทชิดเชื้อกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ดังนั้น ผมจึงไม่ค่อยสบายใจ เพราะตอนนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ แม้จะหาแผนเผด็จศึกชัดเจนไม่ได้ แต่ถ้าหากรัฐบาลยังมีตัวแปรอื่นเข้ามาอีก ก็อาจเกิดรอยร้าวใหม่ขึ้น ฉะนั้น รัฐบาลต้องรีบกำจัดแผนดังกล่าว" นายคำนูณ กล่าว

 

อ้างคนเสื้อแดงโจมตีเปรม เพราะต้องการแก้ รธน.หมวดสถาบันกษัตริย์

นายคำนูณ กล่าวถึงประเด็นการโจมตีประธานองคมนตรีว่า คนเสื้อแดงทำมานานแล้ว โดยคนบางกลุ่มมีความคิดเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประเทศ โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในหมวดสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเรื่องนี้ตนเคยกล่าวไปเยอะแล้ว ซึ่งตนรู้สึกเห็นใจ พล.อ.เปรม ที่ต้องทนแบกรับสถานการณ์เช่นนี้ เพราะดูเหมือนไม่มีใครคอยออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเลย ทั้งที่ตำแหน่งประธานองคมนตรี ดูเหมือนว่าจะสูงส่ง แต่จริงๆ แล้วก็ไม่มีอภิสิทธิ์เหนือผู้คนธรรมดา เพราะไม่ได้เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ดังนั้น ในเมื่อปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นกับประธานองคมนตรี กรมสรรพากรทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ออกมาชี้แจงข้อมูล หรือต้องให้ พล.อ.เปรม เดินไปแจ้งความที่โรงพัก หรือเปิดบ้านสี่เสาเทเวศร์แถลงข่าว

 

คอลัมน์นิสต์ผู้จัดการอ้างในกรุงเทพฯ มีการตั้งกองกำลังพิทักษ์ชุมชนต้านเสื้อแดง

ขณะเดียวกันในเว็บไซต์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ เมื่อเวลา 00.24 น. วันนี้ (19 ก.พ.) มีการเผยแพร่บทความคอลัมน์เกาะกระแส โดยก้อนกรวด ตอน “กองกำลังป้องกันชุมชน” อ้างว่าในเวลาก่อนถึงการตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี “ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เวลานี้เริ่มมีการเคลื่อนไหวของชาวชุมชน “นางเลิ้ง-ดินแดง-กิ่งเพชร” รวมไปถึงชุมชนโดยรอบทำเนียบฯ ที่เคยถูกพวก “แดงไม่รับผิดชอบ” ไปไล่ยิง หรือเอารถแก๊สไปข่มขู่เป็นตัวประกันนานเป็นวัน มาคราวนี้พวกเขาประกาศว่า จะไม่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมอีก จึงมีการตั้ง “กองกำลังพิทักษ์ชุมชน” ขึ้นมา มีการจัดเวรยามป้องกันคนภายนอกเข้ามาสร้างความวุ่นวายอย่างเข้มงวด เชื่อว่าวิธีการแบบนี้จะต้องกระจายออกไปอีกหลายชุมชนทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งน่าจะเป็นอีกทางหนึ่งในการรับมือกับพวก “แดงถ่อย” ได้อย่างเหมาะสม โดยไม่ต้องหวังพึ่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะตำรวจที่เวลานี้ยังไว้ใจไม่ได้ ไม่รู้ว่าอยู่ฝ่ายไหนกันแน่”

 

บทความผู้จัดการแนะคนสีลมสาดน้ำไล่คนเสื้อแดง

ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 01.59 น. วันนี้ (19 ก.พ.) หรือ 10 ชั่วโมงก่อนการนัดชุมนุมของคนเสื้อแดงที่หน้าธนาคารกรุงเทพฯ ถ.สีลม ในเว็บไซต์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ มีการเผยแพร่บทความ “แก้ปัญหาเสื้อแดงป่วน โผล่ที่ไหน“สาดน้ำ”ไล่” เขียนโดย “กรงเล็บ” ตอนหนึ่งเขียนแนะนำผู้ที่อยู่ย่านสีลมให้ต่อต้านคนเสื้อแดงด้วยการสาดน้ำลงมาจากที่สูง บทความตอนนั้นระบุดังนี้

“ก่อนที่รัฐบาลจะได้แสดงบทบาทเข้มแข็งในการเข้าควบคุมสถานการณ์ช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ เราอาจได้เห็นการแสดงออกของประชาชนที่จะร่วมต่อต้านการชุมนุมที่ไร้เหตุผล ของคนเสื้อแดงกัน ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งคนเสื้อแดงเตรียมปิดถนนสีลมตั้งแต่เที่ยงวันถึงหกโมงเย็นเพื่อล้อมธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่

อย่าลืมว่า ณ ที่แห่งนี้ คือ จุดเริ่มต้นที่ทำให้คนในสังคมได้ยินเสียงขับไล่ ทักษิณ กลางเมืองหลวงเป็นครั้งแรก และจุดประกายทำให้การขับไล่ ทักษิณ ขยายวงกว้างออกไปในอีกหลายพื้นที่

ไม่แน่ว่า ลูกสมุนทักษิณอาจได้วัดรอยเท้าพ่อ ด้วยการประสบชะตากรรมที่ไม่แตกต่างกัน

ถึงเวลาแล้วที่คนในสังคมจะออกมาแสดงพลังต่อต้านพฤติกรรมทำร้ายชาติ บ้านเมืองเพื่อปกป้องคนเพียงแค่คนเดียว

ไม่ต้องทำอะไรมาก ขอแนะนำให้ใช้สันติวิธี คือแค่อยู่ในที่สูง ไม่ว่าจะเป็นบนตึก หรือ สะพานลอย แล้วสาดน้ำใส่กลุ่มคนที่ออกมาป่วนชาติ โดยไม่จำเป็นต้องไปด่าทอ เพราะอาจบานปลายทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างประชาชน” บทความตอนหนึ่งระบุ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์