อะไรคือสลิ่ม? ว่าด้วยที่มา บริบทความหมาย และคุณลักษณะเฉพาะ

ซาหริ่ม, ซ่าหริ่ม น. ชื่อขนมอย่างหนึ่ง ทําด้วยแป้งถั่วเขียว ลักษณะคล้ายลอดช่อง แต่ตัวเล็กและยาวกว่า กินกับนํ้ากะทิผสมนํ้าเชื่อม. (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๔๒) นี่อาจจะเป็นอีกคำหนึ่งที่มีผู้สะกดผิดมากคำหนึ่ง ซาหริ่ม หรือที่เรามักเขียนกันว่า \สลิ่ม\" ตามความหมายดั้งเดิมหมายถึงขนมไทยชนิดหนึ่ง แต่ความหมายของคำในภาษาย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ การเปลี่ยนแปลงในลักษณะหนึ่งก็คือการย้ายที่ของแวดวงความหมาย ทำให้เกิดการใช้คำนั้นในอีกความหมายหนึ่งที่ไม่ตรงกับความหมายประจำคำ นั่นคือลักษณะของสำนวนนั่นเอง ซึ่งสลิ่มเองก็ได้กลายมาเป็นคำศัพท์เฉพาะ (หรืออาจเรียกว่าเป็นสแลง) ทางการเมืองไทยร่วมสมัยด้วยความเป็นมาที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว ที่มาและบริบทความหมาย ช่วงต้นปี ๒๕๕๓ มีการชุมนุมทางการเมืองของคนเสื้อแดงที่เรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ในขณะนั้นยุบสภา ข้อเรียกร้องดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านคนเสื้อแดงอย่างหลากหลาย และหนึ่งในนั้นคือการเกิดขึ้นของกลุ่มประชาชนพิทักษ์ชาติ(ไม่แบ่งสี) โดยการนำของ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ซึ่งกลุ่มนี้ต่อมาขนานนามตนเองว่าเป็น \"กลุ่มเสื้อหลากสี\" การเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อหลากสีได้สร้างปฎิกิริยาโต้กลับจากฝ่ายเสื้อแดงในทางเย้ยหยัน ว่าเป็นแค่การเปลี่ยนชื่อ/เปลี่ยนสีเสื้อ ของคนเสื้อเหลืองเก่า ที่ไม่สามารถใช้เสื้อเหลืองในการเคลื่อนไหวอย่างสะดวกใจได้ต่อไป เนื่องจากการเสื่อมความนิยมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกอบกับความกระดากที่กลุ่มพันธมิตรได้กลายเป็นผู้ต้องหาในคดีสำคัญๆ (แม้ว่าจะรอดพ้นการดำเนินคดีได้อย่างปาฎิหาริย์มาโดยตลอด) ในทัศนะของคนเสื้อแดงคนเสื้อหลากสีก็คือเสื้อเหลืองจำแลงนั่นเอง เพราะจริงๆ แล้วทั้งความคิด พื้นฐานอุดมการณ์ การกระทำ และการแสดงออกของเสื้อหลากสีก็เหมือนกับเสื้อเหลืองไม่ต่างกับฝาแฝด กล่าวคือ ทั้งสองเสื้อล้วนอยู่ตรงข้ามพรรคเพื่อไทย/คนเสื้อแดง และแสดงออกถึงการต่อต้านทักษิณอย่างมากล้น รวมไปถึงมีคติร่วมที่ไม่ค่อยเชื่อประชาธิปไตยในระบบ เป็นพวกฝักใฝ่ระบอบกษัตริย์ และมักเรียกร้องหารัฐประหาร การดูแคลนคนเสื้อหลากสีของคนเสื้อแดงได้ถ่ายทอดออกมาผ่าน \"สมญานาม\" ที่ใช้เรียกเสื้อหลากสี คำๆนั้นก็คือคำว่า \"สลิ่ม\" ด้วยเหตุผลว่าสลิ่ม(ซาหริ่ม) เป็นขนมที่มีเส้นหลากหลายสีสัน เป็นการล้อไปกับสภาพเสื้อที่หลากหลายสีของกลุ่มเสื้อหลากสีนั่นเอง กล่าวได้ว่ากายภาพด้านสีของขนมสลิ่ม ได้ถูกถ่ายความหมายมาใช้กับคนเสื้อหลากสีเพื่อสื่อถึงสภาพดังกล่าว ผู้เขียนพบเห็นคำนี้ผ่านเฟซบุ๊คของเพื่อนในช่วงเดือนเมษา ๕๓ แต่ก็ไม่ทราบต้นตอว่าใครเป็นคนคิดคำนี้คนแรก ในที่นี้มีความน่าสนใจว่าถ้าจะสื่อถึงสภาพหลากสี ทำไมไม่ใช้คำที่เรามักใช้กันเช่น \"สายรุ้ง\" หรือจะเป็นด้วยว่ามันฟังดูหน่อมแน้มน่ารักเกินไป โดยถ้ามองจากสายตาของนักภาษาศาสตร์ ผู้เขียนเสนอว่า \"สลิ่ม\" เป็นคำที่มีทั้งเสียงเสียดแทรกคือเสียง /ส/ และลงท้ายด้วยเสียงวรรณยุกต์เอกซึ่งเป็นเสียงต่ำ ทำให้มีเสียงที่หนักแน่นเหมาะจะใช้ในการด่าหรือเหยียดหยาม เช่นเดียวกับคำว่า \"สัตว์\" ที่เรามักด่ากันว่า \"ไอ้สัตว์\" นั่นเอง แม้ว่าในเบื้องแรกสลิ่มจะถูกใช้ขนามนามให้คนเสื้อหลากสีเป็นการเฉพาะ แต่ในที่สุดแล้วคำๆนี้ก็ได้กลายเป็นสแลงทางการเมืองที่แพร่หลายมากคำหนึ่ง (อย่างน้อยก็ในหมู่คนเสื้อแดง) สลิ่มได้ถูกนำไปใช้ในบริบทความหมายที่กว้างขึ้น จากเดิมที่ใช้เฉพาะกลุ่มการเมืองของคนเสื้อหลากสี ไปสู่การใช้กับใครก็ตามที่มีพฤติกรรมร่วมที่เข้าข่ายเดียวกับคนเสื้อหลากสี เพราะดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าคนเสื้อหลากสีก็มีรากเดียวกับคนเสื้อเหลืองเก่า ดังนั้นแล้วหากพิจารณาตัวเล่นในการเมืองไทย ก็จะเห็นได้ว่าประกอบไปด้วยฝั่งแดงและฝั่งเหลืองอยู่นั่นเอง เราอาจแยกผู้เล่นออกได้เป็นภาคพรรคการเมืองและภาคประชาชน ซึ่งฝั่งแดงจะประกอบด้วยพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งจะประกอบไปด้วยพรรคประชาธิปัตย์และสลิ่มนั่นเอง ตามบริบทความหมายที่ใช้กันในปัจจุบัน สลิ่มย่อมจะหมายถึงใครก็ตามที่มีจุดยืนทางการเมืองในแบบหนึ่ง(ที่จะขออธิบายในหัวข้อต่อไป) ไม่ว่าคนๆนั้นจะให้คำจำกัดความตัวเองว่าเป็นพันธมิตรฯ เป็นเสื้อหลากสี หรือแม้แต่เป็นกลางก็ตาม คุณลักษณะเฉพาะ จากที่มาข้างต้นประกอบกับที่ผู้เขียนได้สังเกตการแสดงออกทางการเมืองของคนกลุ่มหนึ่งมาเป็นระยะเวลาพอสมควร ผู้เขียนอยากจะเสนอลักษณะเฉพาะ (Characteristic) ของ \"สลิ่ม\" ว่ามีดังนี้ ๑.มีความเกลียดชังทักษิณเป็นล้นพ้น พันธมิตรฯซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสลิ่มได้ถือกำเนิดในปี ๒๕๔๘ เพื่อไล่นายกทักษิณในขณะนั้น และได้ดำเนินการต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน เมื่อผนวกกับกระบวนการรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ ก็ทำให้เกิด \"ผีทักษิณ\" ที่หลอกหลอนสังคมไทยมาโดยตลอด ทำให้สลิ่มจะคิดว่าทักษิณคือต้นตอแห่งความเลวร้ายทุกประการของการเมืองไทย เราจะเห็นตัวอย่างได้ชัดเจนจากเว็บบอร์ดอันเป็นที่พักพิงของสลิ่มทั้งหลาย ที่ไม่ว่าจะเกิดประเด็นทางการเมืองอะไร ชื่อของทักษิณก็มักจะถูกนำเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ (แม้ว่าบางกรณีทักษิณจะไม่ได้เกี่ยวข้องเลยก็ตาม) รวมถึงการสร้างวาทกรรมว่าทักษิณใช้อำนาจเงินเข้าไปซื้อทุกอย่าง (จนเสื้อแดงเอาไปล้อเลียนในลักษณะขบขันเสมอๆ เช่นมีเพจในเฟสบุ๊คชื่อ \"มั่นใจว่าทักษิณสามารถซื้อทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลนี้ได้\") ความเกลียดทักษิณนี้ทำให้สลิ่มรังเกียจทุกสิ่งที่มีความเกี่ยวพันกับทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย นักการเมืองในเครือข่ายทักษิณ ญาติทักษิณ ประชาชนที่ชอบทักษิณ ฯลฯ ๒.ฝักใฝ่ลัทธิกษัตริย์นิยม เป็นเรื่องน่าประหลาด แต่คุณลักษณะในข้อ ๑ และข้อ ๒ นี้มักจะมาด้วยกันเป็นเงาตามตัว นั่นอาจเป็นผลพวงจากการสร้างวาทกรรมของกลุ่มพันธมิตร ที่กล่าวหาว่าทักษิณล่วงละเมิดในหลวง-แดงล้มเจ้า ลัทธิกษัตริย์นิยม หรือ Royalism เป็นแนวคิดที่เชื่อมั่นในตัว/สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสุดโต่ง คนที่เป็น royalism มักจะโน้มเอียงในทางที่ไม่เชื่อมั่นระบอบประชาธิปไตย มีการเรียกร้องให้พระมหากษัตริย์เข้ามาแทรกแซงทางการเมือง (เช่นมาตรา ๗) จนบางคนอาจเสนอให้ประเทศไทยกลับไปใช้ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ด้วยซ้ำ อาการของ royalism นี้มักแสดงออกด้วยการ\"ดึง\"เอาสถาบันกษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการเมืองในแทบทุกเรื่อง (ดูรูปข้างล่างประกอบ) และมักใช้สถาบันเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนความคิดของตน ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือวาทะประวัติศาสตร์อันลือลั่นของอ๊อฟ พงศ์พัฒน์ (ที่บางคนขนานนามว่าสลิ่มตัวพ่อ) ที่ว่า \"ไม่รักพ่อก็ออกไปจากบ้านของพ่อซะ\" ๓.โหยหาทหาร อาจเป็นเพราะนับแต่ ๑๙ ก.ย. ๔๙ สถาบันทหารได้แสดงจุดยืนที่\"ไม่เข้าข้าง\"รัฐบาลพลเรือนจากฝ่ายทักษิณมาโดยตลอด ทำให้ทหารกลายเป็นพระเอกในใจสลิ่มไปโดยปริยาย สลิ่มจึงพยายามที่จะเรียกร้องให้ทหารทำรัฐประหารซ้ำแ่ล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่สมัยการชุมนุมของพันธมิตรในทำเนียบ มาจนถึงช่วงอุทกภัยในปัจจุบันนี้ (ดูรูปด้านล่างประกอบ) นั่นอาจเป็นเพราะสลิ่มมีความคิดง่ายๆ ว่า แค่กำจัดทักษิณและพลพรรคนักการเมืองของเขาออกไปได้ทุกอย่างก็จะจบ โดยที่ก็ลืมคิดไปว่ารัฐประหารที่ผ่านมาก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรแม้แต่นิดเดียว ๔.ไม่เชื่อมั่นประชาธิปไตยในระบบ การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยครั้งหลังๆที่ผ่านมาจบลงด้วยชัยชนะของพรรคในเครือข่ายเก่าของทักษิณเสมอ นั่นอาจทำให้สลิ่มหมดหวังหรือถึงขั้นชิงชัยประชาธิปไตยในระบบ เพราะถ้าเล่นกันตามเกมแล้วความต้องการและรสนิยมทางการเมืองของพวกเขาไม่อาจกำเสียงส่วนมาก สลิ่มจำนวนมากจึงหันไปหาวิธีการพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจของกษัตริย์และกองทัพดังที่ได้กล่าวมาแล้ว หรืออีกวิธีหนึ่งก็ืคือการแก้ไขกติกาให้เสียงของประชาชนมีความสำคัญน้อยลง เช่น ข้อเสนอ 70/30 ของพันธมิตร หรือเสนอให้คนจบปริญญาตรีขึ้นไปเท่านั้นที่จะมีสิทธิเลือกตั้ง (ดูรูปด้านล่างประกอบ) พวกเขาคงจะคิดว่ายิ่งลดทอนความเป็นประชาธิปไตยให้ได้มากเท่าไหร่ ความต้องการทางการเมืองของตนก็คงจะสมหวังได้ง่ายขึ้น ๕.ขาดเหตุผลและความรู้ นี่เป็นปัจจัยที่ทำให้สลิ่มถูกปรามาสจากเสื้อแดงมาโดยตลอด เนื่องจากสลิ่มมักขาดเหตุผลที่ดีในการแสดงออก ตัวอย่างที่ชัดเจนที่เคยยกไปในข้อที่ ๑ ก็คือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สลิ่มก็มักใช้เหตุผลว่า \"ทักษิณซื้อ...ไปแล้ว\" หรือในช่วงน้ำท่วมนี้เราก็จะเห็นกันได้อย่างดาดดื่นกับการแสดงออกทางการเมืองที่แสนจะน่าตลกขบขันปนหดหู่ เช่น ด่ายิ่งลักษณ์ว่าโง่ โดยที่คนด่าก็ไม่สามารถหาเหตุผลมาแสดงได้ว่ายิ่งลักษณ์โง่อย่างไร เธอทำงานผิดพลาดอย่างไร หรือเหน็บแนมในเรื่องที่ไม่เป็นสาระ เช่นเรื่องรองเท้าลุยน้ำของนายก เรื่องท่าทาง ไปจนถึงเรื่องการจับมือกับโอบามา (ซึ่งบางอย่างที่ยกมาก็เป็นเรื่องเท็จ) นอกจากนั้นแล้วสลิ่มยังแสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้มีความรู้พื้นฐานทางการเมือง-สังคม-ประวัติศาสตร์ที่ดีพอ ทำให้บางครั้งหาข้อสนับสนุนความคิดของพวกเขาเป็นไปอย่างลักลั่น ขัดแย้งในตัวเองอย่างน่าขัน เช่น กลุ่มพันธมิตรใช้เหตุการณ์ ๖ ตุลามาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของตน ทั้งที่สิ่งที่พันธมิตรกระทำก็เป็นสิ่งเดียวกันที่ฆ่านักศึกษาในเหตุการณ์ ๖ ตุลา หรือในกรณีข้อเสนอเรื่องสิทธิเลือกตั้งกับวุฒิปริญญาตรีก็แสดงให้เห็นว่าคนเสนอไม่ได้มีความรู้เกี่ยวทางสังคมและหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ดีพอแต่อย่างใด (กรุณาอ่าน http://www.prachatai.com/journal/2011/11/37879) ๖.มีความหลงผิดว่าตนเองดีเลิศและสูงส่งกว่าคนอื่น ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าด้วยเหตุอันใด ทำให้สลิ่มที่พบเจอมักจะเป็นชนชั้นกลางไปถึงสูงที่มีการศึกษา ส่วนหนึ่งอาจเป็นคนเมืองหรือคนชนบทที่สมาทานความเป็นคนเมืองไว้พอสมควร ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าสลิ่มจะต้องชิงชังทักษิณอย่างถึงที่สุด ดังนั้นเมื่อภาพของคนที่ชื่นชอบทักษิณส่วนใหญ่เป็นคนชนบท-คนชั้นล่าง ทำให้สลิ่มนำภาพรวมดังกล่าวมาเปรียบเทียบ และยกสถานะตนเองในแง่ของชนชั้นและการศึกษาว่าเหนือกว่าอีกฝ่าย การยกตนนี้ลุกลามไปจนถึงการแสดงออกทางการเมือง สลิ่มจะคิดไปว่าความคิดทางการเมืองในแบบของตนนั้นดีเลิศและสูงส่งกว่าของคนอื่นโดยเฉพาะเสื้อแดง นั่นเป็นที่มาของอาการ \"ตีอกชกหัว\" ของสลิ่มทั้งหลายในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งพรรคเพื่อไทยชนะอย่างเบ็ดเสร็จ สลิ่มทั้งหลายไม่รีรอที่จะ \"ขึ้นธรรมาสน์\" ด่ากราดสั่งสอนคนที่เลือกเพื่อไทยว่่าโง่-ไม่มีการศึกษา-ไม่มีวิจารณญาณ-ถูกซื้อเสียง ขณะเดียวกันก็ชูหางตนเองว่าตนเองนั้นเหนือกว่าพวกควายแดง เพียงแต่มีจำนวนน้อยกว่า (นำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นในประชาธิปไตยที่ได้ยกไปข้างต้น) ความหลงตนประการนี้ทำให้ัในการแสดงออกทางการเมืองหลายครั้งสลิ่มละเลยที่จะหาเหตุผลมาสนับสนุนความคิดตน(ย้อนกลับไปอ่านข้อ๕) เพราะมีความหลงว่าสิ่งที่ตนเชื่อนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว ซึ่งเมื่อพิจารณาความไร้เหตุผลและการขาดความรู้ที่สลิ่มแสดงออก มันก็ยิ่งชวนขบขันในความหลงตัวเองของสลิ่ม ดังที่สหายท่านหนึ่งได้เขียนเสียดสีไว้ว่า สลิ่ม (SLIM) นั้นย่อมาจาก Special League of Intellectual and Morality คือพวกที่คิดไปเองว่าตนเองมีมาตรฐานปัญญาและศีลธรรมที่เหนือกว่าชาวบ้าน แต่ความเป็นจริงก็ไม่ได้แสดงให้เราเห็นเช่นนั้นแต่อย่างใด ต้นตอของความเป็นสลิ่ม เราจะเห็นว่าคุณลักษณะของสลิ่มที่ยกมานั้นมีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก อาการที่ ๑ ก่อให้เกิดอาการที่ ๒ อาการที่ ๓ ก่อให้เกิดอาการที่ ๔ อาการที่ ๕ เป็นปัจจัยของอาการที่ ๑... อย่างไรก็ดีหลังจากที่วิเคราะห์ได้ระยะหนึ่งผู้เขียนก็พอจะสรุปได้ว่า ความเป็นสลิ่มนี้มีมูลเหตุพื้นฐานมาจากสิ่งหนึ่ง นั่นคือ Ignorance (ผู้เขียนเคยใช้คำภาษาไทยว่า \"ความโง่เขลา\" แต่เมื่อนำคำนี้ไปใช้ในการถกเถียงในเว็บบอร์ดชื่อดังแห่งหนึ่งปรากฏว่าวงแตกทันที ทำใ้ห้คิดว่าจะเป็นการดีกว่าที่จะใช้คำทับศัพท์โดยไม่แปล) ในวิกิพีเดียอธิบายว่า Ignorance หมายถึง a state of being uninformed (lack of knowledge) หรือสภาวะของความไม่รู้/การขาดความรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง Ignorance นี้ต่างจากความโง่เง่า (Stupidity) เพราะความโง่เง่าแสดงถึงศักยภาพทางสมองที่ต่ำ แต่คนที่มี Ignorance นั้นอาจจะเป็นคนฉลาดปราดเปรื่องก็ได้ (เราจึงเห็นสลิ่มเป็นได้ทั้งหมอ วิศวกร ทนาย อาจารย์มหาวิทยาลัย) แต่ Ignorance เป็นการไม่รู้เพราะเลือกที่จะไม่รู้ เลือกที่จะไม่รู้เพราะอคติหรือบางสิ่งกำลังบังตา ทำให้คนที่มี Ignorance นั้นขาดเหตุผลและเกิดความคิดที่ผิดๆไปหมด(เช่นเดียวกับสลิ่ม) ในที่นี้สมมติฐานของผู้เขียนก็คือ ความเกลียดชังทักษิณและการหมกมุ่นในลัทธิกษัตริย์นิยมได้กลายเป็นคติที่มาบดบังสติปัญญาของคนจำนวนหนึ่ง ทำให้เกิด Ignorance และเมื่อเกิด Ignorance ก็เป็นตัวก่ออาการที่ได้กล่าวถึงแล้วข้างต้นในลักษณะนี้ มี Ignorance ทำให้ไม่เข้าใจประชาธิปไตย มี Ignorance ทำให้ไม่เห็นข้อเสียของรัฐประหาร มี Ignorance ทำให้ละเลยข้อเท็จจริง และบริบทประวัติศาสตร์ มี Ignorance ทำให้ขาดเหตุผล มี Ignorance ทำให้คิดว่าตนเหนือคนอื่น มี Ignorance ทำให้ความเกลียดชังทักษิณยิ่งเข้มข้นขึ้นโดยไม่ตรวจสอบ ฯลฯ (สามารถสรุปเป็นแผนผังได้ดังนี้) ถึงที่สุดแ่ล้วผู้เขียนเชื่อว่าไม่ใช่ทุกคนที่อยู่ตรงข้ามฝ่ายเสื้อแดงจะเป็นสลิ่ม ไม่ใช่ว่าทุกคนที่เกลียดทักษิณจะเป็นสลิ่ม แต่เป็น Ignorance และอาการข้างเคียงนั้นเองที่ทำให้ใครคนหนึ่งกลายเป็นสลิ่ม หากท่านเกลียดทักษิณ แต่ท่านมีสติพอจะเข้าใจว่าปัญหาของการเมืองไทยไม่ได้เกิดจากทักษิณคนเดียว ท่านไม่ใช่สลิ่ม! หากท่านอยู่ตรงข้ามกับเสื้อแดง แต่ท่านเห็นว่าทหารไม่ควรก้าวก่ายการเมือง ท่านไม่ใช่สลิ่ม! หากท่านฝักใฝ่สถาบันกษัตริย์ แต่ท่านเห็นว่าอำนาจของกษัตริย์ก็ควรอยู่ในครรลองของประชาธิปไตย ท่านไม่ใช่สลิ่ม! หากท่านด่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่ด่าอย่างมีเหตุผลและมีข้อมูลที่ถูกต้อง ท่านก็ไม่ใช่สลิ่ม! ดังนั้นถึงตรงนี้ผู้เขียนอยากฝากคำถามไปถึงคนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล/เสื้อแดงว่า ท่านมีลักษณะอย่างที่กล่าวมาหรือไม่ ท่านได้ตรวจสอบตัวท่านเองบ้างหรือเปล่า และท่านมีความคิดที่จะกำจัด Ignorance ของท่านทิ้งไปบ้างหรือไม่ เพราะถึงที่สุดแล้วสิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังขนานนามและหยามหยันท่านอยู่นั้น มันก็ล้วนเกิดจากตัวท่านเองทั้งสิ้น ในอดีตโคลงโลกนิติบอกเราไว้ว่า สนิมเหล็กเกิดแต่เนื้อ ในตน กินกัดเนื้อเหล็กจน กร่อนขร้ำ บาปเกิดแก่ตนคน เป็นบาป บาปย่อมทำโทษซ้ำ ใส่ผู้บาปเอง แต่นาทีนี้เราคงต้องเปลี่ยนกันใหม่แล้วล่ะว่า \"สลิ่มเกิดแต่เนื้อในตน\" ที่มา: เฟซบุ๊ก Faris PHar Yothasamuth"

เป็นนิยามของคำว่าสลิ่มที่สมบู

เป็นนิยามของคำว่าสลิ่มที่สมบูรณมากชิ้นนึงเลย ชอบมากๆ คิดตรงใจเรามากตรงที่สลิ่มไม่ใช่แค่ฝ่ายที่ไม่เข้าข้างเสื้อแดง เกลียดทักษิณ
แต่เป็นพวกที่ ignorance จะด้วยความหยิ่งทะนงในตัวเองอย่างเหลือแสนที่เป็นชนชั้นกลางในเมือง
หรือจะเป็นเพราะคลั่งขวาจัดมากจนไม่เปิดรับอะไรเลย

วิเคราะห์ได้เฉียบ ความเกลียดเ

วิเคราะห์ได้เฉียบ
ความเกลียดเป็นสิ่งปกติ เพราะเป็น"ความรู้สึก"
แต่"การกระทำ"ต่างๆ ที่ผิดกฎกติกามารยาท(หรือสนับสนุน)ต่างหาก ที่ผิดปกติ

กฎ-ไม่เอา >>> จะเถื่อนท่าเดียว
กติกา-ไม่ยอมรับ >>> ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้
มารยาท-ก็ไม่เอา >>> ได้เป็นความทราม

นี่ต้องไล่สอนตั้งแต่เบสิคอารยธรรมการอยู่ร่วมกันของสังคมมนุษย์กันเลยทีเดียว เพราะอยู่กับการปลุกปั่นความเกลียดชังอย่างบ้าคลั่ง

วิเคราะห์ได้ดีครับ

วิเคราะห์ได้ดีครับ แต่ถ้ามองในภาพที่กว้างกว่านั้น ถ้าตัดคุณสมบัิตข้อต้นๆออกไป จะพบว่าในหมู่เสื้อแดงเองก็มีบางกลุ่มที่มีลักษณะเป็นสลิ่มสีแดงเช่นกัน ....

