เครือข่ายสลัม 4 ภาค ร่วมชาวชุมชนพระราม 6 ร้อง ตร.ใช้ความรุนแรง ไล่รื้อชุมชน

เครือข่ายสลัม 4 ภาค ประณาม ตร.ใช้กำลังไล่รื้อชุมชนพระราม 6 ชี้ชาวบ้านเรียกร้องสิทธิของชุมชน พร้อมจี้ ผบ.ตร.สอบสวนเหตุการณ์ ขณะที่การจัดหาพื้นที่ใหม่ให้ชาวชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากรถไฟฟ้าสายสีแดงยังไม่ได้ข้อสรุป ชาวบ้านโดนตัดขาดทั้งน้ำ-ไฟ วานนี้ (5 เม.ย.54) เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น.ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เครือข่ายสลัม 4 ภาค พร้อมด้วยชาวชุมชนพระราม 6 กว่า 100 คน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีการนำกำลังเข้าไล่รื้อชุมชนพระราม 6 เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ในที่ดินของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพื่อที่จะนำพื้นที่ดังกล่าวไปใช้ในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง จนเกิดการปะทะกันระหว่างตำรวจคอมมานโดกับชาวชุมชน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายและชาวบ้านส่วนหนึ่งถูกจับกุมขุมขัง นายสุชิน เอี่ยมอินทร์ กรรมการบริหารเครือข่ายสลัม 4 ภาคกล่าวว่า การใช้กำลังไล่รื้อชุมชนควรหมดไปได้แล้วในสังคมไทย และการมายื่นหนังสือครั้งนี้เพื่อให้ทาง ผบ.ตร.สั่งการกับทุกหน่วยงานของกรมตำรวจ ไม่ให้ใช้กำลังเข้าดำเนินการกับชาวชุมชนอื่นๆ อีกในอนาคต ส่วนนายถวัลย์ บุญธรรม ตัวแทนสหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติ (สอช.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านชุมชนพระราม 6 ได้มีการเจรจากับร.ฟ.ท.มาตลอด จนได้ข้อยุติและทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันว่า ทาง ร.ฟ.ท.จะจัดหาพื้นที่ 5 ไร่ ให้ชาวบ้านเช่าอาศัยแทนพื้นที่เดิมที่จะมีการรื้อถอน แต่กลับยังไม่มีการทำสัญญาเช่าที่ และชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปอยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวได้เพราะมีชาวชุมชนเดิมอาศัยก่อนอยู่ก่อนแล้ว ทำให้ชาวบ้านชุมชนพระราม 6 ยังไม่ย้ายออกจากพื้นที่ จนมีการยื่นฟ้องต่อศาลขับไล่ชาวบ้าน ซึ่งต่อมาศาลได้มีคำพิพากษาให้ชาวบ้านย้ายออกจากพื้นที่ และมีการบังคับคดี โดยมีการประสานให้ตำรวจเขามาดูแลการรื้อถอน นายถวัลย์ กล่าวด้วยว่า ชาวบ้านชุมชนพระราม 6 ถูกทางตำรวจนำกำลังเข้ามาไล่รื้อชุมชน ได้รับผลกระทบกว่า 372 ครัวเรือน ซึ่งไม่ใช่ผลกระทบเล็กๆ และสายรถไฟยาวตลอดสาย ซึ่งจะมีชุมชนอีกหลายชุมชนต้องรับผลกระทบ หากมีการกระทำเช่นเดียวกันนี้จากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่นางสิริพร สายเที่ยงแท้ อายุ 43 ปี ชาวชุมชนพระราม 6 ที่เดินทางมาร่วมพร้อมกับหลานสาววัย 4 ขวบ กล่าวให้ข้อมูลว่า หลังจากที่ได้มีการเดินเท้าไปที่พรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันศุกร์ที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้ชาวชุมชนยังประสบปัญหาเรื่องน้ำ ไฟ ที่โดนตัดไปแล้ว และรถสุขา โดยรถน้ำก็มาส่งน้ำให้หลังจากที่ได้เดินทางไปร้องเรียนแต่หลังจากนั้นก็ไม่มีใครเข้ามาให้ความช่วยเหลืออีก ถึงวันนี้เป็นเวลาเกือบสัปดาห์แล้วที่ชาวชุมชนกว่าร้อยคนในชุมชนต้องอาศัยหลับนอนในเต็นท์ที่ได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านชุมชนใกล้เคียงโดยไม่มีใครยื่นมือมาให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจัง ส่วนเรื่องที่พื้นที่ใหม่ที่ชาวชุมชนจะย้ายไปพักอาศัยนั้น นางสิริพรกล่าวว่าเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตัวแทนของชุมชนได้เข้าร่วมพูดคุกับตัวแทนของ ร.