นักวิชาการวิพากษ์แนวคิดเซ็กส์กับการเมือง และ ‘นายกฯ ปู’

แถลงเปิดรับบทความวิชาการเรื่องเพศวิถี ชลิดาภรณ์ร่วมเสวนาชี้เรื่องเพศเป็นเรื่องสาธารณะ ชี้กระแส “นายกฯ ปูผัดผงกะหรี่” คนต้านอย่าปกป้องแค่ศักดิ์ศรีนายกฯ  แต่ต้องปกป้องศักดิ์ศรีของเพศหญิง รวมทั้ง ‘กะหรี่’ ด้วย

20 พ.ค.56  ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สมาคมเพศวิถีศึกษา และ 21 องค์กรเครือข่าย แถลงข่าวเปิดตัวงานวิชาการเพศวิถีศึกษาครั้งที่ 4 ประจำปี 2556 ด้วยเสวนาหัวข้อ "สาธารณะ รัฐ เซ็กส์ กับ นายกฯ ปู" โดยมีสุชาดา ทวีสิทธิ์ และอัญชนา สุวรรณานนท์ เป็นผู้แถลงข่าวการประชุมวิชาการ และในช่วงการเสวนา มีอาจารย์กฤตยา อาชวนิจกุล และ อาจารย์ชลิดาภรณ์ ส่งสัมพันธ์ เป็นผู้ร่วมการเสวนา

สุชาดากล่าวว่า เหตุผลที่เลือกหัวข้อการเสวนา “สาธารณะ รัฐ เซ็กซ์ กับนายกฯ ปู” เนื่องจากต้องการให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าว รวมทั้งกลับมาวิจารณ์ตนเองว่าการทำให้เซ็กซ์เป็นเรื่องต้องห้ามในสังคมก่อให้เกิดปัญหามากเพียงใด เช่นการเกลียดกลัวคนรักร่วมเพศ การมองเซ็กซ์เป็นเรื่องบัดสีและสกปรก การพูดคุยเรื่องดังกล่าวถูกจำกัดไว้ในพื้นที่ส่วนตัว ภาวะดังกล่าวเป็นการเปิดช่องคนบางกลุ่มผูกโยงเซ็กซ์เข้ากับการเมือง ใช้ความหมายเชิงสัญลักษณ์เพื่อโจมตีและลดทอนคุณค่าของฝ่ายตรงข้าม รวมถึงก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมทางเพศในเยาวชนที่รัฐได้เปิดช่องให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้หญิงอย่างไม่เป็นธรรม วาทกรรมเรื่องเซ็กซ์ของสังคมแท้จริงแล้วจึงเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่รัฐใช้สร้างกติกาในการควบคุมพฤติกรรมคนเท่านั้น การประชุมวิชาการในครั้งนี้จึงต้องการปกป้องสิทธิมนุษยชน ให้สังคมเอาเรื่องเพศที่อยู่ใต้พรมออกมาสู่สาธารณะ โดยเวทีเสวนาของเราจะมีการเปิดรับบทความใน 5 หัวข้อได้แก่ 1.เควียร์ (queer) เพศหลากหลาย และสตรีนิยมเป็นญาติกันหรือไม่ 2.รัฐไทยกับการปกป้องคุ้มครองเพศวิถี 3.เซ็กซ์ในสื่อสมัยใหม่ (new media) 4.เพศวิถีข้ามรัฐ ลอดพรมแดน 5.พื้นที่สาธารณะกับการเกลียดกลัวเรื่องเพศ (รายละเอียดเพิ่มเติม: www.ssa.ipsr.mahidol.ac.th )