Ignorance ถ้าแปลว่า "งี่เง่า"

Ignorance ถ้าแปลว่า "งี่เง่า" พอจะได้ไหม?

มีอยู่เป็นเรื่องปรกติในชีวิตประจำวันเลยนะ...
ที่คนเก่งๆ คนฉลาดๆ มักจะมีความ "งี่เง่า" อยู่สูงเป็นเงาตามตัว
"ความงี่เง่า" นี่ผมถือว่ามันเป็นภัยร้ายอันดับต้นๆของสังคม
"ความงี่เง่า" มันมักเกิดจากอคติ การไม่ยอมรับรู้ในข้อเท็จจริงที่สำคัญบางประการ
การไม่รับฟังความเห็นใดๆที่ไม่สอดคล้องกับความเห็นของตน
การคิดว่าตนเองฉลาดกว่าอีกฝ่ายหนึ่งเสมอ ต้องการบงการคนอื่นให้ได้
การทื้อ การดื้อรั้น ที่จะต้องทำตามความคิดของตนเท่านั้น

และมันก็จะมีเส้นแบ่งอันเบาบาง ระหว่าง "ความงี่เง่า" และ "ความเป็นผู้นำ"

เออ...ข้าวในนาเหลืองแล้ว...ขอตัวไปเกี่ยวข้าวก่อนนะ
ปีนี้ผลผลิตไม่ค่อยดี กะว่าจะได้เมล็ดข้าวจำนวนแค่ 3.84 * 10^8 เท่านั้น

เกี่ยวข้าวเสร็จจะกินซาหริ่มซักหน่อย
ตกเย็นจะจับสลิ่มสักสองสามตัวมาทำต้มยำเป็นกับแกล้ม
เผื่อกินสลิ่มแล้ว จะรู้จักฉลาด จะรู้จักจงรักภักดี เหมือนพวกสลิ่มบ้าง

ผมว่าไม่จริงอะ

ผมว่าไม่จริงอะ คุณวิเคราะห์ดีนะ แต่มันไม่จริง
ขนาดผมเป็นเสื้อแดง ตินายกเรื่องน้ำท่วม ผมยังเป็นสลิ่มเลย
ตอนนี้ผมงงกับจุดยืนของฝั่งเรานะว่าจะเอาไงต่อกันแน่ จะเป็นแบบนี้ต่อใช่ไม๊
ผมรู้สึกเหมือนว่าแทนที่เราจะใช้เหตุผลคุยกับพวกเขา เรากลับใช้คำว่าสลิ่มด่าเขาแทน
แล้วหลายๆอย่าง หลายบทความที่เขียนถึงสลิ่ม มันก็โดนฝั่งเราเองหลายเรื่อง
มันเป็นจุดอ่อนให้เขาเอามาโต้กลับนะครับ หรือว่าจริงๆแล้วเราก็เป็นสลิ่มกับเขาด้วย

ขอตอบหน่อยนะครับ ปกติตามอ่านเฉยๆ แต่รู้สึกว่านับวันแนวทางของพวกเรายิ่งเลอะเทอะมากขึ้น
อยากให้ทุกท่านลองทบทวนจุดยืนของตัวเองกันดูอีกทีครับ

สถานการณ์สลิ่มปัจจุบัน -มักจะ

สถานการณ์สลิ่มปัจจุบัน

-มักจะพบว่าเพื่อนส่วนใหญ่ในเฟซบุ๊คผู้มีการศึกษา เป็นสลิ่ม ซะส่วนใหญ่

-มีอาการเหมือนในบทความ คือ ปากบอกรักประเทศ คนไทยรักกัน แต่เชียร์ให้มีการจัดการผู้ชุมนุมขั้นเด็ดขาด

-ออกอาการฉุนเฉียวว ด่ากราด ทุกอย่างที่เกี่ยวกับยิ่งลักษณ์-ทักษิณ

-ระยะหลังๆ จะแสดงความเห็นทางการเมือง จะชอบออกตัวก่อนว่า "ไม่ใช่แมลงสาบ/สลิ่ม"

คนที่คิดคำนี้เก่งจริงๆ แต่มันมีการกระทำที่รองรับด้วย และคนเห็นว่าเป็นตามนั้น คำนี้เลย "จุดติด" และกลายเป็นคำปรามาสอย่างหนึ่ง

เห็นด้วยกับบทความที่พูดถึงเสียงสระ ถ้ามาวิเคราะห์กับคำว่า ควายแดง ปลวกแดง ฟังดูแล้วมันไม่เป็นคำด่าจริงๆ เพราะเสียงลอยๆ ไม่ลงด้วยเสียงหนัก เหมือน สลิ่ม / แมลงสาบ

ความรู้ดี หนักแน่น

ความรู้ดี หนักแน่น แสตนดาร์ด
แล้วมีมาด นักวิจัย ไทยแนวหน้า
ค้นซาหริ่ม ต้องรีบเปิด พจนา
นุกรมหา ความหมาย เขาใช้กัน

Ignorance ก้อต้องมี หาที่เปิด
ช่างบันเจิด ด้านค้นคว้า หาหลักฐาน
วิกีพี เดียมี ง่ายใช้งาน
ให้สำราญ ต้องเปิดdick ชันนารี

ที่ว่ามาในบทความนั้น....ข้อมู

ที่ว่ามาในบทความนั้น....ข้อมูลเก่าครับ

ปัจจุบันมีพวก นิวสลิ่ม เกิดขึ้นอีกนับล้านคน.........

ก็พวกโดนน้ำท่วม โดนยัดเยียดให้แช่น้ำครำนานนับเดือน แล้วภูมิปัญญาเริ่มเกิด วิเคราะห์ปัญหาและต้นเหตุของทุกข์ที่ตัวตนและครอบครัวได้รับได้เอง และได้รู้ได้เห็นเองว่าในช่วงภัยพิบัตินั้น ใครกลุ่มไหนที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างเต็มสรรพกำลัง....ใครที่ไหนกลุ่มไหน ที่ใช้วาระแห่งความทุกข์ยาก หาประโยชน์ส่วนตน และ ประโยชน์ของคนๆเดียว...

ใครจะแพ้จะชนะ....นั่งดูอยู่บนภู เห็นชัดดีครับ...

สลิ่ม น่าจะเป็นพวกอีแอบ

สลิ่ม น่าจะเป็นพวกอีแอบ ขยะแขยงเสื้อสีเหลือง ไม่กล้าใส่ ทั้งๆที่ชอบ......ขอแนะนำให้ใส่กางเกงในสีเหลืองแทน ......สลิ่มจะไม่รวมถึงคนที่มีจุดยืนหนักแน่น กล้าประกาศตัวว่าเป็นคนเสื้อเหลือง ......กล้าประกาศตัวว่าต้องการกำจัดทักษิณ ......กล้าชนกับทุกฝ่ายที่ขัดขวางอุดมการณ์ แม้แต่พรรคแมงสาป เสื้อเหลืองก็ไม่เว้นที่จะอัปเปหิ......นั่นหละคือข้อแตกต่าง ระหว่างสลิ่ม กับพันธมิตรเสื้อเหลือง

Ignorance ภาษาทางพระเรียกว่า

Ignorance ภาษาทางพระเรียกว่า "อวิชชา" หมายถึง ความไม่รู้ หรือรู้ไม่จริง สำคัญผิดคิดเหมาเอาเองว่าจริง หรือรู้ไม่จริงในสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง

ในพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ หน้า 329-330 ให้ความหมายว่า ความไม่รู้จริง, ความหลงอันเป็นเหตุไม่รู้จริง มี 4 อย่าง คือ ความไม่รู้อริยสัจจ์ 4 แต่ละอย่าง (ไม่รู้ทุกข์ ไม่รู้เหตุเกิดแห่งทุกข์ ไม่รู้ความดับทุกข์ ไม่รู้ทางให้ถึงความดับทุกข์)

พระท่านว่า "คนผู้เรียนรู้น้อย ย่อมแก่ลงเหมือนโคถึก เนื้อของเขาเจริญขึ้น แต่ปัญญาหาเจริญไม่"

ชีวิตและวัฒนธรรมแบบสลิ่มจะดีขึ้นกว่านี้ ถ้ากล้ารับรู้ต่อปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นในสังคมการเมืองไทยสมัยใหม่ที่ไม่ขัดขวางต่อกระแสประชาธิปไตยที่กำลังถาโถมโลกยุคใหม่ในศตวรรษที่ 21 นี้ ด้วยการตั้งทัศนคติที่ถูกต้องต่อปัญหาที่ผู้เขียนบทความได้ชี้แสดง และจัดการแก้ไขด้วยวิธีที่ถูกต้อง การหลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ก็ดี (เช่น การตั้งแง่ว่า "ประชาไท" นั้นเป็นสื่อเสื้อแดง แทนที่จะดูว่าเขาพูดอะไร มีสาระสำคัญอะไร, หรือดูถูกว่าคนนั้นคนนี้โง่ โดยไม่มีเหตุผลว่า เขาโง่อย่างไร, หรือประณามการใช้ภาษาของผู้นำ โดยใช้มาตรฐานของตัวเอง เป็นต้น) การนึกวาดภาพให้เป็นอย่างที่ตนชอบก็ดี เป็นการปิดตาหรือหลอกตนเอง ไม่ช่วยให้พ้นจากความทุกข์ ไม่เป็นการแก้ปัญหาอะไรเลย

รู้ทัน wrote:สลิ่ม

[quote=รู้ทัน]สลิ่ม น่าจะเป็นพวกอีแอบ ขยะแขยงเสื้อสีเหลือง ไม่กล้าใส่ ทั้งๆที่ชอบ......ขอแนะนำให้ใส่กางเกงในสีเหลืองแทน ......สลิ่มจะไม่รวมถึงคนที่มีจุดยืนหนักแน่น กล้าประกาศตัวว่าเป็นคนเสื้อเหลือง ......กล้าประกาศตัวว่าต้องการกำจัดทักษิณ ......กล้าชนกับทุกฝ่ายที่ขัดขวางอุดมการณ์ แม้แต่พรรคแมงสาป เสื้อเหลืองก็ไม่เว้นที่จะอัปเปหิ......นั่นหละคือข้อแตกต่าง ระหว่างสลิ่ม กับพันธมิตรเสื้อเหลือง[/quote]
ิอัีนนี้้เห็นด้วยก็แล้วกัน แต่สลิ่มกับเสื้อเหลืองก็ฝั่งเดียวกัน

ลักษณะร่วมอีกอย่างของพวกสลิ่ม

ลักษณะร่วมอีกอย่างของพวกสลิ่มก็คือ ช่องทางข้อมูลข่าวสารมาจากสื่อกระแสหลักโดยเฉพาะทีวีอย่างเดียว สื่อพวกนี้ปูพื้นฐานความเชื่อแบบเดิมเชียร์กันเดงแบบเดิมมากว่าสี่สิบปี

ปกติเราจะแบ่งคนเป็นกลุ่มๆ(เพื

ปกติเราจะแบ่งคนเป็นกลุ่มๆ(เพื่อให้ระบุได้ถูกต้อง)ก็ตามความแตกต่างที่เป็นรูปธรรมเห็นได้ตรวจสอบได้ เช่นแยกเป็นชาย-หญิง แยกตามถิ่นอาศัย-ประเทศ-จังหวัด-อำเภอ ... แยกตามภาษาหลัก แยกตามเผ่าพันธุ์หลัก แยกตามกรุ๊ปเลือด
แต่ถ้าเราพยายามจะแบ่งคนตามลักษณะความคิดความเชื่อ มันจะระบุให้ชัดเจนได้อย่างไร
อำมาตย์ ไพร่ ที่เรียกขานกัน ในอดีตสามารถแบ่งและระบุตัวได้ชัดเจนถ้านิยามเป็นสถานะและความสัมพันธ์ทางสังคม แต่ถ้าขยายขอบเขตนิยามเป็นลักษณะความคิดความเชื่อแล้วจะระบุว่าคนนู้น คนนี้ มีความคิดเป็นอำมาตย์เป็นไพร่ก็คงจะยากนัก อันที่จริงทุกคนมันก็มีบางครั้งที่มีความคิดเป็นอำมาตย์เกิดขึ้นได้ บางครั้งก็มีความคิดเป็นไพร่เกิดขึ้นได้เช่นกัน บางเวลาเราก็เห็นแก่ตัว บางเวลาเราก็ยอมเสียสละเห็นแก่ส่วนรวม บางทีเราก็อยากอะไรสักอย่างหรือโกรธแค้นจนหน้ามืด บางทีเราก็ปล่อยวางได้
ที่จริงการแบ่งคนเป็นกลุ่มๆโดยใช้เกณฑ์ที่เป็นลักษณะความคิดนี้มันเป็นปกติของคนเราอยู่แล้ว เราในฐานะปัจเจกก็ทำกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เราคิดเหมือนกัน เราคิดต่างกัน คุณ-ฉันมันบ้านนอก คุณ-ฉันเป็นด็อกเตอร์ คุณ-ฉันมันนักพนัน คุณ-ฉันเป็นนักเล่นหุ้น คุณ-ฉันจบป.4 คุณ-ฉันเป็นจบปริญญา คุณ-ฉันรักทักษิณ คุณ-ฉันเชื่อว่าทักษิณเลว คุณ-ฉันเชื่อว่าหรือไม่เชื่อว่าหัวหน้าต้องฉลาดกว่าลูกน้อง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในใจตลอดเวลา และก็เป็นเรื่องของแต่ละคนที่จะต้องเข้าใจและจัดการกับความคิดต่างๆเป็นการส่วนตัว
แต่การแบ่งคนเป็นกลุ่มเพื่อจะระบุว่าเขาโง่ เขาไม่เข้าใจ ต้องระวังจะติดกับตัวเอง เพราะขณะที่เรามีความคิดว่าใครสักคนเขาไม่รู้ เขาเขลา เขาเป็นสลิ่ม เราก็จะมีความรู้สึกขณะนั้นว่าเราไม่เป็นสลิ่ม เรารู้ดีกว่า ทั้งๆที่ความเป็นสลิ่มเป็นสิ่งสมมติที่เราไปรับไปเชื่อไปกำหนดขึ้นมาเอง
นอกจากนี้ถ้าการแบ่งกลุ่มคนถ้าเป็นไปเพื่อการเยาะเย้ยถากถางสะใจ ก็ยิ่งสร้างความแปลกแยกระหว่างเรากับกลุ่มอื่น ขณะเดียวกันก็สร้างความรู้สึกร่วมแบบไร้เหตุผลในคนกลุ่มเดียวกัน ต้องเห็นตามกัน ดีด้วยกัน ต้องแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง ไม่ต้องตรวจสอบใจตัวเอง เนื่องจากเราเลือกแล้วที่จะเขื่ออะไรอย่างหนึ่งแม้จะมีเหตุการณ์หรือข้อมูลใดที่มันขัดแย้งหรือไม่สอดคล้องกับความเชื่อที่มีอยู่ เราก็จะปิดกั้นไม่สนใจไม่พิจารณาเพราะมันจะสั่นคลอนความเชื่อของเราและความเชื่อของกลุ่ม ทักษิณที่กลายเป็นปีศาจของคนบางคนบางกลุ่มก็เพราะสาเหตุนี้ เป็นที่น่าเสียดายเพราะข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับความเชื่อเป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้เราลดอคติและลดความเป็นสลิ่ม(ความหมายตามผู้เขียนบทความ)ลงได้
ไม่ว่าจะเป็นเสื้อสีไหน จะเป็นควาย เป็นแมลงสาบ เป็นสลิ่ม หรืออะไรก็เหมือนกัน คุณคิดว่าคุณเป็นอย่างที่คนอื่นตั้งชื่อและความหมายให้หรือไม่ ถ้าไม่แล้วคุณจะยัดเยียดสิ่งที่คุณเรียกคนอื่นพร้อมความหมายได้อย่างไร

-อำมาตย์นิยม+เสื้้อเหลือง=สลิ

-อำมาตย์นิยม+เสื้้อเหลือง=สลิ่ม
-มีแนวคิดแบบอนุรักษ์นิยมและชอบระบบอุปถัมถ์
-อ้างเจ้าอ้างเทวดา ถ้าจะยกนักการเมืองฝ่ายตนเองขึ้นมาก็สู้ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้
-ยกตนข่มคนอื่นอ้างว่าพวกตัวเองประเสริญกว่าพวกอื่นๆ
-หากินกับเจ้า
-รักผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่า
**คนพวกนี้ที่เกาะอำมาตย์ใหญ่เพราะอำมาตย์ให้ได้ทั้งเงินและหน้าที่การงาน ตำแหน่ง และการคุมครองทางกฎหมายเมือทำผิดกฎหมาย ตัวอย่างก็ช่วง4-5ปีที่ผ่านมาชัดเจนที่สุด

SLIM --Seriously Lack of

SLIM --Seriously Lack of Intellectual and Maturity

สลิ่ม

สลิ่ม

SLIM--Seriously Lose

SLIM--Seriously Lose Intellectual and Maturity

สลิ่ม

สลิ่ม สนิมหลากพันธุ์เหลืองฟ้าขาวเขียวชมพูส้ม-บรรดาสาวกสนับสนุนเจ๊กลิ้ม

ใสหัว wrote: Ignorance

[quote=ใสหัว]
Ignorance ก้อต้องมี หาที่เปิด
ช่างบันเจิด ด้านค้นคว้า หาหลักฐาน
วิกีพี เดียมี ง่ายใช้งาน
ให้สำราญ ต้องเปิดdick ชันนารี[/quote]

เปิดดูแล้วครับไม่ว่า ดิกชันนารี ดิกลาดบุรุษ ดิกเอียงกะเทย
รู้สึกคำแปลส่วนใหญ่ มันจะทื่อๆ ยังไงชอบกล
และมีความรู้สึกเหมือนไม่เข้าถึงความหมายของมันจริงๆ
ถึงผมไม่ใช่นักภาษาศาสตร์ แต่บางทีก็ยังรู้สึกได้ว่ามันไม่น่าจะใช่

กด like ให้คุณ BAL

กด like ให้คุณ BAL ครับ...
เป็นเรื่องที่น่าคิดจริงๆ ครับ...
................................

หลิวหลงลม wrote:ใสหัว

[quote=หลิวหลงลม][quote=ใสหัว]
Ignorance ก้อต้องมี หาที่เปิด
ช่างบันเจิด ด้านค้นคว้า หาหลักฐาน
วิกีพี เดียมี ง่ายใช้งาน
ให้สำราญ ต้องเปิดdick ชันนารี[/quote]

เปิดดูแล้วครับไม่ว่า ดิกชันนารี ดิกลาดบุรุษ ดิกเอียงกะเทย
รู้สึกคำแปลส่วนใหญ่ มันจะทื่อๆ ยังไงชอบกล
และมีความรู้สึกเหมือนไม่เข้าถึงความหมายของมันจริงๆ
ถึงผมไม่ใช่นักภาษาศาสตร์ แต่บางทีก็ยังรู้สึกได้ว่ามันไม่น่าจะใช่[/quote]

IMO,
สลิ่ม derived from Latin Slimus/Slime means "mud"
plus Sly >> wise in a degraded way.

Slime + sly = สลื่ม

means wise in the muddy way, muddy talk + muddy score

จริงๆ มันก็เข้าใจได้ง่ายๆ

จริงๆ มันก็เข้าใจได้ง่ายๆ อยู่แล้ว ignore มันก็คือการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่รู้ไม่ชี้ ทำเป็นไม่ได้ยินหรือไม่ทำตาม

ignorance ตามบริบทของผุ้เขียนจึงน่าจะแปลว่า การเพิกเฉย เมินเฉย นิ่งเฉย (แต่ไม่ใช่อุเบกขาหรือปล่อยวาง) น่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่า และเราก็เห็นๆ กันอยู่ว่ากลุ่มชนชั้นกลางหัวก้าวหน้าสมัย 14 ตุลาส่วนหนึ่ง(อาจเป้นส่วนใหญ่ด้วย)ทำไมจึงไม่ทำอะไรเลยหลังจากมีการใช้อาวุธล้อมปราบประชาชนกลางเมืองกรุง
ชนชั้นกลางเหล่านั้นจึงไม่น่าจะขลาดเขลาเบาปัญญาหรือไม่รู้ พวกเขาน่าจะรู้อะไรบ้างเพียงแต่ไม่แสดงออก เหมือนนักวิชาการส่วนใหญ่ที่เคยทำงานกับชาวบ้านแต่ต่างหุบปากเงียบ

เราจึงควรทำความเข้าใจว่าเหตุใดปัญญาชน ชนชั้นกลางเหล่านั้นจึงเลือกที่จะ "นิ่งเฉย" ในกรณีเหตุการณ์พ.ค.53 ที่ผ่านไปนี้ โดยที่เขาอาจจะไม่ใช่เสื้อแดง เสื้อเหลือง สลิ่ม หรือเสื้อสีใดๆ ทั้งสิ้นก็ได้

สลีพปี้ยูเอฟโอ

[quote=สลีพปี้ยูเอฟโอ][quote=หลิวหลงลม][quote=ใสหัว]
Ignorance ก้อต้องมี หาที่เปิด
ช่างบันเจิด ด้านค้นคว้า หาหลักฐาน
วิกีพี เดียมี ง่ายใช้งาน
ให้สำราญ ต้องเปิดdick ชันนารี[/quote]

เปิดดูแล้วครับไม่ว่า ดิกชันนารี ดิกลาดบุรุษ ดิกเอียงกะเทย
รู้สึกคำแปลส่วนใหญ่ มันจะทื่อๆ ยังไงชอบกล
และมีความรู้สึกเหมือนไม่เข้าถึงความหมายของมันจริงๆ
ถึงผมไม่ใช่นักภาษาศาสตร์ แต่บางทีก็ยังรู้สึกได้ว่ามันไม่น่าจะใช่[/quote]

IMO,
สลิ่ม derived from Latin Slimus/Slime means "mud"
plus Sly >> wise in a degraded way.