ฟ.ท.และกระทรวงคมนาคม ได้ข้อสรุปให้ชาวชุมชนย้ายไปอาศัยในพื้นที่ชุมชนสีน้ำเงินซึ่งอยู่ตรงข้ามฝั่งคลอง ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของโรงไม้แต่ได้มีการรื้อถอนไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่เมื่อชาวบ้านเข้าไปรังวัดที่เพื่อจัดสรรกลับมีปัญหาไม่ให้เข้าพื้นที่ เนื่องจากกรมโยธาจะทำการขุดลอกคลองและใช้พื้นที่ดังกล่าวทำแก้มลิง ในขณะที่กระทรวงคมนาคมก็บอกให้ชาวบ้านเข้าไปจัดสรรพื้นที่โดยระบุว่าไม่จำเป็นต้องทำสัญญาเพื่อเช่าที่ ทำให้ชาวชุมชนหวั่นเกรงว่าหากเขาไปตั้งบ้านเรือนแล้วในที่สุดก็จะถูกบังคับไล่รื้ออีก “ที่ผ่านมาเหมือนเราถูกปิดกั้นจากความรับรู้ของผู้คนภายนอก ไม่มีใครมองเห็นเรา ไม่มีใครรับรู้ถึงความเดือดร้อนของเรา” นางสิริพรกล่าว ด้าน พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นตัวแทนรับเรื่อง กล่าวกับชาวชุมชนที่มาร้องเรียนว่า จะดูแลไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความรุนแรง อย่างไรก็ตามในกรณีนี้หากต่างฝ่ายต่างไม่ใช่ความรุนแรงก็จะไม่เกิดปัญหาการปะทะขึ้น ทั้งนี้ ส่วนตัวไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จึงไม่สามารถบอกได้ว่าใครถูกผิด พร้อมให้ชาวชุมชนนำภาพเหตุการณ์มามอบให้เพื่อดูว่าการกระทำไหนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกินเหตุ และมีการปฏิบัติการอย่างไร ทั้งนี้ เครือข่ายสลัม 4 ภาค ยังได้ออกแถลงการณ์ “หยุด! ใช้ความรุนแรงต่อการเรียกร้องสิทธิชุมชน” โดยระบุความเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เนื่องจากการคัดค้านของชุมชนพระราม 6 เป็นการเรียกร้องเพื่อให้เกิดการเจรจาตามสิทธิชุมชนที่มีอยู่ และก่อนหน้านี้ได้ชาวบ้านมีข้อตกลงไว้เบื้องต้นที่จะย้ายออกจากที่อยู่อาศัยในวันที่ 3 เม.ย.54 แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับเข้าดำเนินการใช้ความรุนแรงในการรื้อที่อยู่อาศัยของชาวชุมชนมือเปล่า อีกทั้งยังมีการใช้แก๊สน้ำตาจัดการกับชาวชุมชนที่ขัดขวางด้วย แถลงการณ์ดังกล่าวประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิในการเรียกร้องด้านที่อยู่อาศัยของผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ซึ่งทางสหประชาชาติได้ประกาศให้เป็นประเด็นที่ต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหา อีกทั้งรัฐบาลเองได้มีนโยบายบ้านมั่นคงเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะต้องใช้ความรุนแรงในการไล่รื้อชุมชน พร้อมเรียกร้องให้ พล.ต.อ.วิเชียร ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว และให้มีนโยบายว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงต่อการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยต่อไปในอนาคต “เครือข่ายสลัม 4 ภาค จะขอติดตาม ตรวจสอบ ในการสอบสวนผู้สั่งการให้เกิดการกระทำในเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด” แถลงการณ์ระบุ

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์