คอป.รับฟังกรณีเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ทหารยันเข้าไม่ถึง ดีเอสไอเผยรายละเอียดผู้ต้องหา

คอป.ประชุมรับฟังกรณีเผา CTW ทหารยันไม่ได้เผา เข้าไม่ถึงพื้นที่ช่วงไฟไหม้ ดีเอสไอเผย มี 2 สำนวน คดีปล้นทรัพย์ 9 ราย คดีร่วมกันวางเพลิง 7 ราย จับได้แล้ว 4 ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ดีเอสไออ้างพยานบุคคลชี้เป็นกลุ่มผู้ชุมนุม 20-30 คนบุก CTW หลังแกนนำประกาศยุติชุมนุม

19 เม.ย.54 ที่ห้องประชุมสำนักงานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)   คณะอนุกรรมการ ที่มีนายสมชาย หอมลออ เป็นประธานมีการเปิดเวทีรับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบ ครั้งที่ 11 "กรณีการเผาอาคารสถานที่ในเขตกรุงเทพมหานคร" มีนายสมชาย เป็นประธานในที่ประชุม โดยที่ประชุมพุ่งเป้าไปยังการสอบถามข้อมูลการเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ (Central World- CTW) มีผู้มาให้ข้อมูลทั้งผู้สื่อข่าว เจ้าหน้าที่ทหารระดับผู้บังคับบัญชาหน่วยในพื้นที่ ตำรวจเจ้าของสำนวน พนักงานสอบสวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หน่วยกู้ชีพ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง
เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ กล่าวว่า ในวันที่ 19 พ.ค.53 หน่วยของตนรับผิดชอบกระชับพื้นที่ตั้งแต่แยกปทุมวัน สนามศุภฯ เทคโนโลยีปทุมวันฯ โดยมีการตั้งด่านตั้งแต่ก่อนวันที่ 19 พ.ค.เพื่อเป็นประตูให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนออก [ในช่วงดังกล่าว มีประกาศ ศอฉ.ไม่อนุญาตให้เข้าพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยอนุญาตให้ออกจากพื้นที่เท่านั้น-ประชาไท] จน วันที่ 19 พ.ค. จึงเริ่มขยับตั้งแต่เวลา 5.00 น.ไปจนถึงห้างมาบุญครองจากนั้นตั้งด่านโดยเปิดถนน 1 เลนเพื่อให้ผู้ชุมนุมออก จนช่วงบ่าย หลังแกนนำประกาศมอบตัว เวลาประมาณ 14.00 น. ประชาชนบางส่วนทยอยออก ทหารได้ตรวจค้นอาวุธและส่งกลับบ้าน เวลาประมาณ 15.00 น.ทหารเคลื่อนไปยังฝั่งห้างสยามดิสคัฟเวอรี่โดยมีกำลังพลทั้งภาคพื้นที่และ บนสกายวอล์ค เคลียร์กองยางรถยนต์ แล้วได้รับคำสั่งให้หยุดแค่นั้น ช่วงนั้นมองจากสกายวอล์คเห็นกลุ่มควันจากCTWแล้ว มีคำสั่งให้คุ้มครองหน่วย ดับเพลิงเข้าไป แต่ตนบอกว่ายังเข้าไม่ได้เพราะไม่ปลอดภัย สุดท้ายจึงได้รับอนุมัติให้เข้าพื้นที่เวลาประมาณ 17.00 น. ใช้เส้นทางถนนพระราม1 เข้าเคลียร์พื้นที่สยามสแควร์ พอถึงโรงหนังสกาลาเริ่มมีการยิงปะทะมาจากฝั่งสยาม เมื่อถึงบริเวณแยกเฉลิมเผ่ามีการแจ้งว่ามีชายชุดดำถืออาวุธปืนยาวประมาณ 3-4 คนยิงเจ้าหน้าที่ 2-3 นัดแล้วถอย เจ้าหน้าที่ตอบโต้แต่ยิงโดนตอม่อ อาวุธที่คนร้ายใช้น่าจะเป็นเอ็ม 16 เพราะวันรุ่งขึ้นเห็นปลอกกระสุน จากนั้นก็ไม่ได้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าเพราะเริ่มมืด ประกอบกับมีรถหกล้อซึ่งใช้เชื้อเพลิงเอ็นจีวีจอดอยู่ 2 คัน เกรงว่าจะมีการวางระเบิดจึงถนนกำลังมาอยู่ที่ห้างพารากอน กระทั่งเวลาประมาณ 19.00น. ศอฉ.จึงให้หน่วยตนประสานกับรถดับเพลิง เริ่มเข้ามาดับไฟซึ่งกว่าไฟจะเริ่มมอดก็ราว 5.00 น.ของอีกวัน