Slime + sly = สลื่ม

means wise in the muddy way, muddy talk + muddy score[/quote]

well sleepy indeed...ei ei ei

ignorance...right?
ig = not,no
norance = science,light,knowledge,wisdom,comprehension...
ignorance...then means in no light, darkness, disregard,not knowing...
from unrelyable sources,

Bal wrote:ผมว่าไม่จริงอะ

[quote=Bal]ผมว่าไม่จริงอะ คุณวิเคราะห์ดีนะ แต่มันไม่จริง
ขนาดผมเป็นเสื้อแดง ตินายกเรื่องน้ำท่วม ผมยังเป็นสลิ่มเลย
ตอนนี้ผมงงกับจุดยืนของฝั่งเรานะว่าจะเอาไงต่อกันแน่ จะเป็นแบบนี้ต่อใช่ไม๊
ผมรู้สึกเหมือนว่าแทนที่เราจะใช้เหตุผลคุยกับพวกเขา เรากลับใช้คำว่าสลิ่มด่าเขาแทน
แล้วหลายๆอย่าง หลายบทความที่เขียนถึงสลิ่ม มันก็โดนฝั่งเราเองหลายเรื่อง
มันเป็นจุดอ่อนให้เขาเอามาโต้กลับนะครับ หรือว่าจริงๆแล้วเราก็เป็นสลิ่มกับเขาด้วย

ขอตอบหน่อยนะครับ ปกติตามอ่านเฉยๆ แต่รู้สึกว่านับวันแนวทางของพวกเรายิ่งเลอะเทอะมากขึ้น
อยากให้ทุกท่านลองทบทวนจุดยืนของตัวเองกันดูอีกทีครับ[/quote]

เดี๊ยนว่าจริงค่ะ ก็มันจริงนี่คระ เดี๊ยนว่าคุณตะหากล่ะต้องกลับไปทบทวนจุดไรของคุณน่ะ

ฝากเขียนเรื่อง

ฝากเขียนเรื่อง "อะไรคือหางแดง? ว่าด้วยที่มา บริบทความหมาย และคุณลักษณะเฉพาะ" ด้วยนะคะ คิกๆๆๆ

คิก ๆ ดิฉัน ว่า

คิก ๆ ดิฉัน ว่า หางแดงยังดูดีอ่ะค่ะ คือว่า มันดู เฮลตี้ แระก็ ไฮจีนนิค ดีคร้า...เน้นอ่ะ สำเนียงอ๊อกเฝิด มะช่ายอ๊อกเหล็กนะคระ ๆ ... ส่วนหางเหลืองมันฟังดูออกเเนวเหมือนเหี้ยไงสกปรก ซกมกไม่รู้อ่ะค่ะ อุ๊ยไม่หยาบนะคะ เปิดพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถานเลยเลค่ะ เดี๋ยวมีเวลาจะอธิบายชนิดพันธุ์ นิสัย การสืบพันธุ์ และถิ่นที่อยู่ให้ละเอียดค่ะ แต่ที่รู้ มีญาต ๆที่เกียวข้อง ก็พวก เเลน ตะกวด อะไรพวกนี้อ่ะค่ะ

BBBB BBBB คาก คาก คาก.... เป็

BBBB
BBBB

คาก
คาก
คาก....
เป็น "บทความ" ที่ "ฝูงสลิ่ม"
คงต้อง "กด like" --จนเป็นโรค "ข้อนิ้วล็อค"กันตรึมส์ !....

คาก คาก คาก...

--------------------------------------
งั้นก็ขอ "ชิมซักถ้วย" ฮิ.
[ repeat ]

hate-speech แบบเทยๆ : ว่าด้วยอนุพันธุ์สลิ่ม
คาก
คาก
คาก...
-------------------
บทที่ ๑ : "สลิ่มควาย" ต่างจาก "สลิ่มทาส" ยังงัย ?

สลิ่มควาย :
คือ >> พวกที่ ช อ บ รี บ อ ว ด รู้ >> ในสิ่งที่ตัวเองก็รู้ไม่จริง
ที่สำคัญก็คือไม่รู้ว่า >> "ตัวเองนั้นก็รู้ไม่จริง".......

เช่น --

พอเห็น "เจ๊ nina thong---sert"
post ข้อความอันเป็น "เท็จ" เกี่ยวกับพระราชดำรัสกรณีอุทกภัย ลงบน"เฟะบุ๊ค" เพื่อเกทับบลั๊ฟแหลกใส่ "เจ๊ปูแดง"...
ฝูงสลิ่มควายก็ >> รีบ"post-บอกต่อ" -- แบบพวกชอบ "โชว์อาการ hi-tech mania" ของตัวเองให้คนอื่นดู-ทันที.....
พร้อมทั้งยัง "แสดงความเห็นเชยส์บรรลัย" ของตัวเองประกอบ "ข้อความอันเป็นเท็จ" นั้นแบบพวกชอบอวดฉลาดในเรื่องโง่เขลาที่เต็มไปด้วย"ความผยองทางปัญญา" --อีกต่างหาก !.....

ผลก็คือ
"หำแหกกันทั้งขบวน" --พากัน "รีบลบข้อความเท็จ-ที่จะโดนจับเข้าคุก" นั้นจนชุลมุนไปหมดในสังคม on LIE
ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนทั้งโลก-ที่หัวเราะกันจนเหงือกอักเสบกันเป็นแถว....

คาก
คาก
คาก....
สะจายย์.

--------------------------

สำหรับ "สลิ่มทาส" นั้น
กลับมาในอีกสไตล์หนึ่ง--ซึ่งก็กิ๊บเก๋ไปอีกแบบ.....

นั่นคือ
ฝูงสลิ่มทาสนั้น รู้ ดี พ อ ส ม ค ว ร ว่า "อะไรเป็นอะไร"
มี "ความรู้ทางการเมือง-แบบฉีกๆขาดๆงูๆปลาๆ" ดีกว่า "ฝูงสลิ่มควาย" ประมาณ ๒ ช้อนโต๊ะ......
แต่เวลา "แสดงภูมิทางการเมือง" ก็ชอบ อ ว ด รู้ เหมือนกะรู้ "หมดโลก" คล้ายกะพวกสลิ่มควายเหมือนกันน่ะแหละ...

"สลิ่มทาส" นั้น
พวกเค้ารู้ว่า ในสังคมเทยมีการตะลุมบอนทั้งทางปัญญาและทางการเมืองกัน
ระหว่าง "เผด็จการอำมาตย์ ( เสียงข้างน้อย )" กับ "ประชาธิปไตยประชาชน ( เสียงข้างมาก )".....

แต่ "สลิ่มทาส" ได้ เ ลื อ ก แ ล้ ว ที่จะ--
ซุกอยู่ในง่ามก้นของฝ่าย "เผด็จการอำมาตย์( เสียงข้างน้อย )" / คอยปกป้องรับใช้ "เผด็จการอำมาตย์"( เสียงข้างน้อย ).....

ซึ่งก็มีทั้งแบบ :
-- เต็มใจเป็นทาส ๑๐๐ % ด้วยอาการเป็นปลื้ม
-- มีผลประโยชน์แอบแฝงทับซ้อน
-- หรือไม่ก็ผสมมันทั้ง ๒ สไตล์แบบ mix & match - 2 in 1 นั่นแหละ

คาก
คาก
คาก....

"ฝูงสลิ่มทาส" นั้น
จะคอยชะโงกหัวออกมาจากง่ามก้นของเผด็จการอำมาตย์( เสียงข้างน้อย )
แล้ว "สร้างสรรค์เท็คนิคการกระซวกพวกประชาธิปไตยประชาชนเสียงข้างมาก" อยู่เป็นเนืองนิจ (เช่น "สลิ่มกนก-คนใช้ของเฮียสุทธิชัย เหน่ง" เป็นต้น).....
คือเป็น "ทาส" แบบเต็มเวลา- full time --ว่างั้นเหอะ !
โดยคิดเพ้อเจ้อเอาเองแบบคนเป็นโรคประสาทเรื้อรังว่า "ข้าพเจ้ากะลังทดแทนบุญคุณแผ่นดิน (๘๐ ตารางวาที่ข้าพเจ้ากะลังผ่อนดอกเบี้ยกับธ.เทยพาณิชย์จนบักโกรกอยู่)"......

คาก
คาก
คาก...

ทั้งนี้
"เท็คนิคการกระซวกประชาชนเสียงข้างมาก" ใดๆที่ฝูงสลิ่มทาสสุมหำสร้างสรรค์กันขึ้นมา
ก็จะถูก "ฝูงสลิ่มควาย" ที่ชอบ อ ว ด รู้ >> รีบกด like(สามทีซ้อน) แล้วก็จะรีบเอาไป "post-บอกต่อ" ใน >> "สังคัง on LIE" กันตรึมส์- อีกทีแบบ "ช้าไม่ได้แร้วว์-เดี๋ยวจะ out trend !".....

มันจึงกลายเป็น "สายพานการผลิตแห่งความห่วยส์แตกอันสมบูรณ์แบบ" ที่เดินเครื่องกันชนิดเต็มเวลาไม่กลัว over supply ก็ละกัน ! ( คากคากคาก )

เช่น--

"สลิ่มทาส" ไปเอา "รูปโสเภณีดื่มเหล้า" จากเว็บโป๊ของฟิลิปปินส์มาขึ้น "เฟะบุ๊ค"
แล้ว "กล่าวเท็จ" ว่าเป็นรูปเจ๊ปูแดงกะลังเมาเช็ดสมัยยังเอ๊าะๆ
โดยเจตนาจะ "ทำลายล้างความน่าเชื่อถือ" ของเจ๊ปูแดงให้สิ้นซากแบบโดน car-bomb ทาง on LIE .....

ทันใดนั้น
"ฝูงสลิ่มควาย" ก็จะ รี บ กดlike( สามทีซ้อน )>> แล้ว รี บ'post-บอกต่อ'ทันที ในทำนองว่า "ข้าพเจ้าคือแถวหน้าสุดของการฉับไวต่อข้อมูลข่าวสาร"--อะไรประมาณนั้น !
และเพื่อ "การโชว์โง่อย่างสมบูรณ์แบบ" ตามสไตล์ "สลิ่มควายผู้ชอบอวดรู้ในสิ่งที่ตัวเองก็รู้ไม่จริง"
ก็เลยต้องมีการ "หยอดความเห็นเชยส์บรรลัย" ของตัวเองประกอบรูปเท็จที่ post-บอกต่อนั้นไปด้วย--อีกต่างหาก !
คาก
คาก..

นี่ถ้าเฮีย "อนุดิษฐ์( ICT)" ไม่ได้เป็นอัมพฤกษ์ทางการเมือง
และ "เจ๊ปูแดง" ก็สวมวิญญาณ "สลิ่มเห่ยส์หัวหมอ" ฟ้องแหลก-ละก็...
ป่านนี้
ก็คงจะมี "ฝูงสลิ่มทาสและฝูงสลิ่มควาย" ได้ไปโชว์ความไฮเท็คในคุกเป็นเพื่อนแก้เซ็งให้กะเฮีย "สมยศ พฤกษาเกษมสุข" ฝูงใหญ่แน่นอน.....

. . . . . . . .

เอางิ
พูดแบบรวบหัวรวบหำ ก็คือ :

สายพานการผลิตแห่งความห่วยส์แตกอันสมบูรณ์แบบนั้น--
"ทาส" เป็นฝ่ายสร้างสรรค์-ผลิต
"ควาย" เป็นฝ่ายจัดจำหน่าย.....
ว่างั้นเหอะ !
คาก
คาก
คาก...
สะจายย์.

( ยังไม่จบ )
---------------------------------
ยังมีต่อ-อีกเย้อส์.

ขอนิมนต์อ่านกันต่อได้ที่ :
ช่อง "แสดงความเห็น"
ในหัวข้อบทความ "ตรรกะสลิ่มกับประชาธิปไตยแบบไทยๆ" ของ "จรรยา ยิ้มประเสริฐ" --ใน "ประชาไท" นี่แหละ...
คลิกดูที่รายการ "ข่าว/บทความทั้งหมด"

สลิ่มควาย / สลิ่มทาส / สลิ่มเห่ยส์ / สลิ่มทารก / สลิ่มดักดาน / สลิ่มกร๊วกมือสอง / .......ไปจนถึง สลิ่มบูด
ครบเซ็ทอนุพันธุ์สลิ่ม !
น่ากินทั้งน้านน์....

ขอนิมนต์.
--------------------------------
[ เนื้อที่โฆษณา ]
คากคาก
คากคาก
คากคาก....
:(
BBBB
BBBB

ใสหัว wrote:ความรู้ดี

[quote=ใสหัว]ความรู้ดี หนักแน่น แสตนดาร์ด
แล้วมีมาด นักวิจัย ไทยแนวหน้า
ค้นซาหริ่ม ต้องรีบเปิด พจนา
นุกรมหา ความหมาย เขาใช้กัน

Ignorance ก้อต้องมี หาที่เปิด
ช่างบันเจิด ด้านค้นคว้า หาหลักฐาน
วิกีพี เดียมี ง่ายใช้งาน
ให้สำราญ ต้องเปิดdick ชันนารี[/quote]
ความรู้ดี รู้ชั่วโฉด โหมดอำมาตย์
สเเตนดาร์ด เเบบไหน ให้คนหา
เจ้าสลิ่ม นิ่มนัก โปรดตามมา
จะเเก้ผ้า ให้ดู แล้วรู้กัน

จะล่อนจ้อน เปิดดู ไม่มีหลอก
ไม่ต้องท่อก ignorance มาแบนหนา
ไม่ต้องใช้ วิกิ อะไรนา
มาแหกตา ดู prick ปล้อง ของลองแมน

น่าเศร้านะ

น่าเศร้านะ ที่ผู้เขียนคิดว่าโลกนี้มีแค่แดงกับไม่แดง
ในโลกนี้ยังมีคนที่ไม่อินกษัตริย์ ไม่ Ignorance
แต่ฉลาดพอมองเห็นโทษของทักษิณ
และเคารพสิทธิของคนอื่นเยี่ยงผู้มีประชาธิปไตย
ไม่เห็นด้วยกับการปิดสนามบินและเผาห้างฯเหลืออยู่บ้างไหม?

คาดว่าไม่ใช่ผู้เขียนแน่นอน

Bal wrote:ผมว่าไม่จริงอะ

[quote=Bal]ผมว่าไม่จริงอะ คุณวิเคราะห์ดีนะ แต่มันไม่จริง
ขนาดผมเป็นเสื้อแดง ตินายกเรื่องน้ำท่วม ผมยังเป็นสลิ่มเลย
ตอนนี้ผมงงกับจุดยืนของฝั่งเรานะว่าจะเอาไงต่อกันแน่ จะเป็นแบบนี้ต่อใช่ไม๊
ผมรู้สึกเหมือนว่าแทนที่เราจะใช้เหตุผลคุยกับพวกเขา เรากลับใช้คำว่าสลิ่มด่าเขาแทน
แล้วหลายๆอย่าง หลายบทความที่เขียนถึงสลิ่ม มันก็โดนฝั่งเราเองหลายเรื่อง
มันเป็นจุดอ่อนให้เขาเอามาโต้กลับนะครับ หรือว่าจริงๆแล้วเราก็เป็นสลิ่มกับเขาด้วย

ขอตอบหน่อยนะครับ ปกติตามอ่านเฉยๆ แต่รู้สึกว่านับวันแนวทางของพวกเรายิ่งเลอะเทอะมากขึ้น
อยากให้ทุกท่านลองทบทวนจุดยืนของตัวเองกันดูอีกทีครับ[/quote]

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

คือยากเสนออย่างนี้ว่า

คือยากเสนออย่างนี้ว่า เราก้าวข้ามเรื่องตัวบุคคลแล้วช่วยสรุปความคิดเห็น นโยบาย หรือความเชื่อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่คุณ ๆ ทั้งหลายคิดเห็นออกมาเป็นภาพที่ชัดเจนเหมือนที่คุณอธิบายศัพท์คำนี้ด้วยดีมั๊ย เราจะได้ไม่ต้องด่าว่าค้อนขวับกับอะไรที่เป็นตัวบุคคล

อย่างตัวเรา เรารู้ว่าเราเป็นพวกอนุรักษ์นิยม แต่เราก็อยากรู้ว่าพวกหัวก้าวหน้าเค้าคิดอะไร. ถ้าเราคุยกันให้มันตรงประเด็น เราว่ามันจะไม่มีพวกเค้า พวกใคร เพราะ ฟัง ๆ ไป อ่าน ๆ ไป ใจตรงกันก็หลายเรื่อง. เจตนาที่ดีต่อบ้านเมืองก็พอเห็น ถ้าเราเอาความชอบส่วนบุคคลออกไป แล้วถกกันให้ตรงประเด็น พลังงานของพวกเราก็จะเป็นพลังสร้างสรรค์ที่น่าสรรเสริญนะคะ. หรือคุณ ๆ ว่าไง

ปล. เราอย่าไป labelติดป้ายจัดพวกว่าใครเป็นใครเลย มันน่าจะเป็นว่าใครมีความเชื่อทางการเมืองในมุมใด. อนุรักษ์หรือก้าวหน้าอะไรแบบนี้มากกว่านะ ขอย้ำอีกที พวกเราจะได้มีจุดร่วมในการสนทนากันได้บ้าง เพราะความชอบความชังนั้น ยังไง ๆ ก็เปลี่ยนใจคนที่ชอบที่ชังไปแล้วยาก

Bal wrote:ผมว่าไม่จริงอะ

[quote=Bal]ผมว่าไม่จริงอะ คุณวิเคราะห์ดีนะ แต่มันไม่จริง
ขนาดผมเป็นเสื้อแดง ตินายกเรื่องน้ำท่วม ผมยังเป็นสลิ่มเลย
ตอนนี้ผมงงกับจุดยืนของฝั่งเรานะว่าจะเอาไงต่อกันแน่ จะเป็นแบบนี้ต่อใช่ไม๊
ผมรู้สึกเหมือนว่าแทนที่เราจะใช้เหตุผลคุยกับพวกเขา เรากลับใช้คำว่าสลิ่มด่าเขาแทน
แล้วหลายๆอย่าง หลายบทความที่เขียนถึงสลิ่ม มันก็โดนฝั่งเราเองหลายเรื่อง
มันเป็นจุดอ่อนให้เขาเอามาโต้กลับนะครับ หรือว่าจริงๆแล้วเราก็เป็นสลิ่มกับเขาด้วย

ขอตอบหน่อยนะครับ ปกติตามอ่านเฉยๆ แต่รู้สึกว่านับวันแนวทางของพวกเรายิ่งเลอะเทอะมากขึ้น
อยากให้ทุกท่านลองทบทวนจุดยืนของตัวเองกันดูอีกทีครับ[/quote]

คุณเป็นเสื้อแดงเหรอ งั้นก็นับเป็นเสื้อแดงที่มีสติสัมปชัญญะคนแรกที่ผมรู้จัก เป็นบุญ นึกว่าจะมีแต่พวกตรรกะวิบัติ คิดเอง เออเอง สาธุๆๆๆ

ถีบหัว wrote:คิก ๆ ดิฉัน ว่า

[quote=ถีบหัว]คิก ๆ ดิฉัน ว่า หางแดงยังดูดีอ่ะค่ะ คือว่า มันดู เฮลตี้ แระก็ ไฮจีนนิค ดีคร้า...เน้นอ่ะ สำเนียงอ๊อกเฝิด มะช่ายอ๊อกเหล็กนะคระ ๆ ... ส่วนหางเหลืองมันฟังดูออกเเนวเหมือนเหี้ยไงสกปรก ซกมกไม่รู้อ่ะค่ะ อุ๊ยไม่หยาบนะคะ เปิดพจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถานเลยเลค่ะ เดี๋ยวมีเวลาจะอธิบายชนิดพันธุ์ นิสัย การสืบพันธุ์ และถิ่นที่อยู่ให้ละเอียดค่ะ แต่ที่รู้ มีญาต ๆที่เกียวข้อง ก็พวก เเลน ตะกวด อะไรพวกนี้อ่ะค่ะ[/quote]

ขอไม่คาดเดาว่าสีอะไรนะครับ แต่บ่งบอกการศึกษาและสภาพจิตใจของคนโพสได้ดีมาก

[quote=Bal]ผมว่าไม่จริงอะ คุณวิเคราะห์ดีนะ แต่มันไม่จริง
ขนาดผมเป็นเสื้อแดง ตินายกเรื่องน้ำท่วม ผมยังเป็นสลิ่มเลย
ตอนนี้ผมงงกับจุดยืนของฝั่งเรานะว่าจะเอาไงต่อกันแน่ จะเป็นแบบนี้ต่อใช่ไม๊
ผมรู้สึกเหมือนว่าแทนที่เราจะใช้เหตุผลคุยกับพวกเขา เรากลับใช้คำว่าสลิ่มด่าเขาแทน
แล้วหลายๆอย่าง หลายบทความที่เขียนถึงสลิ่ม มันก็โดนฝั่งเราเองหลายเรื่อง
มันเป็นจุดอ่อนให้เขาเอามาโต้กลับนะครับ หรือว่าจริงๆแล้วเราก็เป็นสลิ่มกับเขาด้วย

ขอตอบหน่อยนะครับ ปกติตามอ่านเฉยๆ แต่รู้สึกว่านับวันแนวทางของพวกเรายิ่งเลอะเทอะมากขึ้น
อยากให้ทุกท่านลองทบทวนจุดยืนของตัวเองกันดูอีกทีครับ[/quote]

ขอกด Like ให้เท่าที่จะกดได้ครับ

I am a wrote:น่าเศร้านะ

[quote=I am a]น่าเศร้านะ ที่ผู้เขียนคิดว่าโลกนี้มีแค่แดงกับไม่แดง
ในโลกนี้ยังมีคนที่ไม่อินกษัตริย์ ไม่ Ignorance
แต่ฉลาดพอมองเห็นโทษของทักษิณ
และเคารพสิทธิของคนอื่นเยี่ยงผู้มีประชาธิปไตย
ไม่เห็นด้วยกับการปิดสนามบินและเผาห้างฯเหลืออยู่บ้างไหม?

คาดว่าไม่ใช่ผู้เขียนแน่นอน[/quote]
น้ำเสียงคนคนผิดหวังช้ำใจไงรุอ่ะค่ะ ดูแล้วกึ่งเวทนา ดูแล้วคล้ายออกพวกแนวจำนนชะตาวิชีตพึ่งใบบุญอุปถัมป์น่ะ จำพวกหมอบราบไร้ศักดิ์ศรี ประเภทลูกยอมยกย่องเทิดทูนคนอื่นเหนือกว่าพอแม่ตนเอง ยอมให้คนที่ไม่รู้จักมาเป็นพ่อเป็นแม่ น่าสมเพชเวทนาที่สุดค่ะ ไม่รู้ทำใจรับได้ไงถ้าเป็นเดี๊ยนประกาศโต้งเลยคร่ะ ว่าบ้านนี้มีพ่อแม่คนเดียว ไม่รับคนอื่น ชัดเจนมะคะ

Nok pat

[quote=Nok pat]คือยากเสนออย่างนี้ว่า เราก้าวข้ามเรื่องตัวบุคคลแล้วช่วยสรุปความคิดเห็น นโยบาย หรือความเชื่อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่คุณ ๆ ทั้งหลายคิดเห็นออกมาเป็นภาพที่ชัดเจนเหมือนที่คุณอธิบายศัพท์คำนี้ด้วยดีมั๊ย เราจะได้ไม่ต้องด่าว่าค้อนขวับกับอะไรที่เป็นตัวบุคคล

อย่างตัวเรา เรารู้ว่าเราเป็นพวกอนุรักษ์นิยม แต่เราก็อยากรู้ว่าพวกหัวก้าวหน้าเค้าคิดอะไร. ถ้าเราคุยกันให้มันตรงประเด็น เราว่ามันจะไม่มีพวกเค้า พวกใคร เพราะ ฟัง ๆ ไป อ่าน ๆ ไป ใจตรงกันก็หลายเรื่อง. เจตนาที่ดีต่อบ้านเมืองก็พอเห็น ถ้าเราเอาความชอบส่วนบุคคลออกไป แล้วถกกันให้ตรงประเด็น พลังงานของพวกเราก็จะเป็นพลังสร้างสรรค์ที่น่าสรรเสริญนะคะ. หรือคุณ ๆ ว่าไง

ปล. เราอย่าไป labelติดป้ายจัดพวกว่าใครเป็นใครเลย มันน่าจะเป็นว่าใครมีความเชื่อทางการเมืองในมุมใด. อนุรักษ์หรือก้าวหน้าอะไรแบบนี้มากกว่านะ ขอย้ำอีกที พวกเราจะได้มีจุดร่วมในการสนทนากันได้บ้าง เพราะความชอบความชังนั้น ยังไง ๆ ก็เปลี่ยนใจคนที่ชอบที่ชังไปแล้วยาก[/quote]

ขอนิมนต์ "เจ๊ nok pat"
คลิกเข้าไปอ่าน "สิ่งที่เจ๊ตั้งคำถาม & เสนอมา" ได้ที่ :

เว็บ "ไทยอีนิวส์"
http://www.thaienews.blogspot.com

บางที---
อาจจะทำให้ "การสนทนากันในอนาคต" กับพวกคนที่ถูกเรียกว่า "คนเสื้อแดง" มีอรรถรสยิ่งขึ้น....

