กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโคกหินขาวเฮ! ตุลาการผู้แถลงคดีให้เพิกถอนใบอนุญาตโรงงานแป้งมัน

ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโคกหินขาวร่วมฟัง ศาลปกครองขอนแก่นพิจารณาคดีครั้งแรก คดีฟ้องเพิกถอนการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแป้งมัน ตุลาการผู้แถลงคดีมีความเห็นให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน

 
วันนี้ (27 มี.ค.56) เวลา 10.30 น.ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโคกหินขาวจำนวนกว่า 20 คน เดินทางมายังศาลปกครองขอนแก่นเพื่อนั่งฟังการพิจารณาคดีครั้งแรก ในกรณีชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมโคกหินขาวรวมตัวกันฟ้องศาลปกครองขอให้เพิกถอนการออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแป้งมัน ของบริษัท ขอนแก่น สตาร์ซ จำกัด เนื่องจากกระบวนการรับฟังความคิดเห็นไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยศาลปกครองได้ดำเนินกระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงได้มีหนังสือให้คู่กรณีในคดีมายังศาลในวันที่ 27 มี.ค.เพื่อนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก
 
การพิจารณาคดีเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 10.45 น.โดยตุลาการองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีเป็นผู้ดำเนินกระบวนการพิจาณาคดี จากนั้นจึงได้ให้ตุลาการผู้แถลงคดี อ่านแถลงการณ์ความเห็นต่อข้อเท็จจริงในคดี โดยมีสาระสำคัญดังนี้
 
ประเด็นที่ศาลต้องพิจารณา คือ การออกใบอนุญาตใบประกอบกิจการโรงงานแป้งมันสำปะหลังชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ตุลาการผู้แถลงคดีแถลงการณ์ต่อศาลว่า การขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานแป้งมันสำปะหลังนั้น ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงฉบับที่ 2 ปี 2535 ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 โดยหน่วยงานผู้มีอำนาจออกใบประกอบกิจการโรงงานต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 30 ซึ่งจากข้อเท็จจริงในกรณีนี้ได้ความว่า ในการติดหนังสือใบประกาศเพื่อให้คู่กรณีได้มีโอกาสที่จะได้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานนั้น ตุลาการผู้แถลงคดีมีความเห็นว่า ในหนังสือดังกล่าว ไม่ได้ระบุถึงข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ เรื่องผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม มลพิษทางน้ำและมลพิษทางอากาศที่อาจจะเกิดขึ้นต่อชุมชน และ การติดใบประกาศดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (15 วัน)
 
“ดังนั้น ตุลาการผู้แถลงคดีจึงความเห็นว่า การออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานเป็นการออกคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายให้เพิกถอนใบอนุญาตดังกล่าว เนื่องจากไม่ได้เปิดโอกาสให้คู่กรณีได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอและไม่ได้เปิดโอกาสโต้แย้งและแสดงพยานหลังฐาน”
 
จากนั้นตุลาการองค์คณะพิจารณาพิพากษาคดีได้แจ้งต่อคู่กรณีทั้งสองฝ่ายว่าแถลงการณ์ที่ได้ฟังไปนั้นเป็นเพียงความเห็นของตุลาการผู้แถลงคดีเท่านั้น ยังไม่ใช่คำพิพากษาขององคณะพิจารณาพิพากษา และได้นัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาฟังคำพิพากษาคดีอีกครั้งในวันที่ 2 เม.ย.2556 ที่จะถึงนี้
           

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์