จากนั้นวันที่ 20 พ.ค. ทหารก็ยังเข้าไม่ได้ มีคำสั่งให้ผู้ชุมนุมออกจากพื้นที่ก่อน จนกระทั่งเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ตอนบ่าย เจอระเบิดตามกุฏิ มีการฝังปืนเอ็ม 16 ไว้ใต้ต้นไม้หลายกระบอก จากนั้นประมาณ 14.00 น.จึงได้จัดกำลังเคลื่อนเข้าไปคุ้มครอง CTW เกรงว่าจะถูกเผาอีก แต่ก็เฝ้าเพียงโดยรอบเพราะเจ้าหน้าที่ CTW ไม่ให้เข้า จนวันที่ 21 พ.ค.ประมาณ 11.00 น.ได้รับแจ้งว่ามีการซุกซ่อนอาวุธในร้านวัตสัน ในห้าง CTW จึงนำกำลังเข้าไป 1 หมู่แต่ค้นไม่พบ สภาพในห้างพบว่ามีการรื้อค้นลิ้นชักใส่เงินของร้านกาแฟที่อยู่ตามทางเดิน ด้วย จากนั้นเกือบ 14.00 น. จึงได้รับรายงานว่าพบศพผู้ชายคนหนึ่งที่สำลักควันเสียชีวิตนานแล้วอยู่ด้าน ใน
อนุกรรมการสอบถามว่า ภาพบนรางรถไฟฟ้า BTS ที่ทหารใช้อาวุธจ่อยิงไปยังวัดปทุม เป็นวันที่เท่าใด เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลที่ 1 รอ.กล่าวว่า ไม่ทราบว่าถ่ายวันที่เท่าไร แต่ยอมรับว่าวันนั้นมีทหารจากหน่วยอื่นประจำการอยู่บนราง BTS หน่วยของตนอยู่แค่ภาคพื้นที่กับสกายวอล์ค แต่หน่วยบนราง BTS เคลื่อนที่มาทีหลังหน่วยของตน เพราะตนยังต่อว่าเขาอยู่เลยว่าเล็งยิงระวังโดนทหารหน่วยข้างหน้าด้วยกันเอง อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าหน่วยของตนไม่มีการใช้อาวุธอย่างแน่นอน
ด้านรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล6 ซึ่งดูแล สน.ปทุมวัน กล่าวว่า ให้รายละเอียดในเรื่องการดำเนินคดีไม่ได้มากนัก เพราะกำลังจะขึ้นศาล และตำรวจได้ส่งสำนวนให้กับีเอส ไอแล้ว อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 19 พ.ค. ตนได้คุมกำลังตำรวจอารักขาวังสระปทุม เห็นกลุ่มควันจาก CTW เริ่มหนาแน่นเวลา 17.00-18.00 น. ซึ่งไม่มีหน่วยไหนพิสูจน์ทราบในที่เกิดเหตุได้เพราะไม่ปลอดภัย ส่วนรถดับเพลิงที่เข้าไม่ได้นั้น ไม่กล้าเข้าหรือโดนสั่งห้ามเข้านั้นตนก็ไม่สามารถยืนยันความชัดเจนได้ จนกระทั่งประมาณ 20.00 น.เศษ จึงมีการร้องขอรถดับเพลิงจาก กทม.และลุยกันเข้าไปดับเพลิง ส่วนการตรวจพบศพนั้นพบในช่วงบ่ายวันที่ 21 พ.ค. สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ไม่ได้เข้าไปก่อนหน้านี้เพราะเกรงว่าตึกจะถล่ม
.ต.อ.ปิยะ รักสกุล พนักงานสอบสวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า คดีเกี่ยวกับการเผาสถานที่ราชการในต่างจังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี, อุดรธานี, ขอนแก่น, มุกดาหาร, เชียงใหม่ สำนวนอยู่ในชั้นศาลหมดแล้ว ส่วนคดีเผาในกรุงเทพฯ นั้น ดีเอสไอรับมา 48 คดี ที่เสร็จสิ้นแล้วมี 2 คดี ได้แก่ เผา CTW และปล้นทรัพย์ โดยรับสำนวนการสอบสวนมาจาก สน.ปทุมวัน จากสำนวนพบว่าพฤติการณ์เกิดขึ้นหลังการประกาศยุติการชุมนุมของแกนนำ ผู้ชุมนุมที่ไม่พอใจราว 20-30 คนได้บุกเข้าไปใน CTW ใช้อุปกรณ์ทำลายกระจก แต่เนื่องจากกระจกเป็นกระจกนิรภัยจึงมีการใช้แก๊สเผาจนละลาย จากกล้องวงจรปิดของห้าง CTWแม้ไม่ชัดเจนนักแต่ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ต้องหาร่วมกันวางเพลิงแล้ว 7 คน และดีเอสไอออกหมายจับเพิ่มอีก 2 คน ซึ่งใช้ขวดน้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ใช้สินค้าในห้างเป็นเชื้อเพลิง ในจำนวนนี้สามารถจับกุมได้แล้ว 4 คน เป็นเยาวชน 2 คน ผู้ใหญ่ 1 คน และตามจับกุมได้ที่สนามหลวงอีก 1 คน จากภาพถ่ายที่ CTW ขณะถือถังดับเพลิง ซึ่งพนักงานในห้างให้การว่า คนกลุ่มนี้ถือถังดับเพลิงไว้ทุบทำลายกระจก