ขอนิมนต์
ด้วยความสมานฉันท์.

----------------
งดหัวเราะชั่วคราว.
:(
BBBB
BBBB

วันนี้ใส่เสื้อเหลองไปทำงาน

วันนี้ใส่เสื้อเหลองไปทำงาน อ่านบทความแล้วทดสอบตนเอง ผมไม่มีคุณสมบัติสลิ่มเลย ไม่รู้เจ้าของfacebookท่ีขอให้ผมconfirm friend. และส่งข่าวสล่ิม สลิ่มอย่างชุลมุนจะว่าอย่างไร

ปัญหาที่ทะเลาะกัน

ปัญหาที่ทะเลาะกัน ระหว่างคนชั้นล่างกับคนชั้นกลาง
เกิดจากความไม่เท่าเทียม ทั้งฐานะแลการศึกษา
สีแดงจะมีมากกว่าสลิ่ม. ตามโครงสร้างประชากรทุกประเทศ
เพราะแรงงานจะต้องมีมากกว่านายจ้าง
หัวหน้าจะมีน้อยกว่าลูกต้องเสมอ
แต่ประเทศชาติจะอยู่อย่างไรถ้าทั้งระบบ
เอาปัญญาชนกรอกทรายแล้วเอาฺฺฺ........มาสั่งการ
การประสบความสำเร็จไม่ได้ง่าย(ถ้่าไม่โกง)
สลิ่มกว่าจะเป็นได้ต้องผ่านการทำงานหนัก
เรียนหนัก. สู้ชีวิต
ไม่ใช่นั่งแบมือ รอเขาจัดให้
สงสารลูกหลานบ้างเถอะครับ

ฅนในประเทศแตกแยกกันทุกวันนี้ก

ฅนในประเทศแตกแยกกันทุกวันนี้ก็เพราะ "คนชนชั้น" ที่อยากอัพเกรดตัวเองเหนือกว่าฅน ชั่งไม่เจียมตัวเลย สุดท้ายก็สู่เชิงคระกอน คนชนชั้นเอ้ยอีกไม่นาน อีกไม่นาน จำไว้

Ignorance

Ignorance พระพรหมคุณาภรณ์แปลว่า อวิชชา มี ๓ ระดับคือ-ไม่รู้-รู้ผิด-หลงผิด แบบเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นทางแห่งทุกข์เป็นทางแห่งสุข เรื่องแบบนี้คนพวกนี้มีมาตั้งแต่ก่อนพุทธกาล พร้อมๆกับไดโนเสาร์และยังหลงเหลือเชื้อพันธุ์อยู่ได้ ฆ่าไม่ตายร๊อก แปลงกายเป็นแมลงสาปก็มี

Ignorance

Ignorance พระพรหมคุณาภรณ์แปลว่า อวิชชา มี ๓ ระดับคือ-ไม่รู้-รู้ผิด-หลงผิด แบบเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นทางแห่งทุกข์เป็นทางแห่งสุข เรื่องแบบนี้คนพวกนี้มีมาตั้งแต่ก่อนพุทธกาล พร้อมๆกับไดโนเสาร์และยังหลงเหลือเชื้อพันธุ์อยู่ได้ ฆ่าไม่ตายร๊อก แปลงกายเป็นแมลงสาปก็มี

ถีบหัว wrote: ความรู้ดี

[quote=ถีบหัว]
ความรู้ดี รู้ชั่วโฉด โหมดอำมาตย์
สเเตนดาร์ด เเบบไหน ให้คนหา
เจ้าสลิ่ม นิ่มนัก โปรดตามมา
จะเเก้ผ้า ให้ดู แล้วรู้กัน

จะล่อนจ้อน เปิดดู ไม่มีหลอก
ไม่ต้องท่อก ignorance มาแบนหนา
ไม่ต้องใช้ วิกิ อะไรนา
มาแหกตา ดู prick ปล้อง ของลองแมน[/quote]

เออก้อดี งานนี้ มีผู้ช่วย
ร่วมกันด้วย ช่วยกันตี ช่วยกันแผ่
แล้วสื่อสาร เข้าถึง ทุกท่านแล
รู้ไหมแม่ วิจัยเชิง ปฏิบัติการ

ที่ล่อนจ้อน ดูเด่น ผมเห็นแล้ว
ว่าเหมือนแมว เปียกน้ำ น่าสงสาร
อยากได้Prick เติมให้ ตามต้องการ
เหลือที่บ้าน อีกหลายล๊อต ของShort man

หลิวหลงลม

[quote=หลิวหลงลม]
เปิดดูแล้วครับไม่ว่า ดิกชันนารี ดิกลาดบุรุษ ดิกเอียงกะเทย
รู้สึกคำแปลส่วนใหญ่ มันจะทื่อๆ ยังไงชอบกล
และมีความรู้สึกเหมือนไม่เข้าถึงความหมายของมันจริงๆ
ถึงผมไม่ใช่นักภาษาศาสตร์ แต่บางทีก็ยังรู้สึกได้ว่ามันไม่น่าจะใช่[/quote]

ขอเตือนหน่อย อย่าเตลิด เปิดไปเรื่อย
ใช้ฟุ่มเฟือย เปื่อยง่าย ไม่ได้ผล
เดี๋ยวมันทื่อ เข้าไม่ถึง ให้อับจน
อย่ากังวล เอาเถิด ลองเปิดดู

สิน สันป่ายาง wrote:จริงๆ

[quote=สิน สันป่ายาง]จริงๆ มันก็เข้าใจได้ง่ายๆ อยู่แล้ว ignore มันก็คือการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่รู้ไม่ชี้ ทำเป็นไม่ได้ยินหรือไม่ทำตาม

ignorance ตามบริบทของผุ้เขียนจึงน่าจะแปลว่า การเพิกเฉย เมินเฉย นิ่งเฉย (แต่ไม่ใช่อุเบกขาหรือปล่อยวาง) น่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่า และเราก็เห็นๆ กันอยู่ว่ากลุ่มชนชั้นกลางหัวก้าวหน้าสมัย 14 ตุลาส่วนหนึ่ง(อาจเป้นส่วนใหญ่ด้วย)ทำไมจึงไม่ทำอะไรเลยหลังจากมีการใช้อาวุธล้อมปราบประชาชนกลางเมืองกรุง
ชนชั้นกลางเหล่านั้นจึงไม่น่าจะขลาดเขลาเบาปัญญาหรือไม่รู้ พวกเขาน่าจะรู้อะไรบ้างเพียงแต่ไม่แสดงออก เหมือนนักวิชาการส่วนใหญ่ที่เคยทำงานกับชาวบ้านแต่ต่างหุบปากเงียบ

เราจึงควรทำความเข้าใจว่าเหตุใดปัญญาชน ชนชั้นกลางเหล่านั้นจึงเลือกที่จะ "นิ่งเฉย" ในกรณีเหตุการณ์พ.ค.53 ที่ผ่านไปนี้ โดยที่เขาอาจจะไม่ใช่เสื้อแดง เสื้อเหลือง สลิ่ม หรือเสื้อสีใดๆ ทั้งสิ้นก็ได้[/quote]

มีพวกแบบนี้อยู่ด้วยเหรอครับ ที่ไม่ฝักไฝ่ฝ่ายไหนนะ

เป็นบทความที่ให้การศึกษา

เป็นบทความที่ให้การศึกษา "คนเสื้อแดง" ได้เป็นอย่างดีว่าใครเป็นสลิ่มไม่เป็นสลิ่ม

เพราะในความเป็นจริง สลิ่มเป็นวาทกรรมที่ "แกนนำเสื้อแดงบางคน" สร้างเอาไว้เหยียดคนที่ "ไม่ใช่เสื้อแดง" นอกจากจะเป็นคำเหยียดคนเสื้อหลากสี (ในทำนองเดียวกับที่ "ควายแดง" ถูกสร้างขึ้นมาเรียกคนเสื้อแดง) ยังเป็นคำที่ใช้เหมารวมคนที่ไม่ใช่เสื้อแดงทั้งหมด

ซึ่งก็คือเป็นการ "แซะ" แบ่งกลุ่มคน แบ่งข้างแบ่งฝ่ายให้คนเสื้อแดงเห็นว่าคนที่ไม่ใช่เสื้อแดงล้วนแล้วแต่เป็นศัตรูทั้งสิ้น

และไม่ว่าจะร่ายคุณสมบัติเหยียดยาวมากมายก็ตาม เพียงคุณมีคุณสมบัติข้อเดียวคือ "ไม่เอาทักษิณ" คุณก็จะได้รับเกียรติเป็นสลิ่มทันที โดยไม่ต้องสนใจข้ออื่นเลย

เป็นวาทกรรมทำลายชาติอีกอันหนึ่งโดยแท้

ซ้ายบนราง

[quote=ซ้ายบนราง]เป็นบทความที่ให้การศึกษา "คนเสื้อแดง" ได้เป็นอย่างดีว่าใครเป็นสลิ่มไม่เป็นสลิ่ม

เพราะในความเป็นจริง สลิ่มเป็นวาทกรรมที่ "แกนนำเสื้อแดงบางคน" สร้างเอาไว้เหยียดคนที่ "ไม่ใช่เสื้อแดง" นอกจากจะเป็นคำเหยียดคนเสื้อหลากสี (ในทำนองเดียวกับที่ "ควายแดง" ถูกสร้างขึ้นมาเรียกคนเสื้อแดง) ยังเป็นคำที่ใช้เหมารวมคนที่ไม่ใช่เสื้อแดงทั้งหมด

ซึ่งก็คือเป็นการ "แซะ" แบ่งกลุ่มคน แบ่งข้างแบ่งฝ่ายให้คนเสื้อแดงเห็นว่าคนที่ไม่ใช่เสื้อแดงล้วนแล้วแต่เป็นศัตรูทั้งสิ้น

และไม่ว่าจะร่ายคุณสมบัติเหยียดยาวมากมายก็ตาม เพียงคุณมีคุณสมบัติข้อเดียวคือ "ไม่เอาทักษิณ" คุณก็จะได้รับเกียรติเป็นสลิ่มทันที โดยไม่ต้องสนใจข้ออื่นเลย

เป็นวาทกรรมทำลายชาติอีกอันหนึ่งโดยแท้[/quote]

คาก
คาก
คาก....

ปู๊โธ๋ !
"เฮียซ้ายตกราง".....

การตะลุมบอนทางปัญญาและทางการเมืองทุกวันนี้
มันเป็นการตะลุมบอนกันระหว่าง :

ประชาธิปไตยประชาชน(เสียงข้างมาก)--ฟากหนึ่ง
กับ
เผด็จการอำมาตย์(เสียงข้างน้อย)--อีกฟากหนึ่ง

มันเป็นการตะลุมบอนกันในเรื่อง "ระบบโครงสร้าง" น่ะ
มัน ไ ม่ ใ ช่
การตะลุมบอนกันของ "สีเสื้อ" !....

"สีเสื้อ" และ "ฉายา"
มันเป็นเพียง "สัญลักษณ์และสีสันในเหตุการณ์" เท่านั้น....
มัน ไ ม่ ใ ช่ แ ก น ห ลั ก ของเหตุการณ์น่ะ
เฮียอย่าทำเป็น "สลิ่มดักดาน+สลิ่มทาส"( ดูรายละเอียด"ประเภทสลิ่ม"จากความเห็นของผมข้างบน )อวดภูมิรู้แบบกูรูที่ก็ "รู้ไม่จริง" ดีฝ่า....

ไม่ว่า
เฮียจะสวมเสื้อ "สีอะไร" รึเฮียจะ "แก้ผ้า"
เฮียจะ "รัก" ทักษิณ รึ บินลาเด็น รึ เลดี้กาก้า-ก็ตามที....
คำถามมันก็คือ
แล้วเฮียจะ "เลือกยืนอยู่ฟากไหน ?" ล่ะ
ระหว่าง :
ระบอบประชาธิปไตยประชาชน(เสียงข้างมาก) กับ ระบอบเผด็จการอำมาตย์(เสียงข้างน้อย)

การยกก้นเชียร์อำมาตย์พร้อมกับ "ทับถม" ประชาชน
โดยวางมาดแบบ "กูรูที่เป็นกลาง" หวังหลอกทั้งตนเองและผู้อื่นนั้น...
จะด้วย "รู้ตัว" รึไม่ก็ตามที
นั่นแหละ--คือ "คุณสมบัติอันหนึ่ง"ของสลิ่มล่ะ !

เฮียลอง "อ่าน" ความเห็นของเฮียอีกที
แล้วจง "ตอบตัวเอง" ดูว่า---
ลึกลงไปในหัวใจของเฮียนั้น--เฮีย "เลือกฟากไหน ?"

ผมว่า
แท้จริงเฮียคงมี "คำตอบ" อยู่แล้วล่ะ....

---------------
คาก
คาก
คาก
คาก...
:(
BBBB
BBBB

ผมชอบกินซาหริ่มหรือสลิ่มได้มั

ผมชอบกินซาหริ่มหรือสลิ่มได้มั้นครับ
โดยเฉพาะร้านที่มีมีค้าหน้าตาหน้ารักจิ้มลิ้มๆชอบมากๆอ่ะครับ

ใสหัว wrote:ถีบหัว

[quote=ใสหัว][quote=ถีบหัว]
ความรู้ดี รู้ชั่วโฉด โหมดอำมาตย์
สเเตนดาร์ด เเบบไหน ให้คนหา
เจ้าสลิ่ม นิ่มนัก โปรดตามมา
จะเเก้ผ้า ให้ดู แล้วรู้กัน

จะล่อนจ้อน เปิดดู ไม่มีหลอก
ไม่ต้องท่อก ignorance มาแบนหนา
ไม่ต้องใช้ วิกิ อะไรนา
มาแหกตา ดู prick ปล้อง ของลองแมน[/quote]

เออก้อดี งานนี้ มีผู้ช่วย
ร่วมกันด้วย ช่วยกันตี ช่วยกันแผ่
แล้วสื่อสาร เข้าถึง ทุกท่านแล
รู้ไหมแม่ วิจัยเชิง ปฏิบัติการ

ที่ล่อนจ้อน ดูเด่น ผมเห็นแล้ว
ว่าเหมือนแมว เปียกน้ำ น่าสงสาร
อยากได้Prick เติมให้ ตามต้องการ
เหลือที่บ้าน อีกหลายล๊อต ของShort man[/quote]

เอาแต่โทษ โหมดอำมาตย์ ประหลาดไหม
ทำตาใส ไม่เข้าใจ ในเหตุผล
นั่นสลิ่ม นี่ไพร่แดง แบ่งชั้นชน
ศักดิ์ศรีตน ยังหมิ่นแคลน ฮิวแมนไลฟ์

ศัพท์แสลง แทงทิ่ม ไม่นิ่มดอก
ไม่ต้องปลอก ลอกคราบ พอทราบได้
ไม่ต้องเปิด ล่อนจ้อน ถึงต่อนใน
พวกชอบใช้ ไลฟ์สไตล์ รัดไข่เดิน

ดช.บุ่ย (น้องดช.เฟียม )

[quote=ดช.บุ่ย (น้องดช.เฟียม )][quote=ซ้ายบนราง]เป็นบทความที่ให้การศึกษา "คนเสื้อแดง" ได้เป็นอย่างดีว่าใครเป็นสลิ่มไม่เป็นสลิ่ม

เพราะในความเป็นจริง สลิ่มเป็นวาทกรรมที่ "แกนนำเสื้อแดงบางคน" สร้างเอาไว้เหยียดคนที่ "ไม่ใช่เสื้อแดง" นอกจากจะเป็นคำเหยียดคนเสื้อหลากสี (ในทำนองเดียวกับที่ "ควายแดง" ถูกสร้างขึ้นมาเรียกคนเสื้อแดง) ยังเป็นคำที่ใช้เหมารวมคนที่ไม่ใช่เสื้อแดงทั้งหมด

ซึ่งก็คือเป็นการ "แซะ" แบ่งกลุ่มคน แบ่งข้างแบ่งฝ่ายให้คนเสื้อแดงเห็นว่าคนที่ไม่ใช่เสื้อแดงล้วนแล้วแต่เป็นศัตรูทั้งสิ้น

และไม่ว่าจะร่ายคุณสมบัติเหยียดยาวมากมายก็ตาม เพียงคุณมีคุณสมบัติข้อเดียวคือ "ไม่เอาทักษิณ" คุณก็จะได้รับเกียรติเป็นสลิ่มทันที โดยไม่ต้องสนใจข้ออื่นเลย

เป็นวาทกรรมทำลายชาติอีกอันหนึ่งโดยแท้[/quote]

คาก
คาก
คาก....

ปู๊โธ๋ !
"เฮียซ้ายตกราง".....

การตะลุมบอนทางปัญญาและทางการเมืองทุกวันนี้
มันเป็นการตะลุมบอนกันระหว่าง :

ประชาธิปไตยประชาชน(เสียงข้างมาก)--ฟากหนึ่ง
กับ
เผด็จการอำมาตย์(เสียงข้างน้อย)--อีกฟากหนึ่ง

มันเป็นการตะลุมบอนกันในเรื่อง "ระบบโครงสร้าง" น่ะ
มัน ไ ม่ ใ ช่
การตะลุมบอนกันของ "สีเสื้อ" !....

"สีเสื้อ" และ "ฉายา"
มันเป็นเพียง "สัญลักษณ์และสีสันในเหตุการณ์" เท่านั้น....
มัน ไ ม่ ใ ช่ แ ก น ห ลั ก ของเหตุการณ์น่ะ
เฮียอย่าทำเป็น "สลิ่มดักดาน+สลิ่มทาส"( ดูรายละเอียด"ประเภทสลิ่ม"จากความเห็นของผมข้างบน )อวดภูมิรู้แบบกูรูที่ก็ "รู้ไม่จริง" ดีฝ่า....

ไม่ว่า
เฮียจะสวมเสื้อ "สีอะไร" รึเฮียจะ "แก้ผ้า"
เฮียจะ "รัก" ทักษิณ รึ บินลาเด็น รึ เลดี้กาก้า-ก็ตามที....
คำถามมันก็คือ
แล้วเฮียจะ "เลือกยืนอยู่ฟากไหน ?" ล่ะ
ระหว่าง :
ระบอบประชาธิปไตยประชาชน(เสียงข้างมาก) กับ ระบอบเผด็จการอำมาตย์(เสียงข้างน้อย)

การยกก้นเชียร์อำมาตย์พร้อมกับ "ทับถม" ประชาชน
โดยวางมาดแบบ "กูรูที่เป็นกลาง" หวังหลอกทั้งตนเองและผู้อื่นนั้น...
จะด้วย "รู้ตัว" รึไม่ก็ตามที
นั่นแหละ--คือ "คุณสมบัติอันหนึ่ง"ของสลิ่มล่ะ !

เฮียลอง "อ่าน" ความเห็นของเฮียอีกที
แล้วจง "ตอบตัวเอง" ดูว่า---
ลึกลงไปในหัวใจของเฮียนั้น--เฮีย "เลือกฟากไหน ?"

ผมว่า
แท้จริงเฮียคงมี "คำตอบ" อยู่แล้วล่ะ....

---------------
คาก
คาก
คาก
คาก...
:(
BBBB
BBBB[/quote]

เลือกข้างแล้วเป็นอย่างไร ไม่เลือกข้างแล้วเป็นอย่างไร

ในสายตาของบางคนมันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เลือกข้าง เพราะถ้าคุณไม่ยืนข้างเขาคุณก็จะถูกผลักให้ไปยืนฝั่งตรงข้ามทันที
คุณจะอยู่เฉยๆนอกวงก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะในสายตาของเขาไม่มีพื้นที่เช่นว่า
คุณไม่มีเสรีแม้แต่การเลือกพื้นที่เลย

เลือกจะต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรมแล้วก็ไม่เป็นไร แต่ควรเปิดใจสักนิด คนมันไม่ได้เหมือนกันทุกคน

NakornMan

[quote=NakornMan]ปัญหาที่ทะเลาะกัน ระหว่างคนชั้นล่างกับคนชั้นกลาง
เกิดจากความไม่เท่าเทียม ทั้งฐานะแลการศึกษา
สีแดงจะมีมากกว่าสลิ่ม. ตามโครงสร้างประชากรทุกประเทศ
เพราะแรงงานจะต้องมีมากกว่านายจ้าง
หัวหน้าจะมีน้อยกว่าลูกต้องเสมอ
แต่ประเทศชาติจะอยู่อย่างไรถ้าทั้งระบบ
เอาปัญญาชนกรอกทรายแล้วเอาฺฺฺ........มาสั่งการ
การประสบความสำเร็จไม่ได้ง่าย(ถ้่าไม่โกง)
สลิ่มกว่าจะเป็นได้ต้องผ่านการทำงานหนัก
เรียนหนัก. สู้ชีวิต
ไม่ใช่นั่งแบมือ รอเขาจัดให้
สงสารลูกหลานบ้างเถอะครับ[/quote]
ส่ิงที่เราขอคือโอกาส เอาง่ายง่ายกะอีแค่ค่าแรง300ต่อให้ได้จริงก็ไม่พออยู่ดี แล้วพวกคุณจะให้เราแบกปิรามิดแห่งการกดขี่
ไปอีกนานแค่ไหน? ค่าแรงที่ได้ก็เอาไปซื้อของคุณอยู่ดี เราทำไม่เป็นหรอก พวกคุณทำตัวเองนะ คุณคิดหรือว่าความสุขสบายของคุณจะยั่งยืนในเมื่อสังคมรวมหมู่อ่อนแอ ในกระแสทุนนิยม...ภูมิคุ้มกันสังคมอ่อนแอนี่อันตรายที่สุด อยากถูกพวกเฮดจ์ฟันด์เขมือบอีกใช่มั้ย...เดี๋ยวจัดให้... เราต้องเอาความเข้มแข็งกระจายสู่สังคมให้มากที่สุดสิ! ไม่ใช่เอาทรัพยากรไปเสพสุขกันกระจุกเดียว ปท.โลกที่1กับโลกที่3เขาวัดกันตรงนี้แหละ
อ้อ.. แล้วบอกลูกหลานของคุณด้วย ให้ตื่นเช้าหน่อย จะนอนกินบ้านกินเมืองหรือไง บ้านเมืองจะชิบห__อยู่แล้ว กระเป๋าหลุย นาฬิกา กล้อง ไอปอด ไอแปด มีเยอะแล้ว ใช้ไม่ทันก็เพลาลงหน่อย จะเปิดร้านขายหรือไง ซื้อหนังสืออ่านมั่งดิ หนอย....กรอกทรายแค่นี้ทำบ่น

ถีบหัว wrote:ใสหัว

[quote=ถีบหัว][quote=ใสหัว]ความรู้ดี หนักแน่น แสตนดาร์ด
แล้วมีมาด นักวิจัย ไทยแนวหน้า
ค้นซาหริ่ม ต้องรีบเปิด พจนา
นุกรมหา ความหมาย เขาใช้กัน