ในช่วงของการเสวนา กฤตยากล่าวว่า การแสดงออกทางเพศของเราถูกกดทับไว้ให้สอดคล้องกับความต้องการของรัฐ รัฐพยายามกำหนดว่าเซ็กซ์แบบใดถูก แบบใดผิด เช่นกำหนดอายุขั้นต่ำ กำหนดจำนวนคนที่มีเซ็กซ์ ยิ่งไปกว่านั้นยังกำหนดพฤติกรรมของคนในระดับค่านิยมความเชื่อ เช่น หญิงไทยต้องรักนวลสงวนตัว ผู้หญิงต้องนั่งหุบขา ในขณะที่ผู้ชายกลับถูกควบคุมน้อยกว่าผู้หญิง ซึ่งค่านิยมเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย เช่น ในยุคจอมพล ป. มีการออกนโยบายลูกดก ให้รางวัลแก่สตรีที่มีบุตรหลายคน เนื่องจากในช่วงนั้นประเทศกำลังขาดแคลนแรงงาน และมีความเป็นไปได้ว่ากระแสดังกล่าวอาจจะกลับมา เนื่องจากในยุคปัจจุบันคนไทยมีลูกน้อยลง รัฐบาลอาจจะสร้างแรงจูงใจให้ผู้หญิงผลิตบุตรให้กับรัฐ ผู้หญิงจึงกลายเป็นเพียงเครื่องผลิตประชากรให้กับรัฐ

นอกจากรัฐแล้ว สังคมเองก็เข้ามากำหนดกรอบให้กับเซ็กซ์ของเราเช่นกัน สังคมทำให้ปัจเจกเข้าใจว่าความสัมพันธ์แบบใดที่สังคมยอมรับเช่น ผัวเดียวเมียเดียว แต่งงาน มีเซ็กซ์ในที่รโหฐาน และความสัมพันธ์แบบใดที่สังคมไม่ยอมรับเช่น การร่วมเพศทีละหลายๆ คน การนอกใจ ซึ่งความเข้าใจเหล่านี้เป็นผลผลิตจากรัฐอีกเช่นกัน แม้กระทั่งท่วงท่าในการมีเซ็กซ์ซึ่งควรเป็นสิ่งที่ปัจเจกควรมีอิสระในการเลือกมากที่สุด สังคมก็ยังเข้ามากำหนดว่าท่าใดคือท่ามาตรฐาน

ชลิดาภรณ์กล่าวว่า เรามักเข้าใจกันว่าเซ็กซ์เป็นเรื่องที่อยู่ในพื้นที่ส่วนตัว (private sphere) หากเป็นเช่นนั้นแปลว่าปัจเจกควรมีเสรีภาพเต็มร้อยในการกำหนดเรื่องเซ็กซ์ของตัวเอง แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม กรองแก้ว ตัวละครจากเรื่องสุภาพบุรุษจุฑาเทพกล่าวไว้ว่า “เพราะโลกนี้ไม่ได้มีเราเพียงสองคน ยังมีครอบครัว ขบนจารีต ประเพณี ความควรมิควร อีกมากมายที่เราต้องคำนึงถึง” ประโยคดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าแท้ที่จริงแล้วปัจเจกมิได้มีเสรีภาพในเรื่องเซ็กซ์อย่างแท้จริง สังคมกำหนดกรอบกติกามากมายในเรื่องเซ็กซ์ อีกทั้งยังบังคับใช้และผลิตซ้ำกฎกติกาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง รัฐที่อ้างว่าตนเป็นเสรีประชาธิปไตยมีน้อยมากที่จะให้เสรีภาพทางเพศแก่ประชาชนจริงๆ กรณีล่าสุดที่มีการบุกจับกองถ่ายภาพนู๊ด และมีการตั้งข้อหากับพริตตี้ที่เป็นนางแบบถ่ายนู๊ดโดยสมัครใจว่าเป็น “การกระทำอันควรอับอาย” นี่เป็นการใช้อำนาจที่เผด็จการมหาโหด เพราะเป็นการห้ามมิให้คนสมยอมทำข้อตกลงกัน รัฐพยายามปิดทางกบฏ ทางความคิดของประชาชน หากรัฐยังคงดำเนินนโยบายเช่นนี้ย่อมห่างไกลจากคำว่าเสรีประชาธิปไตย ฉะนั้นเราจึงสรุปได้ว่าเซ็กซ์เป็นเรื่องสาธารณะ และรัฐได้พยายามอย่างหนักในการกำหนดเรื่องเซ็กซ์ของประชาชน