ส่วนของ CTW นั้น พยานให้การว่า ผู้กระทำความผิดเข้ามาทางชั้น G รอบแรกเข้ามาจุดเพลิงแต่สปริงเกอร์ทำงาน รอบที่สองมีการยิงลูกแก้วเข้ามา รวมถึงใช้ประทัดยักษ์และระเบิดด้วย จนเจ้าหน้าที่ข้างในได้รับบาดเจ็บต้องถอยไปรวมกันที่ลานจอดรถ มีการอพยพคนออกจากห้างทั้งหมด เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่มาถึงได้ลำเลียงออกไปลานจอดรถด้านล่างระหว่างนั้นได้ ยินเสียงคนทุบทำลายกระจกภายในจึงเข้าไปดู มีการยิงกัน และจับคนร้ายได้ 9 คน แต่จับอาวุธปืนไม่ได้ แจ้งข้อหาปล้นทรัพย์โดยในจำนวนนี้มีส่วนที่เป็นผู้ต้องหาในคดีปล้นทรัพย์ ด้วย 
.ต.อ.ปิยะ กล่าวว่า อัยการสั่งฟ้องแล้วทั้ง 2 คดี อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล ซึ่งควรจะสืบพยานเสร็จแล้วแต่จำเลยซึ่งเป็นเยาวชนและได้ประกันไม่มาศาล จึงต้องนัดใหม่ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ส่วนผู้ต้องหารายอื่นไม่ได้รับการประกันตัว
อนุกรรม การถามว่าพฤติการณ์มีลักษณะใดจึงสรุปในสำนวนว่าเป็นการวางเพลิง เจ้าหน้าที่จากดีเอสไอตอบว่า ใช้หลักฐานจากคำให้การของพยาน ซึ่งดีเอสไอรับสำนวนหลังจากเกิดเหตุแล้วประมาณ 1 เดือน ประกอบกับผู้เชี่ยวชาญกองพิสูจน์หลักฐานระบุว่าเป็นการวางเพลิง
เมื่อถามว่ายืนยันได้ไหมว่าไม่ใช่ฝีมือของทหาร เจ้าหน้าที่จากดีเอสไอระบุว่า ไม่มีพยานคนใดระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อถามว่าเป็นไปได้ไหมที่จะเป็นฝีมือของมือที่สาม เจ้าหน้าที่กล่าวว่า การชุมนุมของ นปช.ใน ช่วงหลังผู้ชุมนุมไม่ได้ใส่เสื้อแดง และเราไม่ทราบว่าคนชุมนุมเป็น นปช.ทั้งหมดหรือไม่ จากการสันนิษฐานในช่วงเวลาดังกล่าวเจ้าหน้าที่ทหารได้ปิดกั้นทุกด้านไว้หมด ไม่ใครเข้าได้อีกนอกจากคนที่อยู่ที่นั่น
ขณะที่หัวหน้าสถานีดับเพลิงพระนคร กล่าวว่า ในวันที่ 19 พ.ค. ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณจุฬา ซอย 4, 5, 6 จึงออกไปดับเพลิงบริเวณดังกล่าว ซึ่งเข้าไปได้ยากเพราะทหารมีการตั้งด่านสกัดหลายจุด ระหว่างเดินทางไปและดับเพลิงได้ยินเสียงปืนตลอด อีกส่วนหนึ่งคือบริเวณ CTW ซึ่งไม่ได้เข้าไปในวันเกิดเหตุ แต่เข้าไปในวันที่ 20 พ.ค. เพราะเข้าพื้นที่ไม่ได้ ได้ยินเสียงปืนตลอด แม้ทหารช่วยคุ้มกัน แต่ก็เสี่ยงเกินไป ได้ยินเสียงปืนทีก็ต้องหลบ จนกระทั่งรถใหญ่เข้าได้หลังเที่ยงคืน เมื่อไปถึงอาคารก็ถล่มแล้วจึงมุ่งดับไฟอย่างเดียว เมื่ออนุกรรมการถามว่ามีการสกัดกั้นจากคนเสื้อแดงเพื่อไม่ให้ดับไฟหรือไม่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระบุว่าไม่มี เพราะทหารบล็อคไว้หมดแล้ว
ในช่วงท้าย นายนิค นอสติทส นักข่าวอิสระได้ให้ข้อมูลว่า เขามีภาพในวันที่ 19 พ.ค.ซึ่งเห็นทหารอยู่บริเวณ CTW แต่เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ กล่าวว่า ในวันดังกล่าวหน่วยของเขาอยู่แยกศาลาแดง เข้าไม่ถึง CTW โดน M79 3-4 ลูก จนผู้ใต้บังคับบัญชาเสียชีวิต 1 ราย จึงต้องปรับกำลังอยู่ตรงแยกราชดำริ-สารสิน ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารระดับผู้บังคับบัญชาอีกนายหนึ่งระบุว่า หลังเหตุการณ์จบ กองทัพบกได้เชิญผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยประชุมเพื่อทบทวนเหตุการณ์ ซึ่งขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทหารไม่ได้เผา CTW แน่นอน เริ่มมีการเผาตอนประมาณ 14.00 น. ซึ่งยังไม่มีทหารหน่วยใดที่เข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวได้

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์