Ignorance ก้อต้องมี หาที่เปิด
ช่างบันเจิด ด้านค้นคว้า หาหลักฐาน
วิกีพี เดียมี ง่ายใช้งาน
ให้สำราญ ต้องเปิดdick ชันนารี[/quote]
ความรู้ดี รู้ชั่วโฉด โหมดอำมาตย์
สเเตนดาร์ด เเบบไหน ให้คนหา
เจ้าสลิ่ม นิ่มนัก โปรดตามมา
จะเเก้ผ้า ให้ดู แล้วรู้กัน

จะล่อนจ้อน เปิดดู ไม่มีหลอก
ไม่ต้องท่อก ignorance มาแบนหนา
ไม่ต้องใช้ วิกิ อะไรนา
มาแหกตา ดู prick ปล้อง ของลองแมน[/quote]

ต้องทำความ เ่ข้าใจ ให้รู้แจ้ง
ในความหมาย ของสแลง ทุกแห่งสาย
คือคำถ้อยคำ ใช้เฉพาะ ในกลุ่มไง
บางคำหาย หาไม่เจอ เมื่อเปิดดิกดู

ทำเป็นโง่ หรือไม่รู้ ดูเอาเถิด
อย่าบรรเจิด ว่าตนรู้ สู่เป้าหมาย
ไม่อยากว่า อะไรให้เจ็บ เหน็บอับอาย
แถมยังให้ อภัยแก่ท่าน ตลอดมา

slang (สแลง) n.,vi. (ใช้) ภาษาตลาด,คำตลาด,ภาษาสแลง,ภาษาที่ใช้เฉพาะในหมู่คนหมู่หนึ่งหรืออาชีพใดอาชีพหนึ่ง,ภาษารหัสของขโมยหรือโจร,กริยาช่อง 3 ของ sling (ดู), Syn. argot,cant

ดังนั้น"สลิ่ม" ก็เป็นคำสแลงที่ไม่จำเป็นต้องมีการบันทึกในดิกชันนารีเสมอไป มันมีมาเรื่อยๆ ใช้กัน รู้กันเฉพาะในกลุ่มเท่านั้นนะไอ้ทิดนะ เปิดดิกให้ตายก็หาความมายสแลงของมันไม่เจอหรอก

NakornMan

[quote=NakornMan]ปัญหาที่ทะเลาะกัน ระหว่างคนชั้นล่างกับคนชั้นกลาง
เกิดจากความไม่เท่าเทียม ทั้งฐานะแลการศึกษา
สีแดงจะมีมากกว่าสลิ่ม. ตามโครงสร้างประชากรทุกประเทศ
เพราะแรงงานจะต้องมีมากกว่านายจ้าง
หัวหน้าจะมีน้อยกว่าลูกต้องเสมอ
แต่ประเทศชาติจะอยู่อย่างไรถ้าทั้งระบบ
เอาปัญญาชนกรอกทรายแล้วเอาฺฺฺ........มาสั่งการ
การประสบความสำเร็จไม่ได้ง่าย(ถ้่าไม่โกง)
สลิ่มกว่าจะเป็นได้ต้องผ่านการทำงานหนัก
เรียนหนัก. สู้ชีวิต
ไม่ใช่นั่งแบมือ รอเขาจัดให้
สงสารลูกหลานบ้างเถอะครับ[/quote]
-สลิ่มมันเป็นไม่อยากหรอกท่านแค่เลียพวกอำมาตย์นิยม เอาเจ้ามาหากินทางการเมืองแค่นี้ท่านก็เป็นสลิ่มสมใจอยากแล้ว ยกหางตัวเองอยู่ได้สลิ่ม

ก ไก่ตัวใหญ่ wrote:ดช.บุ่ย

[quote=ก ไก่ตัวใหญ่][quote=ดช.บุ่ย (น้องดช.เฟียม )][quote=ซ้ายบนราง]เป็นบทความที่ให้การศึกษา "คนเสื้อแดง" ได้เป็นอย่างดีว่าใครเป็นสลิ่มไม่เป็นสลิ่ม
เพราะในความเป็นจริง สลิ่มเป็นวาทกรรมที่ "แกนนำเสื้อแดงบางคน" สร้างเอาไว้เหยียดคนที่ "ไม่ใช่เสื้อแดง" นอกจากจะเป็นคำเหยียดคนเสื้อหลากสี (ในทำนองเดียวกับที่ "ควายแดง" ถูกสร้างขึ้นมาเรียกคนเสื้อแดง) ยังเป็นคำที่ใช้เหมารวมคนที่ไม่ใช่เสื้อแดงทั้งหมด
ซึ่งก็คือเป็นการ "แซะ" แบ่งกลุ่มคน แบ่งข้างแบ่งฝ่ายให้คนเสื้อแดงเห็นว่าคนที่ไม่ใช่เสื้อแดงล้วนแล้วแต่เป็นศัตรูทั้งสิ้น
และไม่ว่าจะร่ายคุณสมบัติเหยียดยาวมากมายก็ตาม เพียงคุณมีคุณสมบัติข้อเดียวคือ "ไม่เอาทักษิณ" คุณก็จะได้รับเกียรติเป็นสลิ่มทันที โดยไม่ต้องสนใจข้ออื่นเลย
เป็นวาทกรรมทำลายชาติอีกอันหนึ่งโดยแท้[/quote]

คาก
คาก
คาก....

ปู๊โธ๋ !
"เฮียซ้ายตกราง".....

การตะลุมบอนทางปัญญาและทางการเมืองทุกวันนี้
มันเป็นการตะลุมบอนกันระหว่าง :

ประชาธิปไตยประชาชน(เสียงข้างมาก)--ฟากหนึ่ง
กับ
เผด็จการอำมาตย์(เสียงข้างน้อย)--อีกฟากหนึ่ง

มันเป็นการตะลุมบอนกันในเรื่อง "ระบบโครงสร้าง" น่ะ
มัน ไ ม่ ใ ช่
การตะลุมบอนกันของ "สีเสื้อ" !....

"สีเสื้อ" และ "ฉายา"
มันเป็นเพียง "สัญลักษณ์และสีสันในเหตุการณ์" เท่านั้น....
มัน ไ ม่ ใ ช่ แ ก น ห ลั ก ของเหตุการณ์น่ะ
เฮียอย่าทำเป็น "สลิ่มดักดาน+สลิ่มทาส"( ดูรายละเอียด"ประเภทสลิ่ม"จากความเห็นของผมข้างบน )อวดภูมิรู้แบบกูรูที่ก็ "รู้ไม่จริง" ดีฝ่า....

ไม่ว่า
เฮียจะสวมเสื้อ "สีอะไร" รึเฮียจะ "แก้ผ้า"
เฮียจะ "รัก" ทักษิณ รึ บินลาเด็น รึ เลดี้กาก้า-ก็ตามที....
คำถามมันก็คือ
แล้วเฮียจะ "เลือกยืนอยู่ฟากไหน ?" ล่ะ
ระหว่าง :
ระบอบประชาธิปไตยประชาชน(เสียงข้างมาก) กับ ระบอบเผด็จการอำมาตย์(เสียงข้างน้อย)

การยกก้นเชียร์อำมาตย์พร้อมกับ "ทับถม" ประชาชน
โดยวางมาดแบบ "กูรูที่เป็นกลาง" หวังหลอกทั้งตนเองและผู้อื่นนั้น...
จะด้วย "รู้ตัว" รึไม่ก็ตามที
นั่นแหละ--คือ "คุณสมบัติอันหนึ่ง"ของสลิ่มล่ะ !

เฮียลอง "อ่าน" ความเห็นของเฮียอีกที
แล้วจง "ตอบตัวเอง" ดูว่า---
ลึกลงไปในหัวใจของเฮียนั้น--เฮีย "เลือกฟากไหน ?"

ผมว่า
แท้จริงเฮียคงมี "คำตอบ" อยู่แล้วล่ะ....

---------------
คาก
คาก
คาก
คาก...
:(
BBBB
BBBB[/quote]

เลือกข้างแล้วเป็นอย่างไร ไม่เลือกข้างแล้วเป็นอย่างไร
ในสายตาของบางคนมันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เลือกข้าง เพราะถ้าคุณไม่ยืนข้างเขาคุณก็จะถูกผลักให้ไปยืนฝั่งตรงข้ามทันที
คุณจะอยู่เฉยๆนอกวงก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะในสายตาของเขาไม่มีพื้นที่เช่นว่า
คุณไม่มีเสรีแม้แต่การเลือกพื้นที่เลย
เลือกจะต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรมแล้วก็ไม่เป็นไร แต่ควรเปิดใจสักนิด คนมันไม่ได้เหมือนกันทุกคน[/quote]

ระบอบการเมือง-การปกครอง : ไม่ว่าจะเป็น "ระบอบประชาธิปไตยเสรีประชาชน" หรือ "ระบอบเผด็จการอำมาตย์" นั้น
มันเป็น "โครงสร้างทางสังคม" ที่ ค ร อ บ ค ลุ ม ไ ป ทั้ ง ร า ช อ า ณ า จั ก ร ....
พลเมือง-ในฐานะปัจเจกบุคคล-ล้วนต้องอยู่ภายใต้ "โดมแห่งโครงสร้าง" นี้ ทุ ก ค น--ไม่มียกเว้น !.....

ภาวะการณ์ทางการเมืองทุกวันนี้
มันเป็นการ "เลือก" ว่าจะเอา "ระบอบการปกครองแบบใด-มาใช้สำหรับราชอาณาจักรนี้"......

มันเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่าง : การเลือกของ ๒ ทาง คือ--
"จะเอา" >> ประชาธิปไตยเสรีประชาชน หรือ เผด็จการอำมาตย์...

มัน ไ ม่ มี ท า ง เ ลื อ ก ที่ ส า ม !
และมันก็ ไ ม่ ใ ช่ เป็นเรื่องของ "การทะเลาะกันของคนบ้าสองพวก" น่ะ

คาก
คาก
คาก...

เรื่อง "สีเสื้อ" รึ "คำศัพท์" นั้น
ไ ม่ ใ ช่ แ ก น ห ลั ก ของภาวะการณ์ที่เกิดขึ้น
มันเป็นเพียง "สัญลักษณ์" รึ "สีสันของเหตุการณ์" แค่นั้น....

"คนสองพวก"
ที่ออกมาตะลุมบอนกันทางปัญญา&ทางการเมืองนั้น
ต่างก็คือ "พลเมืองที่เป็นตัวแทนของระบอบที่ตัวเองเลือก" น่ะ....

ในเชิงสัญลักษณ์ที่ปรากฏในสังคมที่ "สังเกตเห็นได้" นั้น :
อำมาตย์ / แก๊งค์สีเหลืองขี้ / ฝูงสลิ่ม >> เป็นฟากหนึ่ง >> เลือกระบอบเผด็จการอำมาตย์
คนเสื้อแดง >> เป็นอีกฟากหนึ่ง >> เลือกระบอบประชาธิปไตยเสรีประชาชน

ทั้ง ๒ พวกนี้
อาจจะ "ดูเหมือน" เป็นพลเมืองที่ "มีจำนวนไม่มาก"เมื่อเทียบกับจำนวน "พลเมืองทั้งหมดประเทศ"
แต่ก็ ไ ม่ ใ ช่ น้ อ ย เหมือนกัน.....

ใครจะปฏิเสธได้ว่า
"การเลือก" ของพวกเค้านั้น >> จะไม่ส่งผลไปทั้งราชอาชอาณาจักร ?
เพราะ "ผลของการเลือก" นั้น--มันหมายถึงว่า :
ในที่สุด-ราชอาณาจักรนี้จะเอา "ระบอบการเมือง-การปกครอง" ใดมาเป็นตัวกำหนดสารัตถะและโฉมหน้าของราชอาณาจักรนี้....

และ "ระบอบ" ที่เป็น "ผลของการเลือก" นั้น
ก็จะเป็น "โดมแห่งโครงสร้าง" ที่จะมา ค ร อ บ ค ลุ ม ชี วิ ต ของปัจเจกบุคคลทุกคนในฐานะพลเมืองของประเทศต่อไป.....

เราต้องใช้ชีวิตทั้งหมดของเรา
อยู่ภายใต้ "โครงสร้างระบอบที่ได้เลือกกันแล้ว" นี้--อย่างแน่นอน....
ปัจเจกบุคคลใดจะ "เป็นกลาง-ไม่เกี่ยวข้อง-รึหลบพ้น" ไปจาก "โดมแห่งโครงสร้าง" นี้เรอะ ?

นี่คือ แ ก น ห ลั ก ของเหตุการณ์ทั้งหมด !
และมันก็กำลัง "เดินหน้าต่อไป"--ไม่ว่าผู้ใดจะ "มีความเห็นอย่างไรก็ตามที"....

--------------

"โดมแห่งโครงสร้างทางการเมือง" นั้น มีเพียง ๒ ทางเลือก :
ประชาธิปไตยเสรีประชาชน หรือ เผด็จการอำมาตย์.....

วันนี้
ไม่ว่าเราจะกำหนด "สถานะ&บทบาท" ของเราอย่างไร :
จะ "เลือก" อยู่ฟากไหน
หรือ
จะ "เลือก" ที่จะ "ไม่เลือกฟากไหนเลย" ก็ตามที.....

แต่พรุ่งนี้
"โดมแห่งโครงสร้างของระบอบการเมือง-การปกครอง" จะเป็น "ผู้เลือกและกำหนดชีวิตความเป็นพลเมืองของเรา"...

---------------------

มองออกไป ๓๖๐ องศา ทั้งในแกนตั้งและแกนนอน
มองให้ทะลุ "ภาพลวงตาทั้งมวล"ออกไป ให้เห็นถึง ส า รั ต ถ ะ ห ลั ก ของเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินไป.....

นี่ไม่ใช่เรื่องของความบ้าเรื่อง "สีเสื้อและคำศัพท์"
นี่ไม่ใช่ "การไม่ยอมให้ 'คนที่ไม่เลือกข้าง' ไม่มีพื้นที่ยืน"
และนี่ไม่ใช่ "ความปรารถนาส่วนบุคคล" ใดๆ....

แต่มันคือ "ปัญหาโดมแห่งโครงสร้าง" ที่จะครอบคลุมไปทั้งราชอาณาจักร
มันคือ "เหตุการณ์ทางสังคมระดับประเทศ"
และ-มันคือ "การเลือก".....

"เลือก" ว่าเราจะมีชีวิตของเราอยู่ภายใต้ "โดมแบบใด ?" น่ะ.....

---------------------
หัวเราะรับลมหนาว.
คาก
คาก
คาก
คาก....
:(
BBBB
BBBB

ปล.

เป็นเพียงความเห็นแบบปลายเปิดโดยสัมพัทธ์
ไม่ได้ถึงกะตอบคำถามของ "เฮีย ก.ไก่" โดยตรง.....

และ "เห็นด้วย๙๙.๙๙%" กะ "เฮีย ก."ก่"
ที่ว่า การแสวงหาความเป็นธรรมนั้น เราควรต้อง"เปิดใจให้กว้าง".....

ขอบคุณ ดช.บุ่ย (น้องดช.เฟียม

ขอบคุณ ดช.บุ่ย (น้องดช.เฟียม )
อธิบายได้ชัดเจนมาก..ตีโจทก์แตกละเอียด

สลิ่ม คงพอมองเห็นแสงสว่างทางปัญญา
อย่ามัวแต่พร่ำเพ้อเรื่องทักษิณ..ย้ำคิดย้ำทำอยู่นั่นแล้ว เชยไม่เลิก

ถ้าอยากเห็นประเทศนี้ด้อยพัฒนาถาวร อยู่ในศตวรรษที่ 19 ก็จงเป็นสลิ่มต่อไป

รอแต่เทวดามาโปรด ไม่ต้องใช้สติปัญญาคิดวิเคราะห์/พัฒนาสิ่งใด
ท่องคำที่แปลว่า "จงพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่" เป็นยันต์กันผีต่อไปละกัน.

มองทะลุ

[quote=มองทะลุ]วิเคราะห์ได้เฉียบ
ความเกลียดเป็นสิ่งปกติ เพราะเป็น"ความรู้สึก"
แต่"การกระทำ"ต่างๆ ที่ผิดกฎกติกามารยาท(หรือสนับสนุน)ต่างหาก ที่ผิดปกติ

กฎ-ไม่เอา >>> จะเถื่อนท่าเดียว
กติกา-ไม่ยอมรับ >>> ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้
มารยาท-ก็ไม่เอา >>> ได้เป็นความทราม

นี่ต้องไล่สอนตั้งแต่เบสิคอารยธรรมการอยู่ร่วมกันของสังคมมนุษย์กันเลยทีเดียว เพราะอยู่กับการปลุกปั่นความเกลียดชังอย่างบ้าคลั่ง[/quote]

ทำอย่างนั้นทุกข้อ แล้วยังบอกว่าตัวเองเป็นคนดีอีกด้วย

ไม่เคยเห็นพวกเสื้อเหลือง,

ไม่เคยเห็นพวกเสื้อเหลือง, พวกเสื้อหลากสี หรือสลิ่ม เคยเห็นแต่พวกสมองสีขี้กับพวกสมองขี้หลากสีที่มีนายอัปรีย์ตัวเดียวกัน

ดช.บุ่ย (น้องดช.เฟียม )

[quote=ดช.บุ่ย (น้องดช.เฟียม )][quote=ก ไก่ตัวใหญ่][quote=ดช.บุ่ย (น้องดช.เฟียม )][quote=ซ้ายบนราง]เป็นบทความที่ให้การศึกษา "คนเสื้อแดง" ได้เป็นอย่างดีว่าใครเป็นสลิ่มไม่เป็นสลิ่ม
เพราะในความเป็นจริง สลิ่มเป็นวาทกรรมที่ "แกนนำเสื้อแดงบางคน" สร้างเอาไว้เหยียดคนที่ "ไม่ใช่เสื้อแดง" นอกจากจะเป็นคำเหยียดคนเสื้อหลากสี (ในทำนองเดียวกับที่ "ควายแดง" ถูกสร้างขึ้นมาเรียกคนเสื้อแดง) ยังเป็นคำที่ใช้เหมารวมคนที่ไม่ใช่เสื้อแดงทั้งหมด
ซึ่งก็คือเป็นการ "แซะ" แบ่งกลุ่มคน แบ่งข้างแบ่งฝ่ายให้คนเสื้อแดงเห็นว่าคนที่ไม่ใช่เสื้อแดงล้วนแล้วแต่เป็นศัตรูทั้งสิ้น
และไม่ว่าจะร่ายคุณสมบัติเหยียดยาวมากมายก็ตาม เพียงคุณมีคุณสมบัติข้อเดียวคือ "ไม่เอาทักษิณ" คุณก็จะได้รับเกียรติเป็นสลิ่มทันที โดยไม่ต้องสนใจข้ออื่นเลย
เป็นวาทกรรมทำลายชาติอีกอันหนึ่งโดยแท้[/quote]

คาก
คาก
คาก....

ปู๊โธ๋ !
"เฮียซ้ายตกราง".....

การตะลุมบอนทางปัญญาและทางการเมืองทุกวันนี้
มันเป็นการตะลุมบอนกันระหว่าง :

ประชาธิปไตยประชาชน(เสียงข้างมาก)--ฟากหนึ่ง
กับ
เผด็จการอำมาตย์(เสียงข้างน้อย)--อีกฟากหนึ่ง

มันเป็นการตะลุมบอนกันในเรื่อง "ระบบโครงสร้าง" น่ะ
มัน ไ ม่ ใ ช่
การตะลุมบอนกันของ "สีเสื้อ" !....

"สีเสื้อ" และ "ฉายา"
มันเป็นเพียง "สัญลักษณ์และสีสันในเหตุการณ์" เท่านั้น....
มัน ไ ม่ ใ ช่ แ ก น ห ลั ก ของเหตุการณ์น่ะ
เฮียอย่าทำเป็น "สลิ่มดักดาน+สลิ่มทาส"( ดูรายละเอียด"ประเภทสลิ่ม"จากความเห็นของผมข้างบน )อวดภูมิรู้แบบกูรูที่ก็ "รู้ไม่จริง" ดีฝ่า....

ไม่ว่า
เฮียจะสวมเสื้อ "สีอะไร" รึเฮียจะ "แก้ผ้า"
เฮียจะ "รัก" ทักษิณ รึ บินลาเด็น รึ เลดี้กาก้า-ก็ตามที....
คำถามมันก็คือ
แล้วเฮียจะ "เลือกยืนอยู่ฟากไหน ?" ล่ะ
ระหว่าง :
ระบอบประชาธิปไตยประชาชน(เสียงข้างมาก) กับ ระบอบเผด็จการอำมาตย์(เสียงข้างน้อย)

การยกก้นเชียร์อำมาตย์พร้อมกับ "ทับถม" ประชาชน
โดยวางมาดแบบ "กูรูที่เป็นกลาง" หวังหลอกทั้งตนเองและผู้อื่นนั้น...
จะด้วย "รู้ตัว" รึไม่ก็ตามที
นั่นแหละ--คือ "คุณสมบัติอันหนึ่ง"ของสลิ่มล่ะ !

เฮียลอง "อ่าน" ความเห็นของเฮียอีกที
แล้วจง "ตอบตัวเอง" ดูว่า---
ลึกลงไปในหัวใจของเฮียนั้น--เฮีย "เลือกฟากไหน ?"

ผมว่า
แท้จริงเฮียคงมี "คำตอบ" อยู่แล้วล่ะ....

---------------
คาก
คาก
คาก
คาก...
:(
BBBB
BBBB[/quote]

เลือกข้างแล้วเป็นอย่างไร ไม่เลือกข้างแล้วเป็นอย่างไร
ในสายตาของบางคนมันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เลือกข้าง เพราะถ้าคุณไม่ยืนข้างเขาคุณก็จะถูกผลักให้ไปยืนฝั่งตรงข้ามทันที
คุณจะอยู่เฉยๆนอกวงก็ไม่ได้เช่นกัน เพราะในสายตาของเขาไม่มีพื้นที่เช่นว่า
คุณไม่มีเสรีแม้แต่การเลือกพื้นที่เลย
เลือกจะต่อสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรมแล้วก็ไม่เป็นไร แต่ควรเปิดใจสักนิด คนมันไม่ได้เหมือนกันทุกคน[/quote]

ระบอบการเมือง-การปกครอง : ไม่ว่าจะเป็น "ระบอบประชาธิปไตยเสรีประชาชน" หรือ "ระบอบเผด็จการอำมาตย์" นั้น
มันเป็น "โครงสร้างทางสังคม" ที่ ค ร อ บ ค ลุ ม ไ ป ทั้ ง ร า ช อ า ณ า จั ก ร ....
พลเมือง-ในฐานะปัจเจกบุคคล-ล้วนต้องอยู่ภายใต้ "โดมแห่งโครงสร้าง" นี้ ทุ ก ค น--ไม่มียกเว้น !.....

ภาวะการณ์ทางการเมืองทุกวันนี้
มันเป็นการ "เลือก" ว่าจะเอา "ระบอบการปกครองแบบใด-มาใช้สำหรับราชอาณาจักรนี้"......

มันเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่าง : การเลือกของ ๒ ทาง คือ--
"จะเอา" >> ประชาธิปไตยเสรีประชาชน หรือ เผด็จการอำมาตย์...

มัน ไ ม่ มี ท า ง เ ลื อ ก ที่ ส า ม !
และมันก็ ไ ม่ ใ ช่ เป็นเรื่องของ "การทะเลาะกันของคนบ้าสองพวก" น่ะ

คาก
คาก
คาก...

เรื่อง "สีเสื้อ" รึ "คำศัพท์" นั้น
ไ ม่ ใ ช่ แ ก น ห ลั ก ของภาวะการณ์ที่เกิดขึ้น
มันเป็นเพียง "สัญลักษณ์" รึ "สีสันของเหตุการณ์" แค่นั้น....