ในประเด็นเรื่องนายกฯ ปู โดยปกติสื่อ และคนทั่วไปมักเรียกท่านนายกว่านายกฯ ปู แทนคำว่านายกฯ ยิ่งลักษณ์ ซึ่งการเรียกชื่อเล่นผู้หญิงมันแสดงถึงความเอ็นดู แต่การเอ็นดูในระดับสาธารณะมันน่ากลัว เพราะนั้นเท่ากับเราไม่ได้มองเห็นนายกรัฐมนตรี แต่เราเห็นแค่ “น้องหนูปู” คนหนึ่งเท่านั้น นายกฯ ท่านนี้ถูกทิ่มแทงด้วยเซ็กซ์เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปลักษณ์ การแต่งกาย และการเล่นหูเล่นตา ในขณะที่นักการเมืองชายก็มีเหมือนกัน ประเด็นที่น่าสนใจคือเรามักเห็นความพยายามลดทอนความน่าเชื่อถือของนักการเมืองผู้ชายโดยการเรียกว่า “เจ๊” เพื่อแสดงให้เห็นว่าพฤติกรรมทางเพศของคนผู้นั้นมีความเบี่งเบน การใช้เพศโจมตีฝ่ายตรงข้ามจึงเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย แต่ในกรณีของผู้หญิงจะรุนแรงกว่า ในต่างประเทศก็เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นแองเกล่า มาเคล ผู้นำประเทศเยอรมันนี หรือฮาลารี่ คลินตัน รมว.กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐฯ การต่างถูกโจมตีด้วยเรื่องรูปลักษณ์ และการแสดงออกทั้งสิ้น

ชลิดาภรณ์กล่าวต่อว่า ยิ่งในสภาวะที่ความขัดแย้งทางการเมืองมีความรุนแรง การโจมตีด้วยเรื่องเพศก็ยิ่งรุนแรงขึ้นล่าสุดก็คือวาทกรรม “ปูผัดผงกะหรี่” ซึ่งเป็นการสะท้อนอคติทางเพศที่รุนแรงมาก ที่มีทั้งคนออกมาด่า และคนออกมาปกป้องคุณยิ่งลักษณ์ว่าท่านเป็นคนดี ท่านไม่ใช่กะหรี่ ทั้งสองฝ่ายนี้ต่างติดกับอคติทางเพศด้วยกันทั้งคู่ ฝ่ายแรกติดกับเพราะเอาเรื่องเพศมาโจมตีลดทอนความน่าเชื่อถือ ส่วนฝ่ายหลังติดกับเพราะออกมาปกป้องศักดิ์ศรีของนายกฯ เพียงคนเดียว แทนที่จะปกป้องศักดิ์ศรีของเพศหญิง รวมถึงศักดิ์ศรีของ “กะหรี่” กะหรี่มักเป็นตัวแทนของผู้หญิงเลว มีคุณค่าความเป็นคนน้อยกว่าผู้หญิงทั่วๆ ไป กระหรี่เป็นสิ่งที่รัฐใช้ในการกำหนดกรอบกติกา หากผู้หญิงต้องการอยู่ห่างจากคำว่ากระรี่ ก็จำต้องปฏิบัติตามกติกาของรัฐ ฉะนั้นกะหรี่จึงมีคุณปการแก่เราทุกคน เพราะหากไม่มีกะหรี่ เราจะไม่รู้ว่าผู้หญิงเลวเป็นอย่างไร และจะไม่รู้ว่าผู้หญิงที่ดีควรเป็นอย่างไรหากไม่มีกระหรี่เป็นคู่ตรงข้าม ทั้งที่จริงๆ แล้วกะหรี่คือผู้หญิงที่กล้าหาญไม่ยอมสยบต่อกรอบกติกาเผด็จการมหาโหดของรัฐ และกลายเป็นกบฎทางเพศต่อรัฐในที่สุด

ชลิดาภรณ์กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากจะให้มองเรื่องนี้เสียใหม่ มองว่านี่เป็นโอกาสที่เราจะกลับมาทบทวนเรื่องเซ็กซ็กับการเมืองเสียใหม่ เพื่อที่จะก้าวข้ามมันไปให้ได้

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์