"คนสองพวก"
ที่ออกมาตะลุมบอนกันทางปัญญา&ทางการเมืองนั้น
ต่างก็คือ "พลเมืองที่เป็นตัวแทนของระบอบที่ตัวเองเลือก" น่ะ....

ในเชิงสัญลักษณ์ที่ปรากฏในสังคมที่ "สังเกตเห็นได้" นั้น :
อำมาตย์ / แก๊งค์สีเหลืองขี้ / ฝูงสลิ่ม >> เป็นฟากหนึ่ง >> เลือกระบอบเผด็จการอำมาตย์
คนเสื้อแดง >> เป็นอีกฟากหนึ่ง >> เลือกระบอบประชาธิปไตยเสรีประชาชน

ทั้ง ๒ พวกนี้
อาจจะ "ดูเหมือน" เป็นพลเมืองที่ "มีจำนวนไม่มาก"เมื่อเทียบกับจำนวน "พลเมืองทั้งหมดประเทศ"
แต่ก็ ไ ม่ ใ ช่ น้ อ ย เหมือนกัน.....

ใครจะปฏิเสธได้ว่า
"การเลือก" ของพวกเค้านั้น >> จะไม่ส่งผลไปทั้งราชอาชอาณาจักร ?
เพราะ "ผลของการเลือก" นั้น--มันหมายถึงว่า :
ในที่สุด-ราชอาณาจักรนี้จะเอา "ระบอบการเมือง-การปกครอง" ใดมาเป็นตัวกำหนดสารัตถะและโฉมหน้าของราชอาณาจักรนี้....

และ "ระบอบ" ที่เป็น "ผลของการเลือก" นั้น
ก็จะเป็น "โดมแห่งโครงสร้าง" ที่จะมา ค ร อ บ ค ลุ ม ชี วิ ต ของปัจเจกบุคคลทุกคนในฐานะพลเมืองของประเทศต่อไป.....

เราต้องใช้ชีวิตทั้งหมดของเรา
อยู่ภายใต้ "โครงสร้างระบอบที่ได้เลือกกันแล้ว" นี้--อย่างแน่นอน....
ปัจเจกบุคคลใดจะ "เป็นกลาง-ไม่เกี่ยวข้อง-รึหลบพ้น" ไปจาก "โดมแห่งโครงสร้าง" นี้เรอะ ?

นี่คือ แ ก น ห ลั ก ของเหตุการณ์ทั้งหมด !
และมันก็กำลัง "เดินหน้าต่อไป"--ไม่ว่าผู้ใดจะ "มีความเห็นอย่างไรก็ตามที"....

--------------

"โดมแห่งโครงสร้างทางการเมือง" นั้น มีเพียง ๒ ทางเลือก :
ประชาธิปไตยเสรีประชาชน หรือ เผด็จการอำมาตย์.....

วันนี้
ไม่ว่าเราจะกำหนด "สถานะ&บทบาท" ของเราอย่างไร :
จะ "เลือก" อยู่ฟากไหน
หรือ
จะ "เลือก" ที่จะ "ไม่เลือกฟากไหนเลย" ก็ตามที.....

แต่พรุ่งนี้
"โดมแห่งโครงสร้างของระบอบการเมือง-การปกครอง" จะเป็น "ผู้เลือกและกำหนดชีวิตความเป็นพลเมืองของเรา"...

---------------------

มองออกไป ๓๖๐ องศา ทั้งในแกนตั้งและแกนนอน
มองให้ทะลุ "ภาพลวงตาทั้งมวล"ออกไป ให้เห็นถึง ส า รั ต ถ ะ ห ลั ก ของเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินไป.....

นี่ไม่ใช่เรื่องของความบ้าเรื่อง "สีเสื้อและคำศัพท์"
นี่ไม่ใช่ "การไม่ยอมให้ 'คนที่ไม่เลือกข้าง' ไม่มีพื้นที่ยืน"
และนี่ไม่ใช่ "ความปรารถนาส่วนบุคคล" ใดๆ....

แต่มันคือ "ปัญหาโดมแห่งโครงสร้าง" ที่จะครอบคลุมไปทั้งราชอาณาจักร
มันคือ "เหตุการณ์ทางสังคมระดับประเทศ"
และ-มันคือ "การเลือก".....

"เลือก" ว่าเราจะมีชีวิตของเราอยู่ภายใต้ "โดมแบบใด ?" น่ะ.....

---------------------
หัวเราะรับลมหนาว.
คาก
คาก
คาก
คาก....
:(
BBBB
BBBB

ปล.

เป็นเพียงความเห็นแบบปลายเปิดโดยสัมพัทธ์
ไม่ได้ถึงกะตอบคำถามของ "เฮีย ก.ไก่" โดยตรง.....

และ "เห็นด้วย๙๙.๙๙%" กะ "เฮีย ก."ก่"
ที่ว่า การแสวงหาความเป็นธรรมนั้น เราควรต้อง"เปิดใจให้กว้าง".....[/quote]

ขอบคุณ ดช.บุ่ยที่อธิบายได้ชัดเจนมาก
มันก็เป็นจริงที่ว่าเราอยู่ในสังคม กฎเกณฑ์ใดใดของสังคมนั้นย่อมต้องมีผลกับเราไม่ว่าเราจะต้องการหรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าเราจะเลือกหรือไม่เลือกก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นโดมใหญ่หรือโดมเล็ก
ตอนนี้ผมก็ได้รับรุ้ถึงแรงกระเพื่อมแล้วจากเรื่องน้ำท่วมในครั้งนี้
ช่วงนี้มีบทความและวาทกรรม"คนกรุงเทพ"จนสามารถรู้สึกได้ถึงความแปลกแยกระหว่างคนกรุงกับคนไม่กรุง -รู้สึกได้ถึงการสร้างความแปลกแยก- -รู้สึกได้ถึงความพยายามสร้าง"คนกรุงเทพ"ให้เป็นสัญลักษณ์- บังเอิญผมเป็นคนกรุงเทพในความหมายของคนทั่วไป โดยที่ผมไม่ได้เลือก
ใครก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ถูก
ปัญหาทางโครงสร้างมีอยู่จริง ก็ถูก
การต่อสู้จะต้องจัดการและดำเนินต่อไป ก็ถูก
มันจะเข้มข้นขึ้น ก็ถูกอีก
แต่คุณไม่สามารถเลือกได้เลย ไม่แน่นัก
แน่นอน ปัจจัยภายนอกต่างๆและข้อเท็จจริงต่างๆ คุณแลือกไม่ได้และไม่สามารถไม่เลือก เพราะยังไงมันก็เป็นจริงและจะมาหาคุณ
แน่นอน โดมที่มีอยู่ โดมที่จะตกแต่งปรับปรุงหรือจะรื้อแล้วสร้างใหม่เลย คุณก็ไม่สามารถไม่เลือก และที่สำคัญมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องของคุณคนเดียว ไม่ใช่เรื่องของปัจเจก
แต่ปัจจัยภายใน ก็แล้วแต่แง่มุมความคิดของใคร ก็เท่านั้น
ในกรณ๊ของ"คนกรุงเทพ" นั้นผมเลือกได้
ผมไม่ได้เป็น"คนกรุงเทพ" แต่ผมเป็น"คนที่อยู่ในกรุงเทพ"
ผมไม่ได้เป็น"คนเมือง" แต่ผมเป็น"คนที่อยู่ในเมือง"
ผมไม่ได้เป็น"คนไทย" แต่ผมเป็น"คนที่อยู่ในประเทศไทย"
ผมไม่ได้เป็น"มนุษย์โลก" แต่ผมเป็น"มนุษย์ที่อยู่ในโลก"
แต่ที่เลือกไม่ได้ "ผมเป็นคน"

ขอถามคนที่ไม่ชอบทักษิณ

ขอถามคนที่ไม่ชอบทักษิณ หน่อยนะครับ

ว่าเค้า เป็นพวกโจร โกงชาติ เลว บรรลัย ระยำ

ด่ากันขนาดเนี้ย ผมเอง ยังเด็ก ผมอยากรู้จริงๆ มีคดีอะไรบ้างที่เค้าผิดแบบจริงๆมีหลักฐานชัดเจน

ติดตามการเมืองมาจนทุกวันนี้ เห็นเค้าด่าๆ ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ กันแบบเสียๆหายๆ

ทั้งๆที่ยุค อภิสิทธิ์ ที่พวกคุณชื่นชมกันนักหนา ก็มีปัญหามากมายในชาติ ไม่เห็นจะบริหารดีตรงไหน

กลับกัน ยุคที่พวกคุณว่าเค้าโกง เลว ภาพรวมของประเทศตอนนั้นมันดันดีกว่าคนที่ไม่โกงแบบ อภิสิทธิ์

ซะอีก งั้นแบบนี้แสดงว่า ทักษิณต้องเก่งมาก ขนาดแม่งโกงแล้ว ยังเสือกเหลือเงินมาพัฒนาประเทศต่ออีก

ผมขอถามคำถามซักชุดให้หายข้องใจ ********************

1.ทักษิณ และ พวก มีคดีอะไรบ้าง

2.คดีเหล่านั้นมีหลักฐานหรือไม่ว่าเค้าทำจริง (หรือแค่พวกเสียผลประโยชน์ แต่งขึ้นมา)

3.พวกที่ทำรูปด่า ยิ่งลักษณ์ รูปพวกนั้น อภิสิทธิ์ ก็เคยทำ ทำไมด่าอยู่ฝั่งเดียว

4.ทำไมต้องบอกว่าคนเสื้อแดงไม่รักในหลวง (ถ้าเกิดมีคนหมั่นไส้คนซัก 1 ฝั่ง ตั้งเพจโดยใช้ชื่อฝั่งนั้น
และทำเพจหมิ่นเบื้องสูง ผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร)

ถ้า คุณตอบคำถามเหล่านี้ แล้วมันมีหลักฐานชัดเจน ที่บ่งบอกว่า ทักษิณ เลวนักเลวหนา
ผมจะ เข้าร่วมกับพวกคุณ และ ต่อต้านทักษิณให้เต็มที่

แต่ถ้าหาหลักฐานมาไม่ได้ก็นะ เฮอะๆ

ปล. ข้องใจมานานละ ในสังคม online คนรอบๆตัวด่ากันจังรัฐบาลเนี่ย
อยากเห็น คดีที่ผิดจริงๆ แบบ เป็นข้อเลยๆ อยากรู้ว่าเค้าผิดไรบ้าง

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อเขียนข

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อเขียนของคุณ Faris Yothasamuth วิเคราะห์ แยกแยะให้เห็นอย่างชัดเจน และก็อยากถามเหมือนคุณข้างบนนี้ที่ว่าทักษินผิดอะไร ยิ่งลักษณ์โง่อย่างไร ดูรวมๆแล้วนั่นล่ะสลิ่มโดยแท้ หาข้อหาไม่ได้ หาเหตุผลไม่มี แต่ขึ้นชื่อว่าไม่เอา ขึ้นชื่อว่าเกลียด ก็ตั้งข้อหาเอาเอง ไล่บี้ ไล่ทุบ แอบอิงเอาสถาบันลงมาแปดเปื้อน อยากถามเพิ่มเติมไปอีกว่า แล้วใครที่ไม่รักสถาบันกันแน่ ใครสร้างความระคายเคืองกันแน่ ปากบอกรักชาติ แต่ประท้วงจนชาติเสียหายมาถึงทุกวันนี้ ตกลงว่ารักหรือทำลายกันแน่ ตอบทีเถอะ พากันกวักมือเรียกทหารมาปฏิวัติ ดีอก ดีใจ ให้มาลัยคล้องคอ คล้องรถถัง เฉลิมฉลองดั่งมีชัยชนะ แล้วจากนั้นมาล่ะ มีอะไรดีขึ้น ประเทศชาติเสียหายในสายตาชาวโลก เศรษฐกิจแย่ลงๆ ประชาชนทุกข์ยาก แก้ได้ไหม รู้สึกไหมถึงความทุกข์ยากน่ะ ได้รัฐบาลพิเศษมาก็ดีแต่เกาะโพเดี้ยมจ้อไปวันๆ ไม่เห็นทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มีแต่ผลักดันโครงการแอบกินงบประมาณอย่างหน้าด้านๆ กัดแทะประเทศไทยจนไม่เหลือกระดูก แล้วสลิ่มยังจะอยู่ให้รกโลก รกประเทศอยู่ทำไม ตอบหน่อยสิ สลิ่มใช้หนี้ไอเอ็มเอฟเหมือนยุคทักษินได้ไหม สลิ่มทำให้คนไทยลืมตาอ้าปาก อยู่ดีกินดีได้ไหม สลิ่มช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม ช่วยไม่ให้คนกรุงที่เชียร์นักหนารอดจากน้ำท่วมได้ไหม ใช้หัว คิดดูหน่อยนะ พวกคุณทำอะไรที่เป็นคุณกับประเทศนี้ได้บ้าง ถ้าทำได้ เห็นเป็นรูปธรรม เราคนหนึ่งล่ะที่จะเป็นแนวร่วมกับคุณ

ผมก็คนหนึ่งที่รักคุณทักษิณ

ผมก็คนหนึ่งที่รักคุณทักษิณ และเลือกมาทั้งสองครั้งครับ ครั้งนี้ ก็เลือกเพื่อไทยอีก ด้วยความคิดถึง จริงๆ แล้ว ถ้าคุณทักษิณไม่โกงและบ้่าอำนาจมากไป ป่านนี้ เราคงเจริญและภูมิใจที่มีนายกรัฐมนตรีที่ดีและเก่งที่สุดคนหนึ่งแล้ว เสียดายจริงๆ เป็นนายกดีจะตายไป ไม่เห็นต้องทะเยอทะยานอะไรให้มันมากเกิน ตอนนี้ ผมพยายามติดตามข่าวสาร ผมรู้สึกว่า รัฐบาลเพื่อไทยของเรา โง่เหมืือนที่เขาว่าจริงๆ เมื่อไหร่คุณทักษิณจะกลับมาฟื้นฟูภาพลักษณ์ นับวันประเทศถอยหลังลงทุกทีแล้ว เวลาเราได้คะแนนเสียง ได้จากชาวบ้านก็จริงอยู่ แต่เวลา เราทำงาน เราทำงานกับคนมีความรู้ในเมืือง หากเขาไม่ยอมรับ ต่อให้เราชนะแค่ไหน บ้านเมืองก็เดินต่อไปไม่ได้ อยากให้ช่วยกันทำความดีกันซะที บ้านเมืองจะได้ไปรอด อีกหน่อยผมจะได้เลือกคุณโอ๊กมาเป็นนายกฯ ต่อ

เห้นบ้านเมืองเป้นอยู่ทุกวันนี

เห้นบ้านเมืองเป้นอยู่ทุกวันนี้ รัฐบาลไม่มีอำนาจเบ็ดเสร้จ ผมคนหนึ่งที่เฝ้าติดจามการบริหารงานของรัฐบาลมาทุกยุคทุกสมัยไม่มียุคไหนที่นายกมีวิสัยทัศน์กว้างไกลกว่าทักษิณ หนึ่งอำเภอ 1 ทุน เอาเงินรายได้จากการขายสลากกินแบ่ง หรือทำสิ่งผิดกฎหมายให้ถูกกฎหมาย หวยบนดิน หรือแม้แต่การขายดาวเทียมไทยคม ในความเป้นสายตาของนักธุรกิจเขาต้องขาย ถ้าไม่ขาย ดาวเทียมเมื่อถึงวันหนึ่งมันก็ตกลงบนพื้นดิน(หมดอายุ) แล้วก็สร้างขึ้นใหม่ให้แต่ละประเทศเช่าก้ได้ หาแหล่งน้ำมันในกัมพูชา ขุดมาใช้งาน ลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน เห้นไหมในไทยมีแต่นักลงทุนจากต่างประเทศมาลงทุน สินค้าทุกชนิดมียี่ห้อของไทยติตลาดไหม ไม่ รถก็ของญี่ปุ่นเกาหลี กล้อง เครื่องใช้ไฟฟ้า
ผมว่ามีแต่พวกหัวโบราณเกา่คร่ำครึไม่พัฒนาที่เสียประโยชน์ จากการทำมาหาเลี้ยงชีพโดยมิชอบทั้งมาเฟีย ค้ายา พวกเอารัดเอาเปรียบประชาชนคนรากหญ้า และอื่นๆอีกมากมายที่ไม่ได้รับความเป้นธรรมและการเหลี่ยวแล ฯลฯ

เดียวอีกหน่อยชาวแดงจะแสดงพลังอีกเราไม่ได้ไปไหน เราจะสู้ๆกับความอยุติธรรมต่อไป เราจะต้องโตขึ้น โตขึ้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

I am a wrote:น่าเศร้านะ

[quote=I am a]น่าเศร้านะ ที่ผู้เขียนคิดว่าโลกนี้มีแค่แดงกับไม่แดง
ในโลกนี้ยังมีคนที่ไม่อินกษัตริย์ ไม่ Ignorance
แต่ฉลาดพอมองเห็นโทษของทักษิณ
และเคารพสิทธิของคนอื่นเยี่ยงผู้มีประชาธิปไตย
ไม่เห็นด้วยกับการปิดสนามบินและเผาห้างฯเหลืออยู่บ้างไหม?

คาดว่าไม่ใช่ผู้เขียนแน่นอน[/quote]
อย่เามัวแต่เศร้าเลยคุณ I am a กรุณากลับไปอ่านบทความใหม่แบบค่อยๆอ่านก็จะดีมาก อย่าตีความไปเองแบบผิดๆเลย ผู้เขียนต้องการอธิบายความหมายของคนที่จัดอยู่ในกลุ่ม สลิ่ม ถ้าคุณหรือใครก็ตามไม่ได้มีความคิดหรีอความเชื่อเป็นแบบ package แบบนี้ คุณก็ไม่สังกัดกลุ่มสลิ่ม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเป็นคนในกลุ่มเสื้อแดงถ้าคุณไม่ได้มีความเห็นหรืออุดมการณ์แบบคนเสื้อแดง คนไทยไม่ได้มีอยู่ ๒ กลุ่มอย่างที่คุณเข้าใจแล้วเราก็เชื่อว่าผู้เขียนไม่ได้มีความประสงค์ให้ผู้อ่านเข้าใจผิดแบบนี้แน่นอน

คิดกันได้แบบนี้เลยเหรอถ้าไม่ร

คิดกันได้แบบนี้เลยเหรอถ้าไม่รักฝืนแผ่นดินไทย ชวนแต่ทะเลาะกันพวกมึงก็ออกไปจากแผ่นดินไทยซะ พวกกระบือป่านนี้แล้วมึงยังไม่รู้อะไรอีกรึ จะพากันตายทั้งประเทศอยู่แล้วรู้กันบ้างมั้ยช่างทุยได้อีก

Bal wrote:ผมว่าไม่จริงอะ

[quote=Bal]ผมว่าไม่จริงอะ คุณวิเคราะห์ดีนะ แต่มันไม่จริง
ขนาดผมเป็นเสื้อแดง ตินายกเรื่องน้ำท่วม ผมยังเป็นสลิ่มเลย
ตอนนี้ผมงงกับจุดยืนของฝั่งเรานะว่าจะเอาไงต่อกันแน่ จะเป็นแบบนี้ต่อใช่ไม๊
ผมรู้สึกเหมือนว่าแทนที่เราจะใช้เหตุผลคุยกับพวกเขา เรากลับใช้คำว่าสลิ่มด่าเขาแทน
แล้วหลายๆอย่าง หลายบทความที่เขียนถึงสลิ่ม มันก็โดนฝั่งเราเองหลายเรื่อง
มันเป็นจุดอ่อนให้เขาเอามาโต้กลับนะครับ หรือว่าจริงๆแล้วเราก็เป็นสลิ่มกับเขาด้วย

ขอตอบหน่อยนะครับ ปกติตามอ่านเฉยๆ แต่รู้สึกว่านับวันแนวทางของพวกเรายิ่งเลอะเทอะมากขึ้น
อยากให้ทุกท่านลองทบทวนจุดยืนของตัวเองกันดูอีกทีครับ[/quote]

สรูปให้ก็ได้ครับพวกสลิ่มก็พวกที่ต่อว่ารัฐบาลแม้จะเป็นคนที่เลือกรัฐบาลเข้ามาให้เข้าใจตามนี้ครับและ
ลองพิสูจน์ดูถึงจะเป็นเสื้อแดงแต่ลองติรัฐบาลดูซิครับพูดตามความเป็นจริงที่เกิดก็ได้คุณจะกลายเป็น
สลิ่มทันที่ ไม่มีนักการเมืองชั่วข้าราชการระยำนักธุรกิจเลวประเทศชาติเจริญกว่านี้เยอะ ต้องเปลียนระ
บบการเสียภาษีให้กับประชาชนที่มันกัดกันอยู่ทุกวันนี้ก็เรื่องเงินภาษีประชาชนทั้งนั้น

สลิ่มหรือแดงเป็นคนไทยด้วยกันม

สลิ่มหรือแดงเป็นคนไทยด้วยกันมั้ยน้ำท่วมแผ่นดินไทยพวกเราช่วยเหลือกันอย่างยิ่งคะ ทะเลาะกันทำไมสลิ่มเลวแดงสลิ่มเลวแดงเพื่อตอบสนองนักการเมือง อย่าเอาพ่อกูมายุ่งด้วยพวกอเวจีนรกสุดขุมนะมึง กว่าแผ่นดินไทยจะเกิดเพราะบรรพบุรุษของท่านเป็นผู้นำเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้คนไทยไม่งั้นแตกสาแหลกขาดกันไปนานแล้ว ที่มันพังมาทุกอย่างนี้เพราะนักการเมือง คนที่ท่านรักที่อยู่ไกลแสนไกลคงตายอยู่นอกประเทศนะเพราะบารมีไม่ถึงเป็นเจ้าเมืองไทย จงภมูิใจที่เกิดเป็นคนไทยเรารักฝืนแผ่นดินไทยรักกัน ฉันรักในหลวงพ่อของฉันที่สอนประโยชน์ให้แผ่นดินไทยคนฉลาดเท่านั้นที่เข้าใจในคำสอนของท่าน ออกไปซะคนที่ไม่รักแผ่นดินไทยทำให้คนในประเทศทะเลาะกัน พวกบัวใต้ตม

ก้านบัวบอกลึกตื้น ชลธาร

ก้านบัวบอกลึกตื้น ชลธาร มารยาท ส่อสันดาน ชาติเชื้อฯ / สำเนียง ส่อภาษา กิริยา ส่อสกุล
คุณที่ใช้ชื่อว่า นิด ลองตรองดูนะ คนเราคิดต่่างกันได้ความคิดแตกยอดได้ แต่ไม่ใช่แตกแยก
แดงไม่ได้บอกว่าไม่รักในหลวง ในหัวใจ ในความคิดพวกเรา(แดง) ถูกฝังในหัวคนที่อยู่อีกข้างว่าไม่รัก ไม่เอาท่าน แล้วความเป็นจริง มันจะเป็นไปได้หรือ เราก็คนไทย เกิดในไทย อยู่ในไทย เป็นไทยโดยสายเลือด บางคนก็เป็นข้า ราชการ เป็นข้าแผ่นดินมายาวนานจนจะเกษียณอายุพอจะการันตีได้ไหมว่าจงรักภักดีไหม พวกท่าน(ที่เหยีดแดงและผลักไสเราให้ไปอยู่นอกแผ่นดินไทย) ท่านมีสิทธอะไร ท่านเป็นเจ้าของแผ่นดินนี้เพียงคนเดียวหรือ ท่านรับข้อมูลเพียงด้านเดียวหรือเปล่า ท่านหลับหูหลับตาคิด/พูดรึเปล่า ถ้าท่านมีการศึกษาดี เป็นชนชั้นกลางอย่างที่กล่าวอ้างจริงๆ ผู้ที่มีความรู้จริงจะไม่ยกตนหรอกนะ และจะไม่แอบอ้างเอาสถาบันเบื้องสูงมาหากินอย่างนี้หรอก เชื่อเถอะใครๆเขาก็รักในหลวงทั้งนั้น ให้พูดกันด้วยเหตุผลดีกว่าเราคนไทยด้วยกัน อย่าทะเลาะกัน อย่าก้าวร้าว อย่าหยาบคายเพราะมันบ่งบอกถึงตัวตนคุณเอง ไปหาปฐมเหตุที่นายสนธิ(ลิ้ม)แตกกับทักษินมาก่อนนะ ดูดีๆ อย่างไม่มีอคติมาบดบัง แล้วคุณก็จะรู้เองว่าทำไมสนธิถึงเดือดร้อนเป็นนักหนา(แต่รับรองไม่ใช่รักชาติ รักสถาบันอย่างที่กล่าวอ้างแน่ๆ) ขนาดนายทหารใหญ่ก็ยังยอมรับเองเลยว่าถูกหลอกให้ปฏิวัติ เรื่องนี้มันซับซ้อนนะ เราไม่โกรธคุณหรอก แต่ขอให้คุณเปิดรับข้อมูลเยอะๆแล้วมาวิเคราะห์ดูก่อน แล้วค่อยมาแสดงความเห็นอีกที สาธุ..

แล้วทำไมต้องมานั่งปั่นข่าว

แล้วทำไมต้องมานั่งปั่นข่าว หรือว่าจะหาพื้นที่ระบาย สุดท้ายก็หลอกประชาชนทั้งนั้น เบื่อ การปลุกปั่นประชาชนให้แตกแยก แล้วแสวงหาประโยชน์ แทนที่จะนำประเด็นมาประมวลแล้วมามองดูตัวเองว่าตัวเองบกพร่องอย่างไร สุดท้าย ก็ตายหมด เรียนไปก็ไร้ค่า ตายห่าก็ลืมหมด ถ้าเป็นการบอกกับประชาชนว่าต้องพึ่งตัวเองอย่าสร้างหนี้ ถามว่า ประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุขไหม

สูงคว่ำ>แสดงว่าไม่ได่อ่านหัวข

สูงคว่ำ>แสดงว่าไม่ได่อ่านหัวข้อบทความของประชาไทยจริง ใช้คมพูด บัวใต้ตมนะแหละถูกแล้ว แค่ตอบกระถู้ฉันมาฉันก็รู้แล้วว่าไม่ได้อ่านบทความด้านบน ฉันด่าบทความด้านบนนั้นไม่ได้ด่าเสื้อแดง ไม่ได้มีสิทธไล่ใครในแผ่นดินนี้แต่จะหมายถึงว่าถ้าใครไม่รัก ถ้าใครสร้างความวุ่ยวายให้บ้านเมืองเดือดร้อนก็จงออกไปเสียเถิดเพราะแผ่นดินนี้คนไทยเขารักกันคะ ส่งสัยจะโกรธเรามากด่าเป็นชุดเลยเริดคะ ที่บ้านมีจานดำนะ UBCรับได้ทุกช่องและnetทุกแขนงคะน่าจะเพียงพอนะ ฉันดูและเข้าใจในหัวใจอยากให้บ้านเมืองสงบสุขไม่อยากให้ใช้คนเลือกสีไปเป็นเกมของพวกนักการเมืองชั่วๆ ทีนี่ สำเนียง ส่อภาษา กิริยา ส่อสกุล ถูกต้องแล้วใช่มั้ยคะ แล้วทีหลังอย่าลืมวิเคราะห์ดีๆเสียก่อน ก่อนที่จะตอบกระถู้คนอื่นนะ เพราะดูจากคุณเขียนมา สันดาน ชาติเชื้อฯ ก็ร้ายใช่ย่อยนะแต่ถ้าความคิดจะพ้นตมขึ้นมานิดนึงคงจะดี เอาเป็นว่าต่างคนต่างมีความคิดเห็นมากมายที่จะแสดงความคิดเห็น ถ้าฉันไม่ศึกษาข่าวที่คุณพูดข้างบนนี้มาก่อน คงไม่กล้าตอบแบบนี้หรอกตอนนี้มันไม่ใช่ ทักษิณกับสนธิแล้ว มันคือแผ่นดินไทยคนไทยรักคะ ขอให้คุณพ้นน้ำเร็วๆนะคะ

ตอบ>สูงคว่ำ>แสดงว่าไม่ได่อ่าน

ตอบ>สูงคว่ำ>แสดงว่าไม่ได่อ่านหัวข้อบทความของประชาไทยจริง ใช้คมพูด บัวใต้ตมนะแหละถูกแล้ว แค่ตอบกระถู้ฉันมาฉันก็รู้แล้วว่าไม่ได้อ่านบทความด้านบน ฉันด่าบทความด้านบนนั้นไม่ได้ด่าเสื้อแดง ไม่ได้มีสิทธไล่ใครในแผ่นดินนี้แต่จะหมายถึงว่าถ้าใครไม่รัก ถ้าใครสร้างความวุ่ยวายให้บ้านเมืองเดือดร้อนก็จงออกไปเสียเถิดเพราะแผ่นดินนี้คนไทยเขารักกันคะ ส่งสัยจะโกรธเรามากด่าเป็นชุดเลยเริดคะ ที่บ้านมีจานดำนะ UBCรับได้ทุกช่องและnetทุกแขนงคะน่าจะเพียงพอนะ ฉันดูและเข้าใจในหัวใจอยากให้บ้านเมืองสงบสุขไม่อยากให้ใช้คนเลือกสีไปเป็นเกมของพวกนักการเมืองชั่วๆ ทีนี่ สำเนียง ส่อภาษา กิริยา ส่อสกุล ถูกต้องแล้วใช่มั้ยคะ แล้วทีหลังอย่าลืมวิเคราะห์ดีๆเสียก่อน ก่อนที่จะตอบกระถู้คนอื่นนะ เพราะดูจากคุณเขียนมา สันดาน ชาติเชื้อฯ ก็ร้ายใช่ย่อยนะแต่ถ้าความคิดจะพ้นตมขึ้นมานิดนึงคงจะดี เอาเป็นว่าต่างคนต่างมีความคิดเห็นมากมายที่จะแสดงความคิดเห็น ถ้าฉันไม่ศึกษาข่าวที่คุณพูดข้างบนนี้มาก่อน คงไม่กล้าตอบแบบนี้หรอกตอนนี้มันไม่ใช่ ทักษิณกับสนธิแล้ว มันคือแผ่นดินไทยคนไทยรักคะ ขอให้คุณพ้นน้ำเร็วๆนะคะ

นิด

[quote=นิด]ตอบ>สูงคว่ำ>แสดงว่าไม่ได่อ่านหัวข้อบทความของประชาไทยจริง ใช้คมพูด บัวใต้ตมนะแหละถูกแล้ว แค่ตอบกระถู้ฉันมาฉันก็รู้แล้วว่าไม่ได้อ่านบทความด้านบน ฉันด่าบทความด้านบนนั้นไม่ได้ด่าเสื้อแดง ไม่ได้มีสิทธไล่ใครในแผ่นดินนี้แต่จะหมายถึงว่าถ้าใครไม่รัก ถ้าใครสร้างความวุ่ยวายให้บ้านเมืองเดือดร้อนก็จงออกไปเสียเถิดเพราะแผ่นดินนี้คนไทยเขารักกันคะ ส่งสัยจะโกรธเรามากด่าเป็นชุดเลยเริดคะ ที่บ้านมีจานดำนะ UBCรับได้ทุกช่องและnetทุกแขนงคะน่าจะเพียงพอนะ ฉันดูและเข้าใจในหัวใจอยากให้บ้านเมืองสงบสุขไม่อยากให้ใช้คนเลือกสีไปเป็นเกมของพวกนักการเมืองชั่วๆ ทีนี่ สำเนียง ส่อภาษา กิริยา ส่อสกุล ถูกต้องแล้วใช่มั้ยคะ แล้วทีหลังอย่าลืมวิเคราะห์ดีๆเสียก่อน ก่อนที่จะตอบกระถู้คนอื่นนะ เพราะดูจากคุณเขียนมา สันดาน ชาติเชื้อฯ ก็ร้ายใช่ย่อยนะแต่ถ้าความคิดจะพ้นตมขึ้นมานิดนึงคงจะดี เอาเป็นว่าต่างคนต่างมีความคิดเห็นมากมายที่จะแสดงความคิดเห็น ถ้าฉันไม่ศึกษาข่าวที่คุณพูดข้างบนนี้มาก่อน คงไม่กล้าตอบแบบนี้หรอกตอนนี้มันไม่ใช่ ทักษิณกับสนธิแล้ว มันคือแผ่นดินไทยคนไทยรักคะ ขอให้คุณพ้นน้ำเร็วๆนะคะ[/quote]

เดี๋ยวๆ
ขอสาระแนถามแทรกนิดหนึ่ง....

ที่ว่า "แผ่นดินนี้คนไทยเค้ารักกัน" น่ะ....
อันนี้-- "พวกแก๊งค์ปาหิน" แถวอยุธยากะชลบุรีน่ะ
ถือว่า "เป็นคนไทย / นับถือพุทธ" ด้วยรึปล่าว....

อ้อ..
แล้วที่โดนยิงตายไปหลายสิบ/บาดเจ็บหลายพันในเหตุการณ์ "ราชประสงด์'๕๓" นั้น
อันนั้น--เราจะถือว่า "เป็นการแสดงความรักแบบไทยๆของ ค น ไ ท ย" ด้วยรึปล่าว...

แหะ แหะ...
ผมก็แค่ถาม"เจ๊นิด"แก้เซ็งน้ำท่วมไปงั้นแหละ
คือคิดว่าน่าจะดีกว่ายืนแช่น้ำให้หำเปื่อยเล่นไปวันๆน่ะ....

ถ้าดูว่าเป็นการสาระแนถามอะไรมะรุไม่เข้าเรื่อง ละก็--
ก็กราบขออภัย"เจ๊นิด"ด้วยก็ละกัน...
คือบ้านผมไม่มี "จานดำ" น่ะ
มีแต่ "กาละมังก้นรั่ว" อยู่ใบเดียว....

แค่นี้แหนะ.
แหะ แหะ....

----------------------
จะหัวเราะรึไม่หัวเราะดี?.

เอ้า!
เอาซะหน่อย...
คาก
คาก
คาก
คาก.....
:(
BBBB
BBBB

ปล.

"เจ๊นิด" มี net หลายแขนง....
เคยเปิดดูเว็บ "ไทยอีนิวส์" มั่งมะ ?
http://www.thaienews.blogspot.com

วันไหน
หายโมโหเฮีย "สูงคว่ำ" แล้ว
เจ๊ลองชะแว้บคลิกเข้าไปอ่านดูมั่งดิ....

แล้วจะกรี๊ดด์สลบ....

แหะ แหะ
แหะ แหะ

55555ฮาว่ะ

55555ฮาว่ะ

555555ฮาว่ะ

555555ฮาว่ะ

ดีแล้วนะ ดูเยอะๆ

ดีแล้วนะ ดูเยอะๆ วิเคราะห์มากๆ ถ้าไม่อยู่บนการเลือกข้างเลือกสีได้ยิ่งดี ถ้าไม่อยู่บนอคติ 4 ได้ยิ่งดี เมืองไทยเราจะได้มีคนช่วยระดมความคิดเพื่อพัฒนาประเทศไทยของเราให้เจริญๆขึ้นไป ไม่ติดหล่มจมปลักอยู่กับความอยุติธรรมอย่างที่ผ่านๆมา ประเทศไทยจงเจริญๆ สาธุ...

ตอบได้ดีมากชอบนะ

ตอบได้ดีมากชอบนะ อย่าลืมบอกตัวเองด้วยล่ะ คุณสูงคว่ำ

5555555เข้ามาอ่านโดยบังเอิญเก

5555555เข้ามาอ่านโดยบังเอิญเกิดเป็นเรื่องโต้โวหารกันซะงั้นการแสดงออกทางความคิดต่างคนก็ต่างมีมากมายไม่ว่ากันเนอะ แต่ถ้าบุคคลนั้นอ่านข้อความเราแล้วตอบโต้เราให้เกิดเรื่องเราก็ต้องตอบโต้กลับเป็นเรื่องธรรมดา อย่างไรก็ยังขอบอกว่าบทความของประชาไทมันช่างยุแยงตระแครงรั่วให้คนเกียดกันไม่มีวันจบนะคะ สุดท้ายแล้วประชาชนก็ตกเป็นเกมของนักการเมืองทีชั่วๆ ทั้งหลาย และสุดท้ายก็ขอให้พวกเราคนไทยทุกคนสามัคคีกันนะคะประเทศไทยก็จะเจริญได้เอง หรือถ้าจะตอบกระถู้ใครก็อ่านวิเคราะห์ให้มันดีๆก่อนจะได้ไม่หน้าแตกคะ ขอให้คุณโชคดี

นิิด

[quote=นิิด]5555555เข้ามาอ่านโดยบังเอิญเกิดเป็นเรื่องโต้โวหารกันซะงั้นการแสดงออกทางความคิดต่างคนก็ต่างมีมากมายไม่ว่ากันเนอะ แต่ถ้าบุคคลนั้นอ่านข้อความเราแล้วตอบโต้เราให้เกิดเรื่องเราก็ต้องตอบโต้กลับเป็นเรื่องธรรมดา อย่างไรก็ยังขอบอกว่าบทความของประชาไทมันช่างยุแยงตระแครงรั่วให้คนเกียดกันไม่มีวันจบนะคะ สุดท้ายแล้วประชาชนก็ตกเป็นเกมของนักการเมืองทีชั่วๆ ทั้งหลาย และสุดท้ายก็ขอให้พวกเราคนไทยทุกคนสามัคคีกันนะคะประเทศไทยก็จะเจริญได้เอง หรือถ้าจะตอบกระถู้ใครก็อ่านวิเคราะห์ให้มันดีๆก่อนจะได้ไม่หน้าแตกคะ ขอให้คุณโชคดี[/quote]

ไม่เคยหน้าแตก เพียงแต่ไม่อยากเอาพิมเสนแลกเกลือน่ะ เข้าใจไหม อิ อิ เราว่าไว้แต่แรกแล้วว่า เขาวิเคราะห์ดี ตรงเป้า ตรงใจเรา ก็แสดงว่าเราอ่านหมดเราทั้งของคุณ ของเขา หรือคุณแปลความไม่เป็นเอง เพียงแต่คุณที่เข้ามาอ่านเห็นแย้ง เห็นตรงข้ามก็เลยแสดงความเห็นมาก็เลยของขึ้น เลยใช้ภาษา/คำพูดที่หยาบคาย รุนแรง และดูถูกชนชั้นรากหญ้าว่าไม่รักชาติ รักสถาบันอะไรทำนองนั้น มันรับไม่ได้ มันเจ็บปวด เกิดเป็นคนไทยใจต้องเป็นไทยอยู่แล้ว สิ่งที่บางคนเห็นและบังคับให้เขา(แดง)เป็นอยู่ เป็นเพราะข้อมูลอันบิดเบือน บิดเบี้ยวที่ฝั่งตรงข้ามพยายามกรอก ยัดเยียดใส่ลงในความทรงจำพวกคุณบางส่วนต่างหากล่ะเขา(แดง)เลยถูกยัดเยียดให้เป็นผู้ร้ายมาตลอด เพราะอะไรนั้นหลายๆท่านได้วิเคราะห์ให้อ่านกันแล้ว ระบบการเลือกตั้งที่เป็นอยู่มันก็เริ่มดีขึ้นมาแล้ว เพียงแต่พวกเขา(ส่วนน้อย) ที่เคยเสพอำนาจมาตลอด สูบเลือดสูบเนื้อคนไทยมาตลอด เสวยสุขบนความทุกข์ยากคนไทยมาตลอดรับไม่ได้กับความพ่ายแพ้ กลัวอำนาจหลุดมือ กลัวตนเองจะไร้ค่า ซึ่งคิดมากไปเอง ถ้าตัวเองดีจริง ประชาชนก็จะยอมรับนับถือเองอยู่ดี อย่าพยายามชักจูง โน้มน้าวให้เขาเชื่อหรือหลงอะไรที่ผิดๆสิ ถึงเขาไม่ค่อยมีการศึกษาอย่างที่พวกท่านปรามาสไว้ แต่เขาก็มีหัวจิตหัวใจ มีสิทธิที่จะยืนอยู่บนผืนแผ่นดินเกิดนี้อย่างคนไทยคนหนึ่ง ไม่ใช่เอะอะก็จะยึดเอาประเทศเป็นของพวกตัวเอง แล้วเนรเทศคนอื่นซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ออกนอกประเทศไปเพียงแค่ว่าเขาไม่เห็นคล้อยตาม มันถูกต้องแล้วหรือ แล้วทีนี้ตัวแทนของประชาชนถ้ามาจากการแต่งตั้งอย่างที่บางพรรคพยายามเสนอน่ะ จะแน่ใจได้อย่างไรว่าได้ของ ดี ตรงใจ ถูกใจ ซื่อใส ไม่โกง ไม่กิน ไม่เอาเปรียบ ทำเพื่อประเทศชาติ ประชาชนจริงๆ จะเอาอะไรมาการันตี จะมีก็แต่สร้างภาพทั้งนั้น เบื้องหลังมันก็อิงแอบผลประโยชน์นั่นแหละ ดูตัวอย่างพรรคที่ตั้งใหม่ๆสิ เมื่อมีการเลือกตั้งแล้วเขายังไม่สามารถหาคนที่เขาวางไว้ว่าต้องมีภาพอย่างนั้นมาให้ประชาชนเลือกได้เลย การเลือกตั้งที่ผ่านมาน่าจะเป็นคำตอบได้ดี เมื่อแพ้ก็ต้องยอมรับตามกติกาสิ ประชาชนเขาตัดสินแล้ว หรือคิดว่าต้องชนชั้นกลาง(ส่วนน้อย)เท่านั้นที่จะเป็นเจ้าของประเทศนี้ ชนชั้นล่าง(ส่วนใหญ่ ใหญ่มาก) ต้องอยู่ใต้ปกครองตลอดไป นั่นมันยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์แล้ว จะถอยหลังกลับไปอีกหรือ ชอบแบบนั้นอยู่หรือ โลกยุคนี้เขาไปถึงไหนๆกันแล้ว เปิดหู แล้วเปิดตาและเปิดใจให้กว้างดีกว่าน่า ใครอยู่ใต้ตมกันแน่ 5 5

เพ้อเจ้อเหี้ยๆ

เพ้อเจ้อเหี้ยๆ โง่แล้วยังจะโง่มากขึ้นได้อีก

เพ้อเจ้อได้ใจจริงๆ โอเค

เพ้อเจ้อได้ใจจริงๆ โอเค ยอมแหละ อ่าน สูงคว่ำ แล้วคะ ยังยืนยันว่าในหลวงของฉันอยู่ในทุกยุคทุกสมัยได้ถูกปรับใช้ไปตามกาลเวลาตามสมควรท่านอยู่ตรงกลาง ท่านไม่เคยสอนให้ประชาชนเกียดกัน ท่านไม่เคยเกียดประชาชนแม้ประชาชนบางส่วนจะเกียดท่านแต่ท่านก็รักประชาชน นักการเมืองมีดีและชั่วประชาชนก็เลือกเอา การดำรงชีวิตของกลุ่มบุคคลชั้นต่ำยันชั้นสูงย่อมควรมีชีวิตประจำวันในแต่ละกิจกรรมในส่วนบุคคล เราทุกคนยืนอยู่ในผืนแผ่นดินไทยคนจนทำไมถึงจนคนรวยทำไมถึงรวยเหตุผลมีมากมาย คนจนจนเพราะขาดโอกาสและปัญหาสังคม คนรวยรวยเพราะขยันฉลาดทำมาหากินหรือโกงกินต่างๆนาๆ ตัวฉันคนนึงที่อยากเห็นประเทศไทยเจริญและอยู่ในความถูกต้องใครทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ รักใครชอบใครไม่ว่ากัน ท่าทางจะโกรธมาเป็นชุดเลย เอาเป็นว่าไปหาน้ำมันตับปลากินเถิดบำรุงสมองนะ ผักบุ้งบำรุงสายตาเถอะคะ ส่วนบัวนั้นคุณไม่เหมาะนะ รากบัวใต้ตมน่าจะเหมาะกับคุณ สูงคว่ำ มากกว่านะ "ฉันว่า" เพราะข้อความของคุณมันไม่ได้สร้างสรรค์เลยแม้แต่นิดเดียว เพ้อเจ้อซะด้วยซ่้ำ!

ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เออหนอ

ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เออหนอ เมื่อใดดวงตาจะเห็นธรรมซะที ด่าคนอื่นโง่ก้มมองดูตัวเองมั่งรึเปล่าหนอ เขาว่าไว้ว่า คนที่ด่าคนอื่นโง่ ตนเองนั่นแหละโง่เสียยิ่งกว่า นะจ๊ะ รึว่ามองไม่เห็นเพราะติดพุง อิ อิ แล้วเกี่ยวอะไรกับโยมบอยด้วยเล่า

ไร้สาระ!สูงคว่ำหมดทางแถแล้วซิ

ไร้สาระ!สูงคว่ำหมดทางแถแล้วซินะ บทความประชาไทมันทำให้คนทะเลาะกันจริงๆ เฮ้อ! งี่เง่านี่ขนาดประชาชนชั้นผู้น้อยยังไม่ยอมกันแล้วชั้นผู้ใหญ่ระดับประเทศคงไม่มีวัน ประเทศไทยท่าทางจะเจริญได้ยาก อย่างน้อยก็มีในหลวงของเราเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทยต่อไป ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทะเลาะกันประเทศไทยบอบช้ำมามากมาย เผาบ้านเผาเมือง น้ำท่วม ระเบิดในภาคใต้ การโกงกินของนักการเมืองชั่ว ต่างๆ นาๆ
เพราะฉนั้นคนไทยควรจะสามัคคีกันคะ ทีนี้เข้าใจรึยังทำไมฉันถึงบอกคุณไปหาน้ำมันตับปลากินเถิดบำรุงสมอง ผักบุ้งบำรุงสายตา บทความของคุณสูงคว่ำนั้นมันตอบโจทย์ตัวเองมากกว่าแต่ไม่ใช่ส่วนรวม โดยรวมแล้วคุณคิดไปเอง และคุณอ่านข้อความฉันคุณก็ไม่ได้เข้าใจอะไรเลยจะเอาชนะอย่างเดียว! เพื่อ! มัวแต่เรียกร้องนู้นนี่นั้นเอาเวลาไปพัฒนาเรื่องการงานให้ได้เงินมาเลี้ยงตัวเองจุนเจือครอบครัวเถอะจะได้ไม่เรียกตัวเองว่า รากหญ้า ลองมองกระจกดูสูงคว่ำแล้วหัวเราะนั้นแหละตัวคุณ ไร้สาระ! ปัญญาอ่อน

ฮา ฮา

ฮา ฮา คำด่านั้นจงย้อนใส่ตัวท่านเอง ฮา ฮา เราไม่รับ

คนที่ด่าคนอื่นว่าควาย

คนที่ด่าคนอื่นว่าควาย ตนเองนั่นแหละควายกว่า เฮ้อ..สติปัญญาสลิ่มมีแค่นี้จริงๆ

โอหนอ

โอหนอ สติปัญญาสลิ่มมีแค่นี้จริงๆ หยาบคาย ไร้ทางออก ขวางหูขวางตา ไร้ปัญญาดั่งกบในกะลา เฮ้อ.. แล้วไม่ต้องด่าเราหรอก เราไม่รับมันก็กลับไปทิ่ม(ตูด)คนด่าเองแหละ 5 5 5555555

ปัญญาอ่อนจริงๆ

ปัญญาอ่อนจริงๆ สมแล้วที่เป็นหางหมาคอยตามนายตลอดเพื่อเจ้านาย เพ้อเจ้อ โง่

เฮ้อ!

เฮ้อ! รับไปเถอะคำด่าไม่เจ็บปวดหรอกคุณสูงคว่ำรับได้เพราะคำว่าควายด่ายังไงมันด้านมันไม่รู้สึกอะไรหรอก! สุดท้ายแล้วคุณก็เข้าประเด็นไร้ประโยชน์ฉันยอม คุณชนะเถอะ จบ ก่อนนอนอย่าลืมกินนมก่อนนอนนะเพราะนมเหมาะสำหรับเด็ก

สลิ่ม! เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว

สลิ่ม! เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ที่ทำให้ชาติล้มเหลียวเช่นนี้..หากไม่มีสลิ่ม ประเทศคงจะไปไกลกว่านี้...
2475 - ปัจจุบัน ไม่ไปถึงไหน รธน.ฉีกไม่รู้กี่ครั้ง..2540 มาจากประชาชน ถือว่าดีที่สุด..ใครสั่งให้ฉีก
หากมีข้อมาตราไหนน่าปรับปรุงควรพัฒนาให้ดีโดยใช้ระบบรัฐสภาสิ....มิใช่กระทำเยี่ยงนี้ ใหญ่มาจากไหน...หรือคิดว่า "กูไม่พอใจ ก็ฉีกทิ้ง" ในกันแน่ที่เผด็กการที่สุด....
ขอใช้การเมืองเปรียบเที่ยบ...
อเมริกา เป็นทุนนิยม และเป็นประชาธิปไตย์สุดๆ เป็นชาติที่เจริญสุดๆ ไม่มีการฉีก รธน. 4 ปีเลือกตั้ง ตามกติกา...
จีน ปกครองระบบคอมมิวนิส พัฒนาประเทศ พศ.2492 (หลัง 2475 ถึง 17 ปี) - 2554 เพียง 62 ปี
เขาไปถึงไหนแล้วครับ ปักกิ่ง-เชี่ยงไฮ้ เจริญกว่า กทม. 20 ปี โดยใช้เวลาพัฒนาชาติไวที่สุดในช่วงยุคของเติ๊งเสี่ยวผิง เพราะเติ๊งเป็นนักปฏิวัติสังคมแบบค่อยเป็นค่อยไปด้วยแนวคิดเริ่มแรก 1 ประเทศ 2 ระบบ หลังที่ได้ฮ่องกง คืนสู่อ้อมกอด...
เรามาดูผู้นำจีนเขาทำกันครับ...
เติ้ง เสี่ยวผิง เป็นผู้เปลี่ยนแปลงพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน
และดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในช่วงต้นทศวรรษ 2520 ถึง พ.ศ. 2540
นับเป็นชนชั้นผู้นำรุ่นที่สองของพรรคคอมมิวนิสต์ ภายใต้การนำของเติ้งเสี่ยวผิง
ประเทศจีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นชาติที่พัฒนาด้านเศรษฐกิจเร็วที่สุดในโลก
เติ้งจบการศึกษาในประเทศฝรั่งเศส โดยเข้าเรียนโครงการสำหรับนักเรียนจีน
ซึ่งมีนักปกครอง - นักปฏิวัติหลายคนของเอเชียเคยเรียน เช่น โฮจิมินห์ และโจวเอินไหล
เติ้งเป็นผู้สนับสนุนที่สำคัญของเหมาเจ๋อตุง และได้รับตำแหน่งสำคัญของพรรคหลายตำแหน่ง
แต่ในภายหลังด้วยนโยบายที่ขัดแย้งกัน เติ้งเสี่ยวผิงจึงถูกขับจากตำแหน่ง และไปเป็นกรรมกรอยู่ที่โรงงานใน มณฑลเสฉวน
เมื่อนายกรัฐมนตรีโจวเอินไหลขึ้นครองอำนาจและพบว่าตัวเองป่วยด้วยโรคมะเร็ง
โจวเอินไหลได้เรียกเติ้งกลับมาอีกครั้งเพื่อเป็นทายาททางการเมืองของเขา
.....ดูครับ...ใครเก่ง..เขาก็ดึงมาพัฒนาชาติ...
แต่พี่ไทยเราทำไมกันครับ...ใครเก่ง....ฆ่าให้ตายเลยหรือ
ทักษิณเก่ง ก็จะฆ่าให้เขาตาย หรือไม่ก็ไม่ให้มีแม้แต่แผ่นดินที่จะเหยียบเลยหรือ
คุณลองไปดู..ทักษิณ เขาใช้คนเก่งกันครับ...โดยไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก....
คุณศุภชัย พานิชภักดิ์ เป็นคนของใคร...ทำไมเขาถึงไปเป็น Director of WTO
นี่สิครับ เขาถือว่าใช้คนเป็น....
มีคนเก่งเราควรใช้เขา....มิใช่ว่ามีคนเก่ง...แล้วจะฆ่าเขาให้ตาย/ไล่เขาออกจากประเทศ
เขามีความผิดอะไรถึงกับประหารชีวิต/เนรเทศ
................
จะปกครองประเทศต้องใจกว้าง....
ต้องมีนโยบายที่ชัดเจน.....เป็นนโยบายที่ชนะใจคน(ชนะโดยนโยบาย ถือว่าเป็นชัยชนะชั้ยยอด)
ต้องมีการเจรจากลุ่มการเมืองต่างให้รวมกันเป็นหนึ่งเพื่อพัฒนาชาติ....(ชนะโดยการเจรจา ถือว่าเป็นชัยชนะที่ดีรองจากนโยบาย...)
ทั้งสองชัยชนะ ทักษิณ เขาเคยทำมาแล้ว รวมพรรคต่างๆมาเป็นไทยรักไทยที่ยิ่งใหญ่งัยครับ เราพเขาบริหารและใช้คนเป็น....
2475 - ปัจจุบัน ประเทศไทยเริ่มเจริญตอนทักษิณนี่ล่ะ....สมัยก่อนข้าราชการเป็นใหญ่...ประชาชนต้องให้ความยำเกรง
พอทักษิณเข้ามา ข้าราชการ เป็นข้าราชการที่รับใช้ประชาชนจริงๆ
.....

เพียงใช้ระยะเวลาเพียง 6 ปี

เพียงใช้ระยะเวลาเพียง 6 ปี ข้าราชการไทยปรับปรุงพัฒนาขึ้นมากครับ....จากเช้าชามเย็นชามมาเป็น One Stop Service...ดีมั้ยครับ
ประชาธิปัตย์....ปัดออกลูกเดียว...ยุคของชวน...ผมยังไม่ได้รับรายงานครับ.....55555 ต้องรอรายงานเลยหรือ เป็นผู้นำแบบไหนกัน สมเป็น ชวนเชี่ยงช้า ด้งสื่อว่ากันจริงๆๆ
สมัยทักษิณ ยุคกัมพูชาเผาสถานทูตไทย ทักษิณสั่งคอมมานโดบินเข้ากัมพูชาจัดการชีวิตและทรัพย์สินคนไทย แบบด่วนทันใจ...จริงๆ

3

3 จังหวัดชายแดนใต้ก็ไม่มีอะไรครับ..
เดิมที 3 จังหวัดน่ารักมากครับ..เพียงเพราะข้าราชการเป็นเหตุ
ทำให้เขาต้องต่อต้าน....
ข้าราชการโกงกินกัน ประชาชนไม่พอใจก็เริ่มสิครับ
ข้าราชการเป็นเช่นนั้นก็คิดดีใจครับ....ได้วิกฤษเป็นโอกาส
ไว้เวลาขอ งบเข้ากระเป๋า...
ประชาชนเขารู้ว่าข้าราชการโกงกิน เขาก็ต่อต้านมากขึ้น...
ยิ่งเลวร้าย ตำรวจใต้ ให้อำนาจประชาชน 3 จังหวัด ให้มีอาวุธปกกันตัวเอง โดยไม่ผิดกฏหมาย
หากมีการตายก็บอกว่าโจรดังกล่าว ปิดคดีง่ายๆๆ
งบที่มากที่สุดที่เทลง 3 จังหวัดดังกล่าว ยุคอภิสิทธ์ให้เป็นหมื่นล้านเพื่อปราบโจรครับ
ใครครับได้งาบงบดังกล่าว....หมื่นล้าน....
พิจารณาดูครับ...
ข้อมูลนี้ชาวบ้าน 3 จังหวัดชายแดนใต้เล่าให้ผมฟัง...

คุณThiranuwaTให้ข้อคิดดีนะ

คุณThiranuwaTให้ข้อคิดดีนะ ตรงใจ ถ้าสลิ่มอ่านและคิดตาม น่าจะรู้แจ้งเห็นจริง อยากให้ผู้ที่จะพยายามพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินหวังอำนาจพิเศษอุ้มสมรอบสองและพวกลิ่วล้อสอพลอทั้งหลาย คิดได้อย่างคุณบ้าง ประเทศไทยคงจะเจริญและตามทันเกาหลี ญี่ปุ่นในไม่ช้า

ยุคนี้เป็นยุคแห่งข่าวสารไร้พร

ยุคนี้เป็นยุคแห่งข่าวสารไร้พรมแดน
Ignorance จะไม่เกิดหากบริโภคข่าวสารที่เป็นจริง
ที่สังคมส่วนใหญ่ยอมรับ เพราะยุคนี้เป็นยุคประชาธิปไตย์ต้องยอมรับเสียงข้างมากในระบบรัฐสภา
หรือเสียงข้างมากของมวลมหาประชาชน
เหตุการณ์เหลืองแดงครั้งนี้ทำให้สังคมไทยได้ตื่นจากการหลับไหลมากขึ้น
ทำให้เขาได้เรียนรู้ระบบการเมืองไทยมากขึ้น
โดยธรรมชาติของคนมีหลากหลายความคิดมีหลากหลายเหตุผล
แต่หากจะขจัดความเป็นอวิชชา (Ignorance) จำเป็นต้องพึ่งสติปัญญาชั้นสูงที่ปัญญาชนหามีได้ไม่
เพราะทุกวันนี้ปัญญาชนมีเพียงปัญญาแค่สองระดับเท่านั้น ไม่ว่าจะสำเร็จระดับไหน ป.ตรี ป.โท ป.เอก
เขาก็เรียนรู้จากการฟังหรือการอ่าน อันเป็นปัญญาระดับที่หนึ่ง (ปัญญาระดับนี้หากไม่นำไปคิด ก็เท่ากับว่าเป็นคนหูเบา (คนโง่) ปัญญาระดับนี้เรียกว่า สุตมยปัญญา ปัญญาอันสำเร็จมาการการฟัง ) คนที่เป็นปัญญาชน เขาจะต้องเรียนรู้แล้วเก็บไปคิดพิจารณาถึงความถูกต้อง แต่อาจจะมีความเป็นไม่เป็นกลางอยู่บ้าง เพราะความถูกต้องนั้น อยู่ที่ว่าถูกต้องในสังคมกลุ่มไหน ได้รับผลประโยชน์มากน้อย (ปัญญาระดับนี้เรียกว่า จินตมยปัญญา ปัญญาอันสำเร็จมาจากการคิด )
ดังนั้นจากปัญหาของชาติที่ผ่านมาเกิดขึ้นเพราะความเป็นปัญญาชน....
มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกๆประเทศ...ที่บริหารด้วยระบบประชาธิปไตย....
เพราะ กลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดคือกลุ่มของประชาชนอันเป็นเสียงกลุ่มใหญ่
นี่คือระบบประชาธิปไตย...โดยใช้นโยบายนิยม...ที่จะเอาชนะหรือครองใจประชาชน
.......
แต่ปัญญาอีกระดับหนึ่งอันเป็นปัญญาระดับสูงสุด คือ ภาวนามยปัญญา ปัญญาอันสำเร็จมาจากการภาวนาหรือทำให้ปัญญาพัฒนาแล้วด้วยหลักพุทธศาสตร์/วิทยาศาสตร์ มีเหตุและผล ไม่มีทัศนคติไปในทาง+/- กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มีความเป็นกลาง จะเกิดในสังคมที่ปกครองระบบประชาธิปไตย์ยากครับ
.......
เพราะระบบประชาธิปไตย์มีประชาชนเป็นใหญ่ และประชาชนที่เป็นปัญญาชน ย่อมมีความคิดที่เอนเอียงในกลุ่มผลประโยชน์
.......
หากต้องการนักบริหารนักปกครองที่ชาญฉลาดเกินคนที่หาใครเปรียบได้ยาก นักปกครองนั้นจำเป็นต้องมีปัญญาระดับสูงสุดครับ คือภาวนามยปัญญา ระบบการปกครองอาจจะออกมาในรูปแบบธรรมาธิปไตย ครับ หรือที่คุ้นหูที่สุดคือระบบธรรมาภิบาลนั่นเองครับ หากประเทศใดๆบริหารชาติด้วยระบบธรรมาภิบาลเชื่อว่า..ประเทศนั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว...หรือเป็นประเทศที่เรียกว่า อารยะ หรือ อริย เพราะนักการปกครองเป็นอริยชน...(คล้ายๆกับ อริยเจ้า...มั้ยครับ) มิใช่ปัญญาชน
........
หรือผู้นำท่านไหนต้องการปกครองด้วยระบบธรรมาธิปไตย หรือ ระบบธรรมาภิบาล จำเป็นต้อง...เขียนร่างรัฐธรรมนูญชาติให้เป็นธรรมาภิบาลมากขึ้น แล้วชนชั้นปกครองจะเป็นต้องมีปัญญาสูงสุดถึงขั้นอริยชน มาบริหารบ้านเมือง
........
ยากนะครับ...ผมว่า

เมื่อยังหาไม่ได้

เมื่อยังหาไม่ได้ และยังไม่มีตัวเลือกก็ช่วยกันประคับประคองกันไปก่อน ดีกว่าจะถอยหลังกลับไปเอาเผด็จการ ปฏิวัติ รัฐประหารอีก แล้วก็ไม่ได้ช่วยทำให้อะไรดีขึ้นเลย อาจจะกลับกลายเป็นว่ากลุ่มที่ทำการปฏิวัติ รัฐประหารจะเขมือบ โกง กิน มากกว่าบุคคลอื่นๆที่พวกเขาชี้หน้าด่าว่าโกงซะอีก เพราะทำได้ง่ายกว่า รู้กันเฉพาะกลุ่ม ไม่มีหน่วยงานไหนกล้าเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินพวกนั้นว่าก่อนและหลังปฏิวัติ รัฐประหาร มันงอกออกมาอีกเท่าไร(ท่านว่าไหม) ประชาธิปไตยไม่ใช่เกิดมาแล้วจะสมบูรณ์ทันที ต้องดูที่บริบทของประเทศนั้นๆ พลเมืองของประเทศนั้นๆ ประกอบกันด้วย โดยเฉพาะประเทศของเรามันเป็นแดนสนธยามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว มันไม่ใช่ประชาธิปไตยเต็มใบ ครึ่งใบก็อาจจะไม่ถึงด้วยซ้ำ ถึงไม่จบ ป.ตรี ป.โท ก็ดูออก แต่เราทำอะไรไม่ได้ ขนาดคณะนิติราษฎร์เขาเสนอมาแค่นั้น พวกนั้นจะเป็นจะตายให้ได้ ของมันเคยกิน ของมันเคยได้ อยู่ๆมันจะหลุดจากมือไป พวกนั้นมันทำใจไม่ได้หรอก มันยอมรับยาก มันฝังแน่นซะแล้ว ถ้าไม่อิงกำแพงวังก็ไม่รู้จะอิงอะไร เพราะไม่มีจุดเด่น ไม่มีจุดยืนของตนเอง อย่างที่เราๆท่านๆได้สดับอยู่ ณ กาลนี้ ยิ่งพลเมืองของเราไม่มีวินัย ขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องประชาธิปไตยอย่างลึกซึ้งแล้ว ก็ยิ่งถูกชักจูงได้โดยง่าย(ซึ่งไม่เกี่ยวกับว่าจะเรียนมามากหรือน้อย) บางคนยังคิดว่าใครจะปกครองยังไงก็ช่าง ขอแต่กูอย่าเดือดร้อนเท่านั้น นี่ก็อันตราย เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในการพัฒนาประเทศ สรุปสุดท้ายเราในฐานะพลเมืองคนหนึ่งก็อยากจะเห็นประชาธิปไตยบ้านเราพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆได้แต่ภาวนาและขอให้สื่ออิสระที่มีอยู่แม้จะน้อยนิดช่วยกันกระตุ้น ประคับประคองประชาธิปไตยเกือบครึ่งใบนี้ไว้ เห็นสิ่งไหนไม่ถูกต้อง ผิดทำนองครองธรรม(ไม่ทราบว่าสะกดถูกรึเปล่า) ก็ช่วยกันตีฆ้องร้องป่าวให้ชาวไทย ชาวโลกได้รับรู้ แม้จะไม่ระคายผิวพวกนั้น แต่ก็อาจทำให้พวกนั้นยั้งๆไว้บ้างก็ยังดี ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย งอมือ งอเท้าให้เขากดหัว เหยียบย่ำ ปู้ยี่ปู้ยำตลอดไปจนชั่วลูกหลานเหลน นะท่านนะ

เหมือนจะฉลาด...แต่มันงี่เง่าส

เหมือนจะฉลาด...แต่มันงี่เง่าสุดๆ ก็ตรงที่มึงไปตัดสินแทนคนอื่นเค้า กูไม่ได้เป็นเสื้อเหลืองเก่าแต่กูเกลียดพวกอกตัญญูแผ่นดินเกิด อังกฤษกูก็เห็นยังเจริญเค้าก็มีพระเจ้าแผ่นดิน สมชื่อไพร่จิงๆพวกมึง ไพร่เพราะคิดชั่ว ไพร่เพราะทำชั่ว ไพร่เพราะไม่มีสมองมึงเลยเป็นแบบนี้ไง ไปอยู่ปนะเทศอื่นไป๊ไอ้พวกสวะสังคม แผ่นดินคงสูงขึ้นถ้าไม่มีพวกมึง มึงจะมาพยายามเปลี่ยนห่าเหวอะไร ถึงพวกมึงตายกันหมดชาติไทยก็ยังคงมีกษัตริย์ ไอ้ฟายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

ขอโทษที่เข้ามานะครับ

ขอโทษที่เข้ามานะครับ เผอิญว่าผมเป็นเป็นพวกที่คุณวิเคราะห์อยู่พอดี ผมยืนยันจุดยืนของตนเองเสมอเมื่อมีคนถามว่าผมเป็นพันธมิตร เป็นเสื้อเหลืองครับชัดเจนไม่มีกั๊ก แต่คุณจะวิเคราะห์ว่าผมเป็นพวก "สลิ่ม" ผมก็ไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนอะไรเพราะผมอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามกับพวกคุณอยู่แล้ว และจะดำเนินการต่อต้านความระยำจัญไรที่พวกคุณกำลังดำเนินการอยู่อย่างถึงที่สุด พวกคุณทำอะไรอยู่ย่อมรู้แก่ใจดี การกระทำของพวกคุณมันก็หลอกได้แค่พวกชั้นต่ำไม่มีการศึกษาโง่ๆ ที่หลงงมงายไม่มีความคิด(ดีๆ) เท่านั้นเองผมถึงไม่รู้สึกอะไรกับคำจำกัดความห่วยๆ ที่บัญญัติกันขึ้นมาแล้วไอ้พวกสมองกลวงก็เฮตามกันไปคิดว่าเท่ห์ซะเต็มประดา ก็แค่รู้สึกสมเพชครับไม่ได้มีอะไรมากมาย ขอบอกไว้ตรงนี้เลยแล้วกันนะครับว่าพวกคุณไม่มีวันทำได้สำเร็จ ไม่ว่าคุณจะพยายามหา "เหยื่อ" อย่างเช่นอากงแก่ๆ คนนึงส่งไปติดคุกซะเพื่อจะได้เป็นชนวนกระตุ้นให้เกิดเงื่อไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๑๒ การกระทำบ้องตื้นแบบนี้คุณคิดว่าคนอื่นเค้าจะโง่ดูไม่ออกแล้วรีบทำตามอย่างนั้นหรือครับ ไม่ใช่แค่สมเพชอย่างเดียวยังน่าเวทนาอีกด้วย ไหนๆ ก็พยายามมาได้ขนาดนี้แล้วก็ลองพยายามต่อไปแล้วกันนะครับ อยากรู้เหมือนกันว่าจะทำได้สำเร็จรึเปล่า เพราะในสายตาของผมพวกคุณก็เป็นแค่คนที่ชอบร่วมประเวณีกับมารดาตนเองเท่านั้นล่ะครับ พยายามอ่านทำความเข้าใจหน่อยแล้วกันนะครับเพราะพูดจาสุภาพแบบนี้คงฟังกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ลองถอดเสื้อแดงออกแล้วเลิกกินหญ้าเป็นอาหารซะอาจจะทำให้ฉลาดขึ้นมาบ้างนะครับ

ทุกคนกำลังอยู่ในภาวะขาดสติ

ทุกคนกำลังอยู่ในภาวะขาดสติ แบ่งพรรคแบ่งสี ถ้ามีอุดมการณ์เพื่อชาติจริง จะำไม่วุ่นวายแบบนี้ ไม่ใช่พี่แดงว่างัยเราว่าตาม ต้องหัดคิดว่าอะไรถูกผิดกันบ้าง พูดแบบนี้พอไม่เห็นด้วยกับแดงก้อคงมีคนมาหาว่าผมเป้นสลิ่ม แต่ลองคิดมุมกลับพวกไม่รู้จักคิดอะไรเลยว่าตามเขาอย่างเดียวจะเรียกว่าไรดี

คนไทยทะเลาะกันเอง

คนไทยทะเลาะกันเอง ดูถูกกันเอง
แบ่งกลุ่มแบ่งสี ประเทศไม่เจริญก็เพราะอย่างนี้
ถ้าร่วมแรงร่วมใจกัน ประเทศเราจะไปได้ไกลกว่านี้
อีกไม่นาน เดี๊ยวพม่าก็จะทันไทย และแซงไทยในที่สุด
ปัญหาของเราชาวไทย ก็คือ ไม่สามัคคักันนั่นแหละ
รบกันเอง ไม่ไปรบไปแข่งกับต่างประเทศเขา

(เข้าข้างสลิ่ม) สลิ่ม กับ

(เข้าข้างสลิ่ม) สลิ่ม กับ หน้าตา ฐานะ และสถานภาพ ผกผันกับความคิดเห็นทางการเมือง
เขาไม่ต้องการความเห็นแบบซีเรียสรี่ แต่ต้องการความแสดงความรู้สึกเฉยๆ เพราะเครียดกับการทำงานมันใช้สมองเยอะเพราะเขาเป็นผู้นำ ไม่มีเวลามาลึกซึ้งกับเรื่องนอกตัว
น่าเห็นใจสลิ่มเพราะเขากว่าจะมีสถานะมาจนทุกวันนี้ว่างจนไม่รู้จะทำอะไรแล้ว คนไม่สลิ่มตอนเด็กไม่เรียนจริงจังโตมาเลยทำงานจนไม่มีเวลา
สลิ่มจะกลายพันธุ์ได้มีสองกลุ่ม ฉลาดสลิ่ม กับหลงสลิ่ม
หลงสลิ่ม จะอยู่ในโลกที่สวยงามเท่านั้น และอยู่ต่อไปจนกว่าโลกจะแตก
ว่ากันไม่ได้เด่วมีเรื่อง ความจริงเขามีความสุขดี บางเวลาเขาก็รู้ตัวนะแต่ไม่ชอบให้ใครมาสอนแค่นั้นแหละ
ชีวิตจริงจะไม่เห็นสลิ่ม ชนอะไรหรอกถ้าไม่มีพวก ยกเว้นใน โลกอีกใบที่สวยงามไม่แพ้สวนดอกไม้ของเขา โลกในเนทไง
สลิ่ม เขาเก่งนะ เขาพอใจในแบบเขาแล้วแหละ มีกลุ่มของเขา อย่าไปว่าเขาเลย (รู้นะว่าเธอเจ็